ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 351 เส้นทางหลบหนี
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้กังวลว่าปรมาจารย์ซือเหมิงจะตื่นขึ้นมา เขารู้
ดีกว่าใครถึงพลังของปืนยาสลบที่ภรรยาของเขาใช้ อย่างน้อยมันก็
ท าให้คนหมดสติได้หลายชั่วยาม
เมื่อไม่พบสิ่งในผิดปกติทั้งเครื่องเรือนและผนัง ที่เหลือก็มีเพียง
เตียงไม้ในห้องนี้เท่านั้น
เขาพลิกผ้าห่มและที่นอนบนเตียงทั้งหมดขึ้น และแน่นอนว่าโม่
จิ่วเยี่ยพบร่องรอยบางอย่างแล้ว
แผ่นไม้ตรงหัวเตียงนั้นมีร่องรอยว่าขยับได้อย่างชัดเจน
โม่จิ่วเยี่ยก้าวไปข้างหน้าและยกแผ่นไม้ขึ้น เผยให้เห็นช่องทางที่
สามารถให้คนหนึ่งคนเข้าออกได้
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สถานที่เช่นนี้มักจะเป็นทางเชื่อมกับ
โลกภายนอก
บริเวณช่องทางที่ติดกับด้านข้างของเตียง มีช่องลับขนาดเล็ก
ตอนนี้มีแสงสว่างพอดี ท าให้เขามองเห็นขวดใบเล็ก ๆ หลายใบวาง
อยู่ในช่องลับนั้น
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าขวดเหล่านี้มียาพิษชนิดต่าง ๆ ส่วนหนอนกู่นั้น
อีกฝ่ายคงไม่มีทางเก็บมันไว้ที่นี่แน่นอน
เพราะผู้ใช้กู่ทุกคนถือว่าหนอนกู่เป็นสมบัติล ้าค่า ไม่ว่าจะเลี้ยงไว้
มากเท่าไหร่ ก็จะพกติดตัวไปด้วยเสมอ
มีขวดกระเบื้องขนาดใหญ่เล็กอยู่สิบกว่าใบ โม่จิ่วเยี่ยจัดการฉีก
ผ้าปูเตียงออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วห่อขวดเหล่านั้นไว้ข้างใน
หลังจากจัดการสิ่งนี้เรียบร้อยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้รีบร้อน
ตรวจสอบ แม้ว่าปรมาจารย์ซือเหมิงจะหมดสติ แต่ร่างของเขาก็ยัง
นอนอยู่ข้างนอก หากมีคนมาพบเข้า ความพยายามทั้งหมดของเขา
ก็จะสูญเปล่า
ดังนั้นการที่เขาจะเข้าไปในช่องทางลับ ก็จ าเป็นต้องพา
ปรมาจารย์ซือเหมิงไปด้วย ไม่ว่าทางออกของทางลับนี้จะอยู่ที่ไหน
เขาก็ไม่อาจปล่อยให้อีกฝ่ายมีโอกาสหนีไปได้อีก
การเข้าไปในช่องทางลับนั้นมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนอยู่มากมาย โม่
จิ่วเยี่ยไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
สิ่งที่ส าคัญที่สุดคือ พี่ห้ากับพี่หกที่ยังคงรออยู่นอกจวนอ๋องเก้า
เพื่อช่วยเหลือเขา หากเขาไม่ได้ไปพบกับพี่ชายทั้งสองได้ทันเวลา
พวกเขาก็จะต้องคิดว่าเขาเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ ดังนั้นหากพวกพี่ชาย
บุ่มบ่ามลงมือท าอะไรขึ้นมา มันก็จะไม่คุ้มค่า
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงหยิบกระดาษและพู่กันบนโต๊ะขึ้นมา
เขียน
‘พี่ห้า พี่หก ทุกอย่างราบรื่นดี ข้าพบช่างทางลับแห่งหนึ่ง จะเข้า
ไปตรวจสอบก่อน หลังจากนั้นข้าจะให้เสี่ยวไป๋ส่งต าแหน่งไปให้พวก
ท่าน’
เมื่อเขียนจดหมายเสร็จ เขาก็พับมันเป็นม้วนกระดาษเล็ก ๆ
จากนั้นก็ออกจากห้องไปเรียกเสี่ยวไป๋
เขาผูกจดหมายไว้ที่ขาของเสี่ยวไป๋ แล้วลูบขนสีขาวของมันเบา
ๆ
“เสี่ยวไป๋ เจ้าจงน าจดหมายนี้ไปส่งให้พี่ชายของข้าและกลับมา
เข้าใจหรือไม่?” นี่เป็นครั้งแรกที่โม่จิ่วเยี่ยขอให้เสี่ยวไป๋ส่งจดหมาย
พูดตามตรง เขาก็เพียงพูดไปง่าย ๆ ไม่กี่ประโยค ยังไม่แน่ใจด้วยซ ้า
ว่าเสี่ยวไป๋เข้าใจหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ต้องกังวลเรื่องร่องรอยของเสี่ยวไป๋แล้ว
ภรรยาของเขาเคยบอกว่าเจ้าสัตว์ตัวน้อยนี้เมื่อมันยอมรับใครเป็น
เจ้าของแล้ว ไม่ว่าเจ้าของจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถตามหาได้ เว้นเสียแต่
ว่าตัวมันจะเกิดเรื่องไปจนติดกับดักหรือไม่สามารถหนีออกมาได้
เขามองเสี่ยวไป๋ที่ค่อย ๆ บินห่างออกไป แล้วจึงเดินเข้าไปใกล้
ปรมาจารย์ซือเหมิง
เขาดึงหมวกคลุมศีรษะของอีกฝ่ายออก สิ่งที่เห็นกลับเป็นใบหน้า
ที่มีอายุใกล้เคียงกับเขา
ใบหน้านี้แม้จะพูดไม่ได้ว่าหล่อเหลา แต่หากอยู่ท่ามกลางฝูงชน
ก็ยังคงเป็นใบหน้าที่โดดเด่นสะดุดตา เมื่อรวมกับเส้นผมสีขาวของ
เขา ก็ตรงกับค าพูดของอวิ๋นหลี่ที่บอกว่าอาจารย์ของนาง ผมขาว
ใบหน้าเยาว์
เมื่อเผชิญหน้ากับตัวการส าคัญที่ท าร้ายบิดาและพี่ชายของตน
โม่จิ่วเยี่ยคิดอยากจะสับเขาเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น แต่เหตุผลบอกเขา
ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา
เขาพยายามข่มความเคืองแค้นที่พลุ่งพล่านในใจ แล้วค้นตัว
ปรมาจารย์ซือเหมิง
เป็นไปตามคาด กู่พิษล ้าค่าถูกซุกไว้ในอกเสื้อ มีทั้งหมดหกตัว
เพื่อจัดการกับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่กล้าประมาท หาก
หนึ่งในนั้นมีกู่แม่ที่ควบคุมบิดาและพี่ใหญ่พี่รองอยู่ด้วย และเกิด
ปัญหาขึ้นมา ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจจินตนาการ
ดังนั้นเขาจึงท าเหมือนอย่างเคย ฉีกผ้าปูเตียงออกผืนหนึ่ง ห่อ
ขวดกระเบื้องไว้อย่างระมัดระวังแล้วซุกมันเข้าไปในอกเสื้อ
เมื่อหันกลับไปมองปรมาจารย์ซือเหมิง โม่จิ่วเยี่ยก็จับตัวอีกฝ่าย
ขึ้นมาอย่างหยาบคาย แล้วโยนเข้าไปในช่องทางลับทันที่
ช่องทางลับมีช่วงหนึ่งที่เป็นทางลาดตรงไปยาวประมาณหนึ่งวา
พร้อมกับเสียงร่างกระแทกพื้นอย่างหนัก ปรมาจารย์ซือเหมิงถูก
เหวี่ยงลงไปกระแทกพื้น ก่อนโม่จิ่วเยี่ยจะกระโดดตามลงไปทันที่
ภายในช่องทางลับค่อนข้างมืด โม่จิ่วเยี่ยมือหนึ่งจับตัว
ปรมาจารย์ซือเหมิงไว้ อีกมือถือไฟฉายส่องทาง
เขาเดินทางมาเช่นนี้มาประมาณครึ่งชั่วยาม ด้านหน้าก็เริ่ม
ปรากฏแสงสว่างขึ้นมาอย่างราง ๆ แล้ว
เขารู้ว่าระยะทางถึงจุดสิ้นสุดของช่องทางลับนั้นอยู่ไม่ไกล
โม่จิ่วเยี่ยเดินต่อไปอีกสักพัก ไม่นานนักก็เห็นประตูไม้บานหนึ่ง
ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ที่บอกว่าเป็นประตูไม้ แท้จริงแล้วบนนั้นไม่มีที่จับ เขาเดาว่าสิ่งนี้
น่าจะเป็นตู้หรืออะไรท านองนั้น ต้องดึงไปมาถึงจะเปิดได้
และเป็นไปตามที่คาดไว้ เขาเพียงดึงซ้ายทีขวาที่ ประตูไม้ก็ขยับ
เคลื่อนไหวเล็กน้อยไปทางซ้าย ประตูเปิดออกทันที่
แสงสว่างจ้าพุ่งเข้ามาทันใด พาให้โม่จิ่วเยี่ยตาพร่ามัวไปชั่วขณะ
แต่ไม่นาน เขาก็ปรับสายตาได้
สิ่งที่เห็นคือห้องกว้างขวางสว่างไสว ในห้องนี้นอกจากตู้เสื้อผ้าที่
ใช้เป็นประตูลับของช่องทางแล้วก็ไม่มีเครื่องเรือนอย่างอื่นอยู่เลย
โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจอะไรมาก โยนปรมาจารย์ซือเหมิงลงบนพื้น
ส่วนตัวเขาค่อย ๆ เดินไปทางประตู
ชายหนุ่มผลักประตูห้องเบา ๆ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือคฤหาสน์
หลังหนึ่ง
ภายในลานบ้านตรงข้ามกับความสะอาดเรียบร้อยของห้องนี้
วัชพืชสามารถเห็นได้ทั่วไป ชัดเจนว่าที่นี่คงถูกทิ้งร้างไปแล้ว
เพียงแต่รอยที่ไม่ชัดเจนซึ่งทอดยาวจากประตูใหญ่ไปตัวบ้าน
กลับดึงดูดความสนใจของเขา
ที่นี่ไม่ได้ถูกทิ้งร้าง แต่มีคนเดินผ่านเป็นครั้งคราว
เพราะเขาเห็นว่าวัชพืชบางต้นหักงอลงไป
มันชัดเจนว่าเป็นร่องรอยที่คนเดินผ่าน
แต่เมื่อคิด ๆ ดูก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ ในเมื่อปรมาจารย์ซือเหมิง
สามารถอาศัยอยู่ในลานบ้านที่มีช่องทางลับเช่นนี้ การออกไปจาก
ที่นี่เมื่อมีธุระก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก
เขาสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวรอบ ๆ ก่อน เมื่อเห็นว่าไม่มี
อันตราย จึงเดินออกจากลานบ้านไป
ถึงแม้โม่จิ่วเยี่ยจะมีความสามารถในการรับรู้ทิศทางข็งแกร่ง
เพียงใด ก็ไม่อาจระบุต าแหน่งที่ตนอยู่ตอนนี้ได้อย่างแม่นย า เพราะ
มันเป็นสถานที่ที่เขาไม่คุ้นเคย
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องพาปรมาจารย์ซือเหมิงออกไปด้วย จึง
ต้องส ารวจเส้นทางนี้ให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้รีบร้อน แต่กลับใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปยังที่
สูงเพื่อมองส ารวจ
ภาพที่เห็นตรงหน้าเขาก็รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ตอนที่เขายังเด็ก โม่จิ่วเยี่ยกับหนานฉีมักแอบมาเล่นที่นี่บ่อย ๆ
ที่แท้ ที่นี่ก็คือแม่น ้าชิงเหอ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไม่ถึงหนึ่งลี้
ไม่ต้องพูดถึงบทสนทนาระหว่างท่านอ๋องเก้าและปรมาจารย์ซือเห
มิงที่เขาเพิ่งได้ยินมา เพียงแค่ทางออกของช่องทางลับ เขาก็สามารถ
คาดเดาเจตนาของอีกฝ่ายได้แล้ว
นี่คือเส้นทางหลบหนีที่ท่านอ๋องเก้าเตรียมไว้ให้ตัวเอง เขาเก็บ
ซ่อนความสามารถที่แท้จริงเอาไว้หลายปี ช่างเป็นผู้ที่มีความคิด
ลึกซึ้งนัก
ขณะที่เขาก าลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสี่ยวไป๋ก็บินกลับมาและเกาะลง
บนไหล่ของเขาอย่างมั่นคง
โม่จิ่วเยี่ยมองขาของเสี่ยวไป๋ ม้วนกระดาษที่ผูกไว้หายไปแล้ว
เขารู้ว่าเสี่ยวไป๋ท าภารกิจแรกส าเร็จ ขณะก าลังจะเอ่ยปากชมมัน
ก็มีเงาร่างสองร่างวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
ผู้มาเยือนคือพี่ห้าพี่หก
เมื่อเห็นน้องเก้า พี่หกก็สูดหายใจเพื่อท าให้อารมณ์ของตัวเอง
สงบลง แล้วกล่าวว่า “พี่ห้าพูดถูกจริง ๆ หากตามเจ้าตัวเล็กนี่ไปก็
สามารถหาน้องเก้าเจอได้ มันเป็นอย่างที่เขาบอกเลย แต่ว่าเจ้าตัวนี้
มันบินเร็วเหลือเกิน พวกเราสองคนเกือบตามมันไม่ทันแล้ว”
“**TL3KP1M5**
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถน ามากรอกเพื่อรับ
เหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ”