ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 261 ข้าจะหาวิธีรักษาพี่สี่ให้หาย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 261 ข้าจะหาวิธีรักษาพี่สี่ให้หาย
ไม่ใช่เขาว่าไม่เชื่อในฝีมือการรักษาของภรรยา แต่สภาพ
ร่างกายของพี่สี่นั้นพิเศษมาก การที่ตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่และถูกพบ
ตัวถือเป็นโชคดีมากแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยถึงกับคิดไปถึงอนาคตว่าแค่สามารถพาพี่สี่กลับบ้านได้
เขาก็ยินดีจะดูแลพี่ชายไปตลอดชีวิต ขอเพียงอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ก็
พอ
เฮ่อจือหร่านจะถูกสงสัยก็ไม่แปลกอะไร หากไม่ใช่เพราะนางมี
ความรู้ทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าจากยุคปัจจุบัน รวมถึงอุปกรณ์ทาง
การแพทย์ที่ทันสมัยในพื้นที่มิติของนาง นางก็คงไม่กล้าพูดแบบนี้
เด็ดขาด
“เชื่อข้าเถอะ ข้าจะหาวิธีรักษาพี่สี่ให้หายแน่นอน”
โม่ซิวเหยียนได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนอย่างชัดเจน เพื่อ
ไม่ให้น้องเก้ากับภรรยาต้องล าบากใจ เขาจึงไม่ได้คัดค้านอะไร
เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ของคนอื่น เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน โม่จิ่ว
เยี่ยจึงไม่กล้าอยู่ที่นี่นานนัก
เฮ่อจือหร่านก็คิดเช่นเดียวกัน จึงหยิบเข็มเงินออกมาจากพื้นที่
มิติ
“พี่สี่ ข้าจะฝังเข็มให้ท่านก่อน เพื่อให้ร่างกายของท่านรู้สึกดีขึ้น”
โดยไม่รอให้โม่ซิวเหยียนตอบรับ เฮ่อจือหร่านก็รีบฝังเข็มเงินลง
บนจุดฝังเข็มบริเวณศีรษะของเขาอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักโม่ซิวเหยียนก็หมดสติไป
เฮ่อจือหร่านฉีดยาระงับประสาทปริมาณน้อยให้เขาอีกครั้ง ก่อน
จะจัดการให้เขาไปนอนบนเตียงของห้องผ่าตัดในพื้นที่มิติ
ทั้งสองตรวจสอบห้องมืดนี้อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติจึง
กลับไปที่ทางเข้าห้องลับ
การมาคฤหาสน์ซือเหมิงครั้งนี้ เพียงได้พบตัวโม่ซิวเหยียนก็ถือ
ว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดส าหรับทั้งคู่แล้ว
อีกทั้งจากการสอบสวนหวงสวี่ ก็ดูเหมือนว่าคนพวกนี้อาจจะไม่รู้
อะไรมากไปกว่าเขา
เพื่อออกจากที่นี่เร็ว ๆ และรักษาโม่ซิวเหยียน โม่จิ่วเยี่ยจึงสังหาร
คนทั้งสามนั้นทันที่ แล้วพาเฮ่อจือหร่านกระโดดออกจากปากบ่อ
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว วิสัยทัศน์ตอนลงเขาในยามนี้คงไม่
ดีนัก ดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงตัดสินใจเข้าไปในพื้นที่มิติ เพื่อตรวจดู
อาการของโม่ซิวเหยียนก่อน
เมื่อกลับเข้าไปทั้งสองก็เห็นข้าวปั้นน้อย ก าลังพยายามปีนขึ้นไป
บนโต๊ะผ่าตัดอย่างยากล าบาก
ถึงอย่างไรก็มีคนแปลกหน้าเข้ามา เจ้าตัวน้อยจะความอยากรู้
อยากเห็นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เฮ่อจือหร่านเห็นดังนั้นจึงรีบอุ้มเจ้าตัวน้อยไปไว้อีกด้านหนึ่ง แล้ว
ใช้แอปเปิลลูกเล็ก ๆ ล่อให้มันออกไปเล่นตามล าพัง
โม่ซิวเหยียนยังคงอยู่ในสภาวะหลับใหล
โม่จิ่วเยี่ยเริ่มด้วยการน าอ่างน ้าสะอาดมา ช่วยท าความสะอาด
ร่างกายพี่สี่อย่างง่าย ๆ จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป็นชุดที่เฮ่อจือห
ร่านสั่งซื้อชั่วคราวมาจากเถาเป่า
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงเข้ามาในห้อง
ผ่าตัด
นางเริ่มด้วยการสัมผัสขาทั้งสองข้างของโม่ซิวเหยียน แล้วขมวด
คิ้วทันที่
โม่จิ่วเยี่ยเห็นท่าทางนั้นจึงถามอย่างกังวล “หร่านหร่าน ขาของ
พี่สี่เป็นอย่างไรบ้าง?”
“สภาพขาทั้งสองข้างของพี่สี่ไม่ค่อยดีนัก ไม่ใช่แค่กระดูกหัก
ธรรมดา”
เฮ่อจือหร่านคิดสักครู่ แล้วบอกผลการวินิจฉัยเบื้องต้นของนาง
“กระดูกที่น่องของพี่สี่แตกละเอียดทั้งหมด เมื่อเทียบกันแล้ว การ
ต่อกระดูกที่แตกละเอียดให้พี่สี่นั้นเป็นปัญหาเล็กน้อย สิ่งส าคัญที่สุด
คือกล้ามเนื้อขาของเขาตายหมดแล้ว เราต้องตัดกล้ามเนื้อที่ตาย
ออกและสร้างใหม่ ด้วยวิธีนี้ พี่สี่จึงจะมีโอกาสยืนได้ในอนาคต”
นี่เป็นเพียงการวินิจฉัยเบื้องต้นของเฮ่อจือหร่านเท่านั้น ส่วน
สภาพส่วนอื่นของร่างกายพี่สี่ ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน
การวินิจฉัย
หลังจากอธิบายสั้น ๆ ให้โม่จิ่วเยี่ยฟัง เฮ่อจือหร่านก็ใช้จิตส านึก
ควบคุมการตรวจอาการของพี่สี่
ผลการตรวจออกมาแล้ว แต่ไม่ค่อยสู้ดีนัก
โม่จิ่วเยี่ยเห็นสีหน้าจริงจังของภรรยาก็รู้สึกกระวนกระวายใจ
ขึ้นมาอีกครั้ง
“หร่านหร่าน สภาพร่างกายของพี่สี่เป็นอย่างไร?”
“ร่างกายของพี่สี่ขาดลมปราณและเลือดอย่างหนัก”
พูดง่าย ๆ ก็คือขาดสารอาหาร นางเลือกใช้ศัพท์แพทย์แผนจีน
เพื่อให้โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจ
“อีกอย่างอวัยวะภายในหลายส่วนของพี่สี่ได้รับความเสียหาย
โดยเฉพาะผลการตรวจหัวใจ ตอนนี้ยังไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะ
ผ่าตัดได้” เฮ่อจือหร่านพยายามอธิบายด้วยภาษาที่โม่จิ่วเยี่ยจะ
เข้าใจที่สุด
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งกังวลมากขึ้น
ในที่สุดเขาก็หาพี่สี่พบ จะปล่อยให้พี่ชายเขาเป็นอะไรไปไม่ได้
เด็ดขาด
“หร่านหร่าน มีวิธีดี ๆ ส าหรับรักษาอาการแบบนี้ของพี่สี่หรือไม่”
เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกว่าสถานการณ์ของพี่สี่ค่อนข้างยากล าบาก
ในชาติก่อน คนไข้ที่นางเคยพบ แม้จะมีอาการย ่าแย่เพียงใด ก็
ยังไม่มีใครที่มีปัญหามากมายเหมือนพี่สี่
“บาดแผลที่ขาและเอ็นข้อมือของพี่สี่สามารถรักษาทีหลังได้
ตอนนี้สิ่งส าคัญที่สุดคือการปรับสภาพร่างกายของเขาให้พร้อม
ส าหรับการผ่าตัด”
โม่จิ่วเยี่ยไม่เข้าใจเรื่องการแพทย์ แต่เขาเชื่อว่าภรรยาจะต้อง
รักษาพี่สี่ให้หายได้แน่นอน
“ได้ เช่นนั้นข้าก็ขอฝากหร่านหร่านด้วย”
เรื่องนี้ไม่ควรชักช้า ยามนี้อาการของพี่สี่หนักมาก ถ้าไม่ใช่
เพราะวันนี้นางกับโม่จิ่วเยี่ยช่วยเขาออกมา อีกไม่กี่วันพวกเขาอาจจะ
ต้องพบพี่สี่ที่กลายเป็นศพไปแล้วก็ได้
การรักษาแบบนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนถึงจะเห็นผล พี่สี่
แค่หมดสติไปชั่วคราว จึงไม่สามารถให้เขาอยู่ในพื้นที่มิติได้นาน
แต่ตอนนี้เฮ่อจือหร่านยังมั่นใจว่าปริมาณยาที่พี่สี่ได้รับ จะท าให้
เขาหลับไปจนถึงเที่ยงวันพรุ่งนี้โดยไม่มีปัญหา
ดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงให้ยากับแขนของพี่สี่ทั้งสองข้าง ข้างหนึ่ง
เป็นถุงเลือดสีแดงเข้ม อีกข้างเป็นน ้าเกลือ เพื่อให้เขาฟื้นฟูร่างกาย
ได้เร็ว
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ ทั้งคู่ไม่รอช้า พวกเขาออกจากพื้นที่มิติ
ไปพร้อมกัน
ตอนนี้ฟ้าด้านนอกใกล้จะสว่างแล้ว โม่จิ่วเยี่ยโอบเอวเฮ่อจือห
ร่านแล้วใช้วิชาตัวเบารีบลงจากเขาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้าไปในเมือง พวกเขาตามหานายหน้าและเช่าบ้านหลังหนึ่ง
เพื่อใช้เป็นที่พักฟื้นชั่วคราวของพี่สี่ เนื่องจากพวกเขายังไม่รู้ว่า
จะต้องอยู่ในหนานเจียงนานแค่ไหน การพักในบ้านเช่าจึงสะดวกกว่า
โรงเตี๊ยมมาก
นอกจากเช่าบ้านแล้ว ทั้งสองคนยังซื้อตัวเด็กหนุ่มอายุสิบหกสิบ
เจ็ดปีจากนายหน้าด้วย
นายหน้าบอกว่าเด็กคนนั้นชื่อซุ่นจือ เป็นใบ้และหูหนวกแต่
ก าเนิด คนแบบนี้เหมาะจะดูแลพี่สี่ที่สุด
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคนดูแลพี่สี่เวลา
ออกไปท าธุระข้างนอก
โม่จิ่วเยี่ยส่งซุ่นจือออกไปซื้อของใช้ในบ้านก่อน จากนั้นเขา
กับเฮ่อจือหร่านก็รีบไปที่บ้านเช่า
เวลาใกล้เที่ยงแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจัดเตียงในห้องอย่างง่าย ๆ จากนั้น
เฮ่อจือหร่านก็ใช้จิตส านึกพาพี่สี่มานอนบนเตียง
พี่สี่ยังไม่ตื่น แต่หลังจากได้รับการรักษา สีหน้าของเขาดูดีขึ้น
กว่าเมื่อคืน
เฮ่อจือหร่านเข้าไปในพื้นที่มิติอีกครั้ง เตรียมอาหารบ ารุงร่างกาย
ให้พี่สี่ พอเตรียมเสร็จ พี่สี่ก็ตื่นขึ้นมาพอดี
โม่จิ่วเยี่ยเห็นพี่ชายตื่นแต่ก็ไม่ได้รีบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
กลับน าโจ๊กและกับข้าวที่เฮ่อจือหร่านเตรียมไว้มาให้
“พี่สี่ตื่นแล้วหรือ ท่านกินอะไรรองท้องก่อนเถอะ”
พี่สี่ขยับแขนขาไม่ได้ จึงต้องให้โม่จิ่วเยี่ยป้อนอาหารให้
ขณะเดียวกันเขาก็มองเห็นหน้าตาของคนทั้งสองคนอย่างชัดเจน
แต่เดิมในห้องมืดสนิทนั้นเขามองไม่ค่อยชัด ได้แต่ฟังเสียงแล้ว
คาดเดาว่าคนคนนี้คือน้องเก้า
ตอนนี้ในห้องที่มีแสงสว่างพอสมควร เขามองเห็นทั้งสองคน
ชัดเจน เสียงนี้ก็ชัดเจนว่าเป็นน้องเก้า แต่ท าไมหน้าตาอีกฝ่ายถึง
เปลี่ยนไปแบบนี้?
โม่ซิวเหยียนถามอย่างงุนงง “น้องเก้า ท าไมเจ้าถึงเปลี่ยนไป
เช่นนี้?”
โม่จิ่วเยี่ยถึงนึกได้ว่าตอนนี้ตัวเองยังปลอมตัวอยู่
เขาใช้มือดึงหนวดปลอมและหมวกที่ปิดหน้าผากออก “พี่สี่ เพื่อ
เคลื่อนไหวในหนานเจียงได้สะดวก ข้าจึงปลอมตัวเล็กน้อย”
คราวนี้โม่ซิวเหยียนจึงพบร่องรอยความคุ้นเคยบ้าง ไม่ว่าจะ
แต่งหน้าอย่างไร ดวงตาและเรียวคิ้วของน้องชายก็ยังคงมีเค้าโครง
เดิมอยู่