ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 120 เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคุณชายแปด
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 120 เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคุณชายแปด
เมื่อมองการแต่งกายของพวกเขา โม่จิ่วเยี่ยก็นึกถึงกลุ่มโจรใหญ่
ที่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมหลิวพูดถึงในวันนี้
“โจรกลุ่มใหญ่ที่ปรากฏตัวในอ าเภอเซียงหยางเมื่อเร็ว ๆ นี้ คง
ไม่ใช่พวกเจ้าหรอกนะ?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ทุกคนต่างเกาศีรษะอย่างละอายใจ
“ไม่ปิดบังคุณชายเก้า พวกเราปล้นคนรวยช่วยคนจนในอ าเภอ
เซียงหยางจริง ๆ”
โม่จิ่วเยี่ยเลิกคิ้ว เป็นสัญญาณให้พวกเขาพูดต่อ
“ตอนที่พวกเรามาถึงที่นี่ใหม่ ๆ ตั้งใจว่าจะรอคุณชายเก้าบน
ถนนหลวงในตอนกลางวัน แล้วตอนกลางคืนก็จะหาโรงเตี๊ยมใน
อ าเภอเซียงหยางพักอาศัย ใครจะรู้ว่าพอมาอยู่ที่นี่ไม่กี่วัน พวกเราก็
ได้ยินว่าในอ าเภอเซียงหยางมีคนรวยไม่กี่ตระกูลที่อาศัยเงินทองใน
มือท าเรื่องเห็นแก่ตัว พวกเราอยู่ที่นี่ไม่รู้ว่าจะท าอะไร จึงคิดจะท าเพื่อ
ชาวบ้านบ้าง จากนั้นก็เกิดเรื่องที่เล่าลือกันไปเช่นนั้นขอรับ”
โม่จิ่วเยี่ยอดข าไม่ได้ “พวกเจ้านี่จริง ๆ เลย ข้าได้ยินมาว่าพ่อค้า
ต่างถิ่นหลายคนกลัวพวกเจ้าจนไม่กล้ามาท าการค้าในอ าเภอเซียง
หยาง ถึงขนาดโรงเตี๊ยมที่ข้าพักอยู่วันนี้จะเปิดกิจการต่อไปไม่ไหว
แล้ว”
เมื่อได้ยินค าพูดนั้น เหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกเหลือเชื่อ
เล็กน้อย
“ไม่จริงกระมังขอรับ? พวกเราก็แค่ขโมยของไปไม่กี่ครั้ง ตอนนี้ก็
ไม่ได้ลงมือมาหลายวันแล้ว ถ้าไม่ใช่วันนี้เป็นเพราะซ่งเชาบอกว่า
นอนไม่หลับ พวกเราก็คงไม่ได้ออกมากัน ทั้งยังไม่คิดเลยว่าการ
ออกมาครั้งนี้จะบังเอิญได้พบกับคุณชายเก้าด้วย”
โม่จิ่วเยี่ยมองท้องฟ้า เขาไล่ตามคนออกมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว
รู้ว่าเฮ่อจือหร่านจะต้องเป็นห่วงตัวเขาแน่ จึงไม่คิดจะอยู่ที่นี่ต่อ
“ข้าพักอยู่โรงเตี๊ยมที่พวกเจ้าเพิ่งผ่านมา พรุ่งนี้เช้าเจ้าหน้าที่จะ
ออกไปซื้อเสบียงบางอย่าง แล้วจะเดินทางต่อ”
เห็นโม่จิ่วเยี่ยมีท่าทีจะจากไป หลี่หมิงรุ่ยก็รีบเอ่ยเตือนเหลียงห่าว
“พวกเรายังมีเรื่องส าคัญมากที่ต้องบอกคุณชายเก้านะ”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้นก็มองเหลียงห่าวทันที่ “พวกเจ้ามีเรื่องอะไร
กันแน่?”
“คุณชายเก้า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคุณชายแปด”
โม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้ว “พวกเจ้าหมายถึงพี่แปดของข้า?”
เหลียงห่าวพยักหน้า “ใช่ขอรับ ตอนที่พวกเราได้ยินว่าสกุลโม่
เกิดเรื่อง ก็นึกได้ว่าหลุมศพของนายท่านผู้เฒ่าและคุณชายแปดยัง
อยู่ที่นั่น พวกเรากลัวว่าราชส านักจะส่งคนมาท าลาย จึงตั้งใจจะไป
ตรวจดูก่อน
แต่เมื่อพวกเรามาถึง กลับพบว่าหลุมศพของคุณชายแปดถูกขุด
เปิดออกไปแล้ว ฝาโลงเปิดอ้า ข้างในว่างเปล่าไม่มีอะไรอยู่เลยขอรับ
พวกเราไปตรวจตราที่นั่นเมื่อสิบวันก่อน ตอนนั้นมันยังอยู่ใน
สภาพดี ดังนั้นข้าจึงสรุปได้ว่า หลุมศพของคุณชายแปดต้องถูกขุด
เปิดไม่เกินสิบวันที่ผ่านมานี้”
ข่าวนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับโม่จิ่วเยี่ยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บิดาและพี่ชายของเขาสละชีวิตไปเพื่อชาติก็ยากจะยอมรับอยู่
แล้ว ตอนนี้หลุมศพของพี่แปดยังถูกขุดเปิดอีก เขาคิดไม่ออกว่าคนที่
ขุดหลุมศพมีจุดประสงค์อะไรกันแน่
“แล้วพวกเจ้าได้สืบสวนเรื่องนี้ต่อหรือไม่?”
เหลียงห่าวพยักหน้า “หลังจากพบว่าหลุมศพของคุณชายแปด
ถูกขุด พวกเราพี่น้องกลับไปตรวจสอบเกือบทุกวัน แต่ไม่พบร่องรอย
อะไรเลย จนกระทั่งพวกเราจากที่นั่นมา หลุมศพของนายท่านผู้เฒ่า
กับคุณชายทั้งเจ็ดคนยังอยู่ในสภาพดี”
โม่จิ่วเยี่ยสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ความทรงจ าเกี่ยวกับพี่แปด
ผุดขึ้นมาในสมอง
พี่แปดโม่ชูหาน ออกศึกพร้อมกับพี่หกและพี่เจ็ดในวันเดียวกัน
ตอนนั้นเขาก าลังน าทัพใหญ่ป้องกันประตูเมืองอีกด้านหนึ่งอยู่
เมื่อศพของพี่ชายทั้งสามถูกน ากลับมา ใบหน้าก็ไม่เหลือสภาพ
เดิมแล้ว สามารถระบุตัวตนของพวกเขาได้จากเครื่องแต่งกายที่สวม
อยู่เท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยตอนนั้นรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างแสนสาหัส อีกทั้งยังมี
สงครามครั้งใหม่ที่ต้องเผชิญหน้า จึงจัดการฝังศพพี่ชายหลายคน
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
หากเขาจ าไม่ผิด ตอนที่จัดการศพพี่แปด ขาของพี่แปดยังมี
เลือดไหลอยู่ พาลให้เขาคิดไปชั่วขณะว่าพี่แปดยังไม่ตาย
อย่างไรก็ตาม หลังจากการสรุปของหมอทหารหลายคน ล้วน
ยืนยันว่าพี่แปดเสียชีวิตแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงเลิกสงสัยไป
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขาจึงถามเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ว่า “พวกเจ้า
เห็นคราบเลือดในโลงศพของพี่แปดหรือไม่?”
เหลียงห่าวส่ายหัว “ไม่มีเลยขอรับ ข้างในโลงศพของคุณชาย
แปดสะอาดมาก ตอนนั้นข้ายังคิดเลยว่าคุณชายแปดถูกฝังมาหลาย
ปีแล้ว ท าไมในโลงศพถึงไม่มีแม้แต่เศษผ้าที่เน่าเปื่อยหลงเหลืออยู่
เลย?”
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าในใจมีข้อสงสัยมากมายผุดขึ้นมา
ตามที่เหลียงห่าวบอก โลงศพนั้นไม่น่าจะเป็นโลงศพที่ใช้บรรจุ
ศพพี่แปด
อีกอย่าง ท าไมคนที่ขุดหลุมศพถึงขุดแค่หลุมศพของพี่แปดไป?
คนที่ขุดหลุมศพน าพี่แปดและโลงศพเดิมของเขาไป มี
จุดประสงค์อะไรกันแน่?
ค าถามมากมายผุดขึ้นในสมองของโม่จิ่วเยี่ย จนท าให้เขา
หายใจไม่ออก
โม่จิ่วเยี่ยตัดสินใจแล้ว เมื่อเขาไปถึงซีเป่ย หลังจากจัดการให้ทุก
คนตั้งรกรากเรียบร้อย เขาตั้งใจจะไปสืบสวนเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
เขาเงยหน้ามองทุกคนแล้วพูดว่า “ดึกมากแล้ว พวกเจ้ารีบ
กลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยดูสถานการณ์แล้วตามมาก็ได้”
พวกเหลียงห่าวไม่รู้ว่าท าไมคุณชายเก้าถึงรีบร้อนไล่พวกเขา
กลับ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก
“ขอรับ พรุ่งนี้พวกเราจะรอคุณชายเก้าอยู่นอกประตูเมืองขอรับ”
โม่จิ่วเยี่ยตอบรับเบา ๆ แล้วใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไป ไม่นาน
เงาร่างของเขาก็หายลับจากสายตาของทุกคน
ในโรงเตี๊ยม
เฮ่อจือหร่านคิดว่าคงเป็นคนของหนานรุ่ยปรากฏตัวออกมา โม่
จิ่วเยี่ยถึงได้ไล่ตามออกไป
เมื่อเห็นเขาออกไปนานแบบนี้ยังไม่กลับมา เฮ่อจือหร่านเป็นห่วง
ว่าเขาอาจจะตกอยู่ในอันตราย จึงตัดสินใจออกไปตามหา
แต่พอผลักประตูห้องออกไป ก็ชนเข้ากับโม่จิ่วเยี่ยที่รีบร้อน
กลับมาเต็มเปา
โม่จิ่วเยี่ยยื่นมือออกไปโอบคนเข้ามาในอ้อมกอด แล้วพูดเสียง
นุ่มนวลว่า “เจ้าระวังหน่อย”
เฮ่อจือหร่านดึงคนเข้ามาในห้องทันที่
“ท่านไปไหนมา? หนานรุ่ยส่งคนมาใช่หรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยกดเฮ่อจือหร่านให้นั่งลงบนเก้าอี้ พร้อมกับลูบหัวนาง
เบา ๆ
“ไม่ใช่ คนที่มาเป็นคนของพวกเราเอง…”
จากนั้นโม่จิ่วเยี่ยก็เล่าเรื่องเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ซึ่งมาปรากฏ
ตัวที่อ าเภอเซียงหยางให้เฮ่อจือหร่านฟังอย่างละเอียด
หลังจากฟังแล้ว เฮ่อจือหร่านก็สงสัยเช่นเดียวกับโม่จิ่วเยี่ย
ทว่าน่าเสียดาย ตอนที่นางเคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ ไม่เคย
ได้พบบันทึกเกี่ยวกับคนอื่น ๆ ในสกุลโม่มากนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากโม่จิ่วเยี่ยเสียชีวิตไประหว่างการ
เนรเทศ ในหนังสือประวัติศาสตร์ก็ไม่ได้กล่าวถึงใครที่เกี่ยวข้องกับ
สกุลโม่อีกเลย
ดังนั้น นางจึงไม่สามารถตัดสินได้ว่าอะไรคือสาเหตุแท้จริงที่ท า
ให้หลุมศพของโม่ชูหานถูกขุด
แม้ว่าเรื่องนี้จะท าให้คนรู้สึกงุนงง แต่ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าตอนนี้
พวกเขาท าอะไรไม่ได้เลย
พวกเขาท าได้เพียงท าตามที่โม่จิ่วเยี่ยคิดเอาไว้ คือเมื่อไปถึงซี
เป่ยแล้ว ก็จัดการให้ครอบครัวตั้งรกรากจนเรียบร้อยดีก่อน แล้วค่อย
เดินทางไปยังชายแดน
คนทั้งสองพูดคุยกันอยู่สักพัก แล้วก็กลับไปนอนบนเตียงอีกครั้ง
รุ่งเช้าวันถัดมา เฮ่อจือหร่านก็ออกไปซื้อเสบียงพร้อมกับพวก
เจ้าหน้าที่
เพื่อป้องกันไม่ให้คนของหนานรุ่ยส่งคนมาลอบสังหาร โม่จิ่ว
เยี่ยจึงอาสาอยู่ดูแลความปลอดภัยของคนในบ้าน มีเพียงเฮ่อจือห
ร่านคนเดียวที่ออกไปซื้อข้าวของ
ครั้นไปถึงตลาด พวกเจ้าหน้าที่ก็แยกตัวออกจาก ส่วนเฮ่อจือห
ร่านเองก็เช่นกัน
นางรู้สึกว่าการซื้อของในเถาเป่านั้นคุ้มค่ากว่า การออกมาครั้งนี้
ก็เพื่อเป็นการอ าพรางสายตาของคนอื่นเท่านั้น
ดังนั้น นางจึงจูงล่อลากรถไปยังจุดที่ไม่มีคน แล้วซื้อเสบียงตาม
ต้องการในแอปเถาเป่า
เมื่อคิดว่าได้เวลาอันสมควรแล้ว จึงจูงรถลากไปรวมตัวกับเหล่า เจ้าหน้าที่