ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 25 ข้อเรียกร้อง
ทุกคนมองตำมเสียง เห็นเพียงกลุ่มเจ้ำหน้ำที่กำลังล้อมตัวเผิงวั่ง
พลางถำมไถ่อาการ
ตอนนี้เผิงวั่งยังอ่อนแรงอยู่บ้ำง แต่ก็ยังสามารถพูดคุยได้
“โจวเหล่ำปำ ข้าเป็นอะไรไปกันแน่”
“หัวหน้ำ ท่านถูกงูพิษกัด”
ได้ยินดังนั้น เผิงวั่งก็นึกย้อนถึงอาการทั้งหมดก่อนหมดสติอย่ำง
ถี่ถ้วน
สิ่งแรกที่เขำรู้สึกคือ บริเวณน่องที่ถูกงูพิษกัดมีอาการชำ
เล็กน้อย ก่อนมันจะลุกลามตำมร่างกายเขำไปเรื่อย ๆ
หลังจากนั้น เขำก็รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกและไม่รู้สึกตัวอีกเลย
“ข้าถูกงูพิษกัดแต่ไม่ตำย?”
เผิงวั่งหยิกแก้มตัวเองเพื่อพิสูจน์ว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง
เมื่อแน่ใจว่าเขำรู้สึกเจ็บ จึงยอมเชื่อเรื่องนี้
จำงชิงเดินเข้ามา “หัวหน้ำ ท่านไม่ตำยจริง ๆ”
“ใครเป็นคนช่วยถอนพิษให้ข้า” เผิงวั่งมองไปรอบ ๆ แน่ใจว่า
ตัวเองยังอยู่กลางป่ำเช่นนี้จะไปหาหมอมาจากที่ไหน
โจวเหล่ำปำชี้ไปทำงคนสกุลโม่ “เป็นภรรยาของโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจื
อหร่านอย่ำงไรเล่ำ”
เมื่อพูดถึงเฮ่อจือหร่าน ภำพตอนที่นางเตือนเขำก็ผุดขึ้นมาใน
หัวสมอง
หลังจากนึกถึงเรื่องเหล่านี้แล้ว เผิงวั่งก็รู้สึกละอายใจอยู่บ้ำง
ตอนแรกคนอื่นเตือนด้วยความหวังดี แต่เขำกลับยังตวาดใส่อีก
เขำกวาดสายตำ กระทั่งหยุดสายตำกับห่อผ้ำใหญ่ ๆ ที่นามา
จากเมืองหลวง
“เหล่ำปำ นาหมั่นโถวขำวไปให้คนสกุลโม่คนละสองลูก ถำม
พวกนางด้วยว่ายังมีข้อเรียกร้องอะไรอีกหรือไม่ ขอแค่ไม่มาก
จนเกินไปก็พยายามทำตำมที่พวกนางขอเถอะ”
โจวเหล่ำปำรู้ว่าเผิงวั่งเป็นคนรู้จักตอบแทนบุญคุณ
อีกทั้งยังเข้าใจว่าการกระทำครั้งนี้ของเผิงวั่งเป็นเพราะเขำไม่
อยากติดหนี้บุญคุณคนสกุลโม่ อย่ำงไรเส้นทำงข้างหน้ำก็ยังอีกยาว
ไกล ด้วยหน้ำที่ของพวกเขำทำให้ไม่สามารถใจอ่อนกับนักโทษ
เหล่านั้นมากได้
เมื่อเห็นโจวเหล่ำปำถือห่อผ้ำเดินเข้ามา สตรีสกุลโม่ทั้งหลายก็
รู้สึกกังวลเล็กน้อย
โจวเหล่ำปำวางห่อผ้ำลงตรงหน้ำพวกเขำ
“หัวหน้ำของพวกเราบอกว่าให้หมั่นโถวขำวกับพวกเจ้ำคนละ
สองลูก”
หลังได้ยินว่าเป็นหมั่นโถวขำว คนสกุลโม่ก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
พวกนางหิวมากเหลือเกิน
แต่ถึงอย่ำงนั้น ทุกคนก็ยังคงนั่งเงียบไม่ได้หยิบของไป สายตำ
คนทั้งหมดหันไปมองเฮ่อจือหร่านทันที่
เฮ่อจือหร่านเองก็หิว แต่ความอดทนของนางมีมากกว่าคนอื่น
นางไม่ได้เอ่ยปำก ทำเพียงมองโจวเหล่ำปำเพราะรู้ว่าเขำยังมี
เรื่องจะพูดต่ออีก
“หัวหน้ำบอกว่า เป็นเพราะเฮ่อจือหร่านช่วยชีวิตเขำไว้ ถ้ำมีข้อ
เรียกร้องอะไรก็บอกมาได้”
เมื่อได้ยินว่าสามารถเสนอข้อเรียกร้องได้ แววตำสตรีสกุลโม่ต่ำง
เป็นประกำย
หมายความว่าต่อจากนี้ไปชีวิตของพวกนางจะดีขึ้นใช่หรือไม่
เฮ่อจือหร่านไม่คิดว่าเผิงวั่งจะเป็นฝ่ำยเสนอให้นางตั้งข้อเสนอ
นางนึกถึงความเป็นไปได้อย่ำงหนึ่ง นั่นคือเผิงวั่งต้องการตอบ
แทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตเขำไว้เพียงหนนี้หนเดียว หลังจากนั้นพวก
นางจะเป็นอย่ำงไรก็ขึ้นอยู่กับตนเอง
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางจึงจำเป็นต้องคว้ำโอกำสนี้ไว้
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะมีแผนการในใจ แต่นางก็ยังหันไปมองฮูหยิน
ผู้เฒ่ำ
ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไร นางก็ไม่ควรมองข้ามผู้อาวุโส
การกระทำของเฮ่อจือหร่านทำให้ได้รับความชื่นชมจากฮูหยินผู้
เฒ่ำ ในขณะเดียวกันก็ยิ่งเชื่อมั่นในตัวลูกสะใภ้ผู้นี้มากขึ้น
“คนที่เจ้ำช่วยชีวิตไว้ เจ้ำอยากได้อะไรก็ตัดสินใจเองเถอะ แค่
อย่ำโลภมากก็พอ”
ฮูหยินผู้เฒ่ำรู้ว่าลูกสะใภ้ของนางเป็นคนมีสติปัญญำ เวลาทำ
อะไรจะต้องรอบคอบกว่าที่นางคิดไว้ นางเพียงแค่เตือนไปเล็กน้อย
เท่านั้น
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เฮ่อจือหร่านก็ไม่คิดเกรงใจอีกต่อไป
แต่นางก็เห็นด้วยกับคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่ำมาก ห้ำมโลภ เพราะ
ต้องมีพื้นที่สาหรับเก็บของในพื้นที่มิติไว้บ้ำงถึงจะดีที่สุด
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ พวกเราไม่ได้ต้องการอะไรมาก เพียงหวังว่าเมื่อ
ผ่านเมืองถัดไปแล้ว พวกท่านจะอนุญำตให้พวกเราจับจ่ำยซื้อของ
กันได้สักหน่อย”
สาหรับตอนนี้ เฮ่อจือหร่านคิดว่าข้อเรียกร้องนี้เพียงพอแล้ว
นางมีเงินที่ใช้ไม่หมด เพียงต้องการซื้อสิ่งของเครื่องใช้ใน
ชีวิตประจำวันอีกสักหน่อยเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่น ๆ นางไม่ได้มีปัญหา
โจวเหล่ำปำไม่กล้ำเชื่อสายตำตัวเอง ว่าเมื่อเขำให้เฮ่อจือหร่าน
เรียกร้องข้อเสนอเอง นางกลับเอ่ยขอเพียงเรื่องเล็กน้อยแค่นี้
เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องกลับไปรายงำนเผิงวั่งอีก เขำสามารถ
ตัดสินใจให้ได้
“ไม่มีปัญหา ข้าตกลงจะทำตำมที่เจ้ำขอ วันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงพวก
เราจะผ่านอาเภออวิ๋นหลาย เราจะพักเติมเสบียงที่นั่น ตอนนั้นจะส่ง
คนไปช่วยเจ้ำจับจ่ำยซื้อของด้วย”
“ดี ขอบคุณท่านมาก” เฮ่อจือหร่านตอบกลับเสียงเรียบ เมื่ออีก
ฝ่ำยตกลงทำตำมข้อเสนอของนาง
“เจ้ำไม่มีข้อเรียกร้องอื่นแล้วหรือ” โจวเหล่ำปำยังไม่รีบจากไป
เฮ่อจือหร่านไม่คิดจะขออะไรมากมายตั้งแต่แรก แต่ดูจากท่ำทำง
ของโจวเหล่ำปำแล้ว เหมือนว่าเงื่อนไขที่นางเสนอไปนั้นน้อยเกินไป
“เช่นนั้น ข้าอยากได้งูที่ถูกฆ่ำตำยในวันนี้ด้วย”
โจวเหล่ำปำขมวดคิ้ว “สตรีอย่ำงเจ้ำ จะเอาของพวกนั้นไปทำ
อะไร”
“ส่วนต่ำง ๆ ของงูสามารถนาไปทำยาได้หลายอย่ำง” เฮ่อจือห
ร่านหลีกเลี่ยงประเด็นสาคัญ นางไม่สามารถบอกใครได้จริง ๆ ว่านาง
ต้องการนามันไปทำยาพิษ
“เรื่องนี้ข้าตกลง”
เห็นโจวเหล่ำปำตอบตกลงอย่ำงง่ำยดำย เฮ่อจือหร่านก็ไม่
รบกวนอีกฝ่ำยต่อไป
“ข้าเสนอข้อเรียกร้องครบแล้ว”
“ดี เช่นนั้นข้าจะรีบกลับไปบอกหัวหน้ำ”
ในใจของโจวเหล่ำปำ เฮ่อจือหร่านช่วยชีวิตเผิงวั่งไว้ ข้อเสนอ
ของนางไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร
หลังกลับไปรายงำนให้เผิงวั่งฟังแล้ว เขำก็เอาถุงน้ำอีกสองสาม
ใบและงูสามเหลี่ยมตัวนั้นไปให้ด้วยตัวเอง
“ถุงน้ำพวกนี้เตรียมไว้ขำยให้นักโทษที่ถูกเนรเทศ คนพวกนั้น
เหมือนไม่ค่อยมีเงินเท่ำไหร่ คงซื้อไม่ไหว มอบให้พวกนางไปเสีย
พวกเรายังมีหมั่นโถวขำวอยู่บ้ำงตอนนี้อากำศร้อน หากกินไม่หมดก็
จะเสีย พรุ่งนี้เช้ำจะนามาให้พวกเจ้ำอีก”
เขำโยนถุงน้ำและงูสามเหลี่ยมไปตรงหน้ำเฮ่อจือหร่าน ก่อนโจว
เหล่ำปำจะหันหลังจากไป
เฮ่อจือหร่านแจกจ่ำยหมั่นโถวคนละสองลูกอย่ำงคล่องแคล่ว
หมั่นโถวขำวแม้ไม่ใช่ของที่ไม่อร่อย แต่ก็เป็นของแห้งและคง
กลืนลงคอได้ยาก
เฮ่อจือหร่านนึกอะไรได้ จึงมองห่อผ้ำที่บิดำมอบให้นาง
นางยังไม่ทันได้เปิดดูว่ามีอะไรอยู่ด้านใน แสดงว่าย่อมไม่มีใครรู้
ว่าข้างในมีสิ่งใดเช่นกัน
เฮ่อจือหร่านยื่นมือเข้าไปในห่อ แต่จิตสานึกกลับเข้าไปอยู่ใน
พื้นที่มิติแล้ว
ในห่อนั้นมีเนื้อวัวตุ๋นซอสที่นางซื้อมาใหม่ หั่นวางไว้ในตู้เย็น
ห่อบรรจุภัณฑ์ของเนื้อวัวตุ๋นซอสเป็นถุงพลาสติก ไม่สามารถ
เอาออกมาให้คนเห็นได้ นางหากระดำษน้ำมันที่เห็นได้ทั่วไปในยุคนี้
ไม่เจอสักที่
สุดท้ำยเฮ่อจือหร่านจึงจำใจต้องใช้มือหยิบเนื้อวัวตุ๋นซอสออกมา
ครั้งละกำมือใหญ่
ในเวลาที่จำเป็น การใส่ใจกับเรื่องทุกอย่ำงนั้นยุ่งยากเกินไป ขอ
เพียงได้กินอาหารที่ดีขึ้นหน่อย เรื่องสะอาดไม่สะอาดยังนับเป็นอะไร
ได้อีก…
“ท่านแม่ พี่สะใภ้ทุกคน น้องสาว นี่เป็นเนื้อวัวตุ๋นซอสที่บิดำ
มารดำข้านามาให้ในวันนี้ พวกท่านกินกับหมั่นโถวด้วยเถอะ”
เมื่อทุกคนเห็นเฮ่อจือหร่านถือเนื้อวัวตุ๋นซอสเต็มกำมือ ดวงตา
ของพวกนางก็ส่องประกำย
อย่ำงไรก็ตำม กฎเกณฑ์ที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กบอกพวกนางว่า
สตรีไม่ควรกินอาหารอย่ำงหยาบคำย โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งการใช้มือ
หยิบกิน
ขณะทุกคนกำลังลังเล ฮูหยินผู้เฒ่ำก็เอ่ยขึ้น
“ในเวลาแบบนี้ คนเราควรผ่อนคลายเรื่องกฎเกณฑ์ลงบ้ำง”
ฮูหยินผู้เฒ่ำเป็นคนที่มีจิตใจซื่อตรง นางสามารถยอมรับความ
เป็นจริงได้เป็นคนแรก คำพูดของนางแสดงให้เห็นว่าตนเองกำลัง
พยายามยอมรับสิ่งต่ำง ๆ เหล่านี้
ท้ำยที่สุดแล้ว พวกนางก็ไม่ใช่ภรรยาหรือบุตรสาวของตระกูลที่
ยิ่งใหญ่อีกต่อไป
บทที่ 26 นอนกับพื้น
สะใภ้ทั้งแปดกับโม่หานเยี่ยน้ำลายสอเพราะเนื้อวัวตุ๋นซอสนี้อยู่
แล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของแม่สามี พวกนางก็กินอย่ำงไม่ต้องเกรงใจ
“ท่านแม่พูดถูก ตอนนี้พวกเราไม่ใช่ภรรยาหรือบุตรสาวจาก
ตระกูลใหญ่อีกต่อไป ตอนนี้ขอแค่ได้กินให้อิ่มท้องก็ดีมากแล้ว”
“กฎระเบียบอะไรกัน ข้าหยางม่านซินไม่ต้องการแล้ว”
คนที่หิวโหยมาก เห็นอะไรก็ล้วนรู้สึกว่าอร่อยไปหมด
ยิ่งกว่านั้นเนื้อวัวตุ๋นซอสที่เฮ่อจือหร่านนาออกมา แค่มองก็น่ำ
กินมาก แม้กระทั่งรสชำติยังอร่อยกว่าของที่พวกนางเคยกินมาเสีย
อีก
เมื่อมองเหล่ำสตรีที่เคยสง่ำงำมเรียบร้อย กำลังนั่งพื้นกินอย่ำง
ตะกละตะกลามเหมือนหมาป่ำหิวโซ เฮ่อจือหร่านจึงเตือน
“พวกท่านทุกคนอย่ำเพิ่งรีบร้อน ในห่อผ้ำข้ายังมีอีก หากกินไม่
พอค่อยหยิบมาเพิ่ม”
ถึงอย่ำงไรของในพื้นที่มิติของนางก็มีระบบสร้ำงใหม่ เนื้อวัวตุ๋น
ซอสจะมีมากแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหา
ฮูหยินผู้เฒ่ำกินเนื้อวัวตุ๋นซอสไปคำหนึ่ง รู้สึกว่านี่คือเนื้อที่อร่อย
ที่สุดเท่ำที่นางเคยกินมาตลอดชีวิต
แต่นางก็ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเฮ่อจือหร่าน
“ของที่พ่อแม่เจ้ำให้มา เจ้ำเก็บไว้กินเองบ้ำงเถอะ ไม่ต้องนา
ออกมาแบ่งจนหมดหรอก”
“ท่านแม่ ข้ายังมีอีกเยอะเลยนะเจ้ำคะ!”
เฮ่อจือหร่านพูดพลางหยิบเนื้อวัวตุ๋นซอสออกมาอีกกำใหญ่
แจกจ่ำยให้ทุกคน
ฮูหยินผู้เฒ่ำเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ห้ำมนางอีก ยิ่งไปกว่านั้นคือตัว
นางก็ชอบมาก
เมื่อเห็นคนสกุลโม่กำลังกินหมั่นโถวและเนื้อวัวตุ๋นซอสอย่ำง
เอร็ดอร่อย คนจากสี่ตระกูลต่ำงก็อิจฉำจนแทบเสียสติ
เหตุใดคนสกุลโม่จึงได้กินหมั่นโถวขำว?
ซ้ำยังมีเจ้ำหน้ำที่มอบถุงน้ำให้ด้วย
ตอนนี้พวกเขำก็กำลังหิวจนท้องร้องเสียงดัง หากอยากดื่มน้ำก็
ต้องไปขออนุญำตจากเจ้ำหน้ำที่ก่อน ถ้ำอีกฝ่ำยเต็มใจก็จะมอบน้ำ
ให้ดื่ม
แต่เพราะได้รับบทเรียนด้วยการถูกเฆี่ยนตีในตอนกลางวัน ต่อให้
จะโกรธเพียงใด พวกเขำก็ไม่กล้ำแสดงท่ำทีออกมาให้เห็นชัด
ทุกคนจ้องมองคนสกุลโม่ที่กำลังกินดื่มอย่ำงเอร็ดอร่อยด้วย
สายตำที่เต็มไปด้วยไฟโทสะ
ทว่าแม้จะถูกจ้องมองด้วยสายตำไม่เป็นมิตร แต่คนสกุลโม่ก็
ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย
พวกนางทุกคนฟังสิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่ำบอก จึงไม่มีใครสนใจหันไป
มอง ต่ำงก้มหน้ำก้มตำกินหมั่นโถวขำวของตัวเองต่อไป
หลังจากกินดื่มจนพอแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ำพลันกระซิบข้างหูเฮ่อจื
อหร่านว่า
“พวกเราต้องหาวิธีให้จิ่วเยี่ยได้กินอะไรบ้ำง”
แม้ฮูหยินผู้เฒ่ำจะไม่ต้องเตือน เฮ่อจือหร่านก็คิดเรื่องนี้อยู่ก่อน
แล้ว
“ท่านแม่ ท่านรออีกสักครู่ ให้คนพวกนั้นหลับกันหมดแล้ว ข้าจะ
นาอาหารไปให้ท่านพี่”
โม่จิ่วเยี่ยซึ่งนอนอยู่บนเกวียนไม้ก็ได้กลิ่นเนื้อวัวตุ๋นซอสเช่นกัน
เขำเป็นคนที่ไม่สนใจเรื่องอาหารการกินเท่ำไหร่ แต่ก็ยังอดกลืน
น้ำลายไม่ได้
น่ำเสียดำยที่ในสายตำของคนอื่น เขำกำลังสลบ ย่อมเป็นไป
ไม่ได้ที่จะทำลายแผนการเพียงเพราะอาหารคำเดียว
โม่จิ่วเยี่ยอดทนอย่ำงยากลาบำก จนในที่สุดสตรีสกุลโม่ก็กินจน
พอใจ
ฮูหยินผู้เฒ่ำสั่งให้ทุกคนหาที่พักผ่อนด้วยตัวเอง
เมื่อพูดถึงการพักผ่อน นอกจากเฮ่อจือหร่านแล้ว สีหน้ำของ
หญิงสาวคนอื่นก็หมองหม่นลงทันที่
“ท่านแม่ พวกเราจะนอนแบบนี้ได้หรือ” โม่หานเยี่ยรู้ดีว่าอย่ำงไร
ต้องนอนแบบนี้ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำ
ฮูหยินผู้เฒ่ำรู้สึกหมดหนทำงเช่นกัน
“หานเยี่ย วันนี้สกุลโม่ของพวกเราไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว การที่
ทุกคนมีชีวิตรอดอยู่ได้ก็ถือเป็นความหวัง เจ้ำอย่ำคิดมากเลย”
เมื่อได้ยินดังนั้น น้ำตำของโม่หานเยี่ยก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
แต่นางยังเข้าใจและไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีก
ฮูหยินผู้เฒ่ำให้กำเนิดบุตรถึงสิบคน มีเพียงโม่หานเยี่ยคนเดียวที่
เป็นลูกสาว นางจึงเติบโตด้วยความเอาใจใส่ตั้งแต่เด็ก
ยิ่งเห็นบุตรสาวเป็นเช่นนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ำก็ปวดใจนัก
แต่นางก็จำเป็นต้องก้มหน้ำยอมรับชะตำกรรม ปล่อยให้โม่
หานเยี่ยยอมรับความเป็นจริงได้โดยเร็ว
“หากยังทนกับความลาบำกเพียงเล็กน้อยไม่ได้ ก็ไม่สมควรเป็น
ลูกหลานสกุลโม่”
การได้เป็นลูกหลานของสกุลโม่ เป็นสิ่งที่โม่หานเยี่ยภำคภูมิใจ
มากที่สุด
บิดำและพี่ชายของนางล้วนเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ปกป้อง
ราชวงศ์ต้ำซุน เมื่อได้ยินมารดำพูดว่าไม่สมควรเป็นลูกหลานสกุลโม่
นางก็หยุดเสียงร้องไห้ทันที่ รีบใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตำ
“ท่านแม่ คนสกุลโม่ไม่กลัวความลาบำก หานเยี่ยก็ไม่กลัว
เช่นกัน”
พูดจบ นางจึงขดตัวนอนข้าง ๆ ฮูหยินผู้เฒ่ำ
ฮูหยินผู้เฒ่ำไม่กล้ำมองบุตรสาวอีก ยิ่งมองนางก็ยิ่งปวดใจ ได้แต่
เบือนหน้ำไปทำงอื่น
เพื่อให้โม่จิ่วเยี่ยสะดวกในการทำนอาหารเย็น เฮ่อจือหร่านจึงพิง
เกวียนไม้หลับพักผ่อน
ในชำติก่อน ตอนออกทำภำรกิจนอกสถำนที่ นางมักต้องนอน
กลางแจ้งในป่ำอยู่บ่อย ๆ สาหรับเรื่องเหล่านี้ นางจึงไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่
ยอมรับไม่ได้
สะใภ้ทั้งหลายเห็นแม่สามีและคนอื่นพักผ่อนไปแล้ว ถึงแม้ในใจ
จะมีความคิดเช่นเดียวกับโม่หานเยี่ย แต่ก็ไม่ได้แสดงท่ำทีออกมา
เพียงแอบอิงนอนกับพื้น
อาจเป็นเพราะทุกคนเหนื่อยจากการเดินทำงมากเกินไป หลังล้ม
ตัวลงได้ไม่นานก็หลับไปแล้ว
เฮ่อจือหร่านยังไม่ได้หลับ เพียงแค่แกล้งหลับตำเท่านั้น
ตอนที่นางกำลังจะลืมตำสังเกตว่าทุกคนหลับสนิทดีหรือยัง ก็
พบว่าพี่สะใภ้รองลุกนั่งขึ้นมา
พี่สะใภ้รองย่องเข้ามาหาเฮ่อจือหร่าน แล้วเอ่ยกระซิบ “น้องสะใภ้
เก้ำ เจ้ำหลับหรือยัง”
เฮ่อจือหร่านใช้เสียงเบำตอบกลับไปเช่นกัน “ยังเจ้ำค่ะ พี่สะใภ้มี
อะไรหรือ”
ยามนี้แสงจันทร์ส่องสว่าง จึงเห็นได้ชัดว่าสีหน้ำของพี่สะใภ้รองดู
กังวลใจ คล้ำยมีเรื่องจะขอร้องนาง
“อา…คือว่า…น้องสะใภ้เก้ำ ข้าอยากขอหมั่นโถวขำวจากเจ้ำสัก
ลูก”
ขณะสะใภ้รองเอ่ย เห็นได้ชัดว่านางกังวลมาก ไม่เพียงแต่พูด
ตะกุกตะกักสองมือยังคอยดึงชายเสื้อไม่หยุด
เฮ่อจือหร่านเดำได้ถึงเจตนาของพี่สะใภ้รองทันที่ นั่นคือนาง
ต้องการเอาไปให้ครอบครัวฝั่งมารดำของนาง
เฮ่อจือหร่านไม่อยากเป็นคนใจดีเกินไป เพราะสุดท้ำยแล้ว
ตระกูลเหล่านั้นก็คิดร้ำยต่อคนสกุลโม่อยู่แล้ว
แม้ว่าครอบครัวของพี่สะใภ้รองจะไม่ได้ด่ำทอคนสกุลโม่เหมือน
ตระกูลอื่น ๆ แต่ความเกลียดชังที่มีต่อคนสกุลโม่ในสายตำของพวก
เขำก็ปิดซ่อนไว้ไม่มิด
“พี่สะใภ้รองยังกินไม่อิ่มหรือ” เฮ่อจือหร่านแกล้งทำไม่เข้าใจ
พี่สะใภ้รองโบกมืออย่ำงแรง
“ไม่ใช่ ข้าอยากนามันไปให้หลานชาย”
นางพูดจบ ก็เห็นเฮ่อจือหร่านยังไม่ยอมให้หมั่นโถว พี่สะใภ้รองก็
รู้ว่าอีกฝ่ำยอาจจะไม่เต็มใจ
“น้องสะใภ้เก้ำ บิดำข้ากับคนสกุลโม่ต้องมีเรื่องอะไรเข้าใจผิดแน่
ๆ ตอนกลางวันคนมากจึงมากคำพูด พวกเราจึงไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้
ข้าจึงคิดว่าจะฉวยโอกำสกลางดึกแบบนี้นาหมั่นโถวไปให้หลานชาย
และไปถำมพวกเขำด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เห็นสะใภ้รองพูดถึงขนาดนี้แล้ว เฮ่อจือหร่านก็ไม่อาจนิ่งเฉยต่อ
ได้
ยิ่งไปกว่านั้น นางมาขอหมั่นโถวไปให้เด็กกิน ความแค้นของ
ผู้ใหญ่ไม่เกี่ยวอะไรกับเด็ก
อย่ำงน้อยจะได้ฉวยโอกำสนี้ เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดตระกูล
เหล่านั้นจึงคิดร้ำยต่อคนสกุลโม่ขนาดนี้
เฮ่อจือหร่านหยิบหมั่นโถวขำวออกมาจากห่อผ้ำ แล้วยื่นมือเข้า
ห่อผ้ำของตัวเองอีกครั้ง หยิบเนื้อวัวตุ๋นซอสออกมาสองชิ้น
“พี่สะใภ้รอง นาของพวกนี้ไปเถอะ”
เมื่อเห็นว่ายังมีเนื้อวัวตุ๋นซอสอีก สะใภ้รองก็ซำบซึ้งใจจนกล่าว
ขอบคุณไม่หยุด
“ขอบใจเจ้ำมาก น้องสะใภ้เก้ำ ข้าจะไปถำมเรื่องให้กระจ่ำงแล้ว
กลับมา”
“พี่สะใภ้รีบไปเถอะ!” เฮ่อจือหร่านเผยยิ้มอ่อนโยนไร้พิษภัย
หลังจากสะใภ้รองเดินจากไปแล้ว เฮ่อจือหร่านก็มองไปรอบ ๆ
อีกครั้ง
เหล่ำเจ้ำหน้ำที่กระจำยคนไปอยู่ใกล้กับแต่ละตระกูล แต่ละจุดจะ
มีคนเฝ้ำยามอยู่หนึ่งคน
ส่วนผู้ที่รับผิดชอบเฝ้ำคนสกุลโม่คือโจวเหล่ำปำ เขำคงจงใจทำ
เป็นไม่เห็น เมื่อพบว่าสะใภ้รองเดินไปยังคนตระกูลเซี่ยก็ไม่ได้
ขัดขวางอะไร