ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2852 ไม่มีทางสูยเสียตัวตน
“เจ้าสามารถใช้ยาช่วยให้ตั้วไม่ขี้เกียจและง่วงนอนขนาดนั้น ทั้งยังสามารถระงับนิสัยเดิมของเขาได้! เช่นนั้นข้าล่ะ หากเจ้าสามารถช่วยข้าได้ ข้าก็จะให้เจ้าเปิดหอหมอปีศาจ และสนับสนุนหอหมอปีศาจโดยไม่รับเงื่อนไขใดๆ ดีหรือไม่” เอ้ากล่าว
ปัญหาของอาการง่วงนอนสามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้ยา แต่มู่เฉียนซีไม่กล้ารับประกันว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาของคนที่มีนิสัยหยิ่งผยองได้
ผลกระทบของบาปดั้งเดิมนั้นฝังรากลึกลงไปในกระดูกและจิตวิญญาณ ซึ่งยากที่จะแยกออกไปได้
“เช่นนั้นก็ให้ข้าดูนิสัยที่แท้จริงของท่านก่อน ได้หรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าว
ภายในชั่วพริบตา มู่เฉียนซีก็ค้นพบว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้เหมือนจะเปลี่ยนจนกลายเป็นคนละคนแล้วก็มิปาน
สายตาที่เขามองมาที่นางนั้นเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม และเย่อหยิ่ง นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่าจะไม่เห็นสิ่งใดในโลกอยู่ในสายตาอีกด้วย
เขาเอ่ยปากว่า “ข้าคิดว่าเจ้าคงทำมันไม่ได้หรอก หากทำไม่ได้ก็อย่าดิ้นรนอีกเลย แดนปีศาจไม่ใช่สถานที่ที่คนอ่อนแออย่างเจ้าจะอยู่ได้ ตอนนี้เจ้าไสหัวออกไปได้แล้ว”
“คนไร้ความสามารถ อยู่ต่อหน้าข้าเช่นนี้ มันจะรกหูรกตาเกินไปแล้ว”
มันช่างแตกต่างจากท่าทางที่ทั้งถ่อมตนและอ่อนโยนก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง คำพูดของเขานั้นทำร้ายจิตใจ และยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลแล้วอีกด้วย
ซึ่งนั่นก็คือความหยิ่งผยองที่ฝังอยู่ในกระดูกดำของเขา ที่คิดว่าทุกคนล้วนด้อยกว่าตนเอง และหยิ่งยโสมากถึงขนาดมองไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ
เอ้าอยากที่จะพูดต่อ แต่ทว่ามู่เฉียนซีกลับรู้สึกทนไม่ไหวอีกแล้ว หลังจากนั้นนางจึงฝังเข็มลงไปบนแขนของเขาโดยตรง
นางกล่าวว่า “ท่านหุบปากเสียเถอะ!”
เอ้าในเวลานี้ไม่สามารถส่งเสียงใด ๆ ออกมาได้อีกแล้ว แม้ว่าเขาจะพูดจาดูถูกดูแคลนไม่ได้ แต่ดวงตาของเขาก็ได้พูดทุกอย่างออกมาอย่างชัดเจนแล้วเช่นกัน
“บาปดั้งเดิมแห่งความหยิ่งผยอง ช่างแข็งแกร่งจริง ๆ!”
ดวงตาที่หยิ่งผยองนั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีด้วยความรู้สึกผิด และดูเหมือนกับว่ากำลังเสียใจกับอะไรบางอย่าง
แววตาเช่นนี้ มันช่างเหลือทนจริง ๆ ซึ่งมันก็มีความรู้สึกผิดที่รังแกคนอื่นไปอย่างอธิบายไม่ได้
ฉึก!
มู่เฉียนซีฝังเข็มให้เขาเล่มหนึ่ง ในที่สุดเขาก็สามารถพูดได้แล้ว
เขากล่าวว่า “แม่นางมู่ เมื่อครู่นี้ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ข้ารู้ว่ามันมากเกินไป…”
“หยุด! เงียบไปเถอะ นี่ไม่ใช่ความคิดจริง ๆ ของท่าน ความคิดของท่านคือคำพูดที่ท่านพูดกับข้าไปเมื่อก่อนหน้านี้ ข้าควรจะยอมรับมันมิใช่หรือ?” มู่เฉียนซีกล่าวกับเอ้า
คนที่หยิ่งผยองขนาดนี้! หากไม่ใช่เพราะมีความสามารถที่แข็งแกร่งพอ จะต้องถูกคนทุบตีจนตายไม่ก็พิการเป็นแน่
และเอ้าที่ขี้เกียจขอโทษนางอีกต่อไป จึงกล่าวว่า “สถานการณ์ของข้า แม่นางมู่พอจะมีหนทางบ้างหรือไม่ หากว่าไม่มีหนทางก็คงจะช่วยไม่ได้ แต่ข้าก็ยินดีที่จะให้แม่นางมู่จะอยู่ในเมืองแห่งความเย่อหยิ่งของข้าอีกสักสองสามวัน”
“ตกลง! ขอบคุณสำหรับการต้อนรับของท่านเป็นอย่างมาก” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
นางไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อย่างง่ายดายขนาดนั้น แม้ว่าเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเย่อหยิ่งจะเป็นผู้ที่จัดการได้ยากมากก็ตาม
เอ้านั้นสบายกว่าตั้วมากมายนัก แม้ว่าตั้วจะส่งงานบางอย่างกลับมาให้เขาจัดการด้วยตนเอง แต่ก็ใช้เวลาไม่มากเท่าไรนัก
เขามักจะปลูกดอกไม้ใบหญ้าและลูบไล้พวกมันอย่างอ่อนโยนทุกวัน แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอแต่ก็เกิดออกมาด้วยความรัก และไม่ถูกดูหมิ่นอย่างโหดเหี้ยม เช่นนี้จึงสามารถบรรเทาสถานการณ์ได้บ้าง
“จิ่วเยี่ย มีหนทางอะไรบ้างหรือไม่ คนที่หยิ่งผยองถึงที่สุดคนหนึ่ง ข้าจะต้องรักษาอย่างไร” การจัดการตั้วเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก เพราะแค่ใช้ยาก็ได้แล้ว
แต่ตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่ยาจะสามารถทำอะไรได้ และเมื่อเห็นว่ามู่เฉียนซีเป็นทุกข์เช่นนี้
จิ่วเยี่ยก็กล่าวว่า “แค่จัดการคนผู้นั้นก็ได้แล้ว”
“ข้าอยากจะเป็นสหายกับพวกเขา ไม่ได้อยากเป็นศัตรู ตอนนี้อย่าใช้กำลังในการแก้ไขปัญหาก่อนจะดีกว่า” หากใช้กำลังละก็ นางยอมแพ้ที่จะสร้างหอหมอปีศาจในเมืองแห่งความเย่อหยิ่งนี่เสียยังดีกว่า
“เช่นนั้นก็ต้องเย่อหยิ่งให้มากกว่าเขา เจ้าคือผู้หญิงของข้า มีคุณสมบัติพอที่จะหยิ่งผยองได้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเจ้าเมืองของเมืองหลักทั้งเจ็ดแห่งแดนปีศาจ แต่แดนนรกก็เช่นกัน” จิ่วเยี่ยกล่าว
“พิษต้องสู้ด้วยพิษอย่างนั้นหรือ ข้าจะลองดูก็แล้วกัน” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เอ้าไม่ได้มีงานทำจนไม่ยอมหยุดพักผ่อนเหมือนตั้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถระงับมันเอาไว้ได้นานเท่าไรนัก และทันทีที่เห็นมู่เฉียนซีเขาก็แสดงท่าทางที่หยิ่งผยองมากออกมาทันที
“เจ้าควรจะออกไปจากที่นี่ได้แล้ว” เขากล่าว
“ได้ยินมาว่านักปรุงยาในแดนปีศาจของพวกท่านมีฐานะที่สูงส่งมาก ฉะนั้นท่านเจ้าเมืองควรจะมีมารยาทกับข้าสิ! นักปรุงยาที่เหมือนกับข้าเช่นนี้ ข้ากล้ารับประกันเลยว่าทั่วทั้งแดนปีศาจไม่มีใครสู้ข้าได้แน่นอน ท่านไม่ดูแลข้าให้ดี แล้วยังจะมาไล่ข้าอีก! นี่มันช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
มู่เฉียนซีเคยเห็นนักปรุงยาที่หยิ่งผยองต่อหน้านางมาแล้วมากมาย ดังนั้นท่าทางที่แสดงออกมาเช่นนี้ ทำให้เอ้าถึงกับสำลักไปเลยทีเดียว
“นักปรุงยาที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างนั้นหรือ ต้องเป็นเพียงแค่คำโอ้อวดเท่านั้นแน่นอน เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้าหรืออย่างไร”
“ท่านเป็นใครกัน ก็แค่เจ้าเมืองคนหนึ่งเท่านั้น จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของท่านสิ”
“เมืองของข้า ไม่ชอบคนโกหกที่เอาแต่พูดจาไร้สาระหรอก”
“ตัวท่านเองยังไม่มีความสามารถในการตัดสินใจด้วยตนเองเลย แล้วยังจะกล้าพูดว่าข้าโกหกอีก เจ้าเมืองเช่นท่านไม่ได้เรื่องจริง ๆ!”
“……”
ทั้งสองเริ่มทะเลาะกันด้วยท่าทางที่หยิ่งผยองเป็นอย่างยิ่ง ต่างขัดหูขัดตากัน จนอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด
คนในจวนเจ้าเมืองต่างพากันตกตะลึง คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังสามารถเจอคนที่หยิ่งผยองเหมือนท่านเจ้าเมืองได้อีก ทั้งยังกล้าสู้กับท่านเจ้าเมืองอีกด้วย!
“เหอะ! เจ้าอยากจะพิสูจน์ความสามารถที่แท้จริงของข้าอย่างนั้นหรือ หากว่าเจ้าทำไม่ได้ เจ้าก็เป็นแค่คนโกหกคนหนึ่งเท่านั้น”
“เอาสิ! เช่นนั้นท่านก็เชิญนักปรุงยาในเมืองของท่านมาให้หมด หากไม่ทำให้พวกเขาทรมานจนสงสัยในชีวิตของตนเอง ข้าก็ไม่ใช่คนสกุลมู่แล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยิ่งผยอง
ได้ยินมาาว่าท่านเจ้าเมืองปะทะกับนักปรุงยาวัยเยาว์ที่หยิ่งผยองมากคนหนึ่ง นอกจากนี้ยังบอกว่าความสามารถในการกลั่นยาของตัวเองไม่มีใครในแดนปีศาจเทียบได้อีกด้วย
เจ้าเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง เขาเป็นคนที่มองทุกสิ่งทุกอย่างด้วยท่าทางที่หยิ่งผยอง
มนุษย์น้อยผู้นี้หยิ่งยโสมากถึงขนาดมองไม่เห็นใครอยู่ในสายตาถึงขนาดนี้ ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผนดินต่ำเอาเสียเลย
ท่านเจ้าเมืองได้เชิญพวกเขามาเพื่อแข่งขันกับแม่นางน้อย พร้อมทั้งสั่งสอนบทเรียนให้กับมนุษย์น้อยผู้นี้ และทำให้นางไม่กล้าหยิ่งผยองอีก
พวกเขาตอบรับ และเต็มใจที่จะรับใช้ท่านเจ้าเมืองเป็นอย่างยิ่ง
เอ้าเปลี่ยนกลับมามีท่าทีที่ถ่อมตัวอีกครั้ง เขากล่าวถามว่า “แม่นางมู่นี่คือมาตรการรับมือของเจ้าหรือ ข้าคือผู้แบกรับบาปดั้งเดิมแห่งความเย่อหยิ่ง หากว่าเจ้าต้องการจะสู้กับข้าว่าใครหยิ่งผยองกว่ากัน เกรงว่ามันจะยากลำบากเกินไปนะ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “นักปรุงยาอัจฉริยะจำนวนมากก็เป็นคนหยิ่งผยองมากอยู่แล้ว เพราะมีความสามารถที่น่าภาคภูมิใจ เอ้าท่านแน่ใจได้อย่างไรว่ามันไม่ใช่นิสัยเดิมของข้าน่ะ”
“ข้าไม่เชื่อหรอก!” เอ้าส่ายหน้า
“ดูจากภายในแววตาก็มองออกแล้วว่าเจ้าไม่ใช่! ดังนั้นเจ้าต้องพ่ายแพ้แน่ เปลี่ยนวิธีเถอะ” เอ้ากล่าว
“ไม่มีปัญหา ก็แค่ต้องลองดูมิใช่หรือ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าไม่กลัวว่าจะสูญเสียความเป็นตัวเอง แล้วต้องหยิ่งผยองอยู่ตลอดเวลา จนไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา และอาจจะลืมตำแหน่งของตนเองไป ทั้งยังรู้สึกว่าตนเองเก่งมากอย่างนั้นหรือ” เอ้ากล่าว
“ไม่มีทางหรอก! ข้ามีคนอยู่เป็นเพื่อนข้า คนที่รักข้า สหายของข้า หากมีพวกเขาอยู่ ไม่ว่าตัวข้าจะอยู่ที่ไหน ข้าก็ไม่มีทางสูญเสียความเป็นตัวเอง ท่านกล้าเดิมพันหรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าว
เอ้าผงะไปเล็กน้อย พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มจาง ๆ “ใช่แล้ว! มีศรัทธา มีสหาย แม้ว่าบาปดั้งเดิมจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของข้า ข้าก็ไม่มีทางประนีประนอมให้หรอกนะ”
“เช่นนั้น ก็มาแข่งกันต่อเถอะ! ช่วงนี้ท่านสามารถรักษานิสัยเดิมเอาไว้ได้ตลอด ไม่จะเป็นต้องระงับให้ยากลำบากขนาดนั้นหรอก ท่านโจมตีอะไรมาข้าแค่รับไว้ก็พอแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวท้าทายคนที่หยิ่งผยองผู้นี้ด้วยความมั่นใจเป็นอย่างมาก
“ชิ! เมื่อถึงเวลานั้นอย่าอับอายจนร้องห่มร้องไห้ก็พอ” เขาจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีอย่างหยิ่งผยอง
ได้ยินข่าวมาว่ามีแขกที่แข็งแกร่งมายังเมืองแห่งความเย่อหยิ่งคนหนึ่ง นางเป็นคนที่กล้าเผชิญหน้ากับท่านเจ้าเมือง อีกทั้งยังท้าทายนักปรุงยาระดับต้น ๆ ของเมืองแห่งความเย่อหยิ่งทั้งหมดอีกด้วย
.