ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 494 การปรากฏตัวของชายชุดดำ
บทที่ 494 การปรากฏตัวของชายชุดดำ
ยีเชาเอง ก็อดไม่ได้ที่จะขำในใจ พร้อมกับส่ายหัวไปมา
เฉินเกอคนนี้ แค่สองสามแก้วก็คงไม่ไหวแล้วแหละ
เพื่อนของเขาคนนี้ ที่บ้านนั้น เปิดโรงงานเหล้า และเขากับพ่อของเขานั้น มีจุดเด่นที่คือ ร่างกายภายในมีเอนไซน์ที่สามารถกำจัดแอลกอฮอล์ได้จำนวนมาก
ซึ่งเขาเองก็ได้เห็นมากับตา ขนาดเหล้าที่มีดีกรีสูง ๆ เพื่อนเขาคนนี้ยังต้องดื่มถึงเจ็ดขวดจึงจะเมา เจ็ดขวดเลยนะ
ดังนั้น แค่เพื่อนของเขาคนนี้ ก็สามารถทำให้กระเพาะของเฉินเกอดื่มจนเป็นแผลได้แล้ว เขาคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก
จากนั้น ทุกคนต่างก็ถึงทีของตนที่ต้องยกแก้ว และแต่ละแก้ว เหล้าก็ต้องเต็มแก้วด้วย
แค่พริบตาเดียว เฉินเกอกับเพื่อนคนนี้ของเขานั้น ก็ดื่มไปแล้วคนละสามขวด
สีหน้าเพื่อนของยีเชานั้น ซีดอย่างกับไก่ต้ม แต่ว่าเขายังคงมีสติอยู่ ดูเหมือนว่า ถ้าเอามาอีกสามขวดก็คงไม่มีปัญหาอะไร
แต่ว่าฉากนี้ กลับทำให้ยู่จินเฟยและเพื่อนผู้หญิงคนอื่น ๆ ตกใจแย่แล้ว
ที่ดื่มกันไปนั้น มันก็ไม่น้อยแล้ว
ยู่จินเฟยมองไปที่เฉินเกอ กลับพบว่า เขาดูมีอาการปกติมาก สีหน้าแทบไม่มีเปลี่ยนสี
“เฉินเกอเพื่อน นายดื่มเก่งมากจริง ๆ ในเมื่อเป็นอย่างนี้ เอามาอีกสามขวด นายกล้าไหม”
ในขณะเดียวกันนั้นยีเชาก็รู้สึกแปลก ๆ ใจ และก็ไม่อยากจะยอมเฉินเกอสักเท่าไร
“ไม่มีปัญหา แต่ว่า พวกนายที่เหลือก็ต้องดื่มเป็นเพื่อนกันด้วยนะ ฉันกับเพื่อนนายคนนี้ดื่มไปแล้วคนละสามขวด พวกนายเองก็น่าจะเริ่มดื่มได้แล้วนะ”
เฉินเกอพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มอ่อน ๆ
“ได้ หากเพื่อนเฉินเกอยอมที่จะดื่มต่อไป งั้นพวกเราทุกคน ก็จะสละชีวิตดื่มเป็นเพื่อนท่านชายแล้วครับ”
ยีเชาก็ได้กระซิบถามกับคนคนนั้นว่า “ไม่เป็นอะไรใช่ไหมเทาจื่อ”
“ไม่……ไม่เป็นไร”
ลูกชายเจ้าของโรงงานเหล้าอย่างเทาจื่อ โบกมือบอก
พูดแล้ว ผู้ชายที่เหลือก็พากันเริ่มดื่ม อีกรอบใหม่
ส่วนยู่จินเฟยนั้น ยิ่งมองพวกเขาด้วยอาการตกใจ
และภายในวงนั้น มีเทาจื่อและเฉินเกอเท่านั้นที่ดื่มเท่า ๆ กัน
ยีเชาและอีกสองคนที่เหลือนั้น ดื่มแค่ทีละครึ่งแก้วเท่านั้น
แค่ชั่วพริบตา เฉินเกอและเทาจื่อก็ดื่มกันหมดไปคนละสามขวดแล้ว
ส่วนยีเชาและคนอื่น ๆ เพิ่งจะดื่มไปแค่คนละครึ่งขวดเอง
ผู้ชายทั้งวง นอกจากเทาจื่อและยีเชาที่พอจะดื่มได้หน่อย ส่วนอีกสามคนนั้น นอนสลบไปนานแล้ว
“พี่เทา นายนี่ดื่มเก่งจริง ๆ เอามาอีกสามขวด นายกล้าไหม”
ในเวลานี้ เฉินเกอเห็นเทาจื่อนั้น มีสีหน้าที่เริ่มเหลือง และยีเชาที่มีสีหน้าที่ซีดขาว แล้วจึงได้ถามขึ้น
“ยังจะดื่มอีกหรอ พวกนายดื่มไปคนละหกขวดแล้วนะ”
ยู่จินเฟยลุกขึ้นพูด
“ดื่ม ต้องดื่ม เทาจื่อดื่มกับเขา อั่ว!”
ในขณะที่ยีเชายังพูดไม่จบ ก็ได้วิ่งออกไปอ้วกข้างนอก
ยีเชาเอง ก็คิดไม่ถึงว่า เฉินเกอคนนี้จะดื่มเหล้าได้เก่งขนาดนี้
เมื่อถึงห้องน้ำ เขาก็รู้สึกว่ามีอาการโลกหมุน
รู้สึกว่าทรมานข้างในท้องมาก
พออ้วกจนหมดใส้แล้ว ก็มีเลือดผสมออกมาด้วย
แต่ว่า อยู่ในอาการมึนเมานั้น ใครจะสนใจล่ะว่า มีเลือดออกมาด้วย
เมื่อหลังจากที่อ้วกไปสักพัก ยีเชาก็ได้เดินกลับไปยังห้องอาหารของตัวเอง
“ว้าย!”
ในเวลานี้ ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดออกมาจากห้องอาหาร
เมื่อยีเชาเปิดประตูเข้าไป
ก็เห็นว่าเทาจื่อนั้นนอนอยู่ที่พื้นแล้ว และบริเวณปากมีเลือดพ่นออกมา ตาทั้งสองข้างค้างเหลือกอยู่
“เร็ว รีบเรียกรถพยาบาล เร็ว”
ยีเชาพูดขึ้น ด้วยอาการตะลึงและตาค้าง
แล้วรถพยาบาลก็วิ่งเข้ามายังที่เกิดเหตุ
เมื่อเคลียร์ทุกอย่างเสร็จแล้ว ยู่จินเฟยและเฉินเกอก็พากันเดินกลับไปยังของตัวเอง
“นาย……ไม่เป็นไรเลยสักนิดหรอ”
เมื่อเห็นสีหน้าของเฉินเกอดูปกติมาก ๆ ยู่จินเฟยจึงถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
“ไม่นะ เดี๋ยวฉันจะบอกความลับกับเธอ ตั้งแต่เกิดมาแล้วฉันมีภูมิป้องกันแอลกอฮอล์ที่ดีมาก ไม่ว่าจะดื่มไปเท่าไร ก็ฉี่ออกมาหมด”
เฉินเกอพูดพร้อมกับยิ้ม
“ดูไม่ออกเลยนะ นายเริ่มจะดูไม่ซื่อแล้วสิ”
ยู่จินเฟยอดไม่ได้ที่จะตวัดหางตามองเฉินเกอ
และในเวลานี้ ยู่จินเฟยก็ได้รับโทรศัพท์จากสายหนึ่ง
เมื่อเธอกดรับสาย เธอได้แค่พูด อืม ๆ อะฮะ ๆ สองสามคำ แล้วก็วางสายไป
ขณะนี้ สีหน้าของเธอเริ่มดูเป็นกังวล
“แม่ฉันกลับมาจากต่างประเทศแล้ว และแม่รู้แล้วว่า ฉันปิดบังเรื่องที่แอบแต่งงาน”
ยู่จินเฟยขมวดคิ้วเป็นกังวล
“ช่างเถอะ แม่จะทำอย่างไรก็ทำไปเถอะ”
ตอนนั้นเอง ยู่จินเฟยก็ขับรถมาถึงยังบ้านพอดี
“เขาคือเฉินเกอหรอ เขาถือดีอะไร ถึงได้เข้ามาอยู่ในตระกูลของเรา”
และเมื่อหลังจากที่กลับถึงบ้านแล้ว ก็เห็นผู้หญิงวัยกลางคน แต่งตัวดูดีที่นั่งดูโซฟานั้น ได้ลุกขึ้น แล้วพูดจาเหยียดหยันให้กับเฉินเกอ
ซูหงเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ และเธอเองก็ได้รับรู้ข่าวร้ายนี้
เมื่อหลังจากที่ได้ยินว่า ลูกสาวตัวเองตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายห่วย ๆ คนหนึ่ง ด้วยอารมณ์โมโหชั่ววูบ ซูหงก็เป็นลมสลบล้มไป
และจึงได้รีบกลับจากต่างประเทศโดยด่วน
“เรื่องของหนู แม่ไม่ต้องยุ่ง ไม่ว่าหนูจะเป็นอย่างไร มันก็เป็นเรื่องของหนูค่ะ”
ยู่จินเฟยพูดออกไป อย่างไม่ได้คำนึกถึงความรู้สึกของคนเป็นแม่
“ไม่ให้ฉันยุ่งหรอ แต่ว่านะจินเฟย ไม่ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ มีผู้ชายรวย ๆ ดี ๆ ตั้งมากมายที่ต่างหมายปองจะมาสู่ขอแก ล้วนแล้วแต่ถูกฉันปฏิเสธไปหมด หากแกจะแต่งงานจริง ๆ ฉันไม่ยุ่งก็ได้ และแกก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจความคิดของคนเป็นแม่อย่างฉันด้วย แต่ว่า แกก็ไม่ควรจะแต่งงานกับคนแบบนี้ มันทำให้คนในตระกูลยู่ของเรา ขายหน้าไปด้วยรู้ไหม”
เพ้ง!
เมื่อพูดจบ ซูหงก็ได้ปาถ้วยน้ำชาหนึ่งใบลงพื้น จนแตกกระจาย
ซึ่งปาไปที่เท้าของเฉินเกอ
เฉินเกอยืนฟังอยู่ตรงนั้น โดยที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ
“ยังมีแกอีกจินเซียง เรื่องนี้แกเองเป็นตัวตั้งตัวตี คอยดูว่าฉันจะจัดการกับแกยังไง ในช่วงเวลาที่ฉันไปติดต่อลูกค้าที่อเมริการ พวกแกสองคนพี่น้องจะปฏิวัติแล้วหรอ”
เมื่อพูดใกล้จะจบ ซูหงก็เดินเข้ามายังด้านหน้าของเฉินเกอ
“เปี๊ย!”
แล้วยกมือขึ้น ตบไปที่หน้า “ไม่ดูสารรูปตัวเองเลย ตระกูลยู่มันไม่หมาะกับแก จะบอกให้นะ พวกแกสองคนหย่ากันสะ แก ไสหัวไป อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”
เมื่อพูดจบ ซูหงก็เดินขึ้นห้องไปด้วยอารมณ์ที่โกรธมาก
และในขณะเดินไปนั้น ก็ผลักกระถางดอกไม้คว่ำลงที่พื้นด้วย
เฉินเกอถูกตบหน้าไปหนึ่งครั้ง
ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถหลบได้ แต่ว่า เป็นเพราะคำพูดของซูหงประโยคนั้นเมื่อสักครู่ จึงทำให้เขาคิดตาม และไม่ได้ระวังตัว
ที่จริงแล้ว ซูหงอยู่ที่อเมริกาก็เพื่อจะหาลูกค้า
แต่ตระกูลยู่ไม่ได้ทำธุรกิจนะ จะหาลูกค้าทำไม
อีกอย่าง ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องให้ยายแก่อย่างเธอออกไปหาลูกค้าอะไรนี่
มีอยู่อย่างเดียวที่น่าจะเป็นไปได้ นั่นก็คือ โสมพันปี
ซึ่งเว่ยชิงชูได้พูดไว้ว่า ตอนนี้ตระกูลยู่กำลังหาลูกค้า และก็ไม่รู้ว่าจะขายอะไรให้ใคร
ขายส่งออกนอกประเทศ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
อย่างนั้นก็แสดงว่า โสมพันปี ตอนนี้อยู่ในมือของซูหงหรอ
เป็นเพราะว่าเฉินเกอกำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่ จึงทำให้ตัวเองไม่มีสมาธิ
“แม่ฉันตบนายไปหนึ่งครั้ง เรื่องนี้ หลังจากหนึ่งปีที่สัญญาหมดลง เดี๋ยวฉันจะจ่ายค่าชดเชยเพิ่มให้นายอีกหนึ่งแสนนะ”
เมื่อกลับถึงห้อง เห็นเฉินเกอดูมีอาการเหม่อลอย ยู่จินเฟยเลยได้พูดขึ้น
“เธอคิดว่า เงินมันช่วยแก้ปัญหาได้ทุกอย่างหรอ”
เฉินได้ถามขึ้นอย่างทันใด
“แล้วไม่ใช่หรอ เฮอะ ๆ นายตอบตกลงฉัน ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเงินหรอกหเหรอ”
ยู่จินเฟยอดไม่ได้ที่จะพูดด้วยอาการดูถูก
ฉินเกอเงียบ ไม้ได้ตอบกลับแต่อย่างใด
และก็ได้เดินออกไปล้างหน้าที่ห้องน้ำด้านนอก
“อะไรกัน”
ในขณะที่กำลังล้างหน้าอยู่นั้น ก็มีเงาดำ ๆ ปรากฏขึ้น และเงานั้นก็อยู่ด้านนอกของหน้าต่าง เคลื่อนที่ไวมาก
แต่ว่า การสัมผัสรับรู้ของเฉินเกอตอนนี้นั้น พัฒนาขึ้นมามาก
มีคน!
เฉินเกอเช็ดหน้าเสร็จ ก็ไม่ได้ตามออกไปทางประตู แต่เขาได้กระโดดตามออกไปจากทางหน้าต่างของห้องน้ำ
ตามเงาดำนั้นไปตลอดทาง
การเคลื่อนไหวของเงาดำนั้นเร็วมาก และฝีมือเหนือกว่าเฉินเกออยู่เยอะ
เพราะว่า ไม่ว่าตัวเองจะเร่งความเร็วตามไปแค่ไหน เขาก็อยู่แค่ในระยะห่างที่ปลอดภัยจากตัวเอง
พูดถึงระยะห่างที่ปลอดภัยจากตัวเอง
คือ ระยะที่ตัวเองสามารถปล่อยอาวุธลับทำร้ายฝ่ายตรงข้ามได้
เมื่อวิ่งตามมาถึงยัง สระน้ำรอบเมืองแล้ว เงาดำนั้นก็ได้หยุดลง
เฉินเกอที่ตามมานั้น อาศัยแสงจากดวงจันทร์ จึงสามารถมองเห็นชัดว่า
เป็นเพียงคนคนหนึ่งที่ใช่ชุดคลุมขนาดยาว แต่งตัวมิดชิดปิดด้วยสีดำ เหลือไว้เพียงแค่บริเวณดวงตาเท่านั้น
“นาย……นายเป็นใคร”
เฉินเกอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แล้วถามขึ้น