ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 188 ท่านนายอ าเภอมาถึงแล้ว! ผู้ใดไม่เกี่ยวข้องรีบหลบไป
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 188 ท่านนายอ าเภอมาถึงแล้ว! ผู้ใดไม่เกี่ยวข้องรีบหลบไป
ข่าวนี้ถือเป็นเรื่องน่ายินดีส าหรับประชาชน
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบ ๆ ศาลพากันโห่ร้องสรรเสริญนายอ าเภอ
ผู้มีความยุติธรรม…
ขณะเดียวกัน เมิ่งไห่หนิงก็ส่งคนไปปิดประตูเรือนชุย ส่งตัวชุยเห
วินและภรรยาของเขาไปขังไว้ที่คุกของศาล รอการสอบสวนให้เสร็จ
สิ้นคดีก่อนจะตัดสินโทษ
วันนี้การพิจารณาคดีเรื่องของรองนายอ าเภอชุยจบลงชั่วคราว
เมิ่งไห่หนิงพาโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านกลับไปที่ห้องหนังสืออีกครั้ง
“พี่โม่ พี่สะใภ้ ตอนนี้ข้าจะจัดหาที่อยู่ใหม่ให้พวกท่าน พวกท่าน
คิดเห็นอย่างไรบ้าง?”
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านรู้ว่าเมิ่งไห่หนิงต้องการให้พวกเขามี
สภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
แต่ทั้งคู่ไม่ได้ตอบในทันที่
หากไม่มีการกลั่นแกล้งจากตระกูลชุย เฮ่อจือหร่านก็คิดว่า
หมู่บ้านซีหลิ่งไม่เลวเลยทีเดียว
ตอนเข้าหมู่บ้านครั้งแรก นางสังเกตเห็นว่าทางเหนือของหมู่บ้าน
มีแม่น ้ากว้างสายหนึ่ง แสดงว่าที่นี่ไม่มีปัญหาเรื่องน ้าใช้
ยังมีที่ดินท ากินกว้างขวางขนาดนั้น อาจเป็นเพราะคนในหมู่บ้าน
มีไม่มากนัก ท าให้ที่ดินหลายแห่งถูกทิ้งร้างอย่างชัดเจน
ในเมื่อมีที่ดินว่างเปล่ามากมายขนาดนี้ ในอนาคตพวกเขาก็
สามารถน ามาใช้ประโยชน์ได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะหาที่ดินท ากินไม่ได้
ด้วย
หมู่บ้านตั้งอยู่ติดเทือกเขา ในบ้านมีบุรุษตัวโตหลายคนที่มีวร
ยุทธ์สูงส่ง ในอนาคตหากอยากกินเนื้อสัตว์ป่าก็สะดวกมาก
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังอยากใช้เมล็ดพันธุ์ในพื้นที่มิติสร้างสวน
ผลไม้ที่ยิ่งใหญ่ได้
เมื่อพิจารณาปัจจัยเหล่านี้แล้ว หมู่บ้านนี้จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะ
ส าหรับการใช้ชีวิตของพวกเขา
ตอนนี้เมิ่งไห่หนิงก็มาเป็นนายอ าเภอที่เมืองอวิ่นแล้ว วันแรกเขา
ยังจัดการกับรองนายอ าเภอชุยได้อีก เรื่องนี้คงจะท าให้ตระกูลชุยรู้ว่า
ที่พึ่งพิงของตนไม่มีแล้ว อีกฝ่ายคงต้องท าตัวสงบเสงี่ยมขึ้น
โม่จิ่วเยี่ยเองก็ชอบหมู่บ้านซีหลิ่งเพราะอยู่ห่างไกล อีกทั้งยังมี
ภูเขาและแม่น ้า เพียงสร้างบ้านสักหลังให้ดีในฤดูใบไม้ผลิของปีหน้า
คนในบ้านก็สามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่ที่นั่นได้
หลังทั้งคู่มีความเห็นและปรึกษากันแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงตอบค าถาม
ของเมิ่งไห่หนิง
“น้องชายเมิ่ง ข้ากับพี่สะใภ้ของเจ้าคิดว่าหมู่บ้านซีหลิ่งก็ไม่เลว
ไม่จ าเป็นต้องจัดสรรที่อยู่ใหม่แล้ว”
เมิ่งไห่หนิงเห็นท่าทางจริงใจและไม่มีทีท่าว่าจะเกรงใจ จึงลุกขึ้น
พูดว่า
“หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะไปที่นั่นด้วยกันกับพี่โม่และพี่สะใภ้สัก
หน่อย ดูว่าสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร”
ความจริงแล้วโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างก็รู้ดีว่า การที่เมิ่งไห่ห
นิงไปกับพวกเขาด้วยตัวเองนั้นไม่ได้เป็นเพียงการไปดู
สภาพแวดล้อมของหมู่บ้านซีหลิ่ง
อีกฝ่ายคงตั้งใจจะช่วยแสดงอ านาจ ให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน
ทั้งหมดรู้ว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับท่านนายอ าเภอ ต่อไป
หากคิดจะสร้างความล าบากหรือกลั่นแกล้งก็ต้องคิดให้ดีเสียก่อน
ดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้กลัวว่าชาวบ้านจะมาหาเรื่องหรือไม่ แต่
ใครจะไม่ชอบชีวิตที่สุขกายสบายใจเล่า?
โม่จิ่วเยี่ยลุกขึ้นประสานมือค านับ “ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรบกวน
น้องชายเมิ่งแล้ว”
เมิ่งไห่หนิงท าท่าเชิญแล้วตามหลังโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน
ออกไปจากห้องหนังสือพร้อมกัน
เพื่อเพิ่มความยิ่งใหญ่ เขายังนั่งบนม้าตัวใหญ่อย่างโอ่อ่า รวมถึง
พาเจ้าหน้าที่อีกสิบกว่าคนไปด้วย
เมื่อขบวนเพิ่งออกจากประตูใหญ่ของที่ว่าการอ าเภอ เฮนรี่ก็วิ่ง
เข้ามา
“แม่นางเฮ่อจือหร่าน พวกเราก็ยังไม่ได้นัดเวลากับสถานที่พบ
กันวันพรุ่งนี้นะ”
เฮ่อจือหร่านได้ยินดังนั้นก็ตบหน้าผากตัวเอง
เรื่องนี้เป็นความผิดของนางจริง ๆ เมื่อครู่รีบร้อนจะพูดคุยกับเมิ่ง
ไห่หนิงจนลืมเรื่องนี้ไปสนิท
นางยิ้มแล้วตอบเป็นภาษาต่างชาติว่า “ท่านเฮนรี่ พรุ่งนี้เช้า
ประมาณสิบโมง พวกเราไปเจอกันที่หน้าประตูที่ว่าการอ าเภอดี
หรือไม่”
เมื่อต้องคุยกับชาวต่างชาติ เฮ่อจือหร่านไม่ได้พูดถึงช่วงเวลา
แบบจีน เพราะนางเห็นสายนาฬิกาพกตรงหน้าอกของเฮนรี่ ดังนั้นจึง
คาดเดาได้ว่าเฮนรี่นับเวลาตามนาฬิกา
เฮนรี่พยักหน้าหลายครั้ง “ดี ตกลงตามนี้ พรุ่งนี้เช้าสิบโมงพวก
เราจะมาพบกัน”
หลังเห็นเฮนรี่เดินจากไปไกล เมิ่งไห่หนิงจึงสั่งให้ออกเดินทางไป
หมู่บ้านซีหลิ่ง
เมิ่งไห่หนิงขี่ม้าเคียงข้างเกวียนลาระหว่างทางตลอดเวลา เขา
พูดคุยกับโม่จิ่วเยี่ย สอบถามสถานการณ์ของหมู่บ้านซีหลิ่งอย่าง
ละเอียด
จากการสนทนาท าให้รู้ว่าบรรดาญาติของชุยเหวินก็เป็นคน
อันธพาลที่ท าตัวเหิมเกริมในหมู่บ้านซีหลิ่งเช่นกัน
เรื่องนี้เมิ่งไห่หนิงมีแผนในใจแล้ว ถ้าวันนี้มีเวลามากพอ เขาจะ
ปลดต าแหน่งผู้ใหญ่บ้านของตระกูลชุย แล้วค่อยเลือกผู้ใหญ่บ้านที่
เหมาะสมคนใหม่ในภายหลัง
ตอนนี้เป็นเวลายามบ่ายแล้ว ช่วงฤดูหนาวพระอาทิตย์จะตกเร็ว
โม่จิ่วเยี่ยกังวลว่าพี่ห้าอาจมีอาการก าเริบ จึงเร่งเกวียนลาให้วิ่งเร็ว
ที่สุด
ด้วยความเร็วเช่นนี้เมิ่งไห่หนิงที่ขี่ม้าย่อมไม่กลัวว่าจะตามไม่ทัน
อย่างไรก็ตาม พวกเจ้าหน้าที่กลับล าบากกันมากเพื่อไม่ให้รั้ง
ท้ายขบวน พวกเขาแทบจะต้องวิ่งเหยาะ ๆ ไปตลอดทาง กระทั่งใกล้
ถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง โม่จิ่วเยี่ยจึงค่อยลดความเร็วเกวียนลาลง
เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างเหนื่อยหอบ แต่ต่อหน้าเมิ่งไห่หนิงกลับไม่
กล้าบ่นแม้แต่ค าเดียว
ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังต้องจัดแถวให้เป็นเรียบร้อย โดยมีคน
สองคนเดินน าหน้าพลางตีฆ้องเพื่อเปิดทาง
“ท่านนายอ าเภอมาถึงแล้ว! ผู้ใดไม่เกี่ยวข้องรีบหลบไป…”
ต้องพูดว่าการเข้ามาในหมู่บ้านซีหลิ่งของเมิ่งไห่หนิงนั้นท าได้
ยิ่งใหญ่มาก
ชาวบ้านไม่เคยเห็นขบวนเช่นนี้มาก่อน พอได้ยินเสียงก็พากันวิ่ง
กลับเข้าบ้านตัวเอง
เมื่อก่อนขุนนางระดับสูงที่เคยมาหมู่บ้านซีหลิ่งก็คือรอง
นายอ าเภอชุย ซึ่งมีเพียงคนตระกูลชุยเท่านั้นที่ออกมาต้อนรับ
ดังนั้นในใจของชาวบ้านเหล่านี้ การที่ท่านนายอ าเภอมาถึงที่นี่ก็
เหมือนกับว่าต้องเป็นคนตระกูลชุยออกมาต้อนรับเช่นกัน
และเป็นเช่นนั้นจริง ๆ คนตระกูลชุยที่ยังไม่รู้ข่าวว่ารอง
นายอ าเภอชุยถูกปลดออกจากต าแหน่งแล้ว เมื่อได้ยินเสียงดังวุ่นวาย
จากด้านนอกต่างก็พากันวิ่งออกมา
ผู้ใหญ่บ้านชุยอยู่กลางกลุ่มคน พอเห็นเมิ่งไห่หนิงมาเขาก็
คุกเข่าลงทันที่
“พวกเราขอคารวะใต้เท้า”
เมิ่งไห่หนิงไม่ได้พูดให้พวกเขาลุกขึ้น
คนตระกูลชุยก้มหัวติดพื้นอยู่นานกลับไม่ได้ยินเสียงนายอ าเภอ
สั่งให้ลุกขึ้น จึงมีคนเริ่มใช้หางตามองส ารวจสถานการณ์
พอมองไปก็พบว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ข้างกายท่านนายอ าเภอคือ
คนสองคนจากสกุลโม่
หลังเห็นอย่างนี้คนตระกูลชุยก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที่ โดยเฉพาะ
ผู้ใหญ่บ้านชุย
เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากค านับนายอ าเภอเสร็จ ก็จะขอให้เขา
ช่วยเหลือตนและญาติพี่น้องที่ถูกท าร้ายในวันนี้
แต่เขาเห็นอะไร?
เขาเห็นตัวการส าคัญสองคนที่ท าร้ายคนยืนเคียงข้างกับท่าน
นายอ าเภอ
การที่สามารถยืนเคียงข้างนายอ าเภอได้ก็เพียงพอจะอธิบาย
ปัญหาได้แล้ว
นั่นคือนายอ าเภอรู้จักทั้งสองคนนี้และมีความสัมพันธ์ที่ไม่
ธรรมดา
คิดถึงตรงนี้ผู้ใหญ่บ้านชุยรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า กระหม่อมของ
เขาพลันเย็นวาบ ร่างกายก็เริ่มสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
เมิ่งไห่หนิงยังคงไม่มีทีท่าจะให้พวกเขาลุกขึ้น ตอนนี้เขารีบไปดู
สถานการณ์ของคนสกุลโม่ โม่จิ่วเยี่ยเป็นคนน าทาง เดินตรงไปยัง
ท้ายหมู่บ้านโดยไม่สนใจคนตระกูลชุย
เห็นนายอ าเภอเดินห่างออกไป คนตระกูลชุยก็จะลุกก็ไม่ใช่ ไม่
ลุกก็ไม่ใช่อีก จึงตกอยู่ในสถานการณ์ล าบากทันที่
ในที่สุดผู้ใหญ่บ้านชุยก็กล้าตัดสินใจ พวกเขาลุกขึ้นแล้วเดิน
ตามพวกนายอ าเภอไป
หากนักโทษเนรเทศเหล่านั้นฟ้องร้องความผิดของพวกเขากับ
นายอ าเภอลับหลัง พวกเขาก็จะได้มีโอกาสโต้แย้งบ้าง
เส้นทางไปยังเชิงเขาต้องผ่านบริเวณบ้านตระกูลจ้าวและตระกูล
โจว
แม้คนเหล่านั้นไม่กล้าโผล่หน้าออกมา แต่เมื่อมีขุนนางระดับสูง
มาที่หมู่บ้าน พวกเขาก็ย่อมต้องแอบมองจากก าแพงสักหน่อย