ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 350 มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ได้ยินเสียงพิณวันนั้น
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 350 มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ได้ยินเสียงพิณวันนั้น
เขาต้องยอมรับว่า พลังและความเร็วของเกาทัณฑ์แขนเสื้อนี้ช่าง
มีประโยชน์ต่อเขาจริง ๆ
เพียงชั่วพริบตา องครักษ์เงาทั้งหกคนที่ถูกเล็งเป้าก็ถูกลูกดอก
ปักเข้ากลางหน้าผากและเสียชีวิต
ขณะที่ร่างของพวกเขาก าลังโงนเงนจะร่วงจากต้นไม้ โม่จิ่วเยี่ยก็
หันเกาทัณฑ์ไปยังองครักษ์เงาอีกสี่คนที่เหลืออย่างรวดเร็ว
ผลลัพธ์เป็นเช่นเดียวกัน องครักษ์เงาทั้งสี่ยังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไร
ขึ้นก็สิ้นใจไปเสียแล้ว
แม้ว่าความเร็วของโม่จิ่วเยี่ยจะว่องไว แต่การสังหารองครักษ์เงา
ถึงสิบคนติดต่อกันเช่นนี้ หากยังไม่สามารถท าให้อีกสองคนที่เหลือ
ตื่นตระหนกได้ ก็ไม่ควรได้ชื่อว่าเป็นองครักษ์เงาอีกต่อไป
องครักษ์เงาสองคนพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงรีบกระโดดลงมา
จากต้นไม้ทันที่
ตอนที่พวกเขายังไม่ทันได้ตอบสนอง ร่างของโม่จิ่วเยี่ยก็เคลื่อน
ผ่านด้านหน้าไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับโปรยผงชนิดหนึ่งออกมา
ทั้งสองคนล้มลงไปโดยไม่รู้สึกตัวอีก
โม่จิ่วเยี่ยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ชักมีดสั้นออกมาและจบชีวิตพวก
เขา
ต าแหน่งที่พวกองครักษ์เงาซ่อนตัวอยู่นั้นห่างไกลจากผู้คน แม้
การกระท าทั้งหมดของโม่จิ่วเยี่ยจะไม่ได้ท าให้ใครรู้ตัว แต่ศพจ านวน
มากเช่นนี้มาอยู่ในจวนอ๋องเก้าที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด
หากจัดการไม่ดีก็อาจเปิดเผยร่องรอยได้
บังเอิญว่าไม่ไกลนั้นมีทะเลสาบร้างอยู่แห่งหนึ่ง รอบ ๆ ไม่มี
ร่องรอยการสัญจรของผู้คน โม่จิ่วเยี่ยจึงโยนศพทั้งหมดลงไปใน
แม่น ้า
ตราบใดที่เขาจับตัวปรมาจารย์ซือเหมิงได้ส าเร็จและออกจาก
จวนอ๋องเก้าแล้ว แม้ศพเหล่านั้นจะลอยขึ้นมาและถูกคนค้นพบก็ไม่
เกี่ยวอะไรกับเขาอีก
หลังจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็สังเกตการณ์ด้วยความ
ระมัดระวัง ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ได้ยินเสียงพิณวันนั้น
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะอยู่ในเมืองหลวงมาหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขา
มาจวนอ๋องเก้า จึงไม่เคยรู้มาก่อนว่าภายในจวนจะมีสถานที่เปลี่ยว
ร้างเช่นนี้
เบื้องหน้าเขาปรากฏพุ่มหญ้าผืนหนึ่ง วัชพืชมากมายสูงกว่าคน
หนึ่งคน เห็นได้ชัดว่าที่นี่ไม่มีผู้ใดมาคอยดูแล
หากไม่ใช่เพราะเขามีความสามารถในการรับรู้ทิศทางที่แม่นย า
ก็คงสงสัยว่าตนเองเดินมาผิดทางหรือไม่
โชคดีที่เขาสามารถมองผ่านวัชพืชเหล่านั้นและเห็นเรือนหลัง
หนึ่งอยู่ไม่ไกล มองจากไกล ๆ เรือนนั้นดูทรุดโทรมมาก
เขาเดาว่าที่นั่นน่าจะเป็นสถานที่ที่ปรมาจารย์ซือเหมิงก าลัง
พ านักอยู่
ซ่อนตัวได้อย่างแนบเนียนจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะวันนั้นเขา
สังเกตเห็นร่องรอยบางอย่าง คงยากที่จะรู้ว่ามีคนซ่อนตัวอยู่ที่นี่
โม่จิ่วเยี่ยไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง
ขณะเดินผ่านหญ้ารกทึบ เขาจึงเลือกเดินอ้อมไปตามขอบ
เมื่อเดินออกจากพุ่มหญ้า ภาพตรงหน้ากลับให้ความรู้สึกโล่ง
โปร่งขึ้นมาทันที่
เรือนหลังนี้แม้จะดูเก่าและทรุดโทรมไปบ้าง แต่กลับถูกท าความ
สะอาดอย่างหมดจด
และจากการสังเกต รอบบริเวณนี้ไม่มีองครักษ์เงาซ่อนตัวอยู่
โม่จิ่วเยี่ยคิดว่า พวกองครักษ์เงาสิบกว่าคนที่เขาเพิ่งจัดการไป
เมื่อครู่นี้ น่าจะเป็นคนคุ้มกันของปรมาจารย์ซือเหมิง บางทีอาจเป็น
เพราะด้วยเหตุผลบางประการ พวกเขาจึงไม่สามารถเข้าใกล้ที่นี่มาก
เกินไป ได้แต่คอยเฝ้าระวังอยู่บนเส้นทางที่ชายหนุุ่มต้องผ่าน
ขณะที่เขาก าลังคิดวิเคราะห์อยู่ในใจ ก็ค่อย ๆ ก้าวเข้าใกล้เรือน
หลังนั้นอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้น ประตูห้องที่อยู่ตรงข้ามกับเขาก็ถูกผลักเปิดออก มีคน
สองคนเดินออกมาจากข้างใน
หนึ่งในนั้นคือท่านอ๋องเก้าแห่งราชวงศ์ต้าซุ่น ส่วนอีกคนไม่
แตกต่างจากคนในครั้งก่อนที่เขาเคยเห็นแวบหนึ่งมากนัก
คนผู้นั้นสวมชุดขาว รูปร่างผอมบาง ผมสีขาวสยายอยู่ด้านหลัง
บนศีรษะสวมหมวกคลุมที่มีลักษณะคล้ายกับตอนสตรีสวมเวลาออก
นอกบ้าน
“ท่านปรมาจารย์วางใจได้ ข้าจะท าให้แมลงพิษได้ใช้ประโยชน์
เต็มที่ในวันนี้”
น ้าเสียงของท่านอ๋องเก้าไม่อาจเก็บซ่อนความตื่นเต้นไว้ได้
ขณะเดียวกัน เขาก็เก็บขวดกระเบื้องเล็ก ๆ หลายใบเข้าไปในอกเสื้อ
ปรมาจารย์ซือเหมิงสวมหมวกคลุม โม่จิ่วเยี่ยจึงมองไม่เห็นสีหน้า
ของเขา แต่น ้าเสียงกลับแฝงไว้ด้วยความเย็นชาและไม่แยแส
“อืม หลังจากเรื่องนี้ส าเร็จ ราชวงศ์ต้าซุ่นก็จะตกเป็นของท่าน
แน่นอน”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์ที่ช่วยเหลือ หากข้าได้นั่งบนต าแหน่ง
นั้นแล้ว ท่านก็จะได้เป็นราชครูผู้ทรงเกียรติที่สุดของต้าซุ่น” อ๋องเก้า
กล่าวประจบต่อไป
“ดี ข้าจะรอคอยวันที่ท่านท าส าเร็จ” น ้าเสียงของปรมาจารย์
ซือเหมิงยังคงเย็นชา ไร้ซึ่งความอบอุ่นแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม โม่จิ่วเยี่ยสามารถรับรู้ถึงความไม่จริงใจในค าพูด
ของเขาได้
อ๋องเก้าโค้งค านับอย่างนอบน้อม
“ท่านวางใจได้ ข้ารอคอยโอกาสนี้มานานแสนนานก็เพื่อวันนี้
มันจะไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้นแน่นอน แขกเหรื่อส่วนใหญ่มาถึง
กันหมดแล้ว ข้าคงต้องไปต้อนรับพวกเขาสักหน่อย”
ปรมาจารย์ซือเหมิงพยักหน้าเบา ๆ แต่ไม่ได้ตอบรับ
เขายืนมองเงาร่างของท่านอ๋องที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไปด้วย
ท่าทางครุ่นคิด
กระทั่งเงาร่างของอ๋องเก้าหายลับไปจากสายตา ปรมาจารย์ซือเห
มิงก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองไม่ได้ตามหาคนผิด โม่จิ่วเยี่ยจึงออกค าสั่ง
กับเสี่ยวไป๋ที่อยู่บนท้องฟ้า
เสี่ยวไป๋บินมาหาในทันที่ โดยมีเป้าหมายคือปรมาจารย์ซือเหมิง
เห็นเพียงปรมาจารย์ซือเหมิงที่ก าลังจะเดินกลับเข้าห้อง จู่ ๆ ก็
หยุดฝีเท้า เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
“เด็กดี เจ้ากลับมาแล้ว”
น ้าเสียงของเขาช่างแตกต่างเมื่อเทียบกับความเย็นชาที่แสดงต่อ
หน้าท่านอ๋องเก้าเมื่อครู่ และอาจเรียกได้เป็นความเอ็นดู
ทันใดนั้น เขาก็ยื่นแขนข้างหนึ่งออกมา ให้เสี่ยวไป๋บินลงไปเกาะ
เสี่ยวไป๋ได้รับสัญญาณจากโม่จิ่วเยี่ย มันย่อมจะให้ความร่วมมือ
อย่างเต็มที่
ตามด้วยเสียงร้องผ่านกลางอากาศที่ไม่ดังมากนัก ร่างสีขาวดุจ
หิมะก็ลงเกาะอย่างมั่นคงบนแขนข้างนั้น
ปรมาจารย์ซือเหมิงเตรียมจะยื่นมือออกมาลูบขนสีขาวราวกับ
หิมะของมัน แต่ตอนนั้นเองที่เสี่ยวไป๋กลับพองขนขู่ใส่
ส าหรับเสี่ยวไป๋ในตอนนี้ ปรมาจารย์ซือเหมิงคือคนแปลกหน้าที่
น่ากลัว
ปรมาจารย์ซือเหมิงคิดว่าในช่วงที่เสี่ยวไป๋ไม่ได้อยู่ข้างกายตน
มันคงตกใจกับอะไรบางอย่าง และไม่ได้คิดสงสัยว่ามันอาจจะเปลี่ยน
เจ้าของ
เขายื่นมือออกมาช่วยลูบขนของมันอย่างอดทน
ยามนั้นก็มีเสียงประทัดดังขึ้นจากลานเรือนหลักด้านหน้า
โม่จิ่วเยี่ยเกิดความคิดขึ้นมา เขารู้ว่าโอกาสของตนมาถึงแล้ว
การจัดการกับคนเจ้าเล่ห์เช่นนี้ เขาต้องไม่ประมาทเหมือนครั้ง
ก่อน ที่แค่เผลอนิดเดียวก็ปล่อยให้คนหนีไปได้
โม่จิ่วเยี่ยหยิบปืนยาสลบออกมาจากอกเสื้อ เล็งไปยังปรมาจารย์
ซือเหมิง
ท่ามกลางเสียงประทัดที่ดังสนั่นหวั่นไหว เขาลั่นไกปืนในจังหวะ
เดียวกัน
กระสุนยาสลบยิงเข้าไหล่ซ้ายของปรมาจารย์ซือเหมิงอย่าง
แม่นย า ขณะเดียวกัน เสี่ยวไป๋ก็กางปีกบินไปหาเจ้าของคนใหม่
ทว่าปรมาจารย์ซือเหมิงผู้นี้ช่างแตกต่างจากคนทั่วไปจริง ๆ
คนอื่นถูกยิงด้วยปืนยาสลบแล้วก็มักจะล้มลงทันที่ แต่เขากลับยัง
มีแรงมองมาทางเขาก่อนจะล้มลง
เขาไม่สงสัยในพลังของปืนยาสลบแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าส าเร็จ
แล้วจึงสั่งให้เสี่ยวไป๋บินไปยังระยะที่ปลอดภัย ส่วนเขาก็รีบวิ่งเข้าไป
ใกล้ปรมาจารย์ซือเหมิงอย่างรวดเร็วที่สุด
เขาไม่ได้รีบร้อนพาคนออกไปจากจวน แต่เข้าไปในห้องของอีก
ฝ่ายเพื่อตรวจสอบก่อน
ภายในห้องสะอาดเรียบร้อยมาก นอกจากของใช้ทั่วไปแล้วก็ไม่
มีของอย่างอื่นอีก
กระทั่งสิ่งที่อาจจะมีอย่างหนอนกู่หรือยาพิษก็ไม่มี
ยิ่งเป็นเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็ยิ่งรู้สึกแปลกประหลาด คนที่ใช้สิ่ง
เหล่านี้เพื่อรักษาชีวิตตนเอง จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่มีติดตัว
เอาไว้?
เขาไม่อยากยอมแพ้ง่าย ๆ ด้วยอาศัยประสบการณ์ โม่จิ่วเยี่ยจึง
เคาะผนังและตู้เสื้อผ้าโดยรอบ แต่ก็ยังคงไม่พบอะไรเลย