ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 641 เกือบถูกปลิดชีพ
ตอนที่ 641 เกือบถูกปลิดชีพ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวส่งแขกสามตระกูลกลับไปแล้ว กำลังเตรียมจะกลับบ้าน คนตระกูลนิ่งและตระกูลหลินก็เดินมามองพวกเขาด้วยสีหน้าเหยียดเยาะ เอ่ยวาจาเสียดสีว่า “ใต้เท้าถงจือกับฮูหยินถงจือร้ายกาจเสียจริง อาจเอื้อมถึงบุคคลระดับท่านหญิงได้”
“วันหน้าพวกเราต้องระวังตัวหน่อยแล้ว อย่าได้พลาดพลั้งล่วงเกินให้ใต้เท้าถงจือกับฮูหยินถงจือเอาไปฟ้องได้”
ฮูหยินนิ่งป๋อกับฮูหยินหลินกล่าวจบ ลู่เจียวก็รับคำด้วยสีหน้าเป็นการเป็นงาน “ใช่ วันหน้าฮูหยินนิ่งป๋อกับฮูหยินหลินอย่าได้ทำให้ข้าลำบากใจ หากทำให้ข้าลำบากใจ ข้าย่อมไปฟ้องท่านแม่บุญธรรมข้า ถึงตอนนั้นเกรงว่าเจาอี๋เหนียงเหนียงในวังกับใต้เท้าหลินคงได้รับผลกระทบไปด้วย”
ลู่เจียวรำคาญพวกนาง ดังนั้นจึงกล่าวอย่างไม่เกรงใจ แล้วอุ้มเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ขึ้นรถม้า
รถม้าตระกูลเซี่ยแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว คนตระกูลนิ่งกับคนตระกูลหลินสองตระกูลหน้าร้านหงอวิ้นโหลว โมโหจนหน้าเขียว
เดิมฮูหยินนิ่งป๋อกับฮูหยินหลินคิดว่าลู่เจียวจะเกรงใจพวกนางบ้าง จากนั้นสามตระกูลปรองดองกัน ปรากฏลู่เจียวไม่ดำเนินตามธรรมเนียมปฏิบัติ กลับฟาดหน้าพวกนางตรงไปตรงมาเช่นนี้
ฮูหยินนิ่งป๋อกับฮูหยินหลินโมโหจนหน้าแดง แต่ไม่กล้าแสดงโทสะต่อหน้าคนตระกูลเซี่ย ได้แต่เก็บกดอัดแน่นไว้ภายใน รอรถม้าตระกูลเซี่ยจากไป ฮูหยินนิ่งป๋อกับฮูหยินหลินจึงได้โมโหเดือดดาล เอ่ยเสียงดังขึ้น “คนชั่วได้ทีเหิมเกริม ข้าจะดูว่านางจะได้ใจไปได้นานสักเท่าไร”
“ใช่ ช้าเร็วสักวันหนึ่งต้องถูกจัดการ”
ฮูหยินหลินคิดถึงอ๋องจิ้นที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา มุมปากก็ค่อยๆ ยกขึ้น ในใจครุ่นคิด หากรัชทายาทตกเป็นของอ๋องจิ้น วันหน้าพวกเขาก็คือขุนนางที่สร้างความชอบต่อราชบัลลังก์ วันหน้านายท่านตระกูลนางก็จะได้เลื่อนตำแหน่ง นางจะต้องหยามเหยียดลู่เจียวสักหน่อย
ถึงตอนนั้น ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่หรือจะองค์หญิง ล้วนไม่มีค่าควรเอ่ยถึง
เมื่ออ๋องจิ้นขึ้นสู่บัลลังก์ ย่อมไม่ใส่ใจพวกนางสองแม่ลูก
ฮูหยินหลินคิดเช่นนี้แล้วก็อารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย
ในรถม้าตระกูลเซี่ย เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ถามลู่เจียวอย่างตื่นเต้นว่า “ท่านแม่ ท่านหญิงเป็นท่านแม่บุญธรรมท่านแม่ เช่นนั้นวันหน้าพวกเราก็จะเรียกท่านหญิงว่าท่านยายหรือ”
ลู่เจียวยิ้มพลางพยักหน้า “ใช่แล้ว วันหน้าพวกเจ้าพบท่านหญิงก็ต้องเรียกท่านยายแล้ว”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ยิ้มพยักหน้าหงึกๆ “อืม พวกเรารู้แล้ว ท่านยายมอบของขวัญให้พวกเรา ท่านลุงก็มอบให้”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ประคองของขวัญท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่กับซื่อจื่อจวนอู่กั๋วกงด้วยสีหน้าอารมณ์ดีอย่างไม่อาจบรรยาย
ลู่เจียวสั่งการโจวเส้ากงที่บังคับรถม้าอยู่ด้านนอกให้ไปส่งเซี่ยอวิ๋นจิ่นทำงานที่ทำการก่อน จากนั้นก็ค่อยไปส่งพวกนางที่ซีเฟิงย่วน นางจะไปฝังเข็มให้ฮูหยินผู้เฒ่าที่ซีเฟิงย่วนพอดี
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกลับไม่วางใจพวกเขา ดังนั้นจึงขอไปซีเฟิงย่วนกับลู่เจียว รอให้ลู่เจียวรักษาฮูหยินผู้เฒ่าเสร็จ พวกเขาค่อยกลับจวนตระกูลเซี่ย
“ตอนนี้พวกเรามีผู้ใหญ่หนุนหลังแล้ว ไม่ไปที่ทำการวันครึ่งวัน ไม่มีผู้ใดมาหาเรื่องหรอก ข้าไปเป็นเพื่อนเจียวเจียว”
ใบหน้างามสง่าของเซี่ยอวิ๋นจิ่นเปี่ยมด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนละมุนละไม แต่แววตาดำขลับกลับเต็มไปด้วยความเย็นเยียบ เขาตัดสินใจจะทำลายสายสัมพันธ์ของกลุ่มหลินจือฝู่ ขอเพียงทำลายสายสัมพันธ์ของพวกเขาได้ พวกเขาก็ไม่มีทางเก็บรวบเงินทองอีกแล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นครุ่นคิดในใจ ไม่ได้พูดอันใดกับลู่เจียวในตอนนี้
รถม้าแล่นถึงซีเฟิงย่วน พอลู่เจียวรักษาให้ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเสร็จก็เย็นมากแล้ว สองสามีภรรยานั่งรถม้ากลับจวนตระกูลเซี่ย
หลังจากวันนั้น เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็เริ่มไปทำงานที่ที่ทำการ หลินจือฝู่เองก็ไม่กล้าหาเรื่องเขาซึ่งหน้า งานที่ต้องแบ่งให้เขาก็ค่อยๆ ทยอยแบ่งมาถึงมือเขา
แต่เพราะเซี่ยอวิ๋นจิ่นรับงานจากจือฝู่ ดังนั้นช่วงนี้พวกหลินจือฝู่จึงไม่กล้าแตะต้องเงินจากพื้นที่ปลูกชาและบ่อเกลือ
ระยะนี้เงินที่พวกเขาเก็บเกี่ยวมาได้น้อยลงอย่าเห็นได้ชัด พวกหลินจือฝู่กับหวางทงพั่นร้อนใจจนในปากมีตุ่มแผลพองขึ้นมากมาย
พวกเขาเก็บเกี่ยวเงินทองมาได้ก็มอบให้อ๋องจิ้น ช่วยอ๋องจิ้นชิงบัลลังก์ ตอนนี้เงินทองลดลงฮวบฮาบ พวกเขาจะไม่ร้อนใจได้อย่างไร
แต่ก็ทำอันใดเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้ หลินจือฝู่ได้แต่รอรับสั่งจากอ๋องจิ้น ดูว่าอ๋องจิ้นจะจัดการเรื่องนี้เช่นไร
เทียบกับคลื่นใต้น้ำโหมกระหน่ำในที่ทำการแล้ว ที่บ้านตระกูลเซี่ย ลู่เจียวกลับเงียบสงบกว่ามาก นางเพาะเชื้อเพนิซิลลินเหลวและสกัดเพนิซิลลิน วี ออกมา เริ่มทำเป็นยาเม็ดเพนิซิลลิน วี แล้ว
ลู่เจียวเห็นว่าเพนิซิลลิน วี ทำใกล้สำเร็จแล้วก็ดีใจมาก ปรากฏค่ำวันนี้ นางเพิ่งจะเดินออกจากห้อง ก็เห็นเฝิงจือรีบร้อนเข้ามารายงานว่า “เหนียงจื่อไม่ได้การแล้ว ใต้เท้าโดนลอบทำร้ายบาดเจ็บอีกแล้ว”
ในใจลู่เจียวกระตุกวูบ ครุ่นคิดรวดเร็ว ผู้ใดกล้าลงมือกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น ตระกูลนิ่งหรือตระกูลหลิน ตามหลักแล้ว ท่านหญิงสยบตระกูลนิ่งกับตระกูลหลินไว้แล้ว น่าจะไม่กล้าลงมือกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นถึงจะถูก เช่นนั้นเป็นผู้ใดลงมือกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นกัน
ลู่เจียวร้อนใจถามขึ้น “บาดเจ็บสาหัสหรือไม่”
“ไม่นับว่าสาหัส มีคนช่วยเอาไว้ บาดเจ็บเพียงแค่เล็กน้อย”
ลู่เจียวโล่งอก แต่ยังคงไม่วางใจ พาเฝิงจือเดินตรงไปเรือนด้านหน้า
ห้องนอนในเรือนด้านหน้า พ่อบ้านเซียวจัดให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นลงนอนบนเตียงแล้ว พอเห็นลู่เจียวเข้ามาก็รีบเปิดทางให้ ลู่เจียวเห็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นนอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าเป็นปกติ เพียงแต่เห็นรอยแผลชัดเจนที่ลำคอเขา มองออกว่าหากลึกอีกนิด เขาก็จบชีวิตแล้ว
ในใจลู่เจียวพลันกระตุกวูบเกร็งแน่น สีหน้าย่ำแย่อย่างยิ่ง สั่งการให้เฝิงจือรีบไปเอาล่วมยามา นางจะพันแผลให้เซี่ยอวิ๋นจิ่น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นท่าทางนาง ก็รู้ว่านางเป็นห่วง ยื่นมือออกไปกุมมือนางไว้พลางปลอบใจว่า “เจียวเจียว เจ้าอย่าตกใจไป ข้าไม่เป็นอันใด”
ลู่เจียวควักผงยาห้ามเลือดออกมา เขยิบเข้าไปใกล้ก่อนจะโรยยาให้เขา “เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ อยู่ดีๆ มีคนมาลอบสังหารเจ้าได้ เป็นฝีมือผู้ใด”
นางกล่าวจบก็หันไปมองโจวเส้ากง ถงอี้และหร่วนไคสามคนในห้อง ไม่คิดว่าพอมองไปก็พบว่าในห้องมีคนชุดดำหลายคนที่นางไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
ลู่เจียวรีบเลิกคิ้วมองคนเหล่านี้เอ่ยถามว่า “พวกเขาคือ?”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ทันได้ตอบ คนชุดดำรีบตอบว่า “เรียนฮูหยินเซี่ย พวกเราเป็นองครักษ์ที่อ๋องเยียนส่งมา ก่อนหน้านี้ท่านอ๋องเราสืบพบว่าจือฝู่เมืองหนิงโจวเขียนจดหมายถึงอ๋องจิ้น ว่าเซี่ยถงจือขัดขวางแผนงานพวกเขา ทำให้พวกเขาไม่อาจดำเนินงานต่อไป อ๋องจิ้นได้ข่าวก็รีบส่งคนมาเมืองหนิงโจวลอบสังหารเซี่ยถงจือ”
“ท่านอ๋องได้รับข่าวนี้ก็ให้พวกข้าน้อยสะกดรอยตามลูกน้องอ๋องจิ้นมาเมืองหนิงโจว คอยจับตาลูกน้องอ๋องจิ้นเอาไว้ ตอนลูกน้องของอ๋องจิ้นลอบสังหารเซี่ยถงจือก่อนหน้านี้ พวกข้าน้อยจึงได้ออกมาขวางพวกเขาไว้ทัน”
ลู่เจียวได้ฟังพวกเขาพลันสีหน้าดำคล้ำอย่างที่สุด คิดไม่ถึงว่าหลินจือฝู่จัดการพวกเขาไม่ได้ ถึงกับเขียนจดหมายไปเมืองหลวง อ๋องจิ้นยังส่งคนมาลอบสังหารเซี่ยอวิ๋นจิ่นจริงๆ
ลู่เจียวหันไปมองลำคอเซี่ยอวิ๋นจิ่น อีกนิดเดียวเท่านั้น เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็จะถูกปลิดชีพแล้ว