ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 331 สินสอด
เมื่อคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่ำเพิ่งจบลง โม่หานเยี่ยก็เดินเข้ามา
ด้วยใบหน้ำแดงก ่ำ
“ใต้เท้ำเมิ่ง ข้าขอเสนอข้อเรียกร้องสักข้อได้หรือไม่?”
หลังได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนยกเว้นเฮ่อจือหร่านต่ำงตกตะลึง
มีที่ไหนที่เรื่องการแต่งงำนหญิงสาวจะออกหน้ำมาเรียกร้องเอง
เช่นนี้?
โม่หานเยี่ยเองก็ไม่มีทำงเลือกอื่นแล้ว นางคิดไปคิดมาอยู่จน
ตัดสินใจได้ ว่าสมควรพูดมันออกมาก่อนแต่งงำนจะดีกว่า
ไม่นาน ฮูหยินผู้เฒ่ำก็ทำหน้ำบึ้งตึง พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า
“หานเยี่ย เรื่องการแต่งงำนของเจ้ำ มีแม่กับพี่ชายของเจ้ำคอยจัดการ
ให้อยู่แล้ว มีที่ไหนที่หญิงสาวอย่ำงเจ้ำออกหน้ำเอง?”
ฟ้ำดินเป็นพยาน โม่หานเยี่ยต้องรวบรวมความกล้ำมากเพียงใด
กว่าจะมาที่นี่ได้ เมื่อนางพูดออกมาแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะถอยหลัง
กลับ
นางเชิดหน้ำขึ้นอย่ำงดื้อรั้น กล่าวว่า “ท่านแม่ ข้าเรียนรู้เรื่องยา
สมุนไพรกับพี่สะใภ้เก้ำมาครึ่งปีแล้ว ตอนนี้เพิ่งเริ่มต้นลองปลูก
สมุนไพร ข้าหวังว่าหลังแต่งงำนแล้ว ใต้เท้ำเมิ่งจะอนุญำตให้ข้า
กลับมาดูแลแปลงสมุนไพรของข้าทุกวัน”
พี่สะใภ้เก้ำบอกว่า เวลาทำอะไรก็ต้องทำให้สาเร็จ ไม่ควรล้มเลิก
กลางคัน
นางชื่นชอบเรื่องยาสมุนไพรมาก โดยเฉพำะการได้เห็นสมุนไพร
ที่ตนเองปลูกเติบโตขึ้นทุกวัน มันเป็นความพอใจที่นางไม่เคยมีมา
ก่อนตั้งแต่เด็กจนโต
แม้ว่านางจะชอบเมิ่งไห่หนิงและยินดีจะแต่งงำนกับเขำ แต่หาก
เรื่องนี้ทำให้นางไม่สามารถทำในสิ่งที่ตนเองชอบได้อีก นางก็ขอไม่
แต่งงำนไปเลยตลอดชีวิต
โม่หานเยี่ยเพิ่งตระหนักได้เมื่อสองสามวันก่อน
เนื่องจากเมิ่งไห่หนิงกล่าวถึงเรื่องการแต่งงำนของพวกเขำ นาง
จึงนึกถึงอนาคตวันหน้ำ
ในบ้ำนนางมีพี่สะใภ้ถึงเก้ำคน นอกจากพี่สะใภ้เก้ำที่มีความคิด
เป็นของตัวเองแล้ว พวกพี่สะใภ้อีกแปดคนล้วนยึดถือสามีเป็นสวรรค์
ใช้ชีวิตจำเจไม่มีความหวังใด ๆ
นี่ไม่ใช่ชีวิตที่นางต้องการ นางอยากเป็นเหมือนพี่สะใภ้เก้ำ มี
ความสามารถเป็นของตัวเอง สามารถสร้ำงคุณค่ำให้มากขึ้นได้ด้วย
ความพยายามของตัวเอง
เดิมทีตอนที่เมิ่งไห่หนิงเห็นท่ำทีของโม่หานเยี่ยที่เข้ามา เขำก็คิด
ว่านางไม่เต็มใจจะแต่งงำนกับเขำเสียอีก!
เขำตกใจจนเสื้อด้านหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว
ไม่คิดว่าสิ่งที่หญิงสาวเสนอมาจะเป็นเพียงข้อเรียกร้องเล็ก ๆ
น้อย ๆ เท่านั้น
เขำรู้สึกโล่งอกทันที่ เมื่อเห็นว่าแม่ยายในอนาคตยังมีท่ำทีจะดุด่ำ
ว่าที่ภรรยา เขำจึงรีบออกโรง
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ข้ากำลังวางแผนจะซื้อบ้ำนสักหลังพอดี หาก
แม่นางโม่คิดว่าหมู่บ้ำนซีหลิ่งเหมาะสม ข้าก็ไม่ขัดข้องที่จะสร้ำงบ้ำน
หลังหนึ่งให้เหมือนกับบ้ำนใหม่ของสกุลโม่ที่นี่”
นี่ก็เป็นความคิดเล็กน้อยของเมิ่งไห่หนิง
วันนี้ตอนเขำไปที่เชิงเขำ ได้เห็นบ้ำนใหม่ของสกุลโม่ โครงสร้ำง
ของมันแตกต่ำงจากบ้ำนของที่อื่น และทำให้ผู้คนรู้สึกสบำยใจมาก
เมื่อได้เห็น
ยิ่งไปกว่านั้น เขำก็ไม่มีญำติพี่น้องอยู่ในเมืองอวิ่น ไม่สู้ทำให้
ภรรยาสุดที่รักพอใจที่สุดจะดีกว่า
หากเป็นช่วงที่เขำยุ่งกับงำน โม่หานเยี่ยก็จะมีญำติพี่น้องคอย
ดูแล เขำก็ไม่ต้องกังวลอะไร
ความจริงแล้วเมิ่งไห่หนิงยังไม่ได้เห็นลักษณะของบ้ำนใหม่ของ
สกุลโม่หลังจากที่สร้ำงเสร็จสมบูรณ์
หากเขำได้เห็น เขำคงไม่ต้องหาเหตุผลมากมายในการสร้ำง
บ้ำนที่นี่อีก เพียงแค่ใช้คำว่า “น่ำอยู่” สองคำ ก็จะทำให้เขำตัดสินใจ
ได้โดยไม่ลังเลแล้ว
พูดถึงบ้ำนที่เหมือนกัน คนสกุลโม่ต่ำงรู้ดีว่าบ้ำนที่สร้ำงขึ้นอย่ำง
ดีและแตกต่ำงจากที่อื่นนั้น ล้วนเป็นผลงำนของเฮ่อจือหร่าน
ดังนั้น สายตำของทุกคนจึงจับจ้องมาที่นางพร้อมกัน
หนานรุ่ยอยากสร้ำงบ้ำนแบบเดียวกัน เฮ่อจือหร่านก็ยังไม่
คัดค้ำน เมิ่งไห่หนิงซึ่งจะเป็นญำติเกี่ยวดองในอนาคตต้องการจะ
สร้ำงด้วย นางยิ่งไม่มีความเห็นโต้แย้งใด ๆ
“ในเมื่อน้องชายเมิ่งตั้งใจเช่นนี้ ไม่สู้ให้พวกเราสกุลโม่เป็นคน
สร้ำงเถอะ ถือเป็นสินสอดอย่ำงหนึ่งสาหรับหานเยี่ยด้วย”
ไม่กี่วันมานี้ นางกำลังคิดว่าควรเตรียมสินสอดแบบไหนให้โม่
หานเยี่ยถึงจะเหมาะสมดี
ประจวบกับนางเพิ่งเห็นของหมั้นที่เมิ่งไห่หนิงส่งมา สาหรับเมืองอ
วิ่นแล้ว นี่ถือเป็นของหมั้นราคำแพงมาก แสดงให้เห็นถึงความสาคัญ
ที่เมิ่งไห่หนิงมีต่อโม่หานเยี่ย
เมื่อเป็นเช่นนี้ สกุลโม่ของพวกเขำก็ไม่อาจเสียมารยาทกับอีก
ฝ่ำยได้
นางได้สอบถำมชำวบ้ำนมาบ้ำงแล้ว คนตระกูลใหญ่ในเมืองอวิ่น
เวลาจะยกลูกสาวให้แต่งงำนออกไป มักจะมอบร้ำนค้ำ บ้ำนเรือน
หรือไร่นาเป็นสินสอดติดตัวเจ้ำสาวไปด้วย
หากเมิ่งไห่หนิงชอบใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ไม่สู้สร้ำงบ้ำนสี่ลานแบบ
เดียวกันกับสกุลโม่มอบให้พวกเขำสักหลังเถอะ
ถึงตอนนั้นแล้ว ก็ค่อยเตรียมเครื่องประดับและของอื่น ๆ เพิ่มเติม
สินสอดของโม่หานเยี่ยก็จะครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
แม้ว่าสิ่งของเหล่านี้จะมีมากมายในพื้นที่มิติของนาง แต่ก็ถือเป็น
‘ของสกปรก’ ทั้งสิ้น หากเกิดปัญหาที่ไม่จำเป็นขึ้นมาก็จะไม่คุ้มค่ำ
ดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงวางแผนจะซื้อของอย่ำงอื่นจากเถำเป่ำแทน
อย่ำงไรก็ตำม ยังเหลือเวลาอีกประมาณสองเดือนก่อนถึงวัน
แต่งงำนของพวกเขำ ซึ่งเพียงพอให้นางเตรียมการแล้ว
จากความเข้าใจของฮูหยินผู้เฒ่ำที่มีต่อเฮ่อจือหร่าน สะใภ้เก้ำ
เป็นคนมีเหตุผลและใจกว้ำงมาก ตอนนี้นางเป็นคนดูแลบ้ำน ย่อมไม่
อาจทำให้สินสอดของหานเยี่ยขำดตกบกพร่อง แต่หญิงชราไม่เคย
คิดเลยว่า ลูกสะใภ้จะเอ่ยปำกมอบบ้ำนหลังหนึ่งที่เหมือนกันทุก
ประการให้น้องสาวสามี
บ้ำนหลังนั้นเมื่อดูภายนอกล้วนไม่มีอะไรที่พิเศษ แต่ราคำใน
สร้ำงนั้นสูงมาก โดยเฉพำะกระจกที่ใช้ทำหน้ำต่ำง ล้วนเป็นของที่ซื้อ
มาจากชำวต่ำงชำติ แล้วราคำจะถูกได้อย่ำงไร?
ยิ่งกว่านั้น สิ่งของเหล่านั้นก็มีจากัด เมื่อใช้หมดแล้วจะหามาเพิ่ม
ใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ำย
ในบ้ำนมีลูกสะใภ้เก้ำคน แม้ว่าสะใภ้เก้ำจะใจกว้ำง แต่เรื่องแบบนี้
ก็ยากที่จะรับประกันว่าสะใภ้คนอื่นจะไม่รู้สึกไม่สบำยใจ
นางไม่อาจทำเพื่อรักษำหน้ำของลูกสาว และไม่คำนึงถึง
ความรู้สึกของลูกสะใภ้คนอื่น
“นี่…” มันจะไม่มากเกินไปหน่อยหรือ?
เฮ่อจือหร่านรู้ความคิดของแม่สามีที่กังวลว่าสินสอดที่ให้โม่
หานเยี่ยนั้นจะมากเกินไป จนอาจทำให้พี่สะใภ้คนอื่นไม่พอใจได้
ไม่ใช่ว่าเฮ่อจือหร่านไม่เคยคิดถึงจุดนี้ก่อนที่จะเอ่ยปำก
นางคิดว่า ในบ้ำนมีน้องสาวสามีเพียงคนเดียว เงินทองในมือนาง
ก็กล่าวได้ว่ามั่งคั่งมากมี ย่อมไม่สนใจสินสอดเล็กน้อยที่จะให้โม่หาน
เยี่ย
อีกทั้งเงินทองเหล่านี้นางก็ไม่ได้ตั้งใจจะเบิกจากบัญชีส่วนกลาง
ของบ้ำน
“ข้ากับสามีข้าตกลงกันแล้วว่า สินสอดของหานเยี่ยจะมาจาก
เงินส่วนตัวของพวกเรา ไม่ได้ใช้เงินจากบัญชีส่วนกลางของสกุลโม่”
นับตั้งแต่ย้ำยมาตั้งรกรากที่หมู่บ้ำนซีหลิ่งและเริ่มเลี้ยงกระต่ำย
รายรับรายจ่ำยในบ้ำนทั้งหมดก็ถูกเฮ่อจือหร่านจดบันทึกไว้ในสมุด
เล่มเล็ก ๆ
ทุกวันสุดท้ำยของเดือน นางจะเรียกทุกคนมารวมตัวกัน เปิดเผย
ตัวเลขในบัญชี และจ่ำยเงินให้ทุกคนตำมสัดส่วน แน่นอนว่ามันจะถูก
แบ่งสันตำมการทำงำน จึงไม่มีใครคัดค้ำน
ฮูหยินผู้เฒ่ำรู้ว่าลูกชายคนที่เก้ำกับภรรยามีเงินมาก แต่นั่นก็
เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของพวกเขำ นางจะเอาเงินของลูกชายไป
ช่วยเหลือลูกสาวได้อย่ำงไร?
แต่นางก็ไม่ใช่หญิงชำวบ้ำนที่ไม่เคยเห็นโลก หากลูกสะใภ้เก้ำ
พูดต่อหน้ำว่าที่ลูกเขยเช่นนี้แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธ
“เช่นนั้น ข้าก็มีเงินเก็บส่วนตัวอยู่บ้ำง ข้าจะนาออกมาให้
หานเยี่ยสร้ำงบ้ำนเอง!”
ลูก ๆ ในบ้ำนล้วนกตัญญู ทุกเดือนเมื่อได้รับเงินก็จะนามาให้นาง
บ้ำง และตัวนางก็ทำตุ๊กตำร่วมกับบรรดำลูกสะใภ้เพื่อหาเงิน ฮูหยินผู้
เฒ่ำจึงพอมีเงินเก็บ
แต่สาหรับการสร้ำงบ้ำนสี่ลานนั้น นางยังกังวลว่ามันอาจจะไม่
พอ ดังนั้นน้ำเสียงของฮูหยินผู้เฒ่ำจึงไม่ค่อยมั่นใจนัก