ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 300 ไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ
เหตุการณ์นี้ดูแปลกประหลาดนัก เขาจ้องมองชายชาวหนาน
เจียงแล้วถามว่า “คนบนเรือไปไหนกันหมด?”
ตอนนี้ชายชาวหนานเจียงยังคงงุนงงอยู่บ้าง ผงพิษของเขาไม่ทัน
ได้โปรยออกไปก็ถูกคนท าร้ายเสียก่อนแล้ว แถมยังถูกจึบมัดแน่น
หนาด้วยความเร็วขนาดนั้น
พอถูกถาม เขาจึงไม่ทันได้ตั้งตัว
ยามนั้นเอง เหล่านักเลงลูกน้องที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวไม่กี่คนก็วิ่ง
กลับมา เพียงเข้ามาในลานก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมทันที่
โม่จิ่วเยี่ยหันไปมองพวกนักเลงเหล่านั้น
ในกลุ่มอันธพาลมีคนที่ท าร้ายหูชงกลางถนนรวมอยู่ด้วย หลัง
พวกเขาเห็นโม่จิ่วเยี่ยก็นึกอยากจะวิ่งหนีตามสัญชาตญาณ แต่น่า
เสียดายที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ จึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ พลางจ้อง
มองโม่จิ่วเยี่ยด้วยความหวาดกลัว
โม่จิ่วเยี่ยหันไปถามพวกเขา “เจ้านายของพวกเจ้าอยู่ที่ไหน?”
พวกนักเลงได้รู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของเขาแล้ว ตอนนี้ยังถูก
เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอีก ในใจก็รู้ดีว่าตัวเองถึงคราวจบสิ้นแล้ว
ในเมื่อมาถึงจุดนี้ หากท าตัวดี ๆ สักหน่อย อาจจะมีจุดจบ
แตกต่างออกไป
“เจ้านายของพวกเราก็คือเขานั่นแหละ”
นักเลงพูดพลางจ้องมองไปทางชายชาวหนานเจียง
เจ้าหน้าที่ได้ยินดังนั้นก็เดินเข้าไปเตะนักเลงคนนั้นอย่างแรง
“บอกมาตามตรงเสียดี ๆ ข้าจะไม่รู้จักเจ้าของอู่เดินเรือของพวก
เจ้าได้ยังไง ใกล้ตายแล้วแท้ ๆ แต่ยังกล้าโกหกอีก”
คนถูกเตะพลันรู้สึกน้อยใจมาก
“ท่านเจ้าหน้าที่ ข้าไม่ได้โกหกนะ เขาคนนี้มาที่อู่เดินเรือของ
พวกเราเมื่อเดือนก่อน เจ้านายคนเก่าก็ยินดีมอบต าแหน่งให้เขาเอง”
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” โม่จิ่วเยี่ยถามต่อ
เขาสงสัยว่าท าไมชายชาวหนานเจียงถึงมาเป็นนายใหญ่อู่
เดินเรือที่เมืองอวิ่นได้ อีกทั้งคนผู้นี้เชี่ยวชาญเรื่องพิษมาก โม่จิ่วเยี่ย
สงสัยว่าจุดประสงค์ของคนผู้นี้อาจเกี่ยวข้องกับครอบครัวของตน
เขารู้ว่าถามค าถามนี้กับพวกนักเลงไปก็คงไม่ได้ค าตอบ จึงหัน
ไปมองชายชาวหนานเจียงที่ถูกมัดไว้
ชายชาวหนานเจียงมีสีหน้าหลบเลี่ยงชัดเจน แต่ก็ตอบอย่างไม่
แยแสว่า
“เป็นเพราะเจ้าของอู่เดินเรือติดหนี้ข้า ถึงได้ยกอู่เดินเรือให้ข้า
เป็นการชดใช้”
ค าพูดนี้ไม่ใช่เพียงโม่จิ่วเยี่ยที่ไม่เชื่อ แม้แต่พวกลูกน้องก็ยังไม่
เชื่อ
กิจการอู่เดินเรือเติบโตในเมืองอวิ่นมาสิบกว่าปีแล้ว ท าการค้าที่
ไม่ต้องลงทุนอะไรมาตลอด จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะติดหนี้คนอื่น?
โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะ ด้วยคิดว่าที่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาสอบถามเรื่อง
พวกนี้ จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปสอบถามว่าเจ้าของอู่เดินเรือคนเดิมอยู่ที่
ไหน
แม้เขาจะไม่ใช่คนของที่ว่าการ แต่เมื่อครู่ก็ได้ยินเมิ่งไห่หนิงพูด
ถึงเรื่องนี้อยู่บ้าง
ช่วงนี้เมิ่งไห่หนิงยุ่งอยู่กับการรวบรวมหลักฐานความผิดของ
เจ้าของอู่เดินเรือ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา แม้ว่าชาย
ชาวหนานเจียงคนนี้จะท าผิดกฎหมายอะไร แต่ก็เป็นเวลาเพียงเดือน
กว่าเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยเดาว่า เจ้าของอู่เดินเรือคนเก่าน่าจะถูกคนผู้นี้ควบคุม
อยู่ เมิ่งไห่หนิงจ าเป็นต้องสอบสวนชายชาวหนานเจียงคนนี้
เขาเดินเข้าไปจับตัวชายชาวหนานเจียงแล้วเดินออกไปอย่าง
รวดเร็ว พร้อมกับบอกกับเจ้าหน้าที่ไม่กี่คนตรงนั้นว่า “ข้าจะพาเขา
ไปที่ว่าการอ าเภอก่อน”
เมิ่งไห่หนิงสามารถสอบสวนคนผู้นี้ได้ แต่ก่อนหน้านั้น เขาต้อง
สอบถามสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ให้กระจ่างเสียก่อน
อีกอย่าง เขาทิ้งภรรยาไว้ที่ร้านน ้าชาตามล าพัง ย่อมไม่อาจ
วางใจ ยิ่งได้เห็นหน้าเร็วเท่าไหร่ก็จะสบายใจเร็วเท่านั้น
ชายชาวหนานเจียงในมือโม่จิ่วเยี่ยบาดเจ็บเหมือนสุนัขตายตัว
หนึ่ง ไม่อาจต่อต้านได้แม้แต่น้อย เขาถูกลากมาที่ร้านน ้าชาทั้งอย่าง
นั้น
เฮ่อจือหร่านก าลังสังเกตอาการของคนที่ถูกวางยาพิษอยู่
จากนั้นก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่มาบอกว่าโม่จิ่วเยี่ยลากคนคนหนึ่ง
กลับมา
นางรีบเดินออกจากร้านน ้าชาไปดู ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยโยนชายชาว
หนานเจียงไปตรงมุม เตรียมการจะสอบถาม
เฮ่อจือหร่านมองโม่จิ่วเยี่ยก่อน เห็นเขากลับมาโดยไม่ได้รับ
บาดเจ็บก็รู้สึกโล่งใจ จึงหันไปมองคนที่เขาโยนลงพื้น
“เขาเป็นชาวหนานเจียงหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “ใช่ เขาเป็นคนวางยาพิษพี่แปด และยังเป็น
เจ้าของอู่เดินเรือแทนที่เจ้าของคนเก่าอีก…” เขาเล่าทุกอย่างที่ตนรู้
สิ่งแรกที่เฮ่อจือหร่านคิดตรงกับโม่จิ่วเยี่ย คือที่มาของชาวหนาน
เจียงคนนี้
“ใครส่งเจ้ามาที่นี่?”
เห็นสตรีนางหนึ่งถามตัวเอง ม่านตาของชาวหนานเจียงก็หดเล็ก
ลง เผยสีหน้าเจ้าเล่ห์
“ถ้าพวกเจ้ายอมปล่อยข้าไป ข้าจะบอกทุกอย่างที่ข้ารู้”
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านหัวเราะเยาะออกมาพร้อมกัน ค าพูดนี้
แม้แต่ผีสางก็ยังไม่เชื่อ แต่คนคนนี้กลับกล้าพูดออกมาได้
โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้าไปเตะคนทันที่ จุดที่โดนเตะคือแขนข้างที่หัก
ของเขา
ชายชาวหนานเจียงร้องครวญครางเจ็บปวด ท าให้คนที่เดินผ่าน
ไปมาหยุดดูด้วยความสนใจ
โม่จิ่วเยี่ยเห็นดังนั้นจึงจับเขาขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับดึงตัวเฮ่อจื
อหร่านออกไป
“หร่านหร่าน พวกเราไปหาที่ที่เงียบกว่านี้กันเถอะ”
ทั้งสองเลี้ยวเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ โม่จิ่วเยี่ยโยนคนนั้นลงบนพื้น
อีกครั้ง
คราวนี้ชายชาวหนานเจียงกลัวแล้วจริง ๆ เมื่อครู่เขาคิดว่าหาก
อยู่บนถนนที่มีคนเดินผ่านไปมา ชายคนนี้คงไม่กล้าท าอะไรเขา
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ที่นี่เป็นที่เปลี่ยว หากพวกเขาฆ่า
ตนเองก็ไม่มีใครรู้ทั้งนั้น
“วะ…ไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยเดินเข้าไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยเสียงเย็นว่า “ถ้า
อยากมีชีวิตอยู่ ก็บอกที่มาที่ไปของเจ้ามาตามตรง”
ตอนนี้ภรรยาของเขาก าลังตั้งครรภ์ เขาไม่อยากให้นางใช้วิชา
สะกดจิตอีก หากเกิดอันตรายต่อร่างกายมันคงไม่คุ้มค่า
ยิ่งไปกว่านั้น คนจากหนานเจียงผู้นี้ก็ดูเป็นคนขี้ขลาด แม้ไม่ต้อง
ข่มขู่หรือหลอกล่ออะไรมากก็คงจะบอกความจริงเอง
ชายชาวหนานเจียงเป็นพวกรักตัวกลัวตายจริง ๆ เพื่อเอาชีวิต
รอดแล้ว เขาจึงเล่าที่มาที่ไปของตัวเองออกมาทั้งหมด
“ข้ามาจากหนานเจียง”
“เรื่องนี้ข้ารู้แล้ว พูดเรื่องส าคัญมาเสีย” โม่จิ่วเยี่ยแสดงท่าที
หงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
ชายชาวหนานเจียงเห็นสายตาคมกริบราวกับใบมีดของเขา
พลันตกใจจนเหงื่อท่วมตัว เม็ดเหงื่อไหลลงมาจากหน้าผากโดยไม่
รู้ตัว
น่าเสียดายที่มือเท้าของเขาถูกมัดแน่นหนา จึงไม่สามารถเช็ด
เหงื่อเหล่านั้นได้
“อาจารย์ปู่ของข้าส่งข้ามาสืบข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ของจวน
ฮู่กั๋วกง คนสกุลโม่แห่งต้าซุ่น”
เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ …
โม่จิ่วเยี่ยถามต่อไปว่า “อาจารย์ปู่ของเจ้าคือปรมาจารย์ซือเหมิง
ใช่หรือไม่?”
“เจ้า…เจ้ารู้ได้อย่างไร?” ชายชาวหนานเจียงเหมือนจะเข้าใจ
บางอย่าง จึงถามอย่างติดขัดว่า “หรือว่าเจ้าคือโม่จิ่วเยี่ย?”
แม้เขาจะไม่เคยเห็นโม่จิ่วเยี่ยด้วยตาตัวเอง แต่ก็เคยได้ยินมาว่า
บุรุษสกุลโม่ล้วนหน้าตาหล่อเหลาและมีวรยุทธ์สูงส่ง
ตัวเขาเองก็เป็นคนมีวรยุทธ์ แต่เมื่อครู่กลับถูกคนผู้นี้ท าร้ายจน
ไม่มีทางสู้ คนที่มีฝีมือขนาดนี้ ในเมืองอวิ่นคงมีแค่โม่จิ่วเยี่ยเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ปิดบัง “ใช่ ข้าเอง”
ชายชาวหนานเจียงเห็นเขายอมรับ ก็ตกใจจนร่างกายขดเข้าหา
กันทันที่
“คุณชาย…คุณชายโม่ ข้ามาที่นี่เพราะความจ าเป็นจริง ๆ ขอ
ท่านโปรดเมตตาปล่อยข้าไปสักครั้งเถอะ!”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ตอบรับค าพูดของเขา แต่กลับเร่งเร้าว่า “ถ้าไม่อยาก
ให้ข้าส่งเจ้าไปพบพญายมด้วยมือของข้าเอง ก็บอกทุกอย่างที่ข้า
อยากรู้มา”
ชาวหนานเจียงกลัวว่าถ้าพูดช้าอีกฝ่ายก็จะจัดการเขา จึงรีบพูด
ทันทีหลังจากสิ้นเสียงของโม่จิ่วเยี่ยว่า
“อาจารย์ปู่ของข้าสั่งให้ข้ามาที่นี่เพื่อสืบข่าวของคนสกุลโม่ แล้ว
รายงานให้เขารู้”
โม่จิ่วเยี่ยฟังค าตอบนี้แล้ว ก็คิดว่าต่อให้ชายชาวหนานเจียงพูด
อยู่ครึ่งวันก็คงไม่เข้าประเด็นส าคัญสักที่ จึงตัดสินใจถามออกไป
เสียเลย