ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 258 พวกเจ้าคิดจะท าอะไรกันแน่?
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 258 พวกเจ้าคิดจะท าอะไรกันแน่?
“พวกเจ้าเป็นใครกัน”
ชายร่างเตี้ยกลับมีความกล้าหาญ แม้จะตกเป็นรองแต่กลับไม่มี
ท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย
คนที่ไม่รู้อาจคิดว่าเขายังมีไม้ตายอะไรอยู่ในมือ
โม่จิ่วเยี่ยแค่นเสียงเย็นชา เตะชายร่างเตี้ยอย่างแรง จุดประสงค์ก็
เพื่อเตือนให้เขารู้ถึงสถานการณ์ของตัวเอง
การเตะครั้งนี้ถือว่าหนักไม่น้อย ชายร่างเตี้ยร้องครวญครางด้วย
ความเจ็บปวด ในขณะเดียวกัน ในใจของเขาก็เกิดความหวาดกลัว
ขึ้นมาโดนไร้สาเหตุ
ขณะที่เขาก าลังจะถามอีกครั้งว่าท าไมอีกฝ่ายถึงจับตัวเขามา จู่
ๆ ก็รู้สึกว่าร่างกายถูกอะไรบางอย่างที่หนักพุ่งชนอย่างแรง
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยมองเห็นชัดเจน
มันคือข้าวปั้นน้อย!
มันเห็นเจ้าของโกรธจัดจนเตะคนคนนั้น จึงอยากจะเข้ามาช่วย
ด้วยอีกแรง
สถานการณ์ที่ควรจะเคร่งเครียด แต่พอเจ้าตัวน้อยเข้ามามีส่วน
ร่วม ก็ท าให้เฮ่อจือหร่านเกือบจะหลุดข าออกมา
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ข้าวปั้นน้อยจะมาซุกซน เฮ่อจือหร่านกลั้น
ยิ้มไว้แล้วส่งเจ้าตัวน้อยไปเล่นที่ป่าไผ่
ชายร่างเตี้ยได้สติกลับมา นึกถึงตัวเองที่เป็นผู้ใช้กู่ชื่อดังแห่ง
หนานเจียง แต่กลับถูกเจ้าก้อนกลม ๆ ด าขาวตัวนี้มาดูหมิ่น
ในใจเขาพลันรู้สึกอยากด่าทอขึ้นมา แต่เมื่อเห็นสายตาคมกริบ
อันเย็นเยียบของโม่จิ่วเยี่ย เขาก็หมดความกล้าลงทันที่
“พวก…พวกเจ้าคิดจะท าอะไรกันแน่?”
โม่จิ่วเยี่ยมองเขาด้วยหางตา แล้วถามเสียงเย็น “เล่าเรื่องทั้งหมด
ที่เกี่ยวกับปรมาจารย์ซือเหมิงมา”
“ไม่มีวัน เจ้าฆ่าข้าเสียยังดีกว่า!” ชายร่างเตี้ยตอบอย่างเด็ดขาด
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้นจึงหยิบมีดสั้นออกมา แล้วตบหน้าชายร่าง
เตี้ยสองสามที่
“อยากตายนั้นง่ายเกินไป แต่ในเมื่อเจ้าไม่อยากพูดอะไร ข้าก็ไม่
มีทางปล่อยให้เจ้าตายอย่างสบาย”
พูดจบ มีดสั้นก็เคลื่อนไหวรวดเร็ว ตัดนิ้วมือของชายร่างเตี้ยจน
ขาดไปหนึ่งนิ้ว
ชายร่างเตี้ยร้องครางด้วยความเจ็บปวด “อ๊าก…เจ้าเป็นใครกัน
แน่ ข้าไม่เคยมีเรื่องผิดใจกับเจ้า ท าไมเจ้าถึงท ากับข้าเช่นนี้?”
“เจ้าไม่มีสิทธิ์รู้ว่าข้าเป็นใคร ตอบค าถามที่ข้าต้องการมา แล้วข้า
จะให้เจ้าตายอย่างสบาย”
เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้พูดล้อเล่น โม่จิ่วเยี่ยวางมีดลงบนนิ้วมือ
อีกข้างของอีกฝ่ายทันทีที่พูดจบ
ท่าทางเช่นนั้นเหมือนก าลังบอกกับชายร่างเตี้ยว่า ถ้าเขากล้า
พูดค าว่า “ไม่” ออกมา นิ้วมือนี้ของเขาก็อย่าหวังจะได้เก็บไว้
เฮ่อจือหร่านก็เตรียมนาฬิกาพกส าหรับสะกดจิตไว้พร้อมแล้ว ถ้า
โม่จิ่วเยี่ยถามแบบนี้แล้วไม่ได้ค าตอบอะไร นางก็จะลองใช้วิธีสะกดจิต
นางเองก็เห็นแล้วว่าชายร่างเตี้ยหวาดกลัวการข่มขู่ของโม่จิ่วเยี่ย
แต่เขาก็ยังฝืนไม่ยอมพูด
ในสถานการณ์แบบนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะถูกคนอื่นควบคุม
จุดอ่อนอะไรบางอย่างไว้
เมื่อมีเหตุผลที่ไม่อาจพูดได้ โม่จิ่วเยี่ยจึงตัดนิ้วมือของอีกฝ่ายอีก
สามนิ้ว แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม
เฮ่อจือหร่านเดินเข้าไปดึงแขนเสื้อของโม่จิ่วเยี่ย
“ให้ข้าลองดูเถอะ”
พอพูดจบ นางก็ย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าชายร่างเตี้ย
“ในเมื่อเจ้าไม่อยากพูด พวกเราก็จะไม่บังคับ แต่ข้ามีของอย่าง
หนึ่ง ไม่รู้ว่าเจ้าจะรู้จักหรือไม่”
ขณะที่พูดเฮ่อจือหร่านก็หยิบนาฬิกาพกขึ้นมาแกว่งไปมา
ตรงหน้าชายร่างเตี้ย
ตอนแรกชายร่างเตี้ยยังพยายามมองสิ่งที่แกว่งไปมาตรงหน้า
อย่างตั้งใจ แต่ไม่รู้ท าไม เขาจ้องมองสิ่งนั้นได้ไม่นานก็รู้สึกง่วงนอน
ขึ้นมาแล้ว
ไม่ช้าสายตาของเขาก็เริ่มพร่าเลือน
เฮ่อจือหร่านทดสอบว่าการสะกดจิตส าเร็จหรือไม่ จึงถามค าถาม
ง่าย ๆ ออกไป
“เจ้าชื่ออะไร?”
ชายร่างเตี้ย “ช้าชื่อหวงสวี่”
เฮ่อจือหร่าน “เจ้าเป็นคนที่ไหน?”
หวงสวี่ “ข้าเป็นคนเมืองหลวงของหนานเจียง”
เฮ่อจือหร่าน “เจ้าอาศัยอยู่ที่ใด?”
หวงสวี่ “ข้าอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ซือเหมิง”
หลังจากถามค าถามเหล่านี้ รวมกับสายตาเหม่อลอยของหวงสวี่
เฮ่อจือหร่านก็สามารถกล่าวได้ว่าเขาเข้าสู่สภาวะสะกดจิตแล้ว
นางหันไปมองโม่จิ่วเยี่ย ส่งสัญญาณให้เขาเข้ามาถาม
โม่จิ่วเยี่ยย่อตัวลงข้างภรรยา แล้วถามด้วยน ้าเสียงทุ้มลึก
“ปรมาจารย์ซือเหมิงคือใคร?”
หวงสวี่ดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังตอบว่า “ปรมาจารย์ซือเหมิงคือ
อาจารย์ของข้า”
โม่จิ่วเยี่ย “เขาอยู่ที่ไหน?”
หวงสวี่ “ข้าไม่รู้ ข้าไม่ได้พบอาจารย์มาสามปีแล้ว”
เมื่อได้ยินว่าเขาไม่รู้ โม่จิ่วเยี่ยก็ขมวดคิ้วทันที่
เฮ่อจือหร่านแกว่งนาฬิกาพกแล้วถามต่อ “จะหาอาจารย์ของเจ้า
เจอได้อย่างไร?”
หวงสวี่ “อาจารย์ของข้าปรากฏตัวลึกลับ ถ้าเขามีธุระกับข้า เขา
ก็จะปรากฏตัวมาเอง”
เฮ่อจือหร่าน “ถ้าเจ้ามีเรื่องด่วนที่ต้องรายงานอาจารย์ของเจ้า
เล่า จะท าอย่างไร?”
หวงสวี่ “ต่อให้เป็นเรื่องด่วนก็ท าได้แค่ส่งข่าวไปที่ชายแดน
ตะวันตกของต้าซุ่นก่อนเดือนเจ็ดของทุกปี อาจารย์จะไปที่นั่นตอน
เดือนเจ็ดปีละครั้ง”
เฮ่อจือหร่าน “พวกเจ้าไปชายแดนตะวันตกในเดือนเจ็ด แล้วจะ
หาเขาเจอได้ที่ไหน?”
หวงสวี่ “เรื่องนี้ข้าไม่รู้ ข้าไม่เคยไปหาอาจารย์ที่ชายแดน
ตะวันตกเลย”
เฮ่อจือหร่านถามต่อ “คนอื่นก็ไม่เคยไปหาอาจารย์ของเจ้าที่
ชายแดนตะวันตกหรือ?”
หวงสวี่ “ไม่เคย”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าในสภาวะถูกสะกดจิต หวงสวี่ไม่มีทางโกหก นี่
แสดงว่าเขาไม่รู้จริง ๆ ว่าปรมาจารย์ซือเหมิงอยู่ที่ไหน
ในเมื่อไม่รู้ นางก็ไม่จ าเป็นต้องถามค าถามแบบนี้ต่อไป
“อาจารย์ของเจ้าชื่ออะไร?”
หวงสวี่ “ชื่อของอาจารย์ของข้าไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน ข้า
เพียงเคยได้ยินศิษย์พี่ร่วมส านักพูดว่าเขาแซ่เส้า”
ตอนที่แม่สามีเล่าเรื่องราวในอดีตก็เคยพูดถึงคุณชายจาก
ตระกูลใหญ่ที่หลงรักหยวนเหมิงว่าแซ่เส้า และปรมาจารย์ซือเหมิงผู้นี้
ก็แซ่เส้าเช่นกัน ทั้งสองคนจึงเป็นคนเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย
เฮ่อจือหร่านถามต่อ “อาจารย์ของเจ้าหน้าตาเป็นอย่างไร?”
หวงสวี่ “อาจารย์ของข้ามีผมขาวทั้งศีรษะ เวลาที่เขามาพบพวก
เรา เขาจะเปลี่ยนใบหน้าไปทุกครั้ง ดังนั้นข้าจึงไม่รู้ว่าหน้าตาที่แท้จริง
ของเขาเป็นอย่างไร”
พอพูดถึงผมขาวทั้งศีรษะ เฮ่อจือหร่านก็นึกถึงสิ่งแรกที่อวิ๋นหลี่
เคยพูดไว้ว่าอีกฝ่ายผมขาวใบหน้าเยาว์
นางถามต่อ “ตอนที่อาจารย์ของเจ้าปรากฏตัว เขาจะมีผมขาว
ใบหน้าเยาว์ใช่หรือไม่?”
หวงสวี่ “เขาปรากฏตัวมาในรูปลักษณ์ผมขาวใบหน้าเยาว์แค่
ครั้งเดียว อีกสองครั้งเป็นสตรีและคนแก่”
เฮ่อจือหร่าน “เจ้ายังไม่รู้กระทั่งหน้าตาที่แท้จริงของเขา แล้วเจ้า
จะรู้ตัวตนของเขาได้อย่างไร?”
หวงสวี่ “อาจารย์ของข้าจะมีป้ายค าสั่ง พวกเราทุกคนใช้ป้าย
ค าสั่งนี้เพื่อยืนยันตัวตนของเขา”
ถามมาตั้งมากมาย แต่กลับไม่ได้พบเบาะแสอะไรที่มีประโยชน์
เลย นอกจากจะยืนยันได้ว่าปรมาจารย์ซือเหมิงก็คือคนที่ฮูหยินผู้เฒ่า
พูดถึง
เฮ่อจือหร่านสังเกตสภาพของหวงสวี่ที่ถูกสะกดจิต ตอนนี้เขายัง
ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เมื่อเป็นเช่นนี้นางจึงถามเรื่องอื่นต่อไป
“พวกเจ้าเป็นคนปล่อยงูออกมาตรงปากถ ้าทางเข้าคฤหาสน์
ซือเหมิงใช่หรือไม่?”
“ใช่ เป็นพวกเรา” หวงสวี่ตอบตรงไปตรงมา
“ท าไมเล่า?” เฮ่อจือหร่านถาม
หวงสวี่ “ช่วงก่อนปีใหม่ ศิษย์น้องคนหนึ่งของข้าออกไปซื้อ
เสบียงแล้วยังไม่กลับมา พวกเรากังวลเรื่องความปลอดภัยของ
คฤหาสน์ จึงปล่อยฝูงงูไว้ที่นั่น”
เฮ่อจือหร่าน “ใครเป็นคนควบคุมฝูงงู?”
หวงสวี่ “ศิษย์พี่ใหญ่ของข้า”
เฮ่อจือหร่าน “ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าคือใคร?”
หวงสวี่ “คือคนที่มาด้วยกันกับข้า”
เฮ่อจือหร่าน “แล้วกบเจ็ดสีที่อยู่ก้นบ่อเล่า?”
หวงสวี่ “พวกนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงล ้าค่าของศิษย์พี่ใหญ่”
เฮ่อจือหร่าน “ปากบ่อเป็นทางเข้าห้องลับของพวกเจ้าใช่หรือไม่”
หวงสวี่ “ใช่แล้ว”
เฮ่อจือหร่าน “ตอนนี้ในห้องลับมีคนอยู่กี่คน?”
หวงสวี่ “นอกจากคนที่พวกเราคุมตัวไว้คนหนึ่งแล้ว ก็ยังมีศิษย์
น้องของข้าอีกสามคน”