ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 133 ในสายตาของข้า เจ้าคือคนที่พิเศษที่สุด
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 133 ในสายตาของข้า เจ้าคือคนที่พิเศษที่สุด
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ตัวว่าความคิดของนางเริ่มเบี่ยงเบนไปแล้ว จาก
ความยินดีในการแบ่งปันพื้นที่มิติ กลายเป็นการครุ่นคิดถึงความ
เปลี่ยนแปลงของโลก
นางดึงความคิดที่ล่องลอยกลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง
“เมื่อพวกเราไปถึงซีเป่ย พวกเราจะสร้างเรือนแบบนี้สักหลัง ท่าน
คิดว่าดีหรือไม่?”
ขณะเอ่ย ในหัวของเฮ่อจือหร่านก็ปรากฏภาพของโม่จิ่วเยี่ย
ก าลังถือจอบขุดดินอยู่ในไร่
บางทีนี่อาจเป็นชีวิตที่นางอยากจะใช้จริง ๆ
โม่จิ่วเยี่ยตอบทันที่ “ดี ถึงตอนนั้นผมจะออกแรงท างาน ส่วนเจ้า
ก็แค่อยู่บ้านดูแลลูก ๆ ของเราก็พอ”
เมื่อได้ยินค าว่า ‘ลูก ๆ ของเรา’ เฮ่อจือหร่านก็พลันหน้าแดง
“ใครบอกว่าข้าจะมีลูกกับท่านกัน”
เพราะอารมณ์ดีเกินไป โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่ได้ระวังปาก เขาถึงกับพูด
ความในใจออกมาแล้ว
เดิมทีเขาไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรไม่เหมาะสม แต่พอถูกเฮ่อจือหร่าน
ถามแบบนี้ เขาก็หน้าแดง พูดจาตะกุกตะกัก
“เจ้า…เจ้าเป็นภรรยาที่ข้าตบแต่งอย่างถูกต้องตามประเพณี…
หากไม่มีลูกกับข้าแล้วจะมีกับใคร?”
หลังจากได้พูดคุยกับโม่จิ่วเยี่ยมานาน นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้
เห็นอีกด้านหนึ่งของเขา
ปกติโม่จิ่วเยี่ยมักจะเย็นชาและพูดน้อยต่อหน้าผู้อื่น แต่ท าไม
วันนี้เหมือนเขาจะเปลี่ยนเป็นคนละคนไปเลยเล่า?
คราวนี้เฮ่อจือหร่านถึงกับพูดไม่ออกจริง ๆ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสถานะของนางคือภรรยาที่แต่งงานอย่าง
ถูกต้องของโม่จิ่วเยี่ย
แม้ว่าในใจนางจะยอมรับโม่จิ่วเยี่ยแล้ว แต่ด้วยจิตวิญญาณ
สมัยใหม่ของนาง ถึงแม้จะไม่เคยมีคนรักมาก่อน นางก็ไม่อยากจะใช้
ชีวิตคู่กับใครส่งเดช โดยไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย
เมื่อนึกถึงนิสัยของโม่จิ่วเยี่ย เขาไม่ถึงกับเป็นคนเงียบขรึม แต่ก็
เป็นคนของยุคโบราณที่มีความคิดแบบเก่าซึ่งฝังรากลึก
เฮ่อจือหร่านคิดว่าโอกาสที่เขาจะสารภาพรักกับนางก่อนนั้นคง
เป็นไปได้ยาก
ถ้าเป็นแบบนี้ นางน่าจะถามเขาเองดีกว่า
หากรู้ค าตอบแล้ว นางก็สามารถก าหนดทิศทางในอนาคตของ
ตัวเองได้
“เอ่อ…ท่านชอบข้าหรือ?”
“ชอบ!” โม่จิ่วเยี่ยตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
นางคิดว่าเขาจะพูดอะไรต่อ แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากตอบว่า ‘ชอบ’
สองค านั้น เขาก็ไม่พูดอะไรอีก แต่กลับมองนางด้วยสายตาเปี่ยมด้วย
ความรัก
เฮ่อจือหร่านรู้สึกจนปัญญาในใจ จึงพยายามถามเขาต่อ
“เช่นนั้นท่านบอกหน่อยสิ ว่าชอบอะไรในตัวข้า?”
โม่จิ่วเยี่ยคิดสักครู่ แล้วตอบด้วยน ้าเสียงที่จริงจังมาก
“เจ้าแตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่ข้ารู้จัก งดงาม มีเหตุผล เมื่อ
เจอปัญหาก็มีสติปัญญา กล้าหาญ…สรุปคือในสายตาของข้า เจ้าคือ
คนที่พิเศษที่สุด”
“ไม่ว่าจะท าอะไรอยู่ ขอเพียงได้เห็นเจ้า อารมณ์ของข้าก็ดีขึ้น
มาก”
“เมื่อเจ้าหายไปจากสายตา ข้ากลับรู้สึกตื่นตระหนก”
“ครั้งก่อนที่เจ้าตกหน้าผาไป สิ่งแรกที่ข้านึกถึงคือหากเจ้าตาย
ชีวิตของข้าก็คงอยู่ไปอย่างไร้ความหมาย”
เฮ่อจือหร่านเพิ่งเคยได้ยินโม่จิ่วเยี่ยเอื้อนเอ่ยนานขนาดนี้เป็น
ครั้งแรก
นางรู้ดีว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่ถนัดเรื่องการแสดงออก
และด้วยนิสัยของเขา ก็คงจะไม่พูดอะไรที่ไม่จริงใจ เพียงเพื่อเอา
ใจผู้หญิงคนหนึ่ง
ต้องบอกว่าในตอนนี้ เฮ่อจือหร่านแอบรู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อย
นางคิดว่าส าหรับคนยุคโบราณอย่างโม่จิ่วเยี่ย การพูดขนาดนี้
นับว่าดีมากแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดต่อว่า
“แม้ว่าตอนนี้ข้าจะตกต ่าเป็นเพียงนักโทษเนรเทศของราชส านัก
ไม่สามารถมอบต าแหน่งที่ผู้หญิงทุกคนปรารถนาให้เจ้าได้ แต่ข้า
รับประกันได้ว่า ชาตินี้ข้าจะดีกับเจ้าเพียงคนเดียว และจะไม่มีวันท า
ให้เจ้าต้องเสียใจ”
โม่จิ่วเยี่ยก าลังกลุ้มใจมาระยะหนึ่งแล้ว
เขาเคยคิดว่าในอนาคตอาจจะมอบชีวิตที่หรูหราแก่เฮ่อจือหร่าน
ไม่ได้ เขาถึงขั้นเคยคิดควรจะปล่อยเฮ่อจือหร่านให้เป็นอิสระ
แต่เมื่อคิดว่านางจะจากเขาไป ความเจ็บปวดรวดร้าวก็จะคอยย ้า
เตือนเขาอยู่เสมอว่า ตนเองได้ตกหลุมรักสตรีนางนี้อย่างลึกซึ้งแล้ว
วันเวลาที่ไม่มีนาง เขาคงไม่มีความสุข
ดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยจึงถือโอกาสในวันนี้แสดงความรู้สึกในใจของ
เขาออกมา
เขาหวังว่าเฮ่อจือหร่านจะมีความรู้สึกต่อเขาและยินดีที่จะอยู่เคียง
ข้าง
ยามนี้เฮ่อจือหร่านแน่ใจในความรู้สึกของโม่จิ่วเยี่ยแล้ว
หลังจากทบทวนความรู้สึกของตัวเองดู นางก็มั่นใจว่าตัวเองก็
ชอบโม่จิ่วเยี่ยเช่นกัน
ในเมื่อคนทั้งสองต่างมีใจให้กัน การเสแสร้งท าเป็นเขินอายต่อไป
ก็ไม่ใช่นิสัยของนาง
“ค าพูดที่เอ่ยออกมาแล้วยากจะรักษา ท่านต้องรักษาค าพูดนะ”
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น แต่
ตอนนี้เขาก็เข้าใจความหมายของเฮ่อจือหร่านดี
เขาจับมือนางไว้แน่นอย่างตื่นเต้น “หร่านหร่าน เจ้ายอมรับข้า
แล้วใช่หรือไม่”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “อืม แต่ต่อไปก็ต้องดูการกระท าของท่าน
ด้วย”
โม่จิ่วเยี่ยดีใจราวกับเด็กน้อย เขาอุ้มเฮ่อจือหร่านหมุนทันที่
“หร่านหร่าน เจ้าวางใจได้เลย ข้าโม่จิ่วเยี่ยจะรักษาค าพูด ชาตินี้
จะรักเจ้าเพียงคนเดียว”
เฮ่อจือหร่านรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยเมื่อถูกคนอุ้มหมุนกะทันหัน
แบบนี้
แต่นางไม่อยากท าลายความสุขของโม่จิ่วเยี่ย
หลังออกจากเมืองหลวง เขาก็แทบไม่ได้มีความสุขเลย เฮ่อจือห
ร่านจึงไม่อยากห้ามชายหนุ่ม
โชคดีที่โม่จิ่วเยี่ยหมุนไปเพียงไม่กี่รอบก็หยุดลง แต่ยังไม่ยอม
ปล่อยมือที่โอบกอดนางไว้
ทั้งสองยืนอยู่กับที่ ร่างกายแนบชิด รับรู้ถึงเสียงหัวใจของกันและ
กัน…
แม้เฮ่อจือหร่านจะมีความคิดสมัยใหม่และมีชีวิตมาแล้วสองชาติ
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางมีความรัก นางรู้สึกว่าตัวเองยังปล่อยวางไม่
ค่อยได้
หลังจากโอบกอดกันสักพัก นางพลันรู้สึกเขินอายจึงผลักเขา
ออกไป แล้วหาข้ออ้างไปว่า “ข้าจะไปดูโทรศัพท์สักหน่อย”
เมื่อเห็นหญิงสาวที่ตนรักวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว โม่จิ่วเยี่ยก็ส่าย
หน้าอย่างจนใจ แล้วนั่งชื่นชมทิวทัศน์ของพื้นที่มิติต่อไป
เฮ่อจือหร่านวิ่งเข้าไปในห้องพยาบาล แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา
เปิดดูร้านค้าในเถาเป่าอย่างไม่ตั้งใจ
จากนั้นนางเพิ่งสังเกตว่ามีรูปคนกะพริบอยู่ด้านล่างของหน้าจอ
เป็นนักสะสมตัวน้อย
[เจ้าของร้าน คุณเยี่ยมยอดจริง ๆ ผมชอบสินค้าทั้งหมดมาก ถ้า
ไม่ใช่เพราะตอนนี้ผมมีปัญหาเรื่องเงินอยู่บ้าง ผมคงซื้อสินค้าในร้าน
ของคุณหมดแล้ว]
เฮ่อจือหร่าน [ที่นี่มีของโบราณครบทุกประเภทเลยก็ว่าได้ คุณ
เป็นลูกค้าคนแรกของฉัน และเป็นลูกค้ารายใหญ่ด้วย ต่อไปถ้า
ต้องการอะไรก็บอกฉันได้เลย]
นางคิดว่าถึงแม้ที่นี่จะไม่มีของที่นักสะสมตัวน้อยต้องการ นางก็
สามารถออกไปหามันมาได้
อย่างไรเสียนางก็อยู่ในยุคโบราณ การจะหาอะไรก็คงไม่ยากนัก
หรอก
อาจเป็นเพราะเวลานี้ดึกเกินไป นักสะสมตัวน้อยจึงไม่ได้ตอบ
กลับ เฮ่อจือหร่านตรวจดูสินค้าในร้านอีกครั้ง
ตอนนี้เหลือสินค้าไม่กี่ร้อยชิ้น แต่ไม่จ าเป็นต้องเติมคลังสินค้า
นางจึงปิดโทรศัพท์และพาโม่จิ่วเยี่ยออกไปด้วยกัน
เพราะการสารภาพรักแบบ ‘ไม่ตั้งใจ’ เมื่อครู่ ตอนนี้ในใจโม่จิ่ว
เยี่ยยังคงรู้สึกตื่นเต้น จึงท าให้ยังรู้สึกเก้อเขินอยู่บ้าง
เฮ่อจือหร่านก็เช่นกัน นางทั้งตื่นเต้นที่ได้รับพื้นที่มิติเพาะปลูก
และการสารภาพรักของโม่จิ่วเยี่ย
แต่ตอนนี้นางรู้สึกอายมาก จึงหันหลังให้โม่จิ่วเยี่ยไม่กล้าขยับตัว
แม้แต่น้อย
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่ายังเช้าอยู่ จึงนอนต่อในกระโจม พลางใช้มือข้าง
หนึ่งยันศีรษะตนเองมองนาง
จากนั้นเขาก็ลองยื่นแขนข้างหนึ่งไปหานางอย่างระมัดระวัง
เฮ่อจือหร่านรู้สึกถึงการสัมผัสของเขา ร่างกายนางพลันแข็งเกร็ง
ขึ้นทันที่ จากนั้นความรู้สึกแปลกประหลาดราวกับถูกไฟฟ้าช็อตก็
แล่นไปทั่วร่าง
ทว่านางไม่ได้หลบหนี
โม่จิ่วเยี่ยเห็นดังนั้น จึงลองออกแรงดึงตัวนางเข้ามาในอ้อมกอด
ของตัวเอง…