ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 125 กู่หุ่นเชิด
เฮ่อจือหร่านไม่รู้เหตุผลที่โม่จิ่วเยี่ยห้ามนางลงมือ แต่นางก็เชื่อ
ฟังและไม่ได้ท าอะไร
โม่จิ่วเยี่ยไม่ให้นางท าร้ายชายชุดด าคนนั้น แน่นอนว่าเขา
ต้องการจับเป็น
แต่นางสังเกตว่าโม่จิ่วเยี่ยหลบหลีกอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าอีกฝ่าย
จะโจมตีอย่างเอาเป็นเอาตายทุกครั้ง เขากลับไม่มีท่าทีจะตอบโต้
เพื่อไม่ให้โม่จิ่วเยี่ยตกอยู่ในอันตราย นางจึงตัดสินใจเปลี่ยน
เกาทัณฑ์แขนเสื้อเป็นปืนยาสลบ
นางเล็งไปที่ไหล่ซ้ายของชายชุดด า เสียงดัง ‘ปัง’ เกิดขึ้น ร่าง
ของชายชุดด าโงนเงนสักพักแล้วเอนล้มไปด้านหลัง
โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว คว้าแขนทั้งสองข้างของชาย
ชุดด าไว้ พร้อมกับค่อย ๆ วางร่างนั้นลงบนพื้น แล้วเอื้อมมือไปเปิดผ้า
ปิดหน้าออก
เมื่อเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยนั้น น ้าตาของชายหนุ่มก็เริ่มคลอเบ้า
“พี่แปด เป็นท่านจริง ๆ ท่านยังมีชีวิตอยู่…”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฮ่อจือหร่านก็รีบเข้าไปใกล้ แววตานางเต็มไป
ด้วยความประหลาดใจ
“คนผู้นี้คือพี่ชายคนที่แปดของท่านหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าอย่างยากล าบาก “ตอนที่ข้าต่อสู้กับเขา ข้า
เห็นว่าท่าทางของเขาดูคุ้นตานัก ดังนั้นข้าจึงลองทดสอบคนไป
พร้อมกับต่อสู้ และสามารถยืนยันได้ว่าวิชายุทธ์ที่เขาใช้มาจากสกุล
โม่ แต่ไม่รู้ว่าท าไม พอข้าถามว่าเขาเป็นใคร เขาเหมือนไม่ได้ยิน
ค าพูดของข้า ซ ้ายังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เหมือนเป็นหุ่นเชิดที่เข้ามา
โจมตีข้าไม่หยุด”
เฮ่อจือหร่านรีบยื่นมือไปจับชีพจรของโม่ชูหาน พลางขมวดคิ้ว
แน่นขึ้นเรื่อย ๆ
โม่จิ่วเยี่ยมองสีหน้าของเฮ่อจือหร่านอย่างเคร่งเครียด
“พี่แปดเป็นอย่างไรบ้าง?”
เฮ่อจือหร่านค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน “ชีพจรของเขาแปลกมาก ตอนนี้
ข้าไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด จ าเป็นต้องพาเขากลับเข้าไปในพื้นที่มิติ
และใช้เครื่องมือทางการแพทย์ตรวจสอบดูก่อน”
โม่จิ่วเยี่ยมองเฮ่อจือหร่านอย่างลึกซึ้ง เอ่ยด้วยน ้าเสียงวิงวอนว่า
“ข้าขอร้องเจ้า ช่วยพี่แปดด้วย เขาเป็นคนซื่อตรง จะไม่เปิดเผย
ความลับเรื่องพื้นที่มิติของเจ้าแน่นอน”
เฮ่อจือหร่านไม่กังวลว่าพื้นที่มิติจะถูกเปิดเผย
เมื่อครู่นี้นางช่วยตรวจชีพจรให้โม่ชูหานแล้ว และยืนยันได้ว่าคน
ผู้นี้น่าจะสูญเสียสติสัมปชัญญะไป
ยิ่งกว่านั้น นางสามารถใช้ยาบางอย่างเพื่อควบคุมไม่ให้โม่ชูหาน
ฟื้นขึ้นมาก่อนที่จะออกจากพื้นที่มิติได้
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ถ้าท่านยินยอม ข้าสามารถพาเขาไปตรวจใน
พื้นที่มิติได้ทุกเมื่อ”
ขณะพูด เฮ่อจือหร่านโบกมือน้อย ๆ จากนั้นโม่ชูหานก็หายวับ
ไปจากที่เดิมทันที่
ในตอนนั้น เหลียงห่าวกับคนอื่น ๆ ก็กลับมาแล้ว เขาเห็นศพชาย
ชุดด านอนเกลื่อนพื้นจึงรู้ว่าที่นี่ไม่มีอันตรายแล้ว
“คุณชายเก้า คนพวกนั้นไม่มีใครเหลือรอดสักคน”
“อืม ล าบากพวกเจ้าแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยมีเรื่องในใจจึงตอบรับอย่างไม่ใส่ใจนัก จากนั้นก็จูงมือ
เฮ่อจือหร่านเดินไปทางขบวนนักโทษ
พวกเหลียงห่าวจึงกลับไปยังต าแหน่งเดิมเช่นกัน
สตรีในสกุลโม่ต่างเป็นห่วงความปลอดภัยของเฮ่อจือหร่านและ
โม่จิ่วเยี่ย พวกนางยังคงถือปืนพกเดินมาต้อนรับทั้งสองคน
หลังเห็นว่าทั้งคู่กลับมาอย่างปลอดภัย พวกนางจึงถอนหายใจ
ด้วยความโล่งอก
สะใภ้รองโกรธจัดและด่าทอว่า “ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าคนพวกนั้น
ต้องการอะไรกันแน่ สกุลโม่ของเราถูกเนรเทศมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว
ยังจะตามมาไล่ล่าท าไมอีก”
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้อยู่เฉยเหมือนทุกครั้ง พวกนางต่อว่าคน
ที่คิดจะท าร้ายโม่จิ่วเยี่ยตามสะใภ้รอง
เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าพวกพี่สะใภ้ไม่สบายใจ จึงไม่ได้
ห้ามปรามพวกนาง
ทั้งสองคนตกลงกันระหว่างทางกลับมาแล้วว่า เฮ่อจือหร่านจะ
แกล้งท าเป็นข้อเท้าพลิก แล้วใช้ข้ออ้างนี้นั่งรถลากไป ด้วยวิธีนี้ นาง
จะมีโอกาสเข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อช่วยรักษาโม่ชูหาน
ดังนั้น หลังจากเดินกลับมาได้ไม่นาน เฮ่อจือหร่านก็แสร้งเหยียบ
ก้อนหินอย่างจงใจ
“โอ๊ย!…”
โม่จิ่วเยี่ยรีบเข้าไปประคองนางทันที่
“เป็นอะไรไป?”
“ข้าแค่เท้าแพลง”
ขณะที่พวกพี่สะใภ้ทั้งหลายก าลังจะเข้ามาแสดงความห่วงใย โม่
จิ่วเยี่ยก็อุ้มเฮ่อจือหร่านขึ้นมา
“ข้าจะไปบอกพี่เผิงว่าวันนี้นางจะนั่งรถลากเดินทาง”
โม่จิ่วเยี่ยก้าวเท้ายาว ๆ ทิ้งพี่สะใภ้ทั้งหลายไว้เบื้องหลังอย่าง
รวดเร็ว
เมื่อกลับถึงจุดพัก โม่จิ่วเยี่ยก็อธิบายสาเหตุให้เผิงวั่งฟัง แล้วอุ้ม
เฮ่อจือหร่านขึ้นไปบนรถลาก
เผิงวั่งเข้ามาสอบถามสถานการณ์อีกครั้ง เมื่อรู้ว่าเรื่องวุ่นวาย
ได้รับการแก้ไขแล้ว จึงจัดการให้คนออกเดินทางต่อ
เฮ่อจือหร่านเข้าไปในรถลาก แล้วรีบเข้าสู่พื้นที่มิติทันที่
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะกังวลเกี่ยวกับพี่แปด แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าไปใน
พื้นที่มิติพร้อมกับเฮ่อจือหร่านได้ เพราะตอนนี้เขามีหน้าที่บังคับรถ
ลาก
เฮ่อจือหร่านเข้าไปในพื้นที่มิติ แล้วท าการตรวจสอบโม่ชูหาน
อย่างละเอียด
ผลลัพธ์ที่ได้ท าให้นางตกใจมาก
โม่ชูหานในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะถูกพิษกู่ควบคุม
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย นางรีบออกมาจากพื้นที่มิติ แล้วแจ้งผล
การตรวจของโม่ชูหานให้โม่จิ่วเยี่ยรู้
โม่จิ่วเยี่ยก็ตกใจเช่นกัน เขาเคยได้ยินเรื่องหนอนพิษกู่มาบ้าง
แต่ในราชวงศ์ต้าซุ่นนั้นพบเห็นได้ยากนัก ดังนั้นเขาจึงเพียงแค่เคย
ได้ยิน แต่ไม่เคยเห็นกับตาตัวเอง
เขาคิดไม่ออกว่าท าไมพี่แปดถึงถูกพิษกู่เล่นงานได้
“เจ้าแน่ใจหรือไม่ ว่าในร่างกายของเขามีพิษกู่อะไร?”
เฮ่อจือหร่านเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับหนอนพิษกู่ของชาวเหมียว
เจียงในชาติก่อน เมื่อครู่นางสแกนร่างกายเขาด้วยอุปกรณ์ทาง
การแพทย์ จึงพอมองเห็นรูปร่างของหนอนพิษกู่ได้คร่าว ๆ
“จากอาการของพี่แปดและรูปร่างของหนอนพิษกู่ ข้ายืนยัน
เบื้องต้นได้ว่าเขาถูกกู่หุ่นเชิด”
“กู่หุ่นเชิด?”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “ใช่ นี่เป็นการวินิจฉัยเบื้องต้นของข้า ถ้า
จะยืนยันจริง ๆ ข้าอยากซื้อหนังสือที่เกี่ยวข้องมาอ่านดูอีกที”
พูดจบ นางก็ใช้จิตส านึกสั่งซื้อหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อ “ต าราแมลง
พิษฉบับสมบูรณ์” มา
โม่จิ่วเยี่ยขับรถลากไปด้วยความเร็วเท่ากับคนอื่น ๆ เฮ่อจือหร่าน
จึงนั่งที่ขอบรถ เพื่อถือหนังสือดูไปพร้อมกับเขา
เนื่องจากโม่จิ่วเยี่ยไม่รู้ตัวอักษรจีนแบบย่อ เฮ่อจือหร่านจึงเปิดไป
ยังหน้าที่อธิบายเกี่ยวกับกู่หุ่นเชิด แล้วอ่านให้เขาฟังเบา ๆ พร้อมกับ
น าภาพที่เพิ่งตรวจสอบของโม่ชูหานออกมาจากพื้นที่มิติเพื่อ
เปรียบเทียบดู
แน่นอนว่าหนอนพิษกู่ในภาพตรงกับรูปในหนังสือทุกประการ
นอกจากนี้ในหนังสือยังแนะน าว่า กู่หุ่นเชิดอาศัยอยู่ในเส้นเลือด
ใหญ่ตรงแขนของมนุษย์ โดยดูดเลือดจากของเจ้าร่างเพื่อด ารงชีวิต
กู่หุ่นเชิดแบ่งเป็นกู่แม่กับกู่ลูก
มีกู่แม่เพียงตัวเดียวที่อยู่ในมือของผู้ควบคุม ส่วนกู่ลูกมีจ านวน
มากมาย ผู้ที่ถูกกู่ลูกเข้าสิงจะสูญเสียสติ พฤติกรรมทั้งหมดล้วน
ขึ้นอยู่กับผู้ที่ควบคุมกู่แม่
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ควบคุมจะได้รับข้อมูลการมีชีวิตของผู้ที่มีกู่ลูกอยู่
ในตัวตามสภาพของกู่แม่ที่อยู่ในก ามือ
นั่นหมายความว่า หากผู้ที่มีกู่ลูกในร่างเสียชีวิต กู่แม่จะเรียกกู่
ลูกกลับโดยสัญชาตญาณ
โม่จิ่วเยี่ยยิ่งขมวดคิ้วแน่น
“ตามที่ข้ารู้มา ผู้ที่เลี้ยงหนอนพิษกู่อยู่แถบทางใต้ทั้งนั้น ถ้า
อยากจะแก้หนอนพิษกู่ในตัวพี่แปด ก็ต้องไปหาทางแก้ที่นั่น”
เขาคิดเอาไว้แล้ว ว่าขอแค่เฮ่อจือหร่านสามารถรักษาชีวิตพี่แปด
ได้ในตอนนี้ พอไปถึงซีเป่ย เขาก็จะพาพี่แปดออกเดินทางลงใต้ทันที
เพื่อแก้หนอนพิษกู่ให้
เฮ่อจือหร่านยิ้มบาง “ท าไมท่านไม่ถามข้าก่อนเล่า ว่าข้าแก้
หนอนพิษกู่ได้หรือเปล่า”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าเฮ่อจือหร่านมีฝีมือทางการแพทย์เป็นเลิศ แต่สิ่งที่
พี่แปดเป็นนั้นคือหนอนพิษกู่ อีกทั้งราชวงศ์ต้าซุ่นก็ไม่มีใครเข้าใจ
วิชาหนอนพิษกู่นี้ เขาจึงไม่ได้นึกถึงนางเลย
แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาเลิกคิ้วถามอย่างไม่แน่ใจ “เจ้าแก้หนอน
พิษกู่ได้หรือ”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “ข้าน่าจะท าได้ แต่ว่าข้าต้องการความ
ร่วมมือจากท่าน”
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา ถ้าร่างกายพี่แปดไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว
พวกเราก็เข้าไปในพื้นที่มิติของเจ้าด้วยกันยามดึกเพื่อจัดการเรื่องนี้”