ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 653 ตัดศีรษะ
ตอนที่ 653 ตัดศีรษะ
จ้าวหลิงเฟิงเดิมกำลังเสียใจเพราะวาจาบุตรสาว ตอนนี้พลันผ่อนคลายลง และพอเขาได้ยินจ้าวอวี้หลัวบอกว่ายอมให้เขาแต่งงานได้ ก็ย่อมดีใจอย่างมาก
“อวี้หลัว เจ้าตกลงให้พ่อแต่งกับน้าเถียนหรือ”
จ้าวอวี้หลัวแค่นเสียงฮึในลำคอ กล่าวว่า “ข้าตกลงให้ท่านพ่อแต่งกับนาง แต่ท่านห้ามชอบนางมากกว่าข้า”
จ้าวหลิงเฟิงได้ยินวาจานี้ก็ดีใจ ยกจ้าวอวี้หลัวชูขึ้นสูงอย่างมีความสุข “แน่นอน อวี้หลัวเป็นที่หนึ่งในใจพ่อ จากนั้นก็จึงจะเป็นน้าเถียนเจ้า”
จ้าวอวี้หลัวก้มหน้ามองบิดาตนเอง ท่านพ่อเบิกบานใจอย่างมากดังคาด เห็นเขาเบิกบานใจ นางเองก็ดีใจมาก ดังนั้นท่านพ่ออยากแต่งก็แต่งเถอะ
“ท่านพ่อ ท่านรีบปล่อยข้าลง”
จ้าวหลิงเฟิงหยอกบุตรสาวเล่นอีกครู่หนึ่งจึงได้ปล่อยนางลง เขาจูงมือบุตรสาว เดินไปขอบคุณตรงหน้าลู่เจียว
หากไม่เหนือความคาดหมาย ต้องเป็นลู่เจียวช่วยเขากล่อมบุตรสาว ควรรู้ว่าบุตรสาวตอนอยู่บ้านท่าทีเอาเป็นเอาตาย มาตระกูลเซี่ยทีก็ยอมตกลง ย่อมเป็นเพราะลู่เจียวช่วยเขา
“ขอบคุณฮูหยินเซี่ย”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ความจริงอวี้หลัวก็เป็นเด็กดี วันหน้าเจ้ามีเรื่องอันใดก็คุยกับนางให้ดี นางเป็นคนมีเหตุผล”
ลู่เจียวกล่าวจบก็ขยิบตาให้จ้าวอวี้หลัวทีหนึ่ง จ้าวอวี้หลัวยืดอกขึ้นรับอย่างภาคภูมิ “นั่นเพราะ ข้าเป็นเด็กดีมีเหตุผล”
จ้าวหลิงเฟิงลูบศีรษะนางพลางเอ่ยชมว่า “วันหน้าพ่อมีเรื่องอันใดก็จะบอกเจ้า”
ความจริงกล่าวกันตามตรง บุตรสาวคงกลัวว่าเขาแต่งภรรยาแล้วจะไม่รักนางอีก จ้าวอวี้หลัวไม่เหมือนกับผู้อื่น แต่เล็กไร้มารดา มีเพียงบิดา ตอนยังไม่ได้พบกับครอบครัวลู่เจียว นิสัยนางสุดโต่งและดื้อรั้นอย่างมาก ตอนนี้นางเปลี่ยนไปมากแล้ว
ในที่สุดจ้าวอวี้หลัวก็คลายปมในใจลง
จ้าวหลิงเฟิงยิ้มพร้อมกับเชิญลู่เจียว “ไว้ข้าแต่งกับเถียนฮวน พวกเจ้าทั้งครอบครัวต้องมาดื่มสุรามงคลนะ”
“ได้ พวกเราจะไป”
จ้าวอวี้หลัวเชื้อเชิญพวกเอ้อร์เป่าอย่างกระตือรือร้น “พวกเจ้าก็ต้องมานะ”
แฝดสี่พยักหน้า “อืม พวกเราจะไป”
สองพ่อลูกตระกูลจ้าวคุยต่ออีกครู่หนึ่งก็กลับไป ความจริงจ้าวอวี้หลัวไม่อยากกลับ แต่เอ้อร์เป่าบอกว่า พรุ่งนี้จะกลับไปเรียนที่ซีเฟิงย่วน นางอยู่ต่อ พวกเขาก็ไม่มีเวลาเล่นกับนาง ดังนั้นจ้าวอวี้หลัวได้แต่ตามจ้าวหลิงเฟิงกลับ
ตระกูลเซี่ยลู่เจียวมองไปยังแฝดสี่กล่าวว่า “พวกเรามาเรียนแยกแยะสมุนไพรกันต่อ ไว้ครั้งหน้าตอนพวกเจ้ากลับมา แม่พาพวกเจ้าไปขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร ทดสอบพวกเจ้าสักหน่อยว่าจดจำเรื่องที่เรียนไประยะนี้ได้หรือไม่”
“ขอรับท่านแม่ พวกเราทราบแล้ว”
แฝดสี่รับคำเสียงก้อง
ตกค่ำเซี่ยอวิ๋นจิ่นกลับมา ไม่ได้กินข้าวข้าวก่อน แต่ทดสอบบทเรียนบุตรชายก่อน พบว่าการเรียนบุตรชายไม่เลวอย่างมาก เซี่ยอวิ๋นจิ่นดีใจอย่างที่สุด เอ่ยชมเจ้าหนูน้อยทั้งสี่
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ได้รับคำชมจากมารดา ยังได้รับคำชมจากบิดา ก็ดีใจเป็นพิเศษ อาหารเย็นจึงกินมากขึ้นอีกครึ่งชาม
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวกินอาหารเย็นกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ ยังพูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะจัดแจงให้พวกเขาไปพักผ่อน
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เรียนรู้จากท่านอาจารย์หลิว ตอนนี้ธรรมเนียมมารยาทดีขึ้นเรื่อยๆ และเพราะโตแล้ว ไม่ได้เกาะติดบิดามารดาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นแล้วก็อดทอดถอนใจไม่ได้ “ลูกๆ โตกันแล้ว พวกเขาก็เหมือนเหยี่ยวหนุ่มทะยานสู่ฟ้า จากนั้นก็ไปจากพวกเรา”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องดี เด็กไปจากอกพ่อแม่ได้ ล้วนจะได้เติบโตเป็นวีรบุรุษ มีเพียงแต่เด็กที่ไม่เอาไหน จึงจะเอาแต่เกาะติดบิดามารดา”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดลู่เจียว แต่คิดถึงว่าลูกทั้งสี่โตขึ้นก็จะออกจากอกเขาไป เขาก็กลัดกลุ้มขึ้นมา เขาหันหน้าไปมองลู่เจียวกล่าวว่า “พวกเราพยายามมีบุตรสาวน่ารักน่าชังอีกสักคนเถอะนะ เช่นนี้ก็ไม่ต้องกลัดกลุ้มว่าจะไม่มีคนเป็นเพื่อนข้างกายแล้ว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวจบก็พุ่งเข้าไปอุ้มลู่เจียวเข้าห้องของพวกเขาไป ลู่เจียวทุบเขาอย่างรู้สึกเขินอาย “ทำอันใดน่ะ ปล่อยข้าลงนะ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่สนใจแม้แต่น้อย เฝิงจือกับหร่วนจู๋ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกรีบยิ้มถอยออกไป
ติงเซียงกับซานฉา ยังมีตู้เจวียนก็ถอยตามออกไปด้วย ตั้งแต่สามคนมาอยู่ตระกูลเซี่ย จึงได้รู้ครอบครัวถงจือกับฮูหยินถงจือไม่เพียงแต่หน้าตาดี แต่ทั้งครอบครัวยังรักกันมาก
ลู่เจียวตรากตรำถึงค่อนคืน วันรุ่งขึ้นตื่นสายดังคาด พอนางตื่นมา บุตรชายก็ถูกเซี่ยอวิ๋นจิ่นส่งไปซีเฟิงย่วนแล้ว เซี่ยอวิ๋นจิ่นเองก็ไปที่ทำการทำงานแล้ว ตอนนี้งานเขามากยิ่งกว่ามาก
หวางทงพั่นถูกสังหารในคุก ลูกน้องเซี่ยอวิ๋นจิ่นจับตัวคนลอบสังหารหวางทงพั่นไม่ได้ ผู้บงการเบื้องหลังใช้คุกที่ซอมซ่อผุพัง ปักท่อไม้ไผ่เข้ามาที่มุมห้องขัง จากนั้นปล่อยควันพิษในห้องขัง ดังนั้นหวางทงพั่นจึงถูกสังหารอย่างเงียบเชียบ
พอหวางทงพั่นตาย งานในตำแหน่งทงพั่นก็ตกมาอยู่ที่เซี่ยอวิ๋นจิ่น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นทำทั้งงานตำแหน่งถงจือและตำแหน่งทงพั่น งานยุ่งจนแทบไม่มีเวลา
เพราะก่อนหน้านี้เขาออกหน้าให้ราษฎร ลงโทษหวางหมิงเหรินบุตรชายหวางทงพั่น ชาวบ้านจึงเชื่อใจเขามาก ดังนั้นคดีระยะนี้จึงมากขึ้นอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ลู่เจียวเห็นเขายุ่งทุกวัน ตอนเที่ยงยังไม่มีเวลากลับมากินข้าว ก็ให้คนทำอาหารส่งไปที่ทำการทุกวัน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยุ่งกับงาน ลู่เจียวเองก็ยุ่งกับการปรุงยาให้เซี่ยอวิ๋นจิ่น ยุ่งกับการเพาะเลี้ยงเมล็ดพันธุ์ข้าวเจ้ากับข้าวสาลี ยุ่งกับการออกแบบสินค้าใหม่ให้ร้านขนส่งสินค้าเหนือใต้ แต่แบบที่มอบไปให้นั้นเป็นแค่ความคิดพื้นฐาน จากนั้นให้หันถงไปหาคนมาทำต่อ ไม่ใช่งานที่นางต้องเปลืองแรงทำ
เวลาพริบตาก็ผ่านไปหนึ่งเดือน ในที่สุดคดีฆ่าคนของคุณชายหวางหมิงเหรินตระกูลหวางทงพั่นก็ตัดสินโทษ หวางหมิงเหรินโดนคดีฆ่าคนไปสิบคดี ตายไปสิบสามคน โทษประหารทันที
ตระกูลหวางถูกกวาดล้างยึดทรัพย์ ผู้ชายในตระกูลคนสำคัญโทษประหาร ที่เหลือเนรเทศ ผู้หญิงคนสำคัญโบยสามสิบ หากยังมีชีวิตรอดก็ให้เนรเทศต่อ หากตายไปก็ถือว่าชีวิตจบสิ้นแค่นี้ หญิงที่เหลือถูกเนรเทศเช่นกัน
วันสำเร็จโทษ ชาวเมืองหนิงโจววิ่งมาดูกันอย่างครึกครื้น
คนจวนตระกูลเซี่ยรู้เรื่องนี้ แต่ละคนคุยกันครึกครื้น ลู่เจียวย่อมรู้เรื่องนี้ เห็นทุกคนอยากจะไปดูกัน ก็อนุญาตผ่านไปทางพ่อบ้านเซียว “วันนี้ให้ทุกคนหยุดครึ่งวัน ตอนเย็นค่อยกลับมาประจำงานตน”
พ่อบ้านเซียวรับคำไปจัดการเรื่องนี้ แต่คนอายุมากไม่ได้คิดไปชม มีเพียงพวกอายุน้อยที่สนใจอยากไปชมความครึกครื้น
ลู่เจียวยุ่งมาหนึ่งเดือนก็คิดออกไปเดินเล่นผ่อนคลายบ้าง จึงได้พาหร่วนจู๋ ติงเซียง ซานฉาและตู้เจวียนไปชมความครึกครื้น
ติงเซียง ซานฉาและตู้เจวียนสามคนได้รับการอบรมมาไม่เลวแล้ว สาวใช้ทั้งสามได้รับคำเตือนจากเฝิงจือมาแล้ว ก็ย่อมไม่มีความคิดหมายปองใต้เท้าตน
ส่วนเฝิงจือ เพราะกำหนดวันหมั้นหมายกับหันถงแล้ว ดังนั้นระยะนี้จึงอยู่แต่บ้านปักชุดแต่งงาน ไม่ได้ออกไป
ลู่เจียวพาสาวใช้ออกไปนอกเมืองหนิงโจว การประหารวันนี้จัดที่ป่าช้าสุสานนอกเมืองหนิงโจว