ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 124 เหอจื่อหยวนตายแล้ว
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งธูป ในที่สุดเหอจื่อหยวนก็หยุด
เคลื่อนไหว
เขาเลียนิ้วที่เปื้อนเลือด แล้วพับชายเสื้อนั้นอย่างระมัดระวังใส่ไว้
ในอก
โม่จิ่วเยี่ยกวาดตามองรอบ ๆ เห็นว่าคนรอบข้างต่างพักผ่อนกัน
หมดแล้ว เจ้าหน้าที่สองคนที่รับผิดชอบเฝ้ายามก็ก าลังงีบหลับ
เขากระโดดลงจากต้นไม้อย่างรวดเร็ว แล้วใช้มือฟาดคอเหอจื่อ
หยวนจนสลบไป แล้วคว้าคอเสื้อลากคนหายไปจากตรงนั่นอย่าง
รวดเร็ว
หลังออกไปได้ระยะหนึ่ง โม่จิ่วเยี่ยจึงโยนเหอจื่อหยวนลงบนพื้น
พร้อมกันนั้นก็หยิบชายเสื้อออกมาจากอกของเขา
เขาใช้ไม้ขีดไฟจุดหญ้าแห้งกองหนึ่ง ด้วยแสงไฟที่สว่างเพียงพอ
ตัวอักษรที่เขียนด้วยเลือดก็ปรากฏชัดเจน
เนื้อหาบนนั้นเป็นไปตามที่เขากับเฮ่อจือหร่านคาดการณ์ไว้
ไม่มีอะไรมากไปกว่าการบอกว่าวันนี้เขาพบความผิดปกติของโม่
จิ่วเยี่ย ชายหนุ่มช่วยหญิงชราผมขาวที่ดูคุ้นหน้าคนหนึ่ง ตัวตนของ
หญิงชราดูไม่เหมือนคนธรรมดา
หากองค์ชายหนานรุ่ยอยากรู้มากกว่านี้ ก็ขอให้รีบช่วยเขาจาก
อันตรายโดยเร็ว…
หลังจากอ่านจดหมายเลือดจบ โม่จิ่วเยี่ยก็โยนมันเข้ากองไฟเพื่อ
เผาท าลายอย่างไม่ลังเล
แต่เดิมเขาตั้งใจจะไว้ชีวิตเหอจื่อหยวน แต่อีกฝ่ายกลับไม่รู้จัก
บุญคุณ
เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวแล้วถึงกับจะหักหลังเขา
โชคดีที่เขากับเฮ่อจือหร่านระแวดระวังตัว จึงพบเบาะแสตั้งแต่
เนิ่น ๆ ไม่อย่างนั้นหากจดหมายเลือดนี้ตกถึงมือของหนานรุ่ย คงจะ
เป็นปัญหาใหญ่มาให้อีกครั้ง
นึกถึงตรงนี้ ยาพิษที่เฮ่อจือหร่านให้มาก็ไม่จ าเป็นต้องใช้แล้ว โม่
จิ่วเยี่ยลงมือส่งเหอจื่อหยวนไปสวรรค์ทันที่
เมื่อท าทุกอย่างเสร็จ โม่จิ่วเยี่ยก็น าศพของเหอจื่อหยวนกลับไป
วางไว้ที่เดิมอย่างเงียบเชียบ
เพื่อไม่ให้ใครสงสัย เขายังย้อนกลับไปจัดการคราบเลือดบนพื้น
อย่างระมัดระวัง แล้วจึงกลับเข้ากระโจมไป
เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงร้องไห้โหยหวนของหญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นในจุด
พัก
“ท่านเจ้าหน้าที่! นายท่านบ้านข้าตายแล้ว…”
เจ้าหน้าที่เดินไปตรวจสอบอย่างร าคาญใจ เมื่อพบว่าเหอจื่อ
หยวนตายจริง ๆ จึงรีบไปรายงานเผิงวั่ง
หลังจากเผิงวั่งดูศพของเหอจื่อหยวนแล้ว ก็หันไปมองทางฝั่งคน
สกุลโม่
เขาโบกมือให้เจ้าหน้าที่สองสามคน พลางกล่าวว่า “คนก็ตายไป
แล้ว ฝังเสียเถอะ!”
คนตระกูลเหอกลับไม่เห็นด้วย คนทั้งหมดต่างล้อมรอบตัวเผิงวั่ง
“ท่านเจ้าหน้าที่ นายท่านของพวกเราถูกลอบสังหารชัด ๆ จะฝัง
ไปแบบนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ!”
เผิงวั่งมองหญิงสาวตระกูลเหอสองสามคนด้วยสายตาเย็นชา
“ตามความเห็นของพวกเจ้า จะให้ข้าซึ่งเป็นเพียงเจ้าหน้าที่คุมตัว
นักโทษเนรเทศมาหาตัวฆาตกรหรือ?”
พอพูดถึงฆาตกร เผิงวั่งก็นึกถึงโม่จิ่วเยี่ยเป็นคนแรก
นอกจากโม่จิ่วเยี่ยแล้ว เขาคิดไม่ออกว่าใครจะลงมือกับเหอจื่อ
หยวนอีก
แต่นี่ก็เป็นเพียงการคาดเดาของเขา ไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่
ชัดว่าเป็นฝีมือของโม่จิ่วเยี่ย
ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะเป็นฝีมือของโม่จิ่วเยี่ย เขาก็จะไม่พูด
ออกมา…
เผิงวั่งได้แต่สบถด่าในใจสองสามประโยค ‘เจ้าหนุ่มคนนี้ ชอบ
สร้างปัญหาให้เขาจริง ๆ !’
เมื่อเห็นใบหน้าอันด ามืดของเผิงวั่ง คนตระกูลเหอก็ไม่กล้าพูด
อะไรเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเหอจื่อหยวนอีก ได้แต่มองดู
เจ้าหน้าที่ยกศพออกไปอย่างช่วยอะไรไม่ได้
เหอจื่อหยวนตายแล้ว โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็ไม่ต้องกังวล
เรื่องที่พวกเขาพบเจอกับเฟ่ยมามาจะถูกเปิดโปงอีกต่อไป
ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาต้องระวังมีเพียงการลอบสังหารจากหนานรุ่ย
เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ขบวนนักโทษเดินทางอย่างราบรื่นมาสิบวันแล้ว
หนานรุ่ยกลับยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เลย
แม้จะเป็นเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็ไม่กล้าประมาท
แม้แต่น้อย
เวลาล่วงเข้าสู่เดือนเก้าแล้ว อุณหภูมิระหว่างกลางวันกับ
กลางคืนเริ่มแตกต่างกันมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามดึก แม้จะอยู่ในกระโจมและห่มผ้าก็ยัง
ไม่รู้สึกอุ่นสบายเท่าไหร่นัก
ตอนเช้าตรู่ เฮ่อจือหร่านก าลังพับผ้าห่มอยู่ในกระโจม จู่ ๆ ก็รู้สึก
ว่าเงาร่างของโม่จิ่วเยี่ยที่หน้ากระโจมพลันเคลื่อนไหวแล้วหายไป
อย่างรวดเร็ว
เฮ่อจือหร่านไม่สนใจงานในมืออีก นางรีบวิ่งตามเขาออกไปทันที่
เห็นเพียงโม่จิ่วเยี่ยคว้าไม้พายขึ้นมา และปัดป้องลูกธนูหลาย
ดอกที่ยิงมาทางนี้
ไม่ต้องสงสัยอีก เฮ่อจือหร่านรีบหยิบมีดออกมาจากพื้นที่มิติ
ทันที่ แล้วโยนไปทางโม่จิ่วเยี่ย
“รับไว้!”
โม่จิ่วเยี่ยรับมีดได้อย่างแม่นย า แล้วใช้มันสกัดลูกธนูต่อไป
เฮ่อจือหร่านรีบหลบไปอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ แล้วมองไปยังทิศทางที่
ลูกธนูพุ่งมา
นางเห็นว่าฝั่งตรงข้ามซ่อนตัวอยู่ในที่ลับตา ชายชุดด าหลายคน
ก าลังยิงธนูใส่โม่จิ่วเยี่ย
เมื่อเห็นว่าพวกนั้นยังคงมุ่งเป้าไปที่โม่จิ่วเยี่ยตลอดเวลา เฮ่อจือห
ร่านจึงรีบปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่ หยิบเกาทัณฑ์แขนเสื้อออกมา แล้วเล็ง
ไปทางคนพวกนั้นแล้วยิงออกไป
ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่และนักโทษคนอื่น ๆ ก็สังเกตเห็น
ความผิดปกติ
พี่สะใภ้ทั้งหลายจับปืนไว้อย่างระแวดระวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะ
น้องเก้าและภรรยาของเขาบอกว่า อย่าให้ใครพบเห็นสิ่งนี้จนกว่าจะ
ถึงคราวจ าเป็นจริง ๆ พวกนางคงยิงอาวุธลับนี้ไปทางที่ลูกธนูพุ่งมาไป
นานแล้ว…
ทางด้านเผิงวั่งก็ตะโกนบอกว่ามีมือสังหารและให้ทุกคนระวังตัว
เมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ เผิงวั่งพลันนึกถึงลูกน้องสองคนที่
เสียชีวิตบนภูเขาเขาวัวเมื่อไม่นานมานี้เป็นอันดับแรก
เจ้าหน้าที่สองนายนั้นเสียชีวิตไปแล้ว พวกเขาไม่สามารถปล่อย
ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีกได้
บุรุษจากตระกูลฟางและตระกูลเซี่ย ต่างหยิบของที่พอจะใช้เป็น
อาวุธได้ คิดจะเข้ามาช่วยเหลือ
แต่น่าเสียดายที่การโจมตีของคนเหล่านั้นมุ่งเป้าไปยังโม่จิ่ว
เยี่ยเพียงคนเดียว และฝ่ายตรงข้ามก็อยู่ห่างออกไป ‘อาวุธ’ อย่างไม้
พายและก้อนอิฐในมือของพวกเขาจึงไม่มีประโยชน์อะไร
เหลียงห่าวสังเกตเห็นความผิดปกติเช่นกัน จึงพาสวีชิงเฟิงและห
ลี่หมิงรุ่ยมาปกป้องโม่จิ่วเยี่ย
เฮ่อจือหร่านใช้เกาทัณฑ์แขนเสื้ออยู่บนต้นไม้ ยิงชายชุดด าตาย
ไปสามคนแล้ว
อย่างไรก็ตาม จ านวนของชายชุดด ากลับเพิ่มขึ้นมาทดแทน
ในทันที่
กลยุทธ์นี้แตกต่างจากคนที่หนานเหิงส่งมาครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง
พวกเขาไม่ยอมโผล่หน้าออกมา แค่คอยซุ่มอยู่ไกล ๆ และยิงธนูมาใส่
จนกระทั่งเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ มาเข้าร่วม พวกเขาจึงหยิบธนู
ออกมาและยิงสังหารชายชุดด าหลายคนติดต่อกัน
เมื่อชายชุดด าเห็นว่าฝ่ายตนสูญเสียคนไปมาก พวกเขาจึง
เปลี่ยนกลยุทธ์
พวกเขาไม่ยิงธนูอีกต่อไป แต่ถือดาบเข้าโจมตีโม่จิ่วเยี่ยโดยตรง
เมื่อเห็นว่าชายชุดด ามีจ านวนมาก โม่จิ่วเยี่ยกังวลว่าภัยจะลาม
ไปถึงครอบครัว จึงใช้วิชาตัวเบาวิ่งหนีออกไปไกล
ชายชุดด าไล่ตามอย่างไม่ลดละ
เฮ่อจือหร่านยังคงไล่ตามอยู่ด้านหลัง พลางยิงลูกดอกใส่ชายชุด
ด า
พวกชายชุดด าเหล่านั้นไม่สนใจคนด้านหลัง กระทั่งการโจมตี
ของเฮ่อจือหร่านก็ยังถูกละเลย พวกเขามุ่งมั่นจะเอาชีวิตของโม่จิ่ว
เยี่ยเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยวิ่งไปได้ระยะไกลในคราวเดียวก่อนจะหยุดลง เขายก
กระบี่ขึ้นต่อสู้กับชายชุดด า
เหลียงห่าวและคนอื่น ๆ มาถึงเพียงช้ากว่าโม่จิ่วเยี่ยแค่ก้าวเดียว
และเข้าร่วมการต่อสู้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเฮ่อจือหร่านมาถึง ชายชุดด าเหล่านั้นถูกพวกเขาสังหารไป
บ้างแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนจะเหลืออยู่ราวยี่สิบถึงสามสิบคน
นางเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยกับคนอื่นรับมือได้ไม่ยากนัก เฮ่อจือหร่านจึง
ยังคงยิงลูกดอกใส่ชายชุดด าจากด้านหลัง
ชายชุดด าที่เหลืออีกสิบกว่าคนเห็นท่าไม่ดี จึงหลอกล่อด้วยการ
โจมตีสองสามครั้งแล้ววิ่งหนีไปทางหนึ่ง
เหลียงห่าวพาสวีชิงเฟิงกับหลี่หมิงรุ่ยรีบไล่ตามไป
มีเพียงคนเดียวที่ยังคงโจมตีโม่จิ่วเยี่ยไม่หยุด และดูจากท่าทาง
ของทั้งสองคน โม่จิ่วเยี่ยเหมือนจะเสียเปรียบอยู่เล็กน้อย
เฮ่อจือหร่านรีบใช้เกาทัณฑ์แขนเสื้อเล็งไปที่ท้ายทอยของชาย
ชุดด า พร้อมจะยิงให้อีกฝ่ายตายไปในทีเดียว
โม่จิ่วเยี่ยเห็นแบบนั้นแล้วจึงตะโกนขึ้นว่า “อย่าท าร้ายเขา!”