ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 132 นี่คือเหตุผลว่าท าไมสกุลโม่จึงยากจน
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 132 นี่คือเหตุผลว่าท าไมสกุลโม่จึงยากจน
เฮ่อจือหร่านยุ่งอยู่กับหน้าแผงควบคุมเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วยาม
ในที่สุดก็สร้างพื้นที่มิติเพาะปลูกนี้เสร็จสมบูรณ์
สิ่งอ านวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ควรมีอย่างบ่อเลี้ยงปลาหรือโรง
เก็บของก็มีครบถ้วน
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังพบเรื่องน่าประหลาดใจอีกอย่าง
นั่นคือเมล็ดพันธุ์ที่เพิ่งฝังลงดินไปเมื่อครู่ ได้งอกเป็นหน่อสีเขียว
เล็ก ๆ แล้ว
ในตอนนั้นเอง หน้าจอบนแผงควบคุมก็ปรากฏกล่องข้อความ
ขึ้นมา
เนื้อหาในกล่องข้อความมีมากมาย ส่วนใหญ่เป็นการแนะน า
คุณลักษณะของพื้นที่มิตินี้
[ภายในพื้นที่มิติเพาะปลูก ธัญพืชและผักจะเติบโตเต็มที่ภายใน
สามวันหลังจากปลูก ต้นไม้ผลจะโตเต็มที่ภายในสิบวัน ต้นไม้ผลที่โต
เต็มที่แล้วจะให้ผลผลิตพร้อมเก็บเกี่ยวทุกสิบวัน
สัตว์น ้าในบ่อเลี้ยงจะโตเต็มที่ภายในสิบวัน สัตว์ปีกจะโตเต็มที่
ภายในสิบวัน ปศุสัตว์จะโตเต็มที่ภายในครึ่งเดือน
เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตในพื้นที่มิติจะได้รับการปรับปรุงพันธุกรรม เมื่อ
น าไปปลูกภายนอกจะไม่เลือกสภาพดินและภูมิอากาศ]
เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้ เฮ่อจือหร่านรู้สึกดีใจจนบรรยายไม่ถูก ยังไม่
ต้องพูดถึงเวลาเก็บเกี่ยวพวกมันเหล่านั้น แค่เวลาที่พืชผลเติบโต
เต็มที่ก็ท าให้นางพอใจจนอกแทบระเบิดแล้ว
อีกทั้งเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตจากที่นี่ยังมีประสิทธิภาพมาก วันหน้าเมื่อ
ไปถึงซีเป่ย นางสามารถปลูกพืชพรรณได้อย่างอิสระโดยไม่ต้อง
ค านึงถึงสภาพอากาศเลย
เฮ่อจือหร่านเริ่มจินตนาการ เมื่อไปถึงซีเป่ย ครอบครัวที่อบอุ่นจะ
อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข มีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์ บุรุษท าไร่ไถนา
ส่วนสตรีเย็บปักทอผ้า
แม้ว่าการสร้างพื้นที่มิติแบบดั้งเดิมนี้จะใช้เงินไปหลายแสน แต่
เมื่อเห็นพื้นที่มิติเป็นมิตรกับมนุษย์เช่นนี้ นางก็รู้สึกว่าคุ้มค่ามาก
เฮ่อจือหร่านไม่ได้รู้สึกสบายใจและปลอดโปร่งเช่นนี้มานานแล้ว
จิตส านึกของนางจึงเริ่มเดินเล่นไปทั่วในพื้นที่มิติที่เพิ่งจัดการเสร็จ
นางมาที่บ่อปลาอันใสสะอาดเป็นอย่างแรก
ลูกปลาและกุ้งตัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งซื้อมาว่ายอยู่ไปมา โดยเฉพาะเจ้า
ปลาหัวโต นางจ าได้ว่าตอนซื้อลูกปลามามันยังมีขนาดเท่านิ้วมือ แต่
ตอนนี้ดูเหมือนมันจะโตขึ้นบ้างแล้ว
หลังจากดูบ่อปลา นางก็ไปตรวจสอบทุ่งหญ้าส าหรับเลี้ยงสัตว์
ที่นั่นมีวัวและแกะเต็มท้องทุ่ง ในปศุสัตว์มีการแบ่งพื้นที่เลี้ยงสัตว์
ปีกและสัตว์ต่าง ๆ อย่างชัดเจน
โรงเก็บของดูเหมือนจะมีพื้นที่กว้างมาก ท าให้นึกถึงตอนที่โม่จิ่ว
เยี่ยพานางไปขนของในท้องพระคลัง ถ้ามีโรงเก็บของแบบนี้สักแห่ง
คงจะสะดวกมาก
นึกถึงตรงนี้ เฮ่อจือหร่านจึงใช้จิตส านึกส่งของใช้ทั้งหมดที่เก็บ
ไว้ในห้องพยาบาลไปยังโรงเก็บของ
หลังจากเดินชมไปรอบ ๆ นางพลันนึกได้ว่าจิตส านึกล่องลอยอยู่
ในพื้นที่มิติมานานแล้ว ถึงเวลาต้องออกไปอย่างอาลัยอาวรณ์
เมื่อเห็นว่าร่างกายนางมีปฏิกิริยาในที่สุด โม่จิ่วเยี่ยจึงถามด้วย
ความร้อนรน
“ท าไมเจ้าเข้าไปในพื้นที่มิตินานขนาดนั้น?”
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งตื่นขึ้นมาก็พบว่านางนั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียว
เขาสามารถสรุปได้ว่าจิตใจของนางคงเข้าไปตรวจสอบพื้นที่มิติ
แน่นอน แต่วันนี้นางใช้เวลานานไปหน่อย ท าให้โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกไม่
สบายใจนัก
เฮ่อจือหร่านยังอยู่ในความตื่นเต้นดีใจ หลังโม่จิ่วเยี่ยเอ่ยถาม
นางก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
“มาเถอะ ข้าจะพาท่านไปดูเรื่องอย่างหนึ่ง”
ค าพูดของนางยังไม่ทันจบประโยค ร่างของทั้งสองคนก็ปรากฏ
ขึ้นในพื้นที่มิติแล้ว
ที่นี่ยังคงอยู่ในห้องพยาบาล
โม่จิ่วเยี่ยสังเกตเห็นว่า สิ่งของทั้งหมดที่ขโมยมาจาก
ท้องพระคลังหายไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าเขาก าลังตกใจ เฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้อธิบาย แต่แสดงสี
หน้าท่าทางลึกลับแล้วจูงมือเขาไปเปิดประตูห้องพยาบาลด้วยกัน
โม่จิ่วเยี่ยตกใจอีกครั้ง “ประตูตรงนี้เปิดได้ด้วยหรือ?”
ขณะที่เขาก าลังสงสัย กลับต้องตะลึงกับภาพตรงหน้าไปแล้ว
เฮ่อจือหร่านผู้มีชีวิตมาสองชาติ เพิ่งจะรู้สึกพอใจเล็กน้อยจาก
การแบ่งปันประสบการณ์แบบนี้กับผู้อื่นเป็นครั้งแรก
นางชี้ไปยังพื้นที่เพาะปลูกที่เป็นระเบียบเรียบร้อยตรงหน้าแล้วพูด
ว่า “นี่คือพื้นที่มิติแสนล ้าค่าที่ข้าเพิ่งได้มา”
จากนั้นนางก็อธิบายถึงข้อดีและคุณสมบัติพิเศษของพื้นที่มิตินี้
ให้โม่จิ่วเยี่ยฟังอย่างละเอียด
หลังได้ยินสิ่งเหล่านั้น ในตอนแรกโม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกตกใจ แต่เมื่อ
เขาหันกลับไปมองห้องพยาบาลอันคุ้นเคย ก็รู้สึกสบายใจขึ้นอย่าง
รวดเร็ว
เฮ่อจือหร่านมีห้องพยาบาลที่วิเศษขนาดนั้นได้ การมีพื้นที่
เพาะปลูกแบบนี้เพิ่มอีกหนึ่งแห่งก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านตื่นเต้นจนแทบบ้า นางถึงกับจูงมือโม่จิ่วเยี่ย
พาเขาเที่ยวชมพื้นที่มิติเพาะปลูก
โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกเช่นเดียวกับนาง พอมาถึงที่นี่เขาก็รู้สึกว่าไม่
อยากจากไปไหน
ที่นี่ไม่มีอันตรายเหมือนโลกภายนอก ไม่มีการหลอกลวง ไม่มี
เรื่องวุ่นวาย มีเพียงหญิงสาวที่เขาชอบจากก้นบึ้งของหัวใจ…
เฮ่อจือหร่านเห็นโม่จิ่วเยี่ยนั่งเหม่ออยู่ข้างบ่อปลาจึงผลักเขาเบา
ๆ
“ท่านรู้สึกอย่างไรกับพื้นที่มิติเพาะปลูกแบบนี้?”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ค่อยเก่งเรื่องการแสดงออกนัก
“ย่อมดีแน่นอน”
เฮ่อจือหร่านเห็นท่าทางเรียบเฉยของเขา ก็อดเบ้ปากไม่ได้
“ท่านอย่าคิดนะว่าพื้นที่มิตินี้ข้าจะได้มาเปล่า ๆ”
โม่จิ่วเยี่ยถามกลับ “เช่นนั้นเจ้าได้มาอย่างไรเล่า”
เฮ่อจือหร่านยื่นฝ่ามือออกมา “ห้าสิบล้าน พื้นที่มิตินี้ข้าซื้อมา
ด้วยเงินห้าสิบล้าน”
โม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้ว “เจ้าไปหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจาก
ไหน?” เขาจ าได้ว่าทรัพย์สินที่แอบเอามาจากท้องพระคลัง หาก
รวมกันแล้วคิดเป็นเงินเหรียญ อย่างมากก็แค่สิบแปดล้านเท่านั้น
ดูจากท่าทางของเขาเห็นได้ชัดว่าคงลืมเรื่องที่นางหาเงินในแอป
เถาเป่าไปแล้ว
“ไม่ใช่เงินเหรียญ แต่เป็นเงินที่หาได้จากเถาเป่า”
แม้ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะคุ้นเคยกับเรื่องที่นางเปิดร้านขายของในเถาเป่า
แต่เขาก็ไม่เข้าใจเรื่องเงินทองลึกซึ้งนัก
“ห้าสิบล้านนี้ต้องขายของออกไปมากแค่ไหน?”
เฮ่อจือหร่านค านวณอยู่สักครู่
“ภาพวาดอักษรสักสิบกว่าภาพ แล้วก็แจกันดอกไม้อีกสิบกว่า
ชิ้น ประมาณนี้”
โม่จิ่วเยี่ยแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
แม้ว่าภาพวาดอักษรและแจกันดอกไม้เหล่านั้นจะมาจาก
ท้องพระคลัง แต่ก็ไม่ใช่ของที่มีมูลค่ามากที่สุด
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ โม่จิ่วเยี่ยถึงกับรู้สึกเสียดายพลางเอ่ยว่า “ถูก
เกินไปแล้ว”
“ท่านยังรู้สึกว่าห้าสิบล้านถูกอีกหรือ?”
ส าหรับเฮ่อจือหร่านแล้ว ในชาติก่อนนางเป็นคนที่อาศัยเงิน
ช่วยเหลือในการด ารงชีวิต ห้าสิบล้านถือเป็นเงินก้อนมหาศาลอย่าง
แท้จริง
โม่จิ่วเยี่ยตอบอย่างจริงจัง
“ตอนที่ข้าน าทัพบุกเข้าวังของศัตรู จักรพรรดิองค์นั้นชอบสะสม
ของพวกนี้ ตอนนั้นข้ายังไม่ค่อยสนใจด้วยซ ้า”
หลังได้ยินโม่จิ่วเยี่ยพูดถึงสมบัติของศัตรู เฮ่อจือหร่านก็นึกถึง
เหตุการณ์ที่พวกเขาช่วยกันขนของจากท้องพระคลังทันที่
ความรู้สึกอันน่าตื่นเต้นในเวลานั้น ตอนนี้นางยังสัมผัสได้อย่าง
ชัดเจน
นางไม่เข้าใจว่าท าไมโม่จิ่วเยี่ยถึงไม่สนใจของพวกนั้นนะ
“ท าไมท่านถึงไม่สนใจเล่า?”
“สงครามเกิดขึ้นติดต่อกันหลายปี ประชาชนของทั้งสองประเทศ
แทบจะอดตาย ของพวกนั้นกินไม่ได้ ในสายตาของข้ามันก็แค่กอง
ขยะที่สวยหรูแต่ไร้ประโยชน์”
โม่จิ่วเยี่ยพูดเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกสะท้อนใจอย่างยิ่ง
เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ของสมบัติมากมายเหล่านั้น นางก็ถาม
ว่า “อย่าบอกนะว่า สมบัติในวังของศัตรูทั้งหมดถูกคุณส่งมอบให้ราช
ส านักไปแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยส่ายหน้า “สมบัติเหล่านั้นถูกแลกเป็นเงินทั้งหมด ส่วน
หนึ่งแจกจ่ายเป็นรางวัลให้กับทหารที่ร่วมเป็นร่วมตายกับข้า อีกส่วน
หนึ่งแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ไร้ที่อยู่อาศัยเพราะสงคราม”
เฮ่อจือหร่านอดชื่นชมโม่จิ่วเยี่ยที่ ‘มองเงินทองเป็นดังขยะ’ ไม่ได้
แต่เดิมนางคิดว่าส าหรับตระกูลแม่ทัพที่ออกรบเป็นประจ า ใน
คลังสมบัติน่าจะมีทรัพย์สินนับไม่ถ้วน
เพราะพวกเขามีโอกาสได้รับสิ่งของจากสงครามมามากมาย
อย่างไรก็ตาม ในคลังสมบัติของสกุลโม่ แม้ดูแล้วจะไม่ถึงกับ
ยากจนข้นแค้น แต่ก็ไม่ถือว่าร ่ารวย
ที่แท้ นี่คือเหตุผลว่าท าไมสกุลโม่จึงยากจน
แต่เมื่อคิดดูแล้ว เฮ่อจือหร่านก็เข้าใจการกระท าของโม่จิ่วเยี่ย
ในฐานะแม่ทัพผู้รักชาติ เขาเสี่ยงชีวิตออกรบ จุดประสงค์ก็เพื่อ
ปกป้องความปลอดภัยของประชาชนไม่ใช่หรือ
หากประชาชนต้องไร้ที่อยู่อาศัยเพราะสงคราม ถ้าโม่จิ่วเยี่ยเลือก
ที่จะเพิกเฉยและเก็บทรัพย์สินทั้งหมดมาเป็นของตัวเอง นั่นก็คงขัด
กับเจตนารมณ์แรกเริ่มในการออกรบของเขา
คิดถึงเรื่องนี้แล้ว เฮ่อจือหร่านยิ่งรู้สึกชื่นชมในการเห็นประโยชน์
ส่วนรวมอันยิ่งใหญ่ของโม่จิ่วเยี่ยมากขึ้น
หากในอนาคต เหล่าขุนนางทั้งหลายสามารถคิดเพื่อประชาชน
ได้เช่นเดียวกับเขา คงเชื่อได้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจะ
กลายเป็นความมั่งคั่งสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น…