ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 321 พิจารณาคดีวางยาพิษ
ทุกสายตาของคนตระกูลชุยสบกันด้วยความหวาดหวั่น หัวใจ
ของพวกเขาเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยลางสังหรณ์บางอย่าง
ผู้อาวุโสของตระกูลกวาดตามองกลุ่มคนด้านหลัง ก่อนจะเรียก
เด็กหนุ่มผู้หนึ่งออกมา เขาสั่งให้เด็กหนุ่มออกไปตัดฟืนบริเวณเชิง
เขา เพื่อไปดูลาดเลาและสืบข่าว
แน่นอนว่าข่าวที่รอคอยอยู่นั้น สร้างความเจ็บปวดให้กับคน
ตระกูลชุยยิ่งกว่าเดิม
……
ไม่นานนัก รถม้าของโม่จิ่วเยี่ยกับพี่ห้าก็มาถึงยังที่ว่าการอ าเภอ
พวกเขาบังเอิญพบกับโม่ชูหานที่เพิ่งทานอาหารกลางวันเสร็จ
และก าลังจะออกไปท าธุระพอดี
เมื่อเห็นพี่น้องทั้งสองมาถึงในเวลานี้ โม่ชูหานก็เดาได้ทันทีว่า
พวกเขาต้องมีเรื่องส าคัญมาปรึกษาแน่นอน
“พี่ห้า น้องเก้า พวกเจ้ามาที่นี่ท าไมหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยกระโดดลงจากรถม้าเป็นคนแรก เขาไม่พูดพร ่าท า
เพลง ลากคนจากตระกูลชุยที่วางยาพิษลงน ้าแกงออกมาจากรถ แล้ว
โยนลงพื้นอย่างแรง
“พี่แปด คนผู้นี้คือคนจากตระกูลชุย เขากล้าน ายาพิษไปใส่ใน
น ้าแกงของคนงาน”
โม่ชูหานได้ยินดังนั้นก็โกรธจัด เขาเดินเข้าไปเตะเอวของคน
ตระกูลชุยอย่างแรง
“ช่างกล้าจริง ๆ ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าการแอบวางยาพิษมีโทษ
อย่างไร? หากมันร้ายแรงก็มีโทษถึงขั้นต้องโดนตัดหัวเชียวนะ”
การเตะครั้งนี้รุนแรงไม่น้อย คนตระกูลชุยเจ็บจนร้องครวญคราง
ออกมาไม่หยุด
เจ้าหน้าที่ที่ตามหลังโม่ชูหานมาก็ได้ยินบทสนทนาของพวกเขา
พี่น้อง จึงเดินเข้าไปจับตัวคนตระกูลชุยแล้วพาเข้าไปในที่ว่าการ
อย่างรวดเร็ว
ยังมีคนตะโกนว่า “ไปเชิญใต้เท้าให้เปิดศาล พิจารณาคดีวางยา
พิษ!”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่ามีคนวิ่งไปเชิญเมิ่งไห่หนิงแล้ว จึงพูดกับพี่แปดว่า
“พี่แปด ท่านไปโรงหมอเชิญหมอมาสักคนเถอะ”
โม่ชูหานท างานเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ในเมืองอวิ่นมานานหลาย
เดือนแล้ว จึงรู้ทุกซอกทุกมุมในเมืองเป็นอย่างดี ที่ไหนมีหมอเก่ง ๆ
เขาก็รู้ดีโดยไม่ต้องให้โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยปาก
“ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ที่บ้านมีน้องสะใภ้เก้าที่เป็นหมอเทวดาอยู่ คนในบ้านเจ็บป่วยก็
ไม่เคยต้องเชิญหมอคนไหนมา
โม่ชูหานคิดว่าคนงานในบ้านถูกวางยาพิษ น้องสะใภ้เก้าคน
เดียวอาจรับมือไม่ไหว น้องเก้าถึงได้เร่งรัดให้เขาไปเชิญหมอมา
การถูกวางยาพิษไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ หากไม่ระวังก็อาจถึงแก่ชีวิต
ได้…
โม่ชูหานไม่ได้ฟังค าพูดของน้องชายอย่างละเอียดถี่ถ้วน โม่จิ่ว
เยี่ยบอกให้เขาเชิญหมอมาสักคน ค าว่า “มา” นั้นหมายถึงมาที่ที่ว่า
การ และจ านวนหนึ่งคนเขาก็ไม่ได้ยิน
เขาตรงเข้าไปในเมือง เชิญหมอที่มีชื่อเสียงจากโรงหมอต่าง ๆ
มาที่หมู่บ้านซีหลิ่งทั้งหมด
แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในภายหลัง
พี่ห้าผูกรถม้าไว้ตรงคอกม้าหน้าประตูที่ว่าการ แล้วเดินตามโม่
จิ่วเยี่ยเข้าไปด้านใน
เมื่อได้ยินว่ามีคนจากสกุลโม่มา เมิ่งไห่หนิงก็รีบรุดมาที่ห้อง
พิจารณาคดีราวกับติดปีกบิน
ตอนที่โม่จิ่วเยี่ยกับพี่ห้าเห็นเขา อีกฝ่ายก็ก าลังจัดหมวกขุนนาง
ที่เอียงอยู่เล็กน้อย
พอเห็นคนทั้งสอง เมิ่งไห่หนิงก็เดินออกมาจากหลังโต๊ะอย่าง
กระตือรือร้น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน ้าเสียงเป็นกังวล
“พี่ห้า พี่เก้า เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?”
ค าเรียกขานนี้ท าให้คนที่ไม่รู้จักมักคุ้น อาจคิดว่าพวกเขาเป็นพี่
น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน
โม่จิ่วเยี่ยกับพี่ห้ายังคงหุนหันอยู่บ้าง จึงไม่ได้ทักทายกับเมิ่งไห่ห
นิงมากนัก
“ใต้เท้าเมิ่ง ข้าเห็นกับตาว่าคนผู้นี้ใส่ยาพิษลงในอาหารของ
คนงานบ้านข้า”
เมื่ออยู่ในที่ว่าการอ าเภอ โม่จิ่วเยี่ยคิดว่าไม่ควรเรียกเมิ่งไห่หนิง
ว่าน้องชายจะดีกว่า
เมิ่งไห่หนิงเองก็รู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสานสัมพันธ์กับ
พี่เขยในอนาคต
เขาหมุนตัวกลับไปยังหลังโต๊ะ สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันที่
เสียงเคาะไม้ดังกังวานหนึ่งครั้ง เมิ่งไห่หนิงเอ่ยขึ้นว่า “เชิญตัวขึ้น
ศาล!”
ทันใดนั้นเหล่าเจ้าหน้าที่ต่างถือไม้มายืนเรียงแถวอย่างเป็น
ระเบียบอยู่สองฝั่ง
คนตระกูลชุยที่วางยาพิษเห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็ต่างตกใจจน
ตัวสั่นไปทั้งร่าง แม้แต่จะคุกเข่าก็ยังท าได้ไม่มั่นคง
เมิ่งไห่หนิงเอ่ยถามด้วยน ้าเสียงดุดัน “คนที่คุกเข่าอยู่ในศาลแห่ง
นี้คือผู้ใด!”
พร้อมกับค าพูดของเมิ่งไห่หนิง เหล่าเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝั่งต่าง
กระทุ้งไม้ลงบนพื้นเป็นจังหวะ
คนตระกูลชุยไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้ ได้แต่คุกเข่าก้ม
หน้าซุกพื้น ค านับไม่หยุด
“ข้า…ข้าน้อยชื่อชุยซิ่ง จากหมู่บ้านซีหลิ่งขอรับ”
เมิ่งไห่หนิงเคาะไม้ลงบนโต๊ะอีกครั้ง “ชุยซิ่ง เจ้าบอกมา เหตุใดจึง
วางยาคนงานของสกุลโม่”
หากอยู่ที่หมู่บ้านซีหลิ่ง ชุยซิ่งอาจยังมีความหวังอยู่บ้าง
และหากโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ท าเพียงขู่ให้คน
กลัว เขาแค่ปฏิเสธไปจนตาย อีกฝ่ายก็คงท าอะไรไม่ได้แล้ว
แต่เมื่อมาถึงศาล ทุกอย่างกลับต่างไป ชาวบ้านในเมืองอวิ่นต่าง
พูดกันว่าท่านนายอ าเภอผู้นี้เป็นขุนนางมีความยุติธรรม ไม่มีคดีไหน
ที่อีกฝ่ายไม่สามารถคลี่คลายได้
เขายังเห็นกับตาว่าโม่เหล่าอู่ใช้ขวดกรอกน ้าแกงที่ถูกเขาใส่ยา
พิษไว้มาด้วย
เพียงแค่เรียกหมอมาตรวจสอบ ก็คงรู้ได้ทันทีว่าข้างในมียาพิษ
ชุยซิ่งรู้ดีว่าตนไม่อาจหนีพ้นเคราะห์กรรมในครั้งนี้ได้ แทนที่จะ
ทนทุกข์ทรมานแล้วค่อยสารภาพ ยังไม่สู้รีบพูดออกมาเสียก่อน บาง
ทีตนเองอาจจะได้รับโทษน้อยลง “ใต้เท้า ข้าน้อยผิดเองขอรับ แต่
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความคิดของข้าน้อยเพียงคนเดียว…”
เมิ่งไห่หนิงตวาดเสียงเย็นชาอีกครั้ง “พูดมา!”
“เป็นผู้อาวุโสในตระกูลของข้ากับญาติบางคน พวกเขาอิจฉาที่
คนสกุลโม่มีชีวิตที่ดี จึงคิดจะสร้างปัญหาให้พวกเขา ต่อมาพวกข้า
รวมตัวกันปรึกษาหารือ และคิดจะวางยาพิษในอาหารของคนงานที่
ท างานให้คนสกุลโม่ เมื่อถึงตอนนั้น ค่าชดเชยที่จะจ่ายให้คน
เหล่านั้นก็คงจะท าให้สกุลโม่สูญเสียทรัพย์สินได้”
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์คงไม่มีใครไม่เข้าใจอีก
แรงจูงใจในการวางยาพิษของคนตระกูลชุยนั้นชัดเจนเกินไป ไม่
มีอะไรนอกจากความอิจฉาที่สกุลโม่มีชีวิตที่ดีในหมู่บ้านซีหลิ่งขึ้นทุก
วัน ขณะที่ตระกูลชุยของพวกเขากลับเสื่อมถอยลงเรื่อย ๆ
พี่ห้าที่มักจะสงบเสงี่ยมเสมอ ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
พวกเขารู้สึกว่าสกุลโม่เพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขใน
หมู่บ้านซีหลิ่ง ไม่คิดว่าในชนบทที่เรียบง่ายแห่งนี้ จะคิดร้ายต่อกันได้
มากมายเช่นนี้
พี่ห้าโมโหจัด เดินเข้าไปคว้าคอเสื้อของชุยซิ่ง แล้วตวาดใส่ “เจ้า
ใส่ยาพิษอะไรลงไปในน ้าแกง!”
ชุยซิ่งเห็นว่ามีคนจะท าร้ายตนอีกก็ตกใจจนรีบพูดว่า
“ข้าไม่รู้ว่ามันคือยาพิษอะไร พี่น้องของข้าเป็นคนหามาให้ สรุป
แล้ว พวกเขาแค่ต้องการก าจัดสกุลโม่ให้สิ้นซาก”
พี่ห้ารู้ดีว่ายามนี้ชุยซิ่งคงไม่ได้ปิดบังอะไรอีกแล้ว หากเขาบอก
ว่าไม่รู้ ก็คือไม่รู้จริง ๆ
เขาโยนร่างคนกลับไปยังจุดเดิมอย่างหนัก ก่อนจะหันไปมองทาง
ประตูใหญ่ของศาลด้วยแววตาครุ่นคิด
“แถวนี้มีโรงหมออยู่ไม่ใช่หรือ? ท าไมน้องแปดไปตามหมอแล้ว
ยังไม่กลับมาอีก”
เวลานั้นโม่ชูหานพาหมอจ านวนหนึ่งรีบเร่งไปที่หมู่บ้านซีหลิ่ง
แล้ว
เมิ่งไห่หนิงรู้ว่าโม่ชูหานออกไปตามหมอมาแล้ว เขาจึงยังไม่ส่ง
คนออกไป
ในเมื่อการวางยาพิษครั้งนี้เกี่ยวข้องกับตระกูลชุย เขาย่อมไม่มี
ทางปล่อยไปง่าย ๆ แน่
เขาสั่งให้ที่ปรึกษาไปสอบสวนชุยซิ่งต่อ เพื่อถามให้แน่ชัดว่ามี
ใครในตระกูลชุยที่เกี่ยวข้องบ้าง มีใครที่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง และลง
มือท าอะไรบ้าง
ขณะเดียวกัน เขาก็ส่งเจ้าหน้าที่ให้รีบไปหมู่บ้านซีหลิ่ง ล้อมจับ
คนตระกูลชุยไว้ ไม่ว่าจะมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้หรือไม่ ก่อนจะได้ข้อสรุป
ที่แน่ชัด ก็ไม่ปล่อยให้ใครหนีไปแม้แต่คนเดียว
ที่ปรึกษาพาตัวชุยซิ่งไปสอบสวนอยู่ด้านข้าง ส่วนเมิ่งไห่หนิงก็
ให้คนไปชงชามาต้อนรับพี่น้องสกุลโม่ที่ห้องด้านหลัง
การรอคอยกินเวลาเนิ่นนานกว่าหนึ่งชั่วยาม ที่ปรึกษาบันทึก
ค าให้การทั้งหมดเสร็จแล้ว แต่โม่ชูหานก็ยังไม่กลับมา
โม่จิ่วเยี่ยกับพี่ห้าเริ่มร้อนใจ พวกเขากังวลว่าโม่ชูหานอาจเจอ
กับเรื่องไม่ดีเข้า จึงลุกขึ้นพร้อมกัน และบอกกล่าวเมิ่งไห่หนิง ก่อนจะ
ออกไปตามหาโม่ชูหาน
เมิ่งไห่หนิงเองก็รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล จึงส่งเจ้าหน้าที่
สองสามคนติดตามพี่น้องสกุลโม่ไปด้วยกัน