ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 332 งำนเลี้ยง
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่ำเป็นคนยุติธรรม จึงรีบเอ่ยว่า “ท่าน
แม่ ไม่ว่าใครจะเป็นคนออกเงิน อย่ำงไรเสียบ้ำนหลังนี้ก็ถือเป็น
สินสอดอย่ำงหนึ่งของหานเยี่ยแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นดังนั้นจึงพูดเสริมว่า “ใช่แล้วท่านแม่ เรื่องนี้ไม่ใช่
เรื่องยากอะไร ขอเพียงให้หานเยี่ยมีชีวิตที่ดีในอนาคต พวกเราถึงจะ
วางใจได้จริง ๆ”
คำพูดของเขำแฝงนัยชัดเจนว่าเป็นการเตือนเมิ่งไห่หนิง
ในฐำนะพี่ชาย หากน้องสาวคนเดียวไปอยู่บ้ำนสามีแล้วไม่มี
ความสุข เขำก็จะไม่นิ่งดูดำยแน่นอน
เมิ่งไห่หนิงย่อมเข้าใจถึงความนัยในคำพูดของโม่จิ่วเยี่ย
เขำแต่งงำนกับหญิงสาวที่ตนเองชอบ ย่อมจะดีกับนางไปชั่วชีวิต
เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัย เขำไม่จำเป็นต้องรับรองอะไร เรื่องในอนาคต
ย่อมจะถูกพิสูจน์ด้วยการกระทำ
ตอนนี้สิ่งสาคัญที่สุดคือเรื่องบ้ำนในอนาคตของพวกเขำ
“ฮูหยินผู้เฒ่ำ พี่เก้ำ พี่สะใภ้เก้ำ เรื่องบ้ำนข้าสามารถจัดการเอง
ได้ ข้ารู้ว่าพวกท่านหวังดีกับแม่นางโม่ แต่สินสอดเช่นนี้มากเกินไป
แล้วขอรับ”
เมิ่งไห่หนิงไม่เคยคิดว่า ว่าที่ภรรยาจะมีสินสอดมากมายอะไร
เพราะเขำเองก็ไม่รู้ฐำนะปัจจุบันของสกุลโม่
เมื่อมองดูผิวเผิน ตอนนี้สกุลโม่ก็ไม่ขัดสนเงินทอง แต่ก็ล้วนเป็น
เงินที่หาได้จากการเลี้ยงกระต่ำยหลังจากมาถึงซีเป่ย
การสร้ำงบ้ำนหลังใหญ่เช่นนี้ ต้องใช้เงินไม่ใช่น้อย ๆ เขำ
แต่งงำนกับหญิงสาวที่ตนรัก อนาคตที่ดีเขำก็จะพยายามสร้ำงเอง จึง
ไม่ได้คิดถึงเรื่องสินสอดอะไร
นี่คือคำพูดจากใจจริงของเมิ่งไห่หนิง
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีที่สุดว่าภรรยาของเขำครุ่นคิดอย่ำงหนักเกี่ยวกับ
สินสอดของหานเยี่ยในช่วงไม่กี่วันนี้ ตอนนี้ภรรยาของเขำคิด
สินสอดที่จะมอบให้น้องสาวได้แล้ว จะยอมให้เมิ่งไห่หนิงปัดมันทิ้งไป
ได้อย่ำงไร?
“สินสอดเป็นเรื่องที่ทำงครอบครัวเจ้ำสาวเป็นผู้ตัดสินใจ สินสอด
ของหานเยี่ยถูกตัดสินใจเช่นนี้แล้ว น้องชายเมิ่งไม่ต้องคิดมาก
หรอก”
โม่จิ่วเยี่ยมีภำพลักษณ์เด็ดขำดต่อหน้ำคนนอก ดังนั้นเมิ่งไห่ห
นิงจึงคิดว่าตนโต้แย้งต่อไปก็ไร้ประโยชน์
“เช่นนั้น ข้าก็จะไม่เกรงใจพี่เก้ำแล้ว”
อย่ำงมากเขำก็แค่ซื้อร้ำนค้ำในเมืองเพิ่มอีกสองสามแห่งให้โม่
หานเยี่ย ก็จะถือว่าเท่ำเทียมกับสินสอดของเจ้ำสาวแล้ว
โม่หานเยี่ยไม่รู้ว่าเมิ่งไห่หนิงกำลังคิดอะไรอยู่ เพียงเห็นว่าบรรลุ
เป้าหมายของตนแล้วจึงก้มหน้ำลงอย่ำงเขินอายและไม่พูดอะไรอีก
ฮูหยินผู้เฒ่ำเห็นบรรยากำศเริ่มอึดอัด จึงรีบพูดว่า “เอาเถอะ
วันนี้เรื่องงำนแต่งของใต้เท้ำเมิ่งกับหานเยี่ยก็ได้ตกลงกันแล้ว นี่
นับเป็นเรื่องน่ำยินดี อีกอย่ำงบ้ำนใหม่ของพวกเราก็เพิ่งทำพิธียกขื่อ
เสร็จ ทุกท่านที่มาบ้ำนสกุลโม่วันนี้ ขอเชิญอยู่ร่วมทำนอาหาร
ด้วยกันทั้งหมดเถอะ”
คำพูดนี้บอกชัดเจนว่าเรื่องนี้ถูกตัดสินแล้ว ไม่ต้องพูดอะไร
เพิ่มเติมอีก
พี่น้องสกุลโม่มีไหวพริบดี พอได้ยินคำพูดของมารดำก็รีบลุกขึ้น
ยืน เชิญชวนทุกคนไปเยี่ยมชมบ้ำนใหม่ รอเริ่มงำนเลี้ยง
โม่หานเยี่ยสมปรารถนาแล้ว ก็ไม่ควรมาปรากฏตัวต่อหน้ำเมิ่ง
ไห่หนิงมากเกินไป จึงถือโอกำสวิ่งไปช่วยงำนพี่สะใภ้
สิ่งที่ทำให้คนสกุลโม่ไม่คำดคิดคืองำนเลี้ยงในพิธียกขื่อยังไม่ทัน
จะเริ่ม ชำวบ้ำนก็ทยอยส่งของขวัญกันมาแล้ว
ของขวัญของพวกเขำล้วนเป็นสัตว์ที่เลี้ยงเอง เช่น ไก่ เป็ด
ทั้งหมดถูกชำแหละจนเรียบร้อยแล้วส่งมาให้
ยังมีบ้ำนที่มีฐำนะดี ๆ หน่อย พวกเขำส่งผ้ำมา ส่วนบ้ำนที่ยากจน
กว่าก็ส่งตะกร้ำไข่ไก่มาให้
ของขวัญเหล่านี้ สาหรับชำวบ้ำนในหมู่บ้ำนซีหลิ่งถือว่าเป็น
ของขวัญชิ้นใหญ่ สกุลโม่ย่อมต้องจดจำน้ำใจนี้ไว้ทุกคน
การมาของชำวบ้ำนเป็นเรื่องที่ไม่คำดคิด โชคดีที่โม่จิ่วเยี่ย
กับเฮ่อจือหร่านเตรียมวัตถุดิบไว้มากมาย จึงรีบบอกให้ทำงครัวเพิ่ม
ปริมาณอาหาร
พอถึงตอนเที่ยงวัน รอบ ๆ บ้ำนใหม่ก็เต็มไปด้วยโต๊ะเก้ำอี้ที่
ชำวบ้ำนนามา
หลังจากฮูหยินผู้เฒ่ำกล่าวขอบคุณสองสามประโยค ทุกคนก็นั่ง
ล้อมวงรอบโต๊ะ
ตอนนี้แม้แต่หนานรุ่ยก็พำเต๋อเฟยมาด้วย
เขำส่งของขวัญมาให้แต่เช้ำแล้ว ที่มาตอนนี้ก็เพื่อต้องการจะมา
ร่วมงำน
นอกจากนี้ เขำก็คิดเอาไว้แล้วว่า หากอนาคตจะอยู่ที่หมู่บ้ำนซี
หลิ่ง ย่อมไม่อาจปิดประตูไม่โผล่หน้ำออกไปที่ไหน วันนี้จึงโอกำส
สร้ำงความคุ้นเคยกับชำวบ้ำนเหล่านี้ไว้
เมิ่งไห่หนิงไม่เคยพบหนานรุ่ย แต่ด้วยสายตำของเขำสามารถ
บอกได้ว่า คนสองคนนี้มีท่ำทำงไม่ธรรมดำ พวกเขำจะต้องไม่ใช่
พ่อค้ำหรือชำวบ้ำนธรรมดำแน่นอน
อีกทั้งเขำเห็นว่าหญิงชราผู้นั้นกับฮูหยินผู้เฒ่ำดูสนิทสนมกัน
มาก จึงมั่นใจว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง
ไม่ว่าผู้มาเยือนจะมีฐำนะอะไร ตราบใดที่สกุลโม่ไม่ได้เอ่ยแนะนา
เขำก็จะไม่สืบเรื่อง
สกุลโม่มีความลับมากมาย แค่พูดถึงเรื่องที่มีพี่ชายซึ่งตำยไป
แล้วแต่กลับฟื้นคืนมาอีกครั้งทีละคน ก็ทำให้คนยอมรับได้ยากแล้ว
โดยเฉพำะตอนแรกที่เขำมาที่นี่ตำมคำขอของเฟ่ยหนานอวี่ เมื่อ
บอกข่ำวว่าโม่ชูหานยังมีชีวิตอยู่ เฟ่ยหนานอวี่ยังคิดว่าเขำโกหก
ภายหลังเขำพบว่าตัวเองตกหลุมรักลูกสาวสกุลโม่ ในเมื่อรู้ว่า
ความลับเหล่านี้ของสกุลโม่แล้ว ก็ไม่ควรให้ผู้มีอานาจในเมืองหลวง
ล่วงรู้จะดีกว่า เขำจึงตั้งใจปิดบังมันเอาไว้
เวลาที่เขำต้องส่งข่ำวไปหาเฟ่ยหนานอวี่ ก็เพียงบอกว่าสกุลโม่
ได้ตั้งรกรากอยู่ที่หมู่บ้ำนซีหลิ่ง ทุกคนในครอบครัวมีส่วนร่วมในการ
ทำงำน และยอมรับการใช้ชีวิตเช่นนี้แล้ว ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจาก
นั้นอีก
แม้ว่าเมิ่งไห่หนิงจะไม่รู้จักหนานรุ่ย แต่มันไม่ได้หมายความ
ว่าเซี่ยเทียนไห่กับฟำงฉวนโจวจะไม่รู้จักเขำด้วย
พวกเขำรับราชการอยู่ในราชสานักมาหลายปี การพบปะหนาน
รุ่ยย่อมเป็นเรื่องปกติ
วันนี้ทั้งสองตั้งใจลาหยุดจากสานักศึกษำมาร่วมงำนเลี้ยงการ
สร้ำงบ้ำนของสกุลโม่ พอหันหน้ำไปก็พบเจอใบหน้ำที่คุ้นเคยนั้น
ทันที่
พวกเขำทั้งคู่ตกใจจนเหงื่อเย็นผุดขึ้นมา กระทั่งยังหวังว่าตนเอง
อาจจะตำฝำดเห็นผิดคน
ทว่าพวกเขำไม่ได้จำคนผิด
หนานรุ่ยพำเต๋อเฟยเหนียงเหนียงมาถึงงำนเลี้ยง ก็กวาดตำมอง
รอบ ๆ ก่อนเป็นอันดับแรก แม้ว่าเขำจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้ำนซีหลิ่งมา
นาน แต่ไม่เคยเจอหน้ำเซี่ยเทียนไห่กับฟำงฉวนโจวมาก่อน อีกทั้ง
เขำยังกำชับกับคนในสกุลโม่ไม่ให้เปิดเผยเรื่องที่เขำอยู่ที่นี่
วันนี้เขำเลือกจะมาปรากฏตัว เพราะคิดว่าต่อไปจะใช้ชีวิตเยี่ยง
คนธรรมดำเหมือนคนสกุลโม่ ดังนั้นจึงไม่ปิดบังตัวต่อหน้ำผู้อื่นอีก
พอเห็นเซี่ยเทียนไห่กับฟำงฉวนโจวทำท่ำจะคำนับหนานรุ่ย โม่
จิ่วเยี่ยก็รีบเข้าไปห้ำมไว้
โม่จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงเบำว่า “ท่านลุงทั้งสอง พวกท่านทำเป็นไม่
รู้จักคนผู้นั้นเถอะ เดี๋ยวข้าจะอธิบำยให้ท่านฟังอย่ำงละเอียดเอง”
เมื่อได้ยินโม่จิ่วเยี่ยพูดเช่นนั้น ทั้งสองก็เข้าใจทันที่ แต่ก็ยังรู้สึก
หวาดหวั่นอยู่บ้ำง
อย่ำงไรก็ตำม พวกเขำล้วนเป็นผู้ที่มีความคิดอ่าน จึงไม่แสดง
ออกมาชัดเจนเกินไป
ทั้งคู่ปรับตัวได้อย่ำงรวดเร็ว ไม่มองไปทำงหนานรุ่ยอีก แต่นั่งลง
พร้อมกับชำวบ้ำนคนอื่น ๆ
เมื่อหนานรุ่ยเห็นเช่นนั้น ก็พยักหน้ำให้โม่จิ่วเยี่ยด้วยความ
ขอบคุณ จากนั้นก็ถูกฮูหยินผู้เฒ่ำเรียกไปทำนอาหารที่โต๊ะของนาง
หลังแขกเหรื่อนั่งลงกันหมดแล้ว โม่จงหยวนในฐำนะตัวแทนของ
สกุลโม่ก็กล่าวขอบคุณอีกครั้ง จากนั้นงำนเลี้ยงก็เริ่มขึ้นอย่ำงเป็น
ทำงการ
เนื่องจากมีเมิ่งไห่หนิงอยู่ด้วย ชำวบ้ำนจึงรู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้ำง
แม้จะเจออาหารดี ๆ เช่นนี้ก็ไม่กล้ำเอ่ยชมเสียงดัง ได้แต่ก้มหน้ำก้ม
ตำทำนไปเงียบ ๆ
เซี่ยเทียนไห่กับฟำงฉวนโจวไม่กลัวเมิ่งไห่หนิง แต่พวกเขำรู้สึก
อึดอัดเมื่อได้เห็นองค์ชายหนานรุ่ย ทั้งสองจึงทำนอาหารอย่ำงรวดเร็ว
แล้วรีบจากไป
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมองค์ชายถึงมาปรากฏตัวที่นี่ ก็ไม่ใช่เรื่องที่คน
อย่ำงพวกเขำจะสอดรู้สอดเห็น ดังนั้นพวกเขำจึงพำความอยากรู้
อยากเห็นติดตัวไปด้วย