ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 123 คืนนี้ข้าจะหาโอกาสเอาชีวิตเขา
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 123 คืนนี้ข้าจะหาโอกาสเอาชีวิตเขา
เมื่อมีคนคุ้มกัน เฟ่ยมามาย่อมรู้สึกยินดี
หลังจากหนีออกมาจากวังหลวง นางหลบหนีการไล่ล่าสังหารมา
ตลอดทาง หากไม่ใช่เพราะโชคดี กระดูกแก่ ๆ ของนางคงจบชีวิตไป
นานแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นก็ขอบคุณท่านแม่ทัพมาก”
โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจจะแก้ไขค าเรียกของเฟ่ยมามาที่มีต่อเขา
อย่างไรเสียพวกเขาก็คงไม่มีโอกาสได้พบกันอีก
เขาส่งสัญญาณด้วยสายตาไปยังเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ที่อยู่
ไกลออกไป
เหลียงห่าวเข้าใจความหมายนั้น จึงน าคนเดินมาทางโม่จิ่วเยี่ยอ
ย่างรวดเร็ว
โม่จิ่วเยี่ยแกล้งชะลอฝีเท้าลง พยายามอยู่ห่างจากขบวนนักโทษ
ให้มากที่สุด
เฮ่อจือหร่านคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของคนตระกูลเหออยู่
ตลอดเวลา
ตอนนี้ในขบวนนักโทษทั้งหมด มีเพียงคนตระกูลเหอที่ไม่ลงรอย
กับตระกูลโม่ แม้ว่าพวกเขาจะสนทนากับเฟ่ยมามาอยู่ห่างออกไป
จากขบวนแล้ว แต่ก็ยังต้องระวังตัวอยู่บ้าง
หากเหอจื่อหยวนบังเอิญเอาเรื่องที่เกิดขึ้นไปเปิดเผยโดยไม่
ระมัดระวัง คงจะน ามาซึ่งปัญหาที่ไม่จ าเป็น
แน่นอนว่าเหอจื่อหยวนท าตัวลับ ๆ ล่อ ๆ และคอยหันกลับมามอง
ทางพวกเขาเป็นระยะ
แม้จะรู้ว่าเขาไม่สามารถได้ข้อมูลอะไรเลย แต่ก็ยังชวนให้รู้สึก
ร าคาญ
ดูเหมือนว่าเหอจื่อหยวนคนนี้จะไม่สามารถปล่อยเอาไว้ได้แล้ว
หรือไม่ก็ต้องคิดหาวิธีอื่นเพื่อไม่ให้เขาพูดเรื่องนี้ออกไป
ขณะที่เฮ่อจือหร่านก าลังคิดหาวิธีปิดปากเหอจื่อหยวนอยู่นั้น เห
ลียงห่าวกับคนอื่น ๆ ก็เดินมาถึงตรงหน้าพวกเขาแล้ว
พวกเขาค านับโม่จิ่วเยี่ยและเรียกเขาว่า ‘คุณชายเก้า’ จากนั้นก็
ยืนอย่างเรียบร้อยเพื่อรอรับค าสั่ง
โม่จิ่วเยี่ยชี้ไปยังเฟ่ยมามาและพูดว่า
“คนผู้นี้คือคนสนิทของหยวนกุ้ยเฟย เนื่องด้วยเรื่องบางอย่างจึง
ถูกหนานฉีไล่ล่าตัว ข้าอยากส่งพวกเจ้าสองคนไปคุ้มกันนางกลับ
เมืองหลวง”
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ข้ายินดีจะไปขอรับ”
“ข้าก็ยินดีไปเช่นกันขอรับ”
ซ่งเชาและหวังต้าลี่เอ่ยปากขึ้นก่อน
แต่เพราะที่นี่มีคนและสายตาอยู่มากมาย โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากให้
เฟ่ยมามาอยู่นานเกินไป
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยปากขอเงินจากเฮ่อจือหร่าน
“ข้าอยากให้พวกเขาน าเงินติดตัวไปบ้างเพื่อใช้จ่ายระหว่างทาง”
เฮ่อจือหร่านไม่ใช่คนตระหนี่อยู่แล้ว อีกอย่างเงินที่ขโมยมาจาก
ท้องพระคลังครึ่งหนึ่งก็เป็นผลงานของโม่จิ่วเยี่ย เขาย่อมมีสิทธิ์ใน
การใช้ด้วยเช่นกัน
เฮ่อจือหร่านไม่พูดอะไรมาก อาศัยการบดบังของแขนเสื้อ หยิบ
ตั๋วเงินมูลค่าสองร้อยต้าลึงออกมาจากพื้นที่มิติส่งให้ซ่งเชา
“พวกเจ้าเอาเงินนี้ไปใช้ระหว่างทาง แล้วก็ซื้อรถลากสักคันจะได้
เดินทางสะดวก”
ซ่งเชาส่งตั๋วเงินคืนมา
“ฮูหยินเก้า พวกเรามีเงินติดตัวมาตั้งแต่ออกจากชายแดนแล้ว
ขอรับ”
เฟ่ยมามาก็มองมาทางโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน
“ในห่อผ้าของข้ามีทรัพย์สินบางส่วนพอจะเป็นค่าใช้จ่ายในการ
เดินทางไปถึงเมืองหลวงได้ สถานการณ์ของพวกท่านตอนนี้ล าบาก
กว่า การมีเงินติดตัวไว้บ้างย่อมท าให้สบายใจ”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นทุกคนปฏิเสธเงินที่เขาให้ จึงให้เฮ่อจือหร่านเก็บ
เอาไว้เสีย
ตอนนี้พวกเขาเป็นผู้ที่ถูกองค์จักรพรรดิริบทรัพย์สินและเนรเทศ
การท าตัวโดดเด่นเกินไปอาจท าให้คนอื่นคิดไปไกล
“ถ้าเช่นนั้น พวกท่านก็ระวังตัวด้วย”
ผมสีหงอกขาวของเฟ่ยมามาดูเด่นชัดเกินไป
คงไม่ต้องสงสัยว่าหนานฉีจะส่งคนมาลอบสังหาร และสิ่งแรกที่
นักฆ่าจะมองหาคือผมสีขาวโพลนที่เห็นได้ชัดเจนของนาง
เพื่อความปลอดภัยเฮ่อจือหร่านจึงไม่ให้เฟ่ยมามาจากไปในทันที่
แต่นางไปซื้อยาย้อมผมจากร้านค้าในเถาเป่า
แค่สระผมด้วยสิ่งนี้เพียงเล็กน้อย สีผมก็จะเปลี่ยนเป็นดกด า
นางเปลี่ยน ‘ยาย้อมผมด า’ ในพื้นที่มิติใส่ขวดกระเบื้องเล็ก ๆ
แล้วมอบให้เฟ่ยมามา
“ท่านน าสิ่งนี้ไปด้วย มันใช้ส าหรับสระผม จากนั้นผมของท่านจะ
กลายเป็นสีด าอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงเวลานั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย แบบ
นี้คงจะท าให้ปลอดภัยได้มากขึ้น”
เฟ่ยมามารับขวดกระเบื้องใบเล็กมาด้วยความซาบซึ้ง และกล่าว
ขอบคุณอย่างจริงใจ
“ขอบคุณฮูหยินท่านแม่ทัพมาก ข้ากังวลมาตลอดทางว่าผม
หงอกขาวเช่นนี้จะสะดุดตาเกินไป หากมีสิ่งนี้แล้ว ข้าก็จะอุ่นใจมาก
ขึ้น”
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย โม่จิ่วเยี่ยก็มองดูท้องฟ้า
“เวลาผ่านมานานแล้ว พวกท่านรีบออกเดินทางเถอะ”
ซ่งเชาและหวังต้าลี่รับค าสั่ง คุ้มกันเฟ่ยมามาออกเดินทางทันที่
ส่วนเหลียงห่าวน าอีกสองคนติดตามขบวนต่อไปห่าง ๆ
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านเร่งฝีเท้า ตั้งใจจะไล่ตามขบวนเนรเทศ
ให้ทัน
ระหว่างทางเฮ่อจือหร่านพูดเสียงเบาว่า “ข้าเพิ่งสังเกตว่าเหอจื่อ
หยวนมองมาทางนี้ตลอดเวลาเลย”
โม่จิ่วเยี่ยหรี่ตาลง “ข้าคิดว่าถ้าเขาบอกเรื่องของหนานรุ่ยให้ข้ารู้
ข้าก็จะไว้ชีวิตเขา แต่ดูเหมือนว่าคนคนนี้คงไม่สามารถปล่อยเอาไว้
ได้แล้ว”
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมีความคิดเหมือนกับตน เฮ่อจือหร่านจึงถาม
ว่า “ท่านคิดจะท าอย่างไร?”
โม่จิ่วเยี่ยท าท่าเหมือนก าลังฟันกระบี่ “คืนนี้ข้าจะหาโอกาสเอา
ชีวิตเขา”
เมื่อได้ยินโม่จิ่วเยี่ยพูดเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็มองไปทางเผิงวั่ง
“การท าแบบนี้จะไม่สร้างปัญหาให้พี่เผิงหรอกหรือ?”
ตลอดทางที่ผ่านมา เผิงวั่งปฏิบัติกับพวกเขาดีมาก ถ้าพวกเขา
ท าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวแล้วสร้างปัญหาให้คนอื่น ก็คงจะไม่ค่อย
เหมาะสมนัก
โม่จิ่วเยี่ยเลิกคิ้ว “เจ้ามีวิธีที่ดีกว่านี้หรือ?”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “ท่านยังจ างูสามเหลี่ยมที่กัดพี่เผิงตอน
พวกเราเพิ่งออกจากเมืองหลวงได้หรือไม่?”
“จ าได้” โม่จิ่วเยี่ยตอบ
เฮ่อจือหร่านพูดต่อว่า “ไม่นานมานี้ ตอนที่มีเวลาว่าง ข้าได้สกัด
พิษจากงูสามเหลี่ยมไว้ และท ายาพิษขึ้นมาสองชนิด หนึ่งในนั้นมีชื่อ
ว่า ‘สิ้นสติ’ ยาชนิดนี้สามารถท าให้คนหมดสติไปชั่วขณะได้
ถ้าข้าเพิ่มยาอีกสองสามชนิดลงไป คนที่กินมันเข้าไปก็จะ
กลายเป็นคนโง่งมไปตลอดชีวิตเหมือนกับซุนเจียเป่า”
ดวงตาของโม่จิ่วเยี่ยเป็นประกาย “ถ้าอย่างนั้น คืนนี้ข้าจะลงมือ
เอง”
ในระหว่างที่พูดคุยกัน พวกเขาก็ไล่ตามขบวนนักโทษทัน ทั้ง
สองคนต่างรู้กันดีว่าไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้อีก
ที่พักในคืนนี้อยู่ตรงเชิงเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งเหมือนเช่นเคย หลังจาก
กินอาหารเย็นเสร็จแล้ว ทุกคนก็เข้าไปพักผ่อนในกระโจมตั้งแต่หัวค ่า
เฮ่อจือหร่านนึกถึงพวกเหลียงห่าว แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างจาก
ขบวนอยู่บ้าง แต่ก็ต้องนอนกลางแจ้งเช่นกัน
นางพูดกับโม่จิ่วเยี่ยว่า “ไม่สู้เอาอย่างนี้ดีกว่า ข้าจะซื้อกระโจม
จากพื้นที่มิติให้พวกเขา แล้วอ้างว่าซื้อมาจากชาวต่างชาติได้
หรือไม่?”
ไม่ใช่ว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้นึกถึงเรื่องที่เหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ต้อง
นอนกลางแจ้ง
แต่เขาก็ยังไม่ได้คิดหาวิธีแก้ปัญหาที่ดีได้
“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีมาก เรื่องที่มาของกระโจมนี้ให้ข้าจัดการ
เอง”
หลังจากได้รับการยอมรับจากโม่จิ่วเยี่ยแล้ว เฮ่อจือหร่านก็รีบ
เลือกกระโจมที่มีลักษณะภายนอกคล้ายกับกระโจมที่ใช้ในการท า
สงครามสมัยโบราณจากเถาเป่าอย่างรวดเร็ว
กระโจมนี้นอกจากจะมีขนาดเล็กกว่ากระโจมที่ใช้ในยุคโบราณ
แล้ว จุดเด่นที่สุดก็คือใช้งานได้ง่าย
โม่จิ่วเยี่ยถือกระโจมมาตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วแอบส่งไปให้เห
ลียงห่าวและคนอื่น ๆ ในยามค ่าคืนโดยหลบเลี่ยงสายตาของทุกคน
ตอนกลับมา เขาก็สังเกตบริเวณที่พักของตระกูลเหอด้วย
คนส่วนใหญ่ต่างหลับไปแล้ว แต่เหอจื่อหยวนยังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้
ก าลังก้มหน้าท าอะไรบางอย่าง
โม่จิ่วเยี่ยกระโดดขึ้นต้นไม้ใหญ่อย่างเงียบเชียบ แล้วมองลงมา
โดนอาศัยแสงจันทร์
เขาเห็นเหอจื่อหยวนฉีกชายเสื้อของตัวเอง จากนั้นก็กัดนิ้วมือ
จนเลือดออก แล้วเขียนอะไรบางอย่างลงไป
ดวงตาสีด าของโม่จิ่วเยี่ยหรี่ลงเล็กน้อย เขาจ้องมองการ
เคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจภายใต้แสงนวลจันทร์
น่าเสียดายที่มีแสงสว่างไม่มากพอและระยะทางการมองเห็น
ค่อนข้างไกล ท าให้เขาไม่สามารถเห็นได้ชัดว่าเหอจื่อหยวนเขียน
อะไร
แม้จะเป็นเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้รีบเข้าไปขัดขวาง เขาอยากดู
ว่าเนื้อหาทั้งหมดที่เหอจื่อหยวนเขียนนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขาพบ
กับเฟ่ยมามาในวันนี้จริงหรือไม่