ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 257 กบเจ็ดสี
เมื่อได้ยินชื่อกบเจ็ดสี เฮ่อจือหร่านกลับรู้สึกคุ้นหูขึ้นมา
หลังจากพี่สะใภ้ของนางถูกวางยาพิษ นางก็ได้ซื้อหนังสือ
เกี่ยวกับพิษโบราณและสมัยใหม่มาเล่มหนึ่ง ซึ่งเวลานั้นนางเพียงอ่าน
มันผ่านตาเท่านั้น
ในหนังสือเล่มนั้นกล่าวไว้ว่า เลือดของกบเจ็ดสีเมื่อผสมกับ
สมุนไพรอื่น ๆ สามารถปรุงเป็นยาที่ท าให้ดูเหมือนตาย และยัง
สามารถท าเป็นยาสลบชั้นดีได้อีกด้วย
กบเจ็ดสีชอบอาศัยอยู่ในที่มืดและชื้น อีกทั้งอาหารของมันก็ต้อง
เป็นสัตว์มีพิษเท่านั้น
อย่างเช่นงูพิษและแมงป่อง
การที่มันสามารถกินงูพิษและแมงป่องเป็นอาหารได้ ก็พอจะเดา
ได้ว่ากบเจ็ดสีนั้นมีพิษร้ายแรงมากแค่ไหน
ดูเหมือนว่ากบเจ็ดสีพวกนี้จะเป็นของดีจริง ๆ
เฮ่อจือหร่านรู้สึกอยากได้กบเจ็ดสีพวกนี้ขึ้นมาทันที่ ไม่ว่านางจะ
สามารถเลี้ยงมันได้หรือไม่ ขอแค่ได้มาอยู่ในมือ นางก็สามารถสกัด
เลือดของมันออกมา และบางทีมันอาจจะได้ใช้ประโยชน์ในอนาคต
เมื่อมีความคิดเช่นนี้ จิตส านึกของนางก็เข้าไปในพื้นที่มิติ ซื้อ
กรงเหล็กมาหนึ่งอัน ตั้งใจจะจับกบเจ็ดสีพวกนี้ไปให้หมด
เวลานี้นางอยู่ที่ปากบ่อ ยังอยู่ห่างไกลจากกบเจ็ดสี จึงเป็นไป
ไม่ได้เลยที่จะใช้จิตส านึกจับพวกมันเข้าไปในกรง
เมื่อคิดว่าพวกมันมีพิษอยู่ทั่วตัว นางจึงไม่กล้าจะลงไปในบ่อโดย
ไม่ระวัง
ดูท่าว่าการจะจับกบเจ็ดสีทั้งหมดเข้ากรงได้ จ าเป็นต้องให้ข้าว
ปั้นน้อยของนางช่วยเหลือ
แน่นอนว่าเจ้าตัวน้อยลงมือทันที่ มันจัดการกับพวกกบเจ็ดสี
เรียบร้อยในพริบตา
เห็นได้ชัดว่ามันร้องใส่พวกกบเจ็ดสีไม่กี่ครั้ง พวกกบก็รีบปีนขึ้น
ตามผนังบ่อ พอกระโดดออกจากปากบ่อแล้วเข้าไปในกรงอย่างว่า
ง่าย
ข้าวปั้นน้อยตั้งใจจะดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของเจ้าของ เพื่อไป
ดูเหยื่อที่ล่ามาได้
แต่มันถูกเฮ่อจือหร่านส่งเข้าไปในพื้นที่มิติอย่างไร้เยื่อใย พวก
กบเจ็ดสีไม่เหมือนสัตว์อื่น ร่างกายมีพิษรุนแรงมาก หากข้าวปั้นน้อย
บังเอิญสัมผัสโดนเข้า อาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี
เพื่อความปลอดภัย เฮ่อจือหร่านจึงซื้อกล่องที่สามารถบรรจุกรง
เหล็กได้เพิ่มอีกหนึ่งใบ หลังจากใส่กรงลงไปแล้วก็ลงกลอนให้แน่น
หนา จึงส่งเข้าไปในพื้นที่มิติได้อย่างสบายใจ
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าข้าวปั้นน้อยอาจจะไม่พอใจที่ถูกส่งเข้าพื้นที่มิติ
โดยไม่เต็มใจ จึงก าลังเตรียมจะเข้าไปปลอบมัน แต่ใครจะรู้ว่าตอนนั้น
กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากในบ่อ
“ศิษย์พี่ พวกกบเจ็ดสีของพวกเราหายไปหมดแล้ว มิหน ้าซ ้า
กลไกยังถูกคนท าลายด้วย”
เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ในบ่อน ้า
แต่ไม่รู้ว่าฝีมือของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร ทั้งสองจึงรีบถอยไปซ่อนตัว
หลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ
“เสียงร้องของข้าวปั้นน้อยคงดึงดูดคนพวกนั้นให้ออกมา” เฮ่อจื
อหร่านเดา
“อืม แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ท าให้พวกเรารู้ว่าในบ่อ
น ้านี้มีคนอยู่จริง ๆ”
ขณะก าลังสนทนากัน โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกได้ว่ามีคนก าลังขึ้นมาจาก
ในบ่อ
เขาเตือนเบา ๆ “มีคนมา”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ตอบอะไร แต่จ้องเขม็งไปทางปากบ่อน ้า
ไม่นาน ชายวัยกลางคนสองคน คนหนึ่งสูง อีกคนเตี้ย ก็ปีน
ขึ้นมาจากปากบ่อ
ทั้งสองคนตรวจดูกลไกที่โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งท าลายไปเมื่อครู่
คนตัวสูงพูดว่า “แย่แล้ว กบเจ็ดสีของข้าหายไปหมดแล้ว”
แม้คนตัวเตี้ยจะไม่พูดอะไร แต่ดวงตาของเขาก็เริ่มมองส ารวจไป
รอบ ๆ พร้อมกับล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบขวดกระเบื้องเล็ก ๆ
ออกมาหลายใบ
เขาเปิดจุกขวดใบหนึ่ง ปล่อยแมลงพิษข้างในออกมา
“เด็ก ๆ ไปตามหากลิ่นของคนแปลกหน้าซะ”
พอเขาพูดจบ แมลงพิษขนาดเท่าผึ้งตัวหนึ่งก็บินไปทางโม่จิ่วเยี่ย
กับเฮ่อจือหร่าน
เฮ่อจือหร่านรู้มาจากในหนังสือว่าก ามะถันสามารถไล่แมลงพิษ
ได้
แต่นางไม่เคยทดลองด้วยตัวเองว่ามันจะได้ผลจริงหรือไม่ ดังนั้น
นางจึงไม่กล้าประมาท
เพื่อป้องกันไว้ก่อน นางจึงหยิบปืนพ่นไฟออกมาจากพื้นที่มิติ
แล้วยัดใส่มือโม่จิ่วเยี่ย หากจ าเป็นจริง ๆ พวกเขาจะยอมเปิดเผยตัว
เพื่อเผาแมลงพิษให้ตายไปเสียยังดีกว่า
แมลงพิษบินตรงมาทางพวกเขา ขณะก าลังจะเข้าใกล้ต้นไม้ใหญ่
ที่คอยบังพวกเขาอยู่ จู่ ๆ มันก็หยุดชะงัก
จากนั้นก็บินวนไปมาอย่างไร้ทิศทางเหมือนแมลงวันไร้หัว
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของแมลงพิษ เฮ่อจือหร่านก็มั่นใจได้ว่า
ก ามะถันใช้ได้ผล นางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แม้ว่านางกับโม่จิ่วเยี่ยจะไม่กลัวคนสองคนนั้น แต่ก็ยังดีกว่าจะ
เปิดเผยตัวในสถานการณ์ที่ยังสืบหาอะไรไม่ได้เลย
เมื่อเห็นแมลงพิษบินจากไป คนตัวเตี้ยก็มีสีหน้างุนงง
“ศิษย์พี่ ท าไมวันนี้แมลงพิษของข้าถึงผิดปกติเช่นนี้?”
คนตัวสูงก็รู้สึกงงงวยเช่นกัน พวกเขาเลี้ยงแมลงพิษมาหลายปี
แต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
“แมลงพิษของเจ้าเริ่มผิดปกติไปตอนที่มันบินไปถึงหน้าต้นไม้
ใหญ่นั่น ตรงนั้นต้องมีอะไรแปลก ๆ แน่”
ขณะพูด สายตาของทั้งสองก็จับจ้องไปยังต้นไม้ใหญ่นั้น
“ศิษย์พี่ พวกเราไปดูกันเถอะ”
“ได้”
ทั้งสองพลางเดินพลางส ารวจไปอย่างระแวดระวัง
โม่จิ่วเยี่ยก็เตรียมพร้อมจะลงมือ
เฮ่อจือหร่านหยิบยาสลบที่ปรุงจากงูสามเหลี่ยมออกมา หากสอง
คนนั้นเข้ามาใกล้ นางก็จะท าให้พวกเขาหมดสติก่อน
สองคนนั้นระวังตัวมาก มือหนึ่งถือสิ่งที่ใช้เป็นอาวุธ อีกมือถือ
ขวดกระเบื้องที่ใช้เลี้ยงแมลงพิษ พร้อมลงมือตลอดเวลาเช่นกัน
ในขณะที่โม่จิ่วเยี่ยก าลังจะลงมือ เฮ่อจือหร่านก็รั้งเขาไว้
นางส่ายหน้าให้เขา แล้วรีบเดินอ้อมเขาไป โปรยยาสลบใส่ทั้ง
สองแทน
เพียงชั่วพริบตา พวกเขาที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ล้มลงไป
เฮ่อจือหร่านโบกมือเบา ๆ น าพวกเขาเข้าไปในพื้นที่มิติ
ตอนนี้มีคนที่สามารถสอบถามข้อมูลได้แล้ว นางกับโม่จิ่วเยี่ยจึง
ไม่รีบร้อนจะลงไปตรวจสอบในบ่อ ทั้งสองเข้าไปในพื้นที่มิติด้วยกัน
โม่จิ่วเยี่ยค้นตัวพวกเขา และพบว่ามีขวดกระเบื้องเล็กส าหรับ
เลี้ยงแมลงพิษถึงห้าใบ
ดูเหมือนว่าทักษะการเลี้ยงแมลงพิษของคนทั้งสองนี้จะไม่
ธรรมดาเลย ปกติแล้วผู้เลี้ยงแมลงพิษทั่วไปจะสามารถเลี้ยงแมลงพิษ
ได้เพียงสองตัว รวมกับตัวที่ปล่อยออกไปเมื่อครู่นี้ด้วยก็มีถึงหกตัว
นั่นหมายความว่า พวกเขาแต่ละคนเลี้ยงแมลงพิษไว้คนละสาม
ตัว
โม่จิ่วเยี่ยเกลียดแมลงพิษพวกนี้มากที่สุด ในบรรดาพี่ชายทั้ง
สามคนที่พบ มีสองคนที่ถูกหนอนพิษกู่เล่นงาน เห็นได้ชัดว่ามันท า
ร้ายผู้คนไม่ใช่น้อย
ไม่ต้องรอให้เฮ่อจือหร่านพูดอะไร เขาก็หยิบปืนพ่นไฟมาและ
ก าจัดแมลงพิษทั้งห้าตัวทันที่
ผลคือเขาประมาทเกินไป ไม่คิดว่าในบรรดาแมลงพิษห้าตัวนี้ จะ
มีหนึ่งตัวเป็นแมลงพิษประจ าตัวของชายร่างสูง พร้อมกับตอนที่เขา
จัดการตายของแมลงพิษ ชายร่างสูงที่หมดสติก็อาเจียนออกมาเป็น
เลือดแล้วไปเฝ้ายมบาล…
โม่จิ่วเยี่ย “…”
เขาเพียงแค่เกลียดแมลงพิษพวกนี้ แต่ไม่คิดว่าคนผู้นี้จะเลี้ยง
แมลงพิษประจ าตัวไว้
ยังไม่ทันได้ถามอะไร คนก็ตายไปก่อนเสียอย่างนี้
เฮ่อจือหร่านก็พูดไม่ออกเช่นกัน นางเห็นการกระท าของโม่จิ่ว
เยี่ยตั้งแต่แรกแล้ว แต่ไม่ได้ห้ามเขาเอาไว้
เพราะนางก็ไม่คิดว่าชายร่างสูงคนนั้นจะเก่งกาจถึงขนาดเลี้ยง
แมลงพิษประจ าตัวได้
ตอนนี้เหลือแค่คนเป็นคนเดียว พวกเขาต้องไม่ให้เกิด
ข้อผิดพลาดอีกเด็ดขาด
เพื่อความไม่ประมาท โม่จิ่วเยี่ยมัดคนตัวเตี้ยไว้อย่างแน่นหนา
ก่อนที่จะให้เฮ่อจือหร่านปลุกเขาให้ตื่น
เมื่อคนตัวเตี้ยลืมตาขึ้นมา เขาก็ตกตะลึงกับทัศนียภาพของสี
เขียวขจีตรงหน้า เขาพยายามจะลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณ แต่ก็
พบว่าร่างกายของเขาถูกมัดจนแน่นราวกับเป็นบะจ่าง
เพียงหันหน้าไป เขาก็เห็นคนสองคนที่ยืนยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม และเมื่อ
ก้มมองลงไป ก็เห็นร่างไร้วิญญาณของศิษย์พี่ร่วมส านัก…