ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 13 ตราบใดที่ข้ายังอยู่ คนตระกูลโม่จะไม่มีผู้ใดเป็นอะไรไป
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 13 ตราบใดที่ข้ายังอยู่ คนตระกูลโม่จะไม่มีผู้ใดเป็นอะไรไป
พวกนางต่ำงรู้ดีว่า ในเมื่อได้รับการแจ้งข่ำวแน่ชัดแล้ว สิ่งที่ต้อง
ทำในตอนนี้คือการรอ
รอให้องค์จักรพรรดิส่งคนมาตรวจยึดจวน
……
วังหลวง ท้องพระโรง
จักรพรรดิซุ่นอู่กริ้วโกรธจนแทบอยากกระทืบเท้ำ
“เรายังต้องเลี้ยงพวกเจ้ำไว้ทำไมอีก! พวกตัวเกียจคร้ำน
ท้องพระคลังถูกขโมยของ ทั้งยังถูกเผำจนวอดวาย!”
บรรดำขุนนางบุ๋นบู๊ต่ำงก้มหน้ำ ไม่กล้ำพูดอะไรสักคำ ตัวสั่นเทำ
ราวกับเป็นฝูงนกกระทำ
พวกเขำสงสัยเช่นกันว่าใครกันที่มีฝีมือเก่งกำจถึงขั้นสามารถ
ขโมยของในท้องพระคลังจนหมดและเผำทิ้งได้
เพียงแต่ ทุกคนล้วนรู้นิสัยใจคอของจักรพรรดิซุ่นอู่ดี หากใคร
กล้ำเอ่ยคำพูดในเวลานี้ คงได้กลายเป็นที่ระบำยอารมณ์ของเขำ
ในที่สุด องค์ชายใหญ่เหิงหวังก็เอ่ยเตือนอย่ำงระมัดระวัง
“เสด็จพ่อ โปรดทรงรักษำพระวรกำยด้วย อีกทั้งวันนี้ยังมีเรื่อง
สาคัญกว่าที่พระองค์ต้องทำ เรื่องท้องพระคลังถูกขโมยสามารถค่อย
ๆ สืบสวนได้”
เมื่อถูกคำพูดเช่นนี้เอ่ยเตือน จักรพรรดิซุ่นอู่จึงสงบสติอารมณ์
ลงได้
เหิงหวังกล่าวถูกต้อง วันนี้เขำยังมีเรื่องใหญ่ที่ต้องจัดการ
จักรพรรดิซุ่นอู่ข่มโทสะในใจลง สั่งให้ขันทีประจำพระองค์อ่าน
พระราชโองการเรื่องโม่จิ่วเยี่ยสมคบกับข้าศึกเป็นกบฏต่อแผ่นดิน
ขุนนางหลายคนรู้เรื่องนี้ล่วงหน้ำอยู่แล้ว จึงไม่ได้ตกใจมากนัก
หากองค์จักรพรรดิไม่ต้องการให้ผู้ใดมีชีวิตที่ดี คนผู้นั้นก็ต้อง
เตรียมรอรับชะตำกรรมเท่านั้น
อย่ำงไรก็ตำม ผู้ที่รู้ข่ำวล่วงหน้ำเป็นเพียงขุนนางคนสนิทของ
องค์จักรพรรดิเท่านั้น เฮ่อเยวียนหมิงทราบข่ำวนี้โดยบังเอิญขณะมี
คนกระซิบกระซำบกัน จึงได้ส่งคนไปบอกข่ำวที่จวนฮู่กั๋วกงอย่ำงลับ
ๆ
เขำรู้ดีว่า ถึงแม้จะส่งข่ำวล่วงหน้ำไปแล้ว ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง
อะไรได้ เพียงหวังว่าคนในจวนฮู่กั๋วกงจะเตรียมตัวรับมือไว้ เพื่อไม่ให้
ตัวเปล่ำไร้สิ่งของใดจนไม่สามารถรอดชีวิตได้ระหว่างถูกเนรเทศ
อาจกล่าวได้ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่ไม่ยอมปล่อยให้จวนฮู่กั๋วกงหลุด
พ้นไปได้
เพื่อไม่ให้ขุนนางทั้งหลายคิดสงสัย องค์จักรพรรดิยังโยน
ความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ขุนนางไร้ความสาคัญอีกสองสามคนรับ
โทษไปพร้อมกันกับจวนฮู่กั๋วกงด้วย
จัดการให้มลทินทุกอย่ำงของพวกเขำกับโม่จิ่วเยี่ยเกี่ยวโยงกัน…
การกระทำเช่นนี้ย่อมมีประโยชน์ต่อจักรพรรดิซุ่นอู่สามข้อ
ข้อแรก เขำสามารถเพิ่มความผิดให้จวนฮู่กั๋วกงหนักขึ้นอีกได้
ข้อสอง ทำให้ขุนนางที่คิดจะช่วยโม่จิ่วเยี่ยพูดอะไรไม่ได้
ข้อสาม เขำยังสามารถสร้ำงความยากลาบำกให้โม่จิ่วเยี่ยได้ใน
ระหว่างเนรเทศ
แผนการของเขำช่ำงไร้ที่ติจริง ๆ เมื่อทันทีที่ป่ำวประกำศพระราช
โองการออกไป ทั้งท้องพระโรงก็เงียบสงัด มีเพียงสายตำของขุนนาง
บำงคนที่ไม่พอใจแทนโม่จิ่วเยี่ย
สาหรับเรื่องเหล่านี้ จักรพรรดิซุ่นอู่ไม่คิดใส่ใจ ขอเพียงสามารถ
กำจัดโม่จิ่วเยี่ยได้อย่ำงราบรื่น อย่ำงอื่นก็ไม่สาคัญแล้ว
จักรพรรดิซุ่นอู่ส่งแม่ทัพเฉำเหรินที่เคยหมางใจกับโม่จิ่วเยี่ยไป
ยึดทรัพย์สินและประกำศพระราชโองการยังจวนฮู่กั๋วกงโดยเฉพำะ
จุดประสงค์ก็เพื่อทำให้สถำนการณ์ของจวนฮู่กั๋วกงน่ำสังเวช
มากขึ้น
……
ฮูหยินผู้เฒ่ำพำสตรีในจวนมารออยู่ในเรือนหอ
เห็นได้ชัดว่าเวลาล่วงเลยไปมากแล้ว แต่กลับไม่มีความ
เคลื่อนไหวใด ๆ
นางมองโม่จิ่วเยี่ยที่ยังคงนอนคว ่ำอยู่บนเตียงด้วยความไม่สบำย
ใจ
“จิ่วเยี่ย การตัดสินใจและข่ำวของเจ้ำผิดพลาดหรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยยังไม่เอ่ยตอบ บ่ำวคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงำนอย่ำงร้อน
รน
“ท่านกั๋วกง ฮูหยินผู้เฒ่ำ ไม่ดีแล้วขอรับ จวนฮู่กั๋วกงถูกปิดล้อม
แม่ทัพเฉำกำลังนากองทหารบุกเข้ามา”
ฮูหยินผู้เฒ่ำหลับตำสิ้นหวัง พลางพึมพำ “เฮ้อ…ข้าไม่ควรหวัง
ลม ๆ แล้ง ๆ เลย”
โม่หานเยี่ยซึ่งไม่รู้เรื่องรู้ราว พอได้ยินเข่นนั้นก็รีบคว้ำแขน
มารดำไว้
“ท่านแม่ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
สะใภ้ทั้งแปดมองฮูหยินผู้เฒ่ำด้วยสายตำเคร่งเครียด ไม่มีท่ำที
สงบนิ่งเหมือนเมื่อครู่อีก
“ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว พวกเราต้องเผชิญหน้ำกับมันอย่ำงนิ่ง
สงบ ทุกคนตำมข้ามา”
เมื่อมองทุกคนที่ตำมหลังฮูหยินผู้เฒ่ำไปอย่ำงพร้อมเพรียง เฮ่อจื
อหร่านจึงหันมองโม่จิ่วเยี่ยซึ่งนอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
“ท่านอย่ำกังวลไป ข้าจะช่วยท่านแม่รับมือเอง”
ถึงอย่ำงไรโม่จิ่วเยี่ยก็กำลังแกล้งบาดเจ็บอยู่ เขำย่อมไม่สามารถ
ออกไปพร้อมทุกคนได้
ดวงตาดำขลับของโม่จิ่วเยี่ยฉำยแววเศร้ำสร้อยและเย้ยเยาะ
ตนเองเล็กน้อย
เขำตอบกลับเฮ่อจือหร่านอย่ำงจริงจัง
“บอกพวกนางด้วยว่า อย่ำต่อท้ำนโดยพลการ แค่ปกป้องตัวเอง
ให้ดี”
ส่วนเรื่องอื่นในเวลาแบบนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่คำดหวังว่าจะมีโอกำส
พลิกสถำนการณ์อะไรได้ เขำเพียงหวังให้ทุกคนสามารถเดินทำง
ระหว่างถูกเนรเทศได้อย่ำงปลอดภัย
“ได้ ข้าสัญญำ ตราบใดที่ข้ายังอยู่ คนตระกูลโม่จะไม่มีผู้ใดเป็น
อะไรไป”
การได้เห็นกับตำว่าวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่กับครอบครัวถูกองค์
จักรพรรดิโง่เขลาใส่ร้ำย ทำให้เฮ่อจือหร่านรู้สึกปวดใจไม่น้อย
แต่นางพยายามทำใจให้สบำยและรับมือกับเรื่องในวันนี้
เฮ่อจือหร่านวิ่งตำมไปสมทบกับฮูหยินผู้เฒ่ำและคนอื่น ๆ
ไม่ไกลนั้นเสียงฝีเท้ำปะปนกันดังขึ้น
พร้อมทั้งยังมีเสียงร้องขอความเมตตำจากบ่ำวรับใช้
คนหลายสิบคนในชุดเจ้ำหน้ำที่ทำงการห้อมล้อมเฉำเหริน เดิน
เข้ามาด้วยสีหน้ำสมเพชเวทนา
ยังไม่ทันที่พวกนางจะเข้ามาใกล้ ก็มีคนตะโกนใส่ “อย่ำขยับ สิ่ง
นี้คือการยึดทรัพย์สินตำมพระราชโองการขององค์จักรพรรดิ”
ฮูหยินผู้เฒ่ำหยุดฝีเท้ำ มองคนที่เข้ามาด้วยท่ำทำงสงบนิ่ง
โม่หานเยี่ยตกใจจนต้องจับมือมารดำแน่น ไม่กล้ำกระทั่งจะ
หายใจเสียงดัง
แม้เมื่อคืนสะใภ้ทั้งแปดจะพูดจำอวดดีว่าเกิดเป็นคนตระกูลโม่
ตำยก็ยังเป็นผีตระกูลโม่
แต่เมื่อเผชิญกับสถำนการณ์เช่นนี้ก็ยังตัวสั่นงันงก
มีเพียงเฮ่อจือหร่านเท่านั้นที่ยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มคน จ้องมอง
เจ้ำหน้ำที่เหล่านั้นอย่ำงเงียบ ๆ
ในขณะเดียวกัน นางหยิบมีดคมกริบออกมาจากมิติลับ ใช้แขน
เสื้อบังไว้ พลางกุมมีดไว้ในฝ่ำมือแน่น
นางเตรียมพร้อมเพื่อปกป้องความปลอดภัยของคนในจวนฮู่กั๋ว
กงตลอดเวลา
เฉำเหรินถือพระราชโองการเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจ้ำเล่ห์
“คนของจวนฮู่กั๋วกงเตรียมรับพระราชโองการ!”
ขณะกล่าว สายตำของเฉำเหรินมองไปรอบ ๆ
“ราชโองการขององค์จักรพรรดิ กระทั่งท่านกั๋วกงยังไม่มารับด้วย
ตนเอง นี่ถือเป็นการดูหมิ่นเบื้องสูงร้ำยแรง”
เขำมองเจ้ำหน้ำที่ด้านหลัง
“เจ้ำไปเชิญท่านกั๋วกงมารับพระราชโองการด้วยตัวเองเสีย”
เจ้ำหน้ำที่กำลังวิ่งไป ฮูหยินผู้เฒ่ำรีบห้ำมไว้
“เมื่อคืนท่านกั๋วกงถูกองค์จักรพรรดิเรียกตัวเข้าวัง ซ้ำยังถูกโบย
ห้ำสิบไม้ ตอนนี้เขำยังนอนสลบอยู่ เกรงว่าคงจะมารับพระราช
โองการไม่ได้”
เฉำเหรินรู้ดีว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่ปรากฏตัวก็ด้วยเหตุผลนี้ เขำแค่จงใจ
จะทำให้คนจวนฮู่กั๋วกงลาบำกใจเท่านั้นเอง
“อะไรนะ ท่านบอกว่าเมื่อคืนท่านกั๋วกงถูกองค์จักรพรรดิสั่งโบย
หรือ”
เขำแสดงสีหน้ำยั่วยุ แสร้งไม่รู้เรื่องเหล่านี้ แต่ในใจกลับรู้สึกยินดี
ที่ผู้อื่นเดือดร้อน
ฮูหยินผู้เฒ่ำแค่นเสียงในลาคอ “แม่ทัพเฉำ ท่านเองก็เป็นขุนนาง
ใหญ่ในราชสานัก หากมาเพื่อประกำศพระราชโองการก็ประกำศไป
เถอะ ไม่จำเป็นต้องซ้ำเติมคนบาดเจ็บที่นี่หรอก”
พี่สะใภ้ใหญ่เริ่มกล้ำเอ่ยปำกขึ้นมาบ้ำง
“คนเมืองหลวงต่ำงรู้กันดีว่า ในจวนฮู่กั๋วกงของพวกเรา นอกจาก
น้องเก้ำแล้ว คนที่เหลือล้วนเป็นสตรีออกเรือน ท่านมาอวดอ้ำงความ
เก่งกำจต่อหน้ำกลุ่มสตรีเช่นนี้ หากแพร่งพรายออกไป คงไม่ใช่เรื่อง
น่ำภำคภูมิใจนัก”
“ใช่แล้ว ถึงพวกเราจะไม่เอาไหน แต่คนตระกูลของพวกเราก็
ล้วนรับราชการอยู่ในราชสานัก เรื่องนี้คงยากที่จะปิดบังไม่ให้พวก
เขำรู้” สะใภ้สามเดินเข้ามาสมทบ
เฉำเหรินรู้ดีว่าเรื่องนี้พวกนางกล่าวถูกต้อง
การรังแกสตรีที่ออกเรือนแล้วแต่ยังมีคนหนุนหลังอยู่บ้ำง ย่อม
แพร่กระจำยออกไปได้ง่ำยกว่าจริง ๆ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าเฉำเหรินจะไม่ทำให้พวกท่านลาบำกใจอีก
ขอเชิญทุกท่านในจวนฮู่กั๋วกงรับพระราชโองการเถอะ!”