ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 613 ซ้ำเติมยามทุกข์ยาก
บทที่ 613 ซ้ำเติมยามทุกข์ยาก
ความจริงแล้ว กลุ่มโจรท้องถิ่นที่ปรากฏตัวในจินชวนเวลานี้ ส่วนใหญ่คือชาวบ้านละแวกใกล้เคียง
ภายใต้การยุยงของเฉินซือเหยีย เหล่าโจรท้องถิ่นจำนวนมากต่างคิดว่าหมู่บ้านซีเหอวานนั้นเต็มไปด้วยเงินและเสบียงอาหาร เมื่อป้อมปราการถูกเผา พวกเขาต่างพากันกรูเข้ามาในหมู่บ้านเพราะเกรงว่าตนจะวิ่งช้าเกินไปจนพลาดโอกาสได้เงิน
สำหรับชาวบ้านซีเหอวานกับกวานเจียวานแล้ว การปล่อยให้โจรท้องถิ่นบุกเข้าหมู่บ้านได้เท่ากับว่าคนทั้งครอบครัวต้องพินาศย่อยยับ
ฉะนั้นก่อนที่คำสั่งของกวนเสี่ยวโหรวจะมาถึง เหล่าผู้กล้าแห่งกองกำลังปราบเสือต่างก็มุ่งหน้าไปที่ทางหน้าหมู่บ้านโดยพลัน
ทั้งสองฝ่ายมาพบกันที่ลานนวดข้าวแล้วก็เข้าห้ำหั่นกันทันที
ทั้งสองฝ่ายต่างก็มิใช่ทหารอาชีพ ถึงกระนั้นการต่อสู้ก็ดุเดือดและรุนแรงตั้งแต่เริ่มต้น
หมอกหนามากจนกองกำลังปราบเสือที่ไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างมืออาชีพ มิอาจตั้งแนวป้องกันที่สมบูรณ์ได้ เหล่าโจรท้องถิ่นจำนวนมากจึงฉวยโอกาสจากความโกลาหลนี้บุกเข้าหมู่บ้าน
สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ก็คือเหล่าหญิงสาวในหมู่บ้าน
พวกนางหลบซ่อนอยู่หลังกำแพงบ้าน หลังกองฟาง เพื่อยิงหน้าไม้ใส่เหล่าโจรท้องถิ่นที่บุกเข้ามา
หลังจากที่ฝึกฝนมาหลายเดือน ฝีมือการยิงของเหล่าคนงานหญิงอยู่ในระดับใช้ได้ โจรที่บุกเข้ามาต่างก็ถูกลูกธนูยิงใส่
ในกรณีที่ยิงไม่โดน พวกนางก็สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่คุ้นเคยหนีเอาชีวิตรอดได้อย่างรวดเร็ว
เหล่าโจรนั้นเพิ่งมาหมู่บ้านซีเหอวานเป็นครั้งแรก หมอกก็หนาจัด ทางก็ไม่คุ้นเคยจึงไล่ตามไม่ทัน
แม้ว่าจะไล่ตามทันก็ถูกคนงานหญิงคนอื่นลอบสังหารอยู่ดี
การต่อสู้เริ่มต้นจากย่ำรุ่ง จนถึงช่วงสายก็ยังดำเนินต่อไป จวบจนหมอกจางหายไปจึงได้สิ้นสุดลง
เพราะว่าโจรท้องถิ่นมีจำนวนน้อยเกินไป บวกกับไม่ชำนาญเส้นทางและพื้นที่ พวกเขาจึงโดนกลุ่มปราบเสือและกลุ่มคนงานหญิงร่วมมือกันต่อสู้จนล่าถอยออกจากหมู่บ้าน
“หัวหน้าหมู่บ้านนำคนไปติดตั้งธนูจ้งหนู่ เครื่องเหวี่ยงหินที่ปากทางเข้าหมู่บ้านและระวังโจรท้องถิ่นจะกลับมาอีก!”
“เสี่ยวอวี้ ตรวจสอบจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตาย และสั่งให้หมอทหารรีบรักษาผู้บาดเจ็บ!”
“ตงตง เรียกคนจากโรงงานมาสองร้อยคนไปช่วยที่ห้องพยาบาล!”
กวานเสี่ยวโหรวสั่งการอย่างใจเย็นและชัดเจน
และหมู่บ้านก็จมดิ่งสู่ความโกลาหลอีกครั้ง
กวานเสี่ยวโหรวพาอาจวี๋ไปที่ห้องพยาบาลเพื่อดูผู้บาดเจ็บ
ห้องพยาบาลได้รับการขยายและสร้างตึกผู้ป่วยแบบก่ออิฐโบกปูน
ขณะนี้ผู้ป่วยนอนเต็มทุกเตียง แม้แต่ในวันที่หนาวเหน็บเว่ยอู๋หยาและกลุ่มหมอหญิงต่างก็ทำงานกันจนเหงื่อท่วม
“พี่สะใภ้ ผู้บาดเจ็บทั้งชายและหญิงถูกส่งมาแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตก็รวบรวมไว้แล้วเช่นกัน ตอนนี้เก็บร่างไว้ที่กระท่อมใกล้ลานนวดข้าวชั่วคราว”
เสี่ยวอวี้เดินเข้าไปรายงานกวานเสี่ยวโหรว
“สูญเสียกองกำลังไปเท่าใด?” กวานเสี่ยวโหรวถาม
“กลุ่มคนงานหญิงเสียชีวิตหกคน กลุ่มปราบเสือสูญเสียไปหนึ่งร้อยยี่สิบสามคน!”
เสี่ยวอวี้ตอบ “แต่เราก็ฆ่าโจรท้องถิ่นไปได้กว่าสองร้อยคนและจับเป็นได้อีกกว่าร้อยคน”
“สูญเสียมากขนาดนี้เลยหรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวเกิดความหวั่นไหวในใจ
นางรู้ว่าจะต้องมีคนตายอย่างแน่นอน แต่ไม่คิดว่าจะมีคนตายมากมายขนาดนี้
“พี่สะใภ้ การทำสงครามย่อมต้องมีคนตาย นี่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
เสี่ยวอวี้ชี้ไปทางห้องพยาบาล “ปัญหาคือครั้งนี้กลุ่มปราบเสือบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ที่ยังสามารถออกรบได้เหลือไม่ถึงครึ่งกองร้อย…”
กลุ่มโจรที่มารุกรานซีเหอวานมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เป็นโจรในสังกัดของเฉินซือเหยีย ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน
ชาวบ้านธรรมดา ใครเล่าจะกล้าฆ่าคนได้โดยง่าย
แม้จะกล้าก็ไม่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษจึงพลาดที่จะสังหารให้ตายได้ในครั้งเดียว
ดังนั้นเมื่ออยู่ในสนามรบ ทั้งสองฝ่ายจึงมักใช้มีดทำครัว หรืออาวุธอื่น ๆ ฟาดฟันกันแบบมั่วซั่ว
กลุ่มปราบเสือและโจรท้องถิ่นที่เสียชีวิต ส่วนใหญ่เกิดจากบาดแผลมากมายจนเสียเลือดตาย
ในทางตรงกันข้าม คนงานหญิงที่ยิงหน้าไม้ได้ทำการโจมตีโดยเล็งไปที่จุดสำคัญของพวกโจร และผู้ที่ถูกยิงส่วนใหญ่จะสิ้นใจทันที
วิธีการต่อสู้แบบนี้ส่งผลให้กลุ่มปราบเสือได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนา ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใช้ไม้เท้าค้ำยันร่างกายก็พาตัวเองเข้ามา
ชายหนุ่มคนนี้คือเหล่าฝาน หนึ่งในสองหัวหน้ากองร้อยที่ยังคงอยู่ในหมู่บ้าน
ขณะที่หัวหน้ากองร้อยอีกคนหนึ่งอยู่ที่ป้อมปราการหมายเลขสองและถูกไฟคลอกตายไปแล้ว
ในเวลานี้เสื้อผ้าและไม้เท้าของเหล่าฝานยังคงเปื้อนไปด้วยคราบเลือด เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้เขาก็ได้ออกไปสู้รบที่แนวหน้ามา
“หัวหน้ากองร้อยฝานมาแล้วหรือ!”
กวานเสี่ยวโหรวให้อาจวี๋นำเก้าอี้มาให้เหล่าฝานนั่ง
“ขอบคุณฮูหยิน!” หัวหน้ากองร้อยฝานเหนื่อยมาพอสมควรจึงไม่เกรงใจ
“ตอนนี้ผู้คุ้มกันภัยเป็นอย่างไรบ้าง?” กวานเสี่ยวโหรวถาม
“ผู้ที่รอดชีวิตอยู่ที่นี่ทั้งหมดแล้ว”
หัวหน้ากองร้อยฝานถอนหายใจ ก่อนจะชี้ไปทางหอผู้ป่วย
พวกโจรทำการลอบโจมตี กลุ่มผู้คุ้มกันภัยกะกลางคืนจึงเป็นกลุ่มแรกที่เข้าปะทะและบาดเจ็บล้มตายมากที่สุด
หัวหน้ากองร้อยถงถูกเผาทั้งเป็นในป้อมปราการ ส่วนผู้คุ้มกันภัยที่เหลือตายไปถึงเจ็ดในสิบส่วน อีกสามส่วนที่เหลือที่รอดชีวิตมาได้ก็ล้วนบาดเจ็บทั้งสิ้นจึงถูกส่งมารักษาตัวที่นี่
หัวหน้ากองร้อยฝานมาที่นี่เพื่อเยี่ยมผู้คุ้มกันภัยที่บาดเจ็บ
“ผู้คุ้มกันภัยกะกลางวันบาดเจ็บล้มตายมากหรือไม่?” กวานเสี่ยวโหรวถาม
หัวหน้ากองร้อยฝานส่ายศีรษะก่อนจะถอนหายใจ “ที่ยังสามารถต่อสู้ได้มีเพียงสี่ในสิบส่วนเท่านั้น”
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้?” กวานเสี่ยวโหรวขมวดคิ้ว
ผู้คุ้มกันภัยกะกลางคืนถูกลอบโจมตีจนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากนางเข้าใจได้ แต่ผู้คุ้มกันภัยกะกลางวันพักอยู่ในหอพัก เหตุใดจึงบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากเช่นกัน
“หมอกในวันนี้หนามาก พวกเราตั้งกระบวนรบก็จริงแต่ไม่สามารถมองเห็นศัตรูได้เลย”
หัวหน้ากองร้อยฝานกล่าวอย่างสิ้นหวัง “ข้าช่วยอะไรไม่ได้จึงได้แต่ให้ทุกคนแยกย้ายกัน”
เมื่อกวานเสี่ยวโหรวได้ยินเช่นนี้ก็เข้าใจ
ประสิทธิภาพของผู้คุ้มกันภัยจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อพวกเขาร่วมมือกัน
หากพวกเขากระจายตัวออกจากกัน ผู้คุ้มกันภัยก็ไม่ได้เก่งไปกว่าคนธรรมดามากนัก ยามที่ถูกโจรรายล้อมก็จะต่อสู้ด้วยสองมือเท่านั้น
กวานเสี่ยวโหรวกำลังจะพูด แต่ผู้คุ้มกันหญิงคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน “ฮูหยิน หัวหน้า ไกว่จือโกวส่งข่าวมาว่า มีโจรกว่าพันคนกำลังมุ่งหน้ามาทางหมู่บ้านเรา!”
“พันคน?”
กวานเสี่ยวโหรวหมัดกำแน่นจนข้อนิ้วซีด
ยามนี้ โจรที่รวมตัวกันหน้าหมู่บ้านก็มีไม่น้อยและยังมีโจรกลุ่มอื่น ๆ ทยอยมาสมทบเป็นครั้งคราว
ส่วนกลุ่มปราบเสือและผู้คุ้มกันภัยก็บาดเจ็บล้มตายไปเกินครึ่ง ป้อมปราการที่ปากทางเข้าหมู่บ้านก็ถูกทำลาย
ที่สำคัญที่สุดคือวันนี้ฟ้ายังมืดครึ้ม ตอนนี้เป็นยามอู่ แต่ในหุบเขากลับเริ่มมีหมอกลงแล้ว คืนนี้หมอกคงจะหนาแน่นเป็นแน่
หากมีโจรกว่าพันคนบุกเข้ามาอีก ซีเหอวานอาจจะต้านทานไม่ไหว
กวานเสี่ยวโหรวกัดริมฝีปากแน่นและบังคับตัวเองให้สงบลง นางพยายามคิดหาวิธีรับมือ
แต่ยามนี้ซีเหอวานกลายเป็นของมีค่าในสายตาของโจรท้องถิ่นไปแล้ว กวานเสี่ยวโหรวก็มิได้มีไหวพริบและพรสวรรค์อย่างจางเหลียง ในเวลาอันสั้นนางจะคิดหาวิธีดี ๆ ได้อย่างไร
นางทำได้เพียงเรียกถังตงตงให้ช่วยระดมคนงานหญิงมาเติมเต็มช่องโหว่ของกลุ่มล่าเสือและผู้คุ้มกันภัย
ไม่นาน ข่าวที่ว่าจะมีโจรจำนวนมากบุกเข้ามาก็แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน บรรยากาศทั้งหมู่บ้านเต็มไปด้วยความตึงเครียดราวกับพายุฝนกำลังจะมาเยือน
หลังจากที่กวานเสี่ยวโหรววางแผนเสร็จก็ขึ้นไปบนเนินเขาที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน
เหล่าโจรที่หนาแน่นอยู่ด้านนอกหมู่บ้านช่างน่ากังวลใจ
จั่วเฟยเฟยที่ประจำอยู่ที่เขาเถี่ยกว้านซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายสิบลี้ก็มีสีหน้าไม่ต่างจากกวานเสี่ยวโหรว
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เขาเถี่ยกว้านก็เผชิญการโจมตีจากพวกโจรหลายครั้ง แต่ก็ถูกผู้คุ้มกันภัยและคนงานหญิงร่วมมือกันต่อสู้จนพวกโจรล่าถอย
เหตุผลที่จั่วเฟยเฟยมีสีหน้ากังวล ไม่ใช่เพราะเขาเถี่ยกว้านตกอยู่ในอันตราย แต่เป็นเพราะเมื่อครู่นางได้รับข่าวว่ามีโจรจำนวนมากปรากฏตัวบริเวณใกล้เคียงกับไกว่จือโกว
สถานการณ์และการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเมื่อคืนที่ผ่านมา จั่วเฟยเฟยก็ได้ยินมาแล้ว
หากปล่อยให้โจรจากไกว่จือโกวเข้ามาถึงซีเหอวาน ผลลัพธ์จะร้ายแรงขนาดไหนนางรู้ดี
แม้ว่าเขาเถี่ยกว้านจะไม่ใช่เส้นทางหลักที่โจรจะต้องผ่าน แต่ก็ตั้งอยู่ระหว่างไกว่จือโกวกับซีเหอวาน
“ควรหยุดยั้งพวกโจรเหล่านี้เอาไว้หรือไม่?”