ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 14 หากเฉำเหรินกล้ำลงมือ นางจะไม่ปล่อยให้เขำรอดไป
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 14 หากเฉำเหรินกล้ำลงมือ นางจะไม่ปล่อยให้เขำรอดไป
ได้แน่
แม้จะเกลียดชังจักรพรรดิซุ่นอู่ แต่ระเบียบข้อปฏิบัติที่ควรมีก็ไม่
อาจละทิ้งได้
ฮูหยินผู้เฒ่ำคุกเข่ำลงเป็นคนแรก
สะใภ้ทั้งแปดและโม่หานเยี่ยเห็นดังนั้นจึงคุกเข่ำลงตำม
เฮ่อจือหร่านไม่อยากทำเช่นนั้น แต่ไม่อาจแสดงท่ำทีแตกต่ำง
จากคนอื่นมากเกินไป
โชคดีที่เสื้อผ้ำของคนยุคโบราณมีชายกระโปรงกว้ำง นางจึงดึง
ชายกระโปรงปิดบังขำของตนเอง นั่งยองอยู่ด้านหลังทุกคน
“ตำมบัญชำจากสวรรค์ องค์จักรพรรดิมีพระราชโองการ จาก
การสอบสวนฮู่กั๋วกง โม่จิ่วเยี่ยได้ร่วมมือกับโจรต่ำงถิ่น ยักยอก
เสบียงอาหาร และสมคบคิดกับขุนนางในราชสานักก่อการกบฏ
หลายครั้ง องค์จักรพรรดิปัจจุบันทรงเมตตำ นึกถึงบรรพชนของสกุล
โม่ที่ภักดีและทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน จึงละเว้นโทษประหาร บัดนี้
ให้ยึดทรัพย์สินทั้งหมด ขำยบ่ำวรับใช้ และเนรเทศคนสกุลโม่ไปยังซี
เป่ย*[1]…”
โชคดีที่พวกเขำเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว จึงไม่รู้สึกสิ้นหวังกับพระ
ราชโองการอยุติธรรมเช่นนี้
กระทั่งจะเรียกร้องทุกข์ให้ตนเองก็ไม่จำเป็นอีก
เพราะพวกนางรู้ดีว่าองค์จักรพรรดิตั้งใจจะกำจัดคนสกุลโม่ แม้
วิงวอนหรือร้องขออย่ำงไรก็ไร้ประโยชน์
เพียงมองคนที่ถูกส่งมาให้จัดการเรื่องนี้ก็รู้ได้ว่าองค์จักรพรรดิ
ทรงไม่ต้องการให้พวกเขำมีชีวิตที่ดี ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งเฉำเหรินคน
สารเลวผู้นี้มา
ฮูหยินผู้เฒ่ำรับพระราชโองการ นาสตรีในจวนลุกขึ้นยืน
เฉำเหรินสั่งให้เริ่มตรวจค้นอย่ำงใจร้อน ถึงขั้นบอกว่าแม้แต่รูหนู
ก็ห้ำมปล่อยผ่าน
สาหรับสตรีที่อยู่ตรงหน้ำเหล่านี้ แน่นอนว่าจำเป็นต้องค้นตัว
เมื่อมองสตรีงดงำมราวกับบุปผำ แววตำของเฉำเหรินยิ่งฉำยแวว
หยาบโลน
“เฮ้อ คิดถึงกำลเก่ำที่โม่จิ่วเยี่ยยังเป็นขุนนางร่วมทำงำนในราช
สานักกับข้า ข้าจะค้นตัวพวกนางด้วยตนเอง”
บรรดำเหล่ำสะใภ้ต่ำงถอยหลังไปสองสามก้ำวทันที่
แม้พวกนางจะเป็นม่ำย แต่ก็ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง จะปล่อยให้ชาย
อื่นมาลูบคลาเนื้อตัวได้อย่ำงไร
ฮูหยินผู้เฒ่ำโกรธจนตัวสั่น เอ่ยเสียงเข้ม
“ท่านแม่ทัพเฉำ การกระทำเช่นนี้ไม่ถูกต้องตำมหลัก แม้ว่าสกุล
โม่จะมีความผิด แต่สตรีเหล่านี้ก็ไม่ใช่คนที่จะถูกดูหมิ่นได้ตำมใจ
ชอบ”
เมื่อนางกล่าวเช่นนี้ก็เตรียมใจจะตำยไว้แล้ว
ความบริสุทธิ์ของสตรีนั้นสาคัญยิ่งกว่าสวรรค์ นางยอมตำย
ดีกว่าที่จะถูกดูหมิ่นเช่นนี้
เฉำเหรินไม่ได้ใส่ใจคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่ำแม้แต่น้อย
ในสายตำของเขำ สกุลโม่เป็นดั่งตั๊กแตนในฤดูใบไม้ร่วง ถึงแม้
ตอนนี้จะยังไม่ตำย แต่ก็จะต้องตำยระหว่างการเดินทำงเนรเทศอยู่ดี
“ฮูหยินอย่ำได้ปฏิเสธน้ำใจของข้า การที่ข้าจะค้นตัวพวกนาง
ด้วยตนเองนั้นถือเป็นเกียรติพวกนางแล้ว หากไม่เต็มใจ ข้าก็จะให้
เจ้ำหน้ำที่จัดการพร้อมกัน”
ฮูหยินผู้เฒ่ำมีนิสัยเด็ดเดี่ยว จะทนฟังคำพูดหยาบคำยเช่นนี้ได้
อย่ำงไร
“เฉำเหริน วันนี้ข้าจะสู้กับเจ้ำ”
ฮูหยินผู้เฒ่ำเอ่ยพลางดึงปิ่นปักผมพุ่งเข้าใส่เฉำเหริน
เฉำเหรินเป็นนายทหารซึ่งมีทักษะการต่อสู้ จะถูกผู้หญิงคนหนึ่ง
ทำให้ตกใจได้อย่ำงไร
หากใช้โอกำสนี้กำจัดนางคนนี้ บำงทีเขำอาจได้รับรางวัลจาก
องค์จักรพรรดิด้วย
เมื่อเห็นเฉำเหรินกำลังจะโต้กลับแล้ว เฮ่อจือหร่านก้ำวไป
ข้างหน้ำอย่ำงรวดเร็ว ลากตัวฮูหยินผู้เฒ่ำไปยังตำแหน่งที่ปลอดภัย
อย่ำงคล่องแคล่ว
การกระทำของนางทำให้เฉำเหรินตบตีได้เพียงอากำศ
เฉำเหรินจ้องมองคนที่ทำลายเรื่องดี ๆ ของเขำอย่ำงโมโห
เห็นเป็นหญิงสาวนางหนึ่งเกล้ำผมเยี่ยงสตรีที่แต่งงำนแล้ว ดูราว
อายุสิบหกสิบเจ็ด คิ้วตำงดงำม ชุดกระโปรงสีฟ้ำอ่อนเรียบง่ำยช่วย
ขับผิวของนางให้ขำวผ่องยิ่งขึ้น
ช่ำงเป็นหญิงงำมจริง ๆ เขำไม่รู้เลยว่าในจวนฮู่กั๋วกงจะมีสาวงำม
เช่นนี้
เฉำเหรินมองเฮ่อจือหร่าน สีหน้ำยิ้มแย้มทันที่
“หึ ๆ ไม่ทราบว่าเจ้ำเป็นหญิงม่ำยของผู้ใดในบ้ำนสกุลโม่หรือ”
หากเป็นไปได้ เฉำเหรินอยากจะขโมยหญิงงำมผู้นี้กลับไปที่จวน
ของตัวเอง
เฮ่อจือหร่านเห็นสีหน้ำเขำแล้วยิ่งรู้สึกคลื่นไส้
อย่ำงไรก็ตำม นางยังคงจดจ้องอีกฝ่ำยด้วยสายตำเย็นชำ
“ท่านแม่ทัพเฉำช่ำงกล้ำเสียจริง ทั้งเมินเฉยต่อกฎหมาย
บ้ำนเมือง ยังคิดจะลวนลามภรรยาของผู้อื่นอีก”
“เฮ้อ… คุณหนูเจ้ำอย่ำเพิ่งใจร้อน ข้าแค่หยอกเย้ำเจ้ำเล่น เจ้ำจะ
ทำอะไรข้าได้”
เฮ่อจือหร่านสีหน้ำไร้อารมณ์
“ตำมกฎของราชสานักระบุว่าในขณะปฏิบัติหน้ำที่ เจ้ำหน้ำที่
ห้ำมทำร้ำยญำติของผู้ที่ยังไม่ได้รับโทษประหารชีวิต และห้ำม
ลวนลามญำติของข้าราชการผู้กระทำผิด ตอนนี้ท่านกำลังลวนลาม
ข้าอย่ำงเปิดเผย ไม่กลัวว่าจะถูกองค์จักรพรรดิลงโทษหรือ”
เฉำเหรินเข้าใจกฎข้อนี้เป็นอย่ำงดี เพียงแต่เขำคิดมาตลอดว่า
สตรีในบ้ำนสกุลโม่คงไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ หากเขำจะทำตำมใจชอบ
ก็ไม่มีใครกล้ำทำอะไร
ไม่คิดว่าหญิงสาวอ่อนเยาว์และงดงำมนางนี้ จะพูดถึงกฎของราช
สานักต่อหน้ำคนมากมายได้
สิ่งนี้ทำให้เขำรู้สึกอับอายอยู่บ้ำง
ทว่าเฉำเหรินยังไม่ยอมแพ้ คิดว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้ำเป็นเพียงสตรีตัว
เล็ก ๆ แค่เอ่ยขู่ไปสักหน่อย นางก็ต้องกลัวจนตัวสั่นแล้ว
“ต่อหน้ำข้า คำพูดของเจ้ำช่ำงไร้ประโยชน์ ข้าขอพูดไว้ตรงนี้ว่า
หากเจ้ำยินยอม เรื่องการค้นตัวก็สามารถพูดคุยกันได้ ไม่เช่นนั้น ก็
อย่ำโทษที่ข้าไม่ถนอมดอกไม้งำมเลย”
เฮ่อจือหร่านใช้ชีวิตมาสองชำติ แต่กลับเพิ่งเคยพบคนหน้ำหนา
ขนาดนี้เป็นครั้งแรก
ตอนนี้ นางเปลี่ยนจากมีดในมือเป็นปืนพกขนาดเล็กแล้ว
หากเฉำเหรินกล้ำลงมือ นางจะไม่ปล่อยให้เขำรอดไปได้แน่
แม้จะเตรียมการเช่นนี้ไว้แล้ว แต่เฮ่อจือหร่านยังเลือกใช้
สติปัญญำแก้ไขปัญหาเป็นอันดับแรก
ในเมื่อยังมีคนสกุลโม่อีกมากมายอยู่ด้วย หากนางยิงเฉำเหริน
ตำยไปจะต้องพัวพันไปถึงพวกนางแน่นอน
“ท่านแม่ทัพเฉำ ข้าขอเตือนท่าน ในเมื่อคนของจวนฮู่กั๋วกงถูก
เนรเทศ ญำติฝั่งครอบครัวของพวกเราเหล่ำสะใภ้จะต้องมาส่ง
แน่นอน”
“ข้าเชื่อว่าท่านคงเข้าใจดีว่ากระดำษไม่อาจห่อไฟ*[2]ไว้ได้ หาก
พี่สะใภ้คนใดของข้าพบครอบครัวของนางและเล่ำเรื่องนี้ไป ท่านรู้
หรือไม่ว่าจะเป็นอย่ำงไร ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้ว่าสกุลโม่จะถูกยึดทรัพย์
และเนรเทศ แต่ตระกูลของพวกเราก็ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ”
“และถึงอย่ำงไร บิดำข้าก็ยังเป็นถึงเสนาบดี หากเขำมาและไม่
เห็นข้า ซ้ำยังได้ยินว่าข้าตำยด้วยน้ำมือของท่าน ลองคิดดูสิว่าบิดำ
ข้าจะทำสิ่งใด”
คำพูดเหล่านี้ทำให้บรรดำพี่สะใภ้มีขวัญกำลังใจมากขึ้น
“ท่านแม่ทัพเฉำ หากพี่ชายใหญ่ของข้ามาและไม่เห็นหน้ำ เขำ
จะต้องแก้แค้นให้ข้าแน่นอน”
“บิดำของข้าก็เช่นกัน หากท่านยังดื้อรั้นอีก ข้าจะฆ่ำตัวตำย
ตอนนี้เสียเลย”
เฉำเหรินมองสตรีที่กำลังโกรธเคืองอยู่ตรงหน้ำ ในทันใดนั้นเขำ
รู้สึกงุนงง
เขำไม่เคยคิดเลยว่าสตรีเหล่านี้จะไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย
โดยเฉพำะหญิงงำมหน้ำซึ่งบิดำของนางเป็นเสนาบดี
แม้นางจะไม่ได้บอกว่าเป็นเสนาบดีคนใด แต่ในใจเขำก็รู้ดี
เพียงคนเดียวในจวนฮู่กั๋วกงที่มีภรรยาเป็นบุตรสาวของเสนาบดี
นั่นคือภรรยาของโม่จิ่วเยี่ย บุตรสาวแท้ ๆ ของเฮ่อเยวียนหมิง
เสนาบดีกรมพระคลัง
เฮ่อเยวียนหมิงเป็นขุนนางขั้นสองในราชสานัก เขำซึ่งเป็นเพียง
นายทหารเล็ก ๆ ขั้นสี่ จะไปต่อกรกับอีกฝ่ำยได้อย่ำงไร
ยังมีหญิงม่ำยอีกหลายคนในสกุลโม่ที่มีญำติฝ่ำยหญิงล้วนเป็น
ขุนนางในราชสานักทั้งนั้น บำงคนยังมีตำแหน่งสูงกว่าเขำเสียอีก
หลังจากไต่ตรองดีแล้ว เฉำเหรินจึงตัดสินใจยอมแพ้
เขำไม่อยากเสียหน้ำ
“หึ! ข้าจะเห็นแก่ที่พวกนางเป็นหญิงม่ำยน่ำเวทนามานานหลาย
ปี วันนี้ข้าจะปล่อยพวกนางไปก็แล้วกัน”
[1] ซีเป่ย คือภำคตะวันตกเฉียงเหนือ
[2] กระดำษไม่อาจห่อไฟ เป็นสานวนหมายถึงความลับย่อม
ปกปิดไว้ไม่ได้