ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 24 ไม่ต้องห่วง เขำไม่ตำยหรอก
จำงชิงเป็นคนใจร้อน โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งเมื่อถูกนักโทษเนรเทศ
ตะโกนใส่ เขำจึงหยิบแส้ที่เหน็บอยู่ตรงเอวขึ้นมาตำมความเคยชิน
โจวเหล่ำปำเห็นท่ำไม่ดี จึงรีบเข้ามาขวางไว้
“เจ้ำใจเย็น ๆ หน่อย”
จำงชิงไม่พอใจ พยายามจะเดินอ้อมโจวเหล่ำปำคิดจะไปสั่งสอน
นางต่อ
โม่จิ่วเยี่ยนอนคว ่ำอยู่บนเกวียนไม้ มองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ห่ำง
ๆ
เขำเห็นจำงชิงมีท่ำทีจะลงมือ ก็เตรียมจะลุกขึ้นไปช่วย
ไม่ว่าอย่ำงไร โม่จิ่วเยี่ยคนนี้ก็ไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกภรรยาของ
ตัวเองแน่
สตรีสกุลโม่ก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขำ นับตั้งแต่เฮ่อจือหร่านไปช่วย
ถอนพิษงูให้เผิงวั่ง พวกนางก็ไม่เคยวางใจเลย
กระทั่งหลงลืมความหิวโหยที่อยู่ในท้องไปแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่ำสังเกตเห็นร่างกายของโม่จิ่วเยี่ยที่สั่นเทิ้มอย่ำง
รุนแรง ก็คำดเดำความคิดของบุตรชายออก
เพื่อไม่ให้กระทบต่อสถำนการณ์โดยรวม ฮูหยินผู้เฒ่ำจึงนั่งอยู่
ข้างเกวียนไม้พลางกระซิบเตือน
“อย่ำใจร้อน”
แต่โม่จิ่วเยี่ยจะไม่ใจร้อนได้อย่ำงไร?
ไม่ว่าตนเองจะมีใจให้เฮ่อจือหร่านหรือไม่ก็ตำม ในฐำนะบุรุษ
เพียงคนเดียวของสกุลโม่ หากแม้แต่สตรีในบ้ำนยังปกป้องไม่ได้
แทนที่จะมีชีวิตอยู่อย่ำงขี้ขลาด สู้ให้เขำตำยไปเสียยังดีกว่า
แต่เพื่อไม่ให้มารดำเป็นกังวล เขำจึงฝืนใจข่มความรู้สึกอยากลุก
นั้นไว้
ในตอนนั้นเอง เฮ่อจือหร่านก็ลุกยืนออกมาจากหลังต้นไม้ เดิน
ไปทำงเจ้ำหน้ำที่
เมื่อมองท่ำทำงอันนิ่งสงบของนางแล้ว เหมือนนางไม่กลัวแส้ของ
จำงชิงเลยแม้แต่น้อย
โจวเหล่ำปำรั้งแขนข้างหนึ่งของจำงชิงไว้ ไม่ให้เขำขยับ จากนั้น
จึงถำมเฮ่อจือหร่าน
“หัวหน้ำของพวกเราเป็นอย่ำงไรบ้ำง”
เฮ่อจือหร่านสังเกตเจ้ำหน้ำที่เหล่านี้มาตั้งแต่ตอนที่พบกันครั้ง
แรกแล้ว จำงชิงเป็นคนใจร้อน พูดจำไม่กี่คำก็คิดจะลงมือทำร้ำยคน
แล้ว
เข้าใจได้ว่าเขำคงเป็นคนหัวไม่ดีแต่มีร่างกายแข็งแรง
ส่วนโจวเหล่ำปำกลับตรงข้ามอย่ำงสิ้นเชิง เขำเป็นคนใจเย็นและ
มีสติเวลาเจอเหตุการณ์อะไร เป็นคนที่รอบคอบและมีแผนการ
ดังนั้น นางจึงเมินเฉยต่อสายตำที่มองมาของจำงชิง ก่อนเอ่ย
กับโจวเหล่ำปำ
“ไม่ต้องห่วง เขำตำยไม่ได้หรอก”
โจวเหล่ำปำยังไม่ทันอ้ำปำก จำงชิงก็สะบัดมือที่จับรั้งไว้ออก
อย่ำงแรง วิ่งไปดูคนที่หลังต้นไม้
“เฮ่อจือหร่าน หากเจ้ำกล้ำโกหก ข้าจะตีเจ้ำให้ตำย”
เฮ่อจือหร่านขี้เกียจจะมองเขำ ยืนกอดอกอยู่ที่เดิม
โจวเหล่ำปำฉลาดกว่าจำงชิงมาก เขำไม่ได้ตำมจำงชิงไปดูเผิงวั่ง
แต่ถำมเฮ่อจือหร่านต่อ
“เจ้ำแน่ใจหรือว่าพิษงูของหัวหน้ำถูกถอนแล้ว”
“ข้ามั่นใจ และยังสามารถบอกได้อย่ำงชัดเจนว่า เขำจะฟื้น
ภายในหนึ่งชั่วยาม”
โจวเหล่ำปำเห็นท่ำทำงสบำยอารมณ์ของเฮ่อจือหร่านแล้ว เขำก็
สามารถยืนยันได้ว่านางไม่ได้พูดโกหก
“ดี ตราบใดที่หัวหน้ำฟื้นขึ้นมาได้ ก็จะไม่ลงโทษเจ้ำ”
เฮ่อจือหร่านทำตัวยุ่งวุ่นวายมานานแล้ว สิ่งที่นางรอคอยก็คือ
ประโยคนี้ อย่ำงไรก็ตำม จิตสานึกยังบอกนางว่าก่อนที่เผิงวั่งจะฟื้น
คำพูดของคนอื่นไม่อาจเชื่อถือได้ทั้งหมด
“เอาเถอะ พวกท่านไปดูแลเจ้ำหน้ำที่เผิงเถอะ ข้าทั้งกระหายน้ำ
เหนื่อย และง่วงมาก ขอตัวกลับไปพักผ่อน”
เฮ่อจือหร่านกล่าวจบก็เดินมาทำงกลุ่มคนสกุลโม่ทันที่
โจวเหล่ำปำไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจเขำมีแผนเตรียมการไว้อยู่
แล้ว
เฮ่อจือหร่านเพิ่งเดินออกไปได้ไม่กี่ก้ำว สตรีสกุลโม่ก็เดินมา
ต้อนรับนางทั้งหมด
“น้องสะใภ้เก้ำ เจ้ำรีบมาพักผ่อนเร็วเข้า” พี่สะใภ้ห้ำจ้ำวเจียเจีย
รีบประคองนางไว้
เฮ่อจือหร่านยุ่งอยู่กับการช่วยชีวิตคนมานาน กระทั่งพวกนางที่
แทบไม่ได้ขยับตัว ก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้ำมาก แล้วอีกฝ่ำยจะต้องเหนื่อย
ขนาดไหนกัน
สะใภ้คนอื่น ๆ กับโม่หานเยี่ยห้อมล้อมเฮ่อจือหร่าน พำกลับไปที่
นั่งรวมกันอยู่
“สะใภ้เฮ่อ เจ้ำแก้พิษงูได้จริง ๆ หรือ”
ฮูหยินผู้เฒ่ำกับโม่จิ่วเยี่ยมีข้อสงสัยเดียวกัน ก่อนหน้ำที่บุตรชาย
จะแต่งงำน นางก็ได้สอบถำมเกี่ยวกับเฮ่อจือหร่านมาแล้ว
นางได้ยินเพียงว่า เฮ่อจือหร่านเป็นคุณหนูที่แทบไม่ออกจาก
ประตูบ้ำน จึงไม่รู้ว่านางรู้วิชำแพทย์อะไรบ้ำง
ทว่านับตั้งแต่เมื่อคืนที่ได้พูดคุยกัน ฮูหยินผู้เฒ่ำก็สามารถยืนยัน
ได้เรื่องหนึ่ง
นั่นคือ สะใภ้เก้ำของนางมีความสามารถไม่ธรรมดำ
ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญำหรือฝีมือ ย่อมเทียบไม่ได้กับลูกสะใภ้ทั้ง
แปดคน
หากวันนี้ไม่ได้เห็นกับตำว่าเฮ่อเยวียนหมิงและภรรยาปฏิบัติต่อ
เฮ่อจือหร่านอย่ำงไร นางก็คงจะสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของลูกสะใภ้
แม้ตอนนี้จะไม่มีข้อสงสัยเรื่องตัวตนแล้ว แต่วิชำแพทย์ของนาง…
ช่ำงน่ำฉงนจริง ๆ!
เฮ่อจือหร่านได้ยินน้ำเสียงซึ่งแฝงไปด้วยความสงสัยของแม่สามี
ก่อนจะทำเรื่องพวกนี้ นางเองก็ได้คิดเอาไว้แล้ว
ในบรรดำความลับมากมายของนาง สิ่งเดียวที่สามารถเปิดเผย
ได้มีเพียงวิชำแพทย์
ดังนั้น นางจึงต้องหาข้ออ้ำงที่สมเหตุสมผลที่สุด
“ท่านแม่เจ้ำคะ ตอนข้ายังเด็ก โชคดีที่ได้รับตำราแพทย์ที่ผู้มี
วิชำท่านหนึ่งทิ้งไว้ ท่านเองก็รู้ว่าข้าไม่ค่อยชอบออกไปข้างนอก
ปกติยามอยู่บ้ำนจึงใช้ตำราแพทย์อ่านแก้เบื่อ เมื่อเวลาผ่านไปนาน
ข้าก็เข้าใจเนื้อหาในตำราแพทย์ทั้งหมดอย่ำงถ่องแท้ ตอนนี้การ
รักษำคนสาหรับข้าจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย”
สิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่ำรู้มาคือเฮ่อจือหร่านมักไม่ออกจากบ้ำนจริง ๆ
ดังนั้น นางจึงไม่สงสัยในข้ออ้ำงจากปำกเฮ่อจือหร่าน
“ในเมื่อเจ้ำรู้วิชำแพทย์จริง ๆ ข้าเองก็วางใจได้แล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่ำคิดว่าต่อหน้ำคนในครอบครัว ย่อมไม่จำเป็นต้อง
อ้อมค้อม จึงแสดงอารมณ์ของตนเองออกมาตำมตรง
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านกำลังเหนื่อยมาก
นางกวาดสายตำมองไปรอบ ๆ นอกจากพื้นหญ้ำแล้ว ที่นี่ก็มีแต่
ต้นไม้ใหญ่
ตอนเจ้ำหน้ำที่เข้ามาตรวจยึดจวน พวกเขำไม่ให้พวกนางนา
สิ่งของติดตัวมาด้วยแม้แต่อย่ำงเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงห่อสัมภำระ
ถึงแม้ว่าในมิติลับของนางจะมีผ้ำห่มขนเป็ดที่เก็บไว้ตั้งแต่ชำติ
ก่อน แต่ก็ไม่สามารถนาออกมาใช้ได้
สิ่งนี้ทำให้นางนึกถึงคำพูดประโยคหนึ่ง นั่นคือเงำเดียวดำย
ท่ำมกลางฟ้ำดินให้ข้าเดินทำง ฟ้ำเป็นผ้ำห่ม ดินเป็นเสื่อ ภูเขำและ
แม่น้ำเป็นหมอน
ขณะเฮ่อจือหร่านกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น โม่หานเยี่ยก็เอ่ยขึ้นด้วย
ท่ำทำงน่ำสงสาร
“ท่านแม่ ข้าทั้งหิวทั้งง่วง จะทำอย่ำงไรดี”
ฮูหยินผู้เฒ่ำปวดหัวอีกครั้ง
โม่หานเยี่ยเติบโตมาด้ำยการถูกตำมใจตั้งแต่เด็ก สะใภ้คนอื่น ๆ
รวมถึงตัวนางเอง ใครบ้ำงที่ไม่ได้เป็นคุณหนูซึ่งเติบโตมาในตระกูล
ร ่ำรวย
ต้องทนหิวและนอนกลางแจ้งทั้งคืน หากพรุ่งนี้มีคนไม่เจ็บป่วยก็
เป็นเรื่องแปลกแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่ำลูบศีรษะยุ่ง ๆ ของโม่หานเยี่ยด้วยความสงสาร ตอบ
ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “หานเยี่ย พวกเราเพิ่งออกเดินทำงมาได้วัน
แรก ต่อไปก็ต้องใช้ชีวิตแบบนี้ เจ้ำต้องรู้จักปรับตัว”
เมื่อเผชิญหน้ำกับคนรุ่นหลัง นางจำเป็นต้องเข้มแข็ง หากแสดง
ท่ำทีสิ้นหวังต่อหน้ำพวกเขำ จิตใจของทุกคนคงพังทลายแน่นอน
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเผิงวั่งเป็นคนเช่นไร
หากเขำรู้จักสานึกบุญคุณก็ยังดี หลังจากฟื้นขึ้นมาแล้ว เขำ
ย่อมต้องดูแลคนสกุลโม่บ้ำง
แต่ในทำงตรงกันข้าม ถ้ำเขำหันหลังให้ และทำเป็นไม่รู้จักคนที่
ช่วยชีวิตเอาไว้ สิ่งที่นางทำในวันนี้ก็จะสูญเปล่ำ
ถ้ำเป็นเช่นนั้นจริง ๆ การช่วยให้สภำพความเป็นอยู่ของคนสกุล
โม่ดีขึ้น ก็คงต้องหาวิธีอื่น
เฮ่อจือหร่านหวังว่าเผิงวั่งจะฟื้นขึ้นมาเร็ว ๆ และหวังมากกว่านั้น
ว่าอีกฝ่ำยจะเป็นคนรู้จักสานึกบุญคุณ
เมื่อเป็นเช่นนั้น บำงทีพวกนางอาจมีชีวิตที่ดีขึ้นบ้ำงในคืนนี้
ขณะเฮ่อจือหร่านพิงเกวียนไม้ของโม่จิ่วเยี่ยพลางครุ่นคิดอยู่นั้น
ก็แว่วเสียงหัวเราะมาจากทิศทำงของพวกเจ้ำหน้ำที่
“ฮ่ำ ๆ ๆ …ดีจริง ๆ หัวหน้ำฟื้นแล้ว…”
“หัวหน้ำ ท่านรู้สึกอย่ำงไรบ้ำง”
“หัวหน้ำ ท่านทำพวกเราตกใจแทบตำยเชียวนะ”