ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 262 โม่ซิวเหยียนกับเรื่องราวในอดีต
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 262 โม่ซิวเหยียนกับเรื่องราวในอดีต
เมื่อแน่ใจว่าคนนี้คือน้องเก้าแน่นอนแล้ว โม่ซิวเหยียนจึงดื่มโจ๊ก
ที่เขาป้อนให้หนึ่งค า
โจ๊กอุ่น ๆ ไหลลงท้อง บุรุษที่เคยเข้มแข็งมาตลอดถึงกับน ้าตา
ไหล
บุรุษสกุลโม่ทุกคนล้วนแข็งแกร่งเด็ดเดี่ยว โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งเคยเห็น
พี่ชายร้องไห้เป็นครั้งแรก หัวใจของเขาราวกับแหลกสลายตามไป
ด้วย
“พี่สี่ ทุกอย่างจะดีขึ้น ถ้าท่านแม่กับพี่สะใภ้สี่รู้ว่าท่านยังมีชีวิตอยู่
พวกเขาจะต้องดีใจมากแน่”
โม่ซิวเหยียนยิ้มขื่น “ตอนนี้ข้าก็แค่คนพิการ กลับไปก็เป็นภาระ
ให้ครอบครัว สู้ตายไปเสียยังจะดีกว่า”
“พี่สี่ ท่านอย่าคิดแบบนั้นเลย ท่านต้องเชื่อในหร่านหร่าน นาง
ต้องรักษาท่านให้หายได้แน่นอน” โม่จิ่วเยี่ยไม่ยอมให้พี่สี่สิ้นหวังแบบ
นี้
โม่ซิวเหยียนรู้ว่าน้องเก้าเห็นสภาพของตนแล้วรู้สึกเจ็บปวด จึง
พยายามฝืนยิ้ม “ได้ ข้าจะฟังเจ้าทุกอย่าง”
ไม่ว่าอย่างไร ก่อนตายเขาก็อยากเจอครอบครัวอยู่ดี
น่าเสียดายที่ชาตินี้เขาไม่มีโอกาสได้แสดงความกตัญญูต่อ
มารดา และไม่อาจอยู่เคียงข้างภรรยาได้อีกแล้ว
โม่ซิวเหยียนเพียงเก็บความคิดเหล่านี้ไว้ในใจ เขาไม่อาจปล่อย
ให้ความคิดหดหู่เช่นนี้ส่งผลกระทบกับจิตใจของน้องเก้าได้
โม่จิ่วเยี่ยกลั้นน ้าตาสุดความสามารถ ป้อนโจ๊กให้พี่สี่ทีละค าจน
หมดชาม
ในตอนนี้ ซุ่นจือที่ออกไปซื้อของก็กลับมาแล้ว
เขาช่างรู้ความนัก นอกจากหม้อเหล็กใบใหญ่แล้ว ยังซื้อธัญพืช
และผักมาด้วย
แต่การส่งซุ่นจือออกไปก็เป็นเพียงข้ออ้าง เขาจะซื้ออะไรกลับมา
ก็ไม่ส าคัญ
ซุ่นจือจัดเก็บของเสร็จแล้วก็เข้ามาในห้องของโม่ซิวเหยียน
พร้อมท าท่าจะมาดูแลเขา
โม่จิ่วเยี่ยในตอนนี้ยังไม่ได้ถามถึงเรื่องราวของพี่สี่ และยังไม่คิด
จะจากไป จึงบอกให้ซุ่นจือออกไปก่อน
ซุ่นจือพยักหน้าเข้าใจจึงออกไป โม่จิ่วเยี่ยนั่งลงข้างเตียงโม่ซิวเห
ยียน
“พี่สี่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ พี่ประสบเรื่องราวอะไรมาบ้าง?”
เมื่อถูกถามถึงเรื่องราวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดวงตาของโม่ซิว
เหยียนก็ไม่อาจปิดซ่อนความเศร้าโศกได้
ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าคนสกุลโม่ถูกจักรพรรดิซุ่นอู่สั่งให้ริบทรัพย์
และเนรเทศไปแล้ว เขาคิดว่าโม่จิ่วเยี่ยมาปฏิบัติภารกิจบางอย่างที่
หนานเจียงและบังเอิญพบเขาเข้า
“ราชวงศ์ต้าซุ่นมีองค์ชายเช่นนี้ ก็ยากที่จะรักษาบ้านเมืองไว้
ได้…”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นพี่สี่เป็นเช่นนี้แล้วแต่ยังห่วงใยบ้านเมืองต้าซุ่นอยู่
ในใจก็ปะปนไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย
“พี่สี่ ตอนนี้สกุลโม่ของพวกเราถูกจักรพรรดิซุ่นอู่มีพระราช
โองการให้ริบทรัพย์และเนรเทศไปที่ซีเป่ยแล้ว”
โม่ซิวเหยียนได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้างไม่อยากจะเชื่อ
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ? สกุลโม่ของเราถูกริบทรัพย์และเนรเทศแล้ว
หรือ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?”
หากเป็นเมื่อก่อน โม่จิ่วเยี่ยก็คงไม่อาจยอมรับความจริงเช่นนี้ได้
แต่ตอนนี้ด้วยความคิดของภรรยา เขาจึงปล่อยวางทุกอย่างไป
แล้ว
โดยเฉพาะหลังจากได้พบพี่ชายทั้งหลาย เขาก็รู้สึกว่าต าแหน่งที่
สูงส่งและเงินทองมากมายไม่ส าคัญเท่ากับการที่ครอบครัวได้อยู่
ร่วมกันอย่างสงบสุข
“พี่สี่ เรื่องนี้ข้าจะค่อย ๆ เล่าให้ฟังทีหลัง แต่ตอนนี้ครอบครัวของ
เราอยู่กันอย่างมีความสุขที่ซีเป่ย สุขภาพของท่านแม่ก็แข็งแรงดี”
“ตอนนี้ข้าอยากรู้ว่าท่านเจอเรื่องอะไรมาบ้างในช่วงหลายปีที่
ผ่านมานี้?”
โม่ซิวเหยียนพยายามรับรู้สถานการณ์ในครอบครัวสักพัก ก่อน
จะเอ่ยปาก
“ในตอนนั้น หนานเหิงตามข้ามาป้องกันชายแดนทางใต้ด้วยกัน
กองทัพของเราได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์ แต่เขากลับไม่ฟังค าเตือน
และยืนกรานจะไล่ตามทหารหนานเจียงไป ข้าเห็นว่าห้ามเขาไม่ได้
ทั้งยังเป็นห่วงว่าเขาจะตกอยู่ในอันตราย จึงน าก าลังพลกลุ่มหนึ่งไป
ช่วยเหลือ”
“ทันใดนั้นหนานเหิงก็ตกหลุมพรางที่ศัตรูวางไว้ ข้ากับเหล่า
ทหารต่อสู้สุดชีวิตเพื่อช่วยเขาให้หนีรอด หลังจากนั้นข้าก็พยายาม
หนีออกจากที่นั่นอย่างสุดก าลัง แต่กลับไปติดอยู่ที่หน้าผาสูงชันโดย
ไม่ตั้งใจ”
“ยามนั้นศัตรูมีจ านวนมาก ข้าเองก็บาดเจ็บสาหัส ไม่มีทางสู้กับ
พวกเขาได้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเชลย ข้าจึงเลือกที่จะกระโดดหน้าผา”
“ข้ากระโดดหน้าผาจนขาหักทั้งสองข้าง ไม่อาจออกไปจากที่นั่น
ได้ ข้าหวังเพียงว่าหนานเหิงจะส่งคนมาตามหาข้าโดยเร็ว แต่สุดท้าย
ข้าไม่ได้รอทหารของต้าซุ่นที่มาตามหา แต่กลับถูกทหารหนานเจียง
พบและจับตัวไป”
“ตอนนั้นข้ารู้ดีว่าตัวเองคงหนีความตายไม่พ้น ใครจะรู้ว่าทันทีที่
คนพวกนั้นแบกข้าออกมาจากเหวลึก ข้าก็ถูกท าให้สลบอีกครั้ง พอ
ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในถ ้าแห่งหนึ่ง”
ฟังถึงตรงนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็อดถามต่อไม่ได้ “มีคนจะใส่หนอนกู่เข้า
ไปในตัวท่านใช่หรือไม่”
โม่ซิวเหยียนพยักหน้า “ใช่แล้ว ข้าได้ยินเสียงพวกเขาคุยกันโดย
บังเอิญ พวกเขาบอกว่าขาทั้งสองข้างของข้าพิการไปแล้ว รักษาไม่
หายแน่นอน แม้จะใส่พิษหนอนกู่ให้ข้าก็ไม่มีประโยชน์อะไร สู้ส่งไป
ขังในห้องมืดจะดีกว่า บางทีอาจได้ใช้ประโยชน์จากข้าในยาม
จ าเป็น”
“ไม่นานหลังจากนั้น คนพวกนั้นก็ตัดเส้นเอ็นข้อมือของข้า น า
ผ้าด ามาปิดตาข้า แล้วส่งไปยังที่ที่พวกเจ้าเจอข้า ที่นั่นไม่เคยเดือน
เห็นตะวัน ข้าไม่รู้ว่าตัวเองนอนอยู่ที่นั่นมานานแค่ไหนแล้ว”
หลังจากฟังเรื่องราวของพี่สี่จบ โม่จิ่วเยี่ยก็ทุบโต๊ะไม้ตัวเดียวใน
ห้องอย่างหนัก
โต๊ะไม้แตกกระจายทันที่ เศษไม้กระเด็นกระดอนไปทั่วห้อง
เขาต้องโกรธมากขนาดไหนถึงใช้แรงได้มากขนาดนั้น
“พี่สี่ ท่านวางใจเถอะ ตราบใดที่ข้าโม่จิ่วเยี่ยยังมีชีวิตอยู่ จะต้อง
ตามหาคนที่ท าร้ายพวกเราคนสกุลโม่ให้เจอ แล้วจะสับร่างมันเป็น
แปดส่วน แยกร่างด้วยม้า…”
เฮ่อจือหร่านเข้ามาลูบอกเขาเบา ๆ “ตอนนี้เจอพี่สี่ได้ก็เป็นเรื่องดี
แล้ว อย่าท าให้ตัวเองโมโหเพราะคนชั่วพวกนั้นเลย”
ร่างกายของโม่จิ่วเยี่ยยังสั่นเล็กน้อย เขาจับมือเล็กของเฮ่อจือห
ร่านแล้วพูดเสียงจริงจัง “ข้ารู้”
โม่ซิวเหยียนพูดเยอะในคราวเดียวก็รู้สึกหมดแรงไม่น้อย จึงหลับ
ไปอย่างสนิท
โม่จิ่วเยี่ยมองสีของท้องฟ้า ยังเหลือเวลาอีกสักพักก่อนจะค ่า จึง
เรียกซุ่นจือมาดูแลพี่ชาย ส่วนเขากับเฮ่อจือหร่านเข้าไปพักผ่อนใน
พื้นที่มิติชั่วคราว
คิดดูแล้ว พวกเขาแทบไม่ได้หลับตานอนมาเกือบสองวัน ตัวเขา
แข็งแรงจึงไม่เป็นไร แต่โม่จิ่วเยี่ยเป็นห่วงว่าร่างกายของภรรยาจะทน
ไม่ไหว
เฮ่อจือหร่านเหนื่อยล้าจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะมีเรื่องมากมายคอย
ท าให้จิตใจไม่อาจผ่อนคลายได้ นางคงไปพบกับเทพแห่งความฝัน
แล้ว
ในที่สุดก็มีเวลาว่างสักพัก นางจึงต้องพักผ่อนจิตใจให้เต็มที่ เพื่อ
ไม่ให้รู้สึกง่วงตอนปฏิบัติภารกิจในยามกลางคืน
นับตั้งแต่พบโม่ซิวเหยียน จิตใจของโม่จิ่วเยี่ยที่เคร่งเครียดมา
ตลอดก็ผ่อนคลายลง แต่เขายังไม่ท่าทีง่วงงุนเลยแม้แต่น้อย
แต่ยังไม่รู้ว่าคืนนี้จะเจออะไรบ้าง เขาจึงต้องบังคับตัวเองให้
พักผ่อนสักหน่อย
เขาโอบกอดเฮ่อจือหร่านนอนบนเตียงใหญ่อันแสนสบาย
หลับตาลงพักผ่อน
จนกระทั่งท้องฟ้าด้านนอกมืดลง โม่จิ่วเยี่ยจ าใจต้องปลุกภรรยา
ที่หลับสนิท
เฮ่อจือหร่านยืดตัวอย่างง่วงเหงาแล้วพึมพ าว่า “ตอนนี้เวลา
เท่าไหร่แล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยตอบเสียงนุ่มนวลว่า “ใกล้ยามซวีแล้ว”
“อะไรนะ? เวลาป่านนี้แล้วหรือ ท าไมท่านไม่ปลุกข้าให้เร็วกว่านี้
เล่า พี่สี่ยังต้องกินยา เรื่องอาหารของเขาก็ต้องระวังด้วย”
ขณะที่พูด เฮ่อจือหร่านก็กระโดดลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว นาง
รีบไปต้มโจ๊กในครัวก่อน จากนั้นก็กินอาหารกันอย่างง่าย ๆ แล้วจึง
ออกจากพื้นที่มิติไปด้วยกัน
ตอนนี้โม่ซิวเหยียนก าลังตื่นอยู่ เขารู้ว่าน้องเก้ากับภรรยาอาจจะ
เหนื่อยมากในช่วงสองสามวันนี้ จึงไม่ให้ซุ่นจือไปรบกวนพวกเขา