ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 150 หวังว่าแม่นางจะส่งสินค้ามาเร็ว ๆ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 150 หวังว่าแม่นางจะส่งสินค้ามาเร็ว ๆ
เจ้าของร้านพยักหน้าทันที่ “ยินดี ข้ายินดีรับแน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้น พวกเรามาตกลงกันดีหรือไม่?”
“ได้ ๆ เชิญแม่นางเข้ามาข้างในเถอะ เรามาหารือกันดี ๆ”
เจ้าของร้านท าท่าเชื้อเชิญ น าเฮ่อจือหร่านเข้าไปในห้องปักผ้า
คุณหนูลี่เห็นว่าตัวเองถูกละเลยไป จึงวิ่งตามอย่างไม่ยอมแพ้
“นี่! เจ้าขายยี่สิบต าลึงหรือเปล่า?”
ยี่สิบต าลึงกับตุ๊กตากระต่ายหนึ่งตัว ถ้าเฮ่อจือหร่านยังไม่ยอม
ขาย ก็คงจะท าเกินไปหน่อยแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็คงต้องยอมขายมันเสียแล้ว”
คุณหนูลี่กลัวว่านางจะเปลี่ยนใจ จึงรีบสั่งให้สาวใช้ข้างกาย
จ่ายเงินทันที่
เจ้าของร้านเห็นเฮ่อจือหร่านได้เงินยี่สิบต าลึงเร็วขนาดนี้ หาก
พูดว่าไม่อิจฉาคงเป็นเรื่องโกหกแล้ว
แต่เมื่อคิดว่าถ้าสามารถร่วมมือกับนางท าการค้าแบบนี้ได้
ตนเองก็จะมีโอกาสท าเงินยี่สิบต าลึงได้อีกนับไม่ถ้วน นางก็รู้สึก
ตื่นเต้นอย่างมาก
คุณหนูลี่ได้รับตุ๊กตากระต่ายหูยาวมาแล้วก็กอดไว้ในอ้อมอก
ด้วยความดีใจ แต่เหมือนว่าจะยังไม่มีท่าทีจากไป
เจ้าของร้านอยากถามเฮ่อจือหร่านถึงราคาตุ๊กตา แต่เพราะมี
คุณหนูลี่อยู่ด้วย นางจึงไม่กล้าถาม ท าให้คนทั้งคนกระวนกระวายใจ
ไปหมด
พอเห็นคนขายตุ๊กตากระต่ายของตัวเองนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างไม่รีบ
ร้อน คุณหนูลี่ก็รีบเข้าไปหา
“เจ้ายังมีตุ๊กตาแบบนี้อีกหรือไม่ ข้าต้องการทั้งหมด”
ตุ๊กตาแบบนี้หรือ?
นางมีเท่าไหร่ก็ให้ได้เท่านั้น
หรือถ้าไม่มี นางก็สามารถซื้อได้ที่เถาเป่า
แต่ว่าเฮ่อจือหร่านไม่ได้ลืมตัวไปกับผลประโยชน์เล็กน้อย
ตรงหน้า
นางมีจุดประสงค์จะเจรจาการค้ากับเจ้าของร้าน แม้คุณหนูลี่จะ
ไม่ขาดแคลนเงินทอง แต่ก็ไม่สามารถซื้อได้มาก
เฮ่อจือหร่านก็ไม่ขาดแคลนเงินทอง แต่จู่ ๆ ก็เกิดความคิดจะท า
ตุ๊กตามาขาย เพื่อช่วยเหลือตระกูลเซี่ยและตระกูลฟาง ให้พวกเขา
สามารถพึ่งพาตนเองได้ ดีกว่าการช่วยเหลือโดยไร้จุดหมายของ
ตัวเอง
นางไม่ต้องการน าเสนอประเภทของตุ๊กตามากเกินไปในคราว
เดียว แม้ว่าจะไม่เชี่ยวชาญในการท าการค้า แต่ก็เข้าใจหลักการว่า
ต้องค่อยเป็นค่อยไป
“ขออภัยด้วยคุณหนู ตอนนี้ข้ามีตุ๊กตาเพียงแบบเดียวเท่านั้น”
คุณหนูลี่ได้ยินแล้วก็รู้สึกผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด จึงเรียกสาวใช้
ทั้งสองคนแล้วเดินจากไป
เมื่อเห็นลูกค้าไปแล้ว เจ้าของร้านจึงฉีกยิ้มและกล่าวว่า “แม่นาง
ไม่ทราบว่าเจ้าสามารถหาตุ๊กตาแบบนี้มาส่งให้กับร้านปักผ้าของข้า
ได้มากแค่ไหน?”
เฮ่อจือหร่านไม่สามารถยืนยันเรื่องจ านวนตุ๊กตาที่จะจัดหาให้ได้
เพราะนางเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องพักอยู่ที่นี่ไปนานแค่ไหน
“เจ้าของร้าน ตุ๊กตาพวกนี้ข้าไม่มีสินค้าพร้อมส่ง ถ้าท่าน
ต้องการ ข้าก็ต้องให้คนที่บ้านท าขึ้นมาตามเวลาที่สามารถท าได้
ข้าแค่ผ่านทางมาที่นี่ ตอนนี้ทั้งท่าเรือและประตูเมืองก็ถูกปิด ไม่รู้
ว่าจะอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหน ดังนั้น เรื่องจ านวนข้าไม่สามารถยืนยัน
ได้”
เจ้าของร้านฟังค าพูดของนางแล้วรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ตอนนี้มี
โอกาสจะได้ท าเงิน นางไม่อาจปล่อยให้หลุดมือไป
“แบบนี้ก็ดีแล้ว เร็ว ๆ นี้ครอบครัวของเจ้าจะท าตุ๊กตาได้มากแค่
ไหน ข้ารับซื้อมันได้ทั้งหมด แต่ว่าเรื่องราคา…”
แต่เดิมเฮ่อจือหร่านไม่คิดว่าตุ๊กตากระต่ายตัวหนึ่งจะมีค่าอะไร
เมื่อครู่ขายไปได้ยี่สิบต าลึง ก็เป็นราคาที่คุณหนูลี่เสนอมาเอง
ไม่ใช่นางเป็นฝ่ายเอ่ยปากเรียกร้องราคานี้
นางแสร้งท าเป็นก าลังคิดเรื่องราคา แต่จริง ๆ แล้วจิตส านึกของ
นางเข้าไปในพื้นที่มิติ นางตั้งใจจะดูว่าผ้าขนสัตว์เทียมที่ใช้ท าตุ๊กตา
กระต่ายต้องใช้เงินเท่าไหร่ รวมไปถึงนุ่นที่ใช้ยัดด้านในด้วย จะได้
ค านวณต้นทุนไว้คร่าว ๆ
ในร้านค้าของแอปเถาเป่ามีผ้าส าหรับท าตุ๊กตาขนสัตว์
โดยเฉพาะ ราคาสิบหยวน และนุ่นส าหรับยัดราคาสิบห้าหยวน
ส่วนอุปกรณ์ตกแต่งอย่างลูกตาและจมูก ก็ชุดละหนึ่งหยวน
เท่านั้น
เฮ่อจือหร่านค านวณคร่าว ๆ การท าตุ๊กตากระต่ายขนาดเท่ากับ
ตัวเมื่อครู่ มีต้นทุนประมาณสิบห้าหยวน แน่นอนว่าค่าแรงต้องคิด
แยกอีกต่างหาก
นางแปลงค่าอย่างง่าย ๆ ว่าเงินหนึ่งต าลึงในยุคนี้มีค่าเท่ากับเงิน
หนึ่งพันหยวนในชาติก่อน
ต้นทุนหนึ่งต าลึง สามารถท าตุ๊กตากระต่ายได้ถึงหกสิบกว่าตัว
ส าหรับเฮ่อจือหร่านแล้ว แทบจะไม่ถือว่าเป็นต้นทุนอะไร…
หลังจากค านวณต้นทุนเสร็จ เฮ่อจือหร่านก็พูดว่า “เจ้าของร้าน
ตุ๊กตากระต่ายขนาดเท่ากับตัวเมื่อครู่นี้ ข้าส่งมาที่ร้านของท่านได้
อย่างน้อยตัวละหนึ่งต าลึง”
“อะไรนะ!? แม่นาง เจ้าอย่าเรียกราคาแพงเกินไปสิ ราคาทุนหนึ่ง
ต าลึงขนาดนี้ แล้วจะให้ข้าเอาไปขายให้ใครเล่า?”
เจ้าของร้านรู้ดีในใจว่า การที่คุณหนูลี่สามารถจ่ายเงินยี่สิบต าลึง
เพื่อซื้อตุ๊กตาหนึ่งตัวได้นั้น เป็นเพราะนางร ่ารวยและใจร้อน
อีกอย่าง ตุ๊กตาแบบนี้มีแค่ตัวเดียวก็พอแล้ว ถึงคุณหนูลี่จะโง่งม
และมีเงินมากแค่ไหน ก็คงไม่จ่ายเงินยี่สิบต าลึงซื้ออีกตัวที่เหมือนกัน
หรอก
นางกังวลว่าถ้าราคาต้นทุนสูงขนาดนี้ หากขายไม่ออก เงิน
ทั้งหมดนี้ก็จะสูญเปล่า
เฮ่อจือหร่านหัวเราะ “คุณภาพตุ๊กตากระต่ายของข้าท่านก็เห็น
อยู่ วัสดุแบบนี้แน่นอนว่าซื้อหาไม่ได้ ตุ๊กตาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อย่างนี้ เจ้าของร้านไม่ต้องกังวลเรื่องจะขายมันเลย”
คิดถึงจุดนี้ เจ้าของร้านไม่อาจปฏิเสธได้
วัสดุที่ใช้ท าตุ๊กตาเป็นสิ่งที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน และเมื่อสัมผัส
ดูก็รู้สึกนุ่มฟู ให้สัมผัสที่ดีมาก
เฮ่อจือหร่านเห็นว่าเจ้าของร้านยังไม่พูดอะไรจึงพยายามโน้ม
น้าวต่อ
“ข้าขอบอกตามตรง ผ้าพวกนั้นข้าบังเอิญไปซื้อมาจาก
ชาวต่างชาติคนหนึ่ง ตอนนี้ในมือก็เหลืออยู่ไม่มาก ถ้าเจ้าของร้าน
คิดว่าราคาที่ข้าขอสูงเกินไป ข้าก็จะไปร่วมมือกับร้านอื่น เพราะผม
เชื่อว่าต้องมีคนที่รู้จักของดี ๆ อยู่แน่”
พูดจบ เฮ่อจือหร่านก็ท าท่าจะลุกจากไป
เจ้าของร้านเห็นท่าไม่ดีก็รีบร้อนขึ้นมา
“แม่นางอย่าเพิ่งรีบไปสิ หนึ่งต าลึงก็หนึ่งต าลึง ข้ารับประกันว่าจะ
รับซื้อตุ๊กตาที่เจ้าท าทั้งหมด”
เฮ่อจือหร่านบอกราคาหนึ่งต าลึงก็ถือว่าตรงไปตรงมามากแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะอยากขายเอาก าไรน้อยแต่ปริมาณมาก เพื่อให้ตระกูล
ฟางกับตระกูลเซี่ยได้เงินก าไรไปใช้จ่ายบ้าง อย่าว่าแต่หนึ่งต าลึงเลย
ตัวละห้าต าลึงก็คงมีคนซื้อ
นางก็ไม่ได้อยากไปจริง ๆ จึงนั่งกลับที่เดิมตามค าขอเจ้าของร้าน
“ท่านเจ้าของร้านดูเป็นคนตรงไปตรงมา ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็
มาท าสัญญาตรงนี้เลยดีกว่า เพื่อป้องกันปัญหาในภายหลัง”
“ได้ ท าตามที่แม่นางว่า ลงนามสัญญากันเลย”
เจ้าของร้านพูดพลางหยิบกระดาษและพู่กันมา
นางส ารวจการแต่งกายของเฮ่อจือหร่าน คิดว่าอีกฝ่ายคงเป็นแค่
ภรรยาจากครอบครัวยากจน น่าจะไม่รู้หนังสือ
“แม่นาง อยากให้ข้าเขียนสัญญาให้หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านผายมือเชิญ “ได้ ขอรบกวนเจ้าของร้านด้วย”
เจ้าของร้านเองก็ไม่ได้ร ่าเรียนมากนัก การที่นางเขียนหนังสือได้
ก็เพราะจ าเป็นต้องใช้ในการเปิดร้าน จึงเรียนจากคนอื่นมาแบบ
ฉาบฉวย
ดังนั้น นางจึงเขียนหนังสือได้ไม่เร็วนัก
ผ่านไปประมาณหนึ่งถ้วยชา นางจึงเขียนสัญญาสองฉบับที่มี
เนื้อหาเหมือนกันตามที่ตกลงกันไว้เสร็จ
เจ้าของร้านลงชื่อของตัวเองก่อน จากนั้นจึงส่งสัญญาทั้งสอง
ฉบับให้เฮ่อจือหร่าน
“แม่นาง ถ้าเจ้าไม่รู้หนังสือ ก็ประทับลายนิ้วมือได้นะ”
เฮ่อจือหร่านแย้มยิ้มไม่พูดอะไร รับพู่กันจากมือเจ้าของร้านแล้ว
ลงชื่อของตัวเอง
เมื่อเจ้าของร้านเห็นว่าลายมือของนางงดงามกว่าของตัวเอง
หลายเท่าก็รู้สึกเขินอายจนหน้าแดง
ช่างเป็นเรื่องน่าประหลาดใจจริง ๆ คนเราไม่ควรตัดสินผู้คนจาก
รูปลักษณ์ภายนอก นางคิดว่าอีกฝ่ายคงเขียนหนังสือไม่เป็น แต่กลับ
พบว่าลายมือของนางกลับสวยมาก…
เฮ่อจือหร่านแกล้งท าเป็นไม่สังเกตเห็นความอึดอัดใจของ
เจ้าของร้าน หลังจากเก็บสัญญาฉบับหนึ่งไปแล้วก็ลุกขึ้นยืน
“เช่นนั้นท่านเจ้าของร้าน ข้าไม่ขอรบกวนท่านอีก ตอนนี้ข้าจะ
กลับไปให้คนในบ้านเริ่มท างานโดยเร็ว”
“ได้ หวังว่าแม่นางจะส่งสินค้ามาเร็ว ๆ นี้นะ”
เฮ่อจือหร่านตอบรับแล้วเดินออกจากร้านปักผ้า
โม่จิ่วเยี่ยรออยู่หน้าประตูตลอด เมื่อเห็นนางออกมาก็เดินเข้าไป
ถามว่า “เจ้าไม่ได้ขาดเงินใช้ ท าไมถึงรับท างานแบบนี้?”
ทั้งสองเดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย เฮ่อจือหร่านอธิบาย
“เมื่อวานข้าเห็นคนจากตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยต่างก็เศร้า
สร้อยเพราะไม่มีเงินเหลือแล้ว จู่ ๆ ข้าก็เห็นโอกาสการค้าด้านนี้ จึง
คิดจะพาพวกเขาหาเงิน พวกพี่สะใภ้กับหานเยี่ยก็ก าลังเบื่อ ๆ อยู่
พอดี ข้าจึงหางานให้พวกเขาท าด้วย ถือว่าเป็นการแก้เบื่อไปในตัว”