ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 363 จับโจรก็ต้องจับหัวหน้าโจรก่อน
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 363 จับโจรก็ต้องจับหัวหน้าโจรก่อน
อย่างไรก็ตาม นางรู้สึกว่าการโจมตีของคนเหล่านี้ไม่ได้
เหมือนกับชาวบ้านทั่วไป ดูเหมือนจะมีรูปแบบที่เป็นระเบียบมากกว่า
อีกทั้งสุนัขทั้งหนึ่งร้อยตัวของนางก็วิ่งมาช่วยเหลือแล้ว
โดยไม่ต้องรอค าสั่งจากพี่ชายสามี พวกมันก็จะโจมตีผู้บุกรุก
ทันใด
แม้ว่าชนเผ่าหมานอี๋จะไม่ได้เสียเปรียบอะไรภายใต้การโจมตี
ดุดันของฝูงสุนัข แต่สิ่งที่พวกเขาถืออยู่ในมือนั้นต้องเป็นดาบใหญ่
เปล่งประกายวาววับแน่
ฝูงสุนัขพยายามปกป้องบ้านเกิดอย่างสุดความสามารถ แต่ก็
หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกฝ่ายตรงข้ามฟันเข้าตัวในยามที่พวกมันหลบ
ไม่ทัน
แม้จะเป็นเช่นนั้น พวกมันก็ยังคงใช้เรี่ยวแรงสุดท้าย กัดร่างของ
ศัตรูไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาจากไปเด็ดขาด
อาจจะเป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านที่วิ่งมาช่วยพบกับสถานการณ์
รุนแรงเช่นนี้จากชนเผ่าหมานอี๋
หากไม่ใช่เพราะผู้ใหญ่บ้านจ้าวที่ยังมีสติอยู่บ้าง คอยตะโกนให้
ทุกคนเข้าโจมตีพร้อมกัน พวกเขาคงตกใจจนท าอะไรไม่ถูก
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขานึกถึงบ้านเกิดที่อาจถูกชนเผ่าหมาน
อี๋ย ่ายี ขวัญก าลังใจก็พลันเพิ่มพูนขึ้นทันควัน พวกเขาจึงถือจอบและ
ของต่าง ๆ พุ่งเข้ามาร่วมด้วย
เสียงตะโกนและฆ่าฟันดังขึ้นเป็นระลอก พี่น้องสกุลโม่และฝูง
สุนัขบุกทะลวงเข้าไปอย่างรวดเร็วดุจสายน ้าทะลักจากเขื่อนแตก
ทว่าชาวบ้านเหล่านั้นอ่อนแอกว่ามาก พวกเขามีคนบาดเจ็บ
เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
สะใภ้รองเห็นบิดาและพี่น้องของนางรวมอยู่ในกลุ่มชาวบ้านด้วย
พวกเขาล้วนเป็นนักปราชญ์ที่ไม่มีก าลังแม้แต่จะมัดไก่ แต่วันนี้
กลับหยิบจอบขึ้นมาเข้าร่วมต่อสู้เพื่อปกป้องหมู่บ้าน
เมื่อเห็นชาวบ้านล้มลง นางก็จะกังวลว่าคนถัดไปที่จะล้มอาจเป็น
บิดาหรือพี่น้องของนาง
“ท่านแม่ ไม่สู้พวกเราก็ขึ้นไปช่วยพวกเขากันเถอะเจ้าค่ะ”
ขณะก าลังพูด นางก็เผยให้เห็นปืนยาสลบในมือ เล็งไปที่ศัตรู
ตามวิธีที่ได้เรียนรู้มา
ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่สะใภ้รองใช้ปืนยาสลบ แม้ว่านางจะเข้าใจ
หลักการ แต่ยังขาดประสบการณ์ในการใช้งานจริง
นางถือปืนชี้ไปมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงแม่สามีพูดอะไร
ในที่สุดนางก็ไม่อาจกดไกปืนได้
ยามนั้นหลังเฮ่อจือหร่านสังเกตการณ์แล้ว นางก็พบเบาะแส
บางอย่าง
เหตุผลที่คนกลุ่มนี้ดูใจเย็น ก็เพราะว่ามีคนคอยสั่งการอยู่
เบื้องหลังนั่นเอง
ต าแหน่งที่นางอยู่นั้นไม่ได้สูงนัก แต่ก็สามารถมองเห็นด้านหลัง
ของชนเผ่าหมานอี๋ได้ บ่อยครั้งที่ตรงนั้นจะมีธงที่โบกสะบัดอยู่
พวกชนเผ่าหมานอี๋เหล่านี้จะเปลี่ยนรูปแบบการจัดทัพหรือ
เป้าหมายในการโจมตีตามจังหวะในการโบกธง
ผู้ที่ถือธงก็คือคนบัญชาการกองก าลังนี้
ในสถานการณ์เช่นนี้ การจะท าลายวิธีการนั้นง่ายมาก อยากจับ
โจรก็ต้องจับหัวหน้าโจรก่อน
หากเป็นเมื่อก่อน เฮ่อจือหร่านอาจเลือกใช้เกาทัณฑ์แขนเสื้อใน
การจัดการ
แต่นางเพิ่งประเมินระยะห่างด้วยสายตา เหมือนว่าจะเกินระยะยิง
ของเกาทัณฑ์แขนเสื้อ
นางจ าเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้อาวุธที่มีระยะการยิงที่ไกลกว่า
คิดได้ดังนั้น จิตส านึกของเฮ่อจือหร่านก็เข้าสู่พื้นที่มิติอย่าง
รวดเร็ว และซื้อธนูหนักที่มีระยะยิงไกลกว่าจากแอปเถาเป่า
ธนูชนิดนี้ไม่สะดวกพกพาเท่ากับเกาทัณฑ์แขนเสื้อ แต่ได้เปรียบ
ตรงที่มีระยะการยิงไกลและมีน ้าหนักมาก
เฮ่อจือหร่านมั่นใจว่าหากนางสามารถหาต าแหน่งของผู้
บัญชาการได้อย่างแม่นย า นางจะสังหารเขาได้ด้วยการยิงเพียงครั้ง
เดียว
นางส ารวจรอบ ๆ และพบว่ามีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ไม่ไกลนัก
เฮ่อจือหร่านค่อย ๆ ปีนขึ้นไปอย่างระมัดระวัง ต าแหน่งนี้
เหมาะสมมาก สามารถมองเห็นศีรษะของผู้น าคนนั้นได้อย่างชัดเจน
ส าหรับนางแล้ว เพียงเท่านี้ก็เพียงพอ
เฮ่อจือหร่านยกธนูหนักขึ้น เล็งไปที่หว่างคิ้วของชายผู้นั้น
จากนั้นก็มีเสียงดัง ฟิ้ว! ลูกธนูพุ่งออกไปดั่งดาวตก ชั่วพริบตาก็
จมหายเข้าไปในหว่างคิ้วของชายผู้นั้น ธงเล็ก ๆ ที่เพิ่งโบกสะบัดไม่
หยุดหายวับไปจากสายตาของนาง
แน่นอนว่าหลังจากธงหายไป พวกชนเผ่าหมานอี๋ก็เสียขบวน
แม้จะเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็ไม่คิดจะถอยหลัง ยังคงโจมตีไปทาง
พี่น้องสกุลโม่ต่อไป
พี่น้องสกุลโม่ก็สังเกตเห็นความผิดปกติของพวกชนเผ่าหมานอี๋
เช่นกัน จังหวะในการโจมตีของพวกเขารุกไล่มากขึ้น
พวกเขาไม่มีเวลาคิดอะไรมาก หวังเพียงว่าด้วยก าลังของพวก
เขาสองคน จะสามารถก าจัดชนเผ่าหมานอี๋เหล่านี้ให้หมดสิ้นไปได้
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ศัตรูก็มีจ านวนมากกว่า แม้ว่าพี่น้องสกุลโม่จะ
กล้าหาญเพียงใด การฆ่าศัตรูทีละคนก็ต้องใช้เวลา
อีกทั้งพวกเขายังไม่สามารถดูแลคนอื่น ๆ ได้อีกด้วย
แม้ว่าการโจมตีจากทางฝั่งชาวบ้านจะท าส าเร็จบ้าง แต่การ
บาดเจ็บของอีกฝ่ายก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
เฮ่อจือหร่านคิดไว้ว่า เมื่อชนเผ่าหมานอี๋สูญเสียผู้น าไป พวกเขา
จะหนีไปเอง
ใครจะรู้ว่า พวกเขากลับไม่มีทีท่าว่าจะจากไปเลยแม้แต่น้อย
นางเพิ่งยืนอยู่บนก้อนหิน สังเกตชนเผ่าหมานอี๋เหล่านั้น พบว่า
คนพวกนี้ต่างก็ผอมแห้งเหมือนไม้เสียบ คงจะหิวโหยไม่น้อย
เฮ่อจือหร่านคาดเดาจิตใจของคนเหล่านี้
สิ่งที่พวกเขาคิดน่าจะเป็น ‘หากกลับไปก็ต้องอดตาย สู้ตัดสิน
เสี่ยงดวงที่นี่อีกสักครั้งดีกว่า’
กล่าวคือ การที่พวกเขาข้ามภูเขาล าเนาไพรมาที่นี่มากมาย
เช่นนี้ ก็เพื่อหาอาหารกินเท่านั้นเอง
น่าเสียดายที่พวกเขาใช้วิธีผิด ผู้คนที่น่าสงสารในใต้หล้านี้มี
มากมายนับไม่ถ้วน การใช้วิธีรุนแรงเช่นนี้เพื่อหาเลี้ยงชีพ ไม่ควรค่า
แก่การเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อย
เฮ่อจือหร่านก็ไม่ใช่คนใจบุญที่ไม่เห็นแก่ตัว ยามนี้นางเพียงหวัง
ว่าคนในครอบครัวของตนจะไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่มีการต่อสู้ ตอนนี้มันเป็นอาณา
เขตของสกุลโม่ นางไม่อนุญาตให้คนนอกมาย ่ายีเด็ดขาด
ดูเหมือนว่านางคงไม่อาจหลีกเลี่ยงการปรากฏตัวได้แล้ว
บังเอิญว่าช่วงนี้ยามว่างนางมักใช้พิษจากกบเจ็ดสี ท ายาสลบไว้
มากมาย
ยาสลบชนิดนี้เมื่อเทียบกับยาสลบที่ท าจากงูสามเหลี่ยมแล้ว
ฤทธิ์ยาจะอ่อนกว่าเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอจะจัดการกับพวกคนเหล่านี้
ได้
ตอนนี้นางคิดว่าการซ่อนตัวต่อไปคงท าไม่ได้แล้ว
เฮ่อจือหร่านลงมาจากก้อนหินใหญ่ แล้วสาวเท้าไปยังจุดที่มีการ
ต่อสู้กัน
พี่เจ็ดก าลังต่อสู้กับชนเผ่าหมานอี๋อยู่ในต าแหน่งที่ใกล้กว่า
เล็กน้อย เฮ่อจือหร่านทั้งเดินทั้งร้องตะโกน
“พี่เจ็ด…พี่เจ็ด…”
เมื่อได้ยินเสียงของน้องสะใภ้เก้า พี่เจ็ดก็ต่อสู้อีกสองสามกระบวน
ท่าแล้วถอยหลังกลับมา
ขณะเดียวกัน บรรดาสตรีสกุลโม่ก็สังเกตเห็นนาง
“น้องสะใภ้เก้า เจ้าอย่าเข้ามา ที่นี่อันตราย” พี่สะใภ้สามตะโกน
บอก
นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ท าไมคนที่ควรจะเข้าไปในเมืองถึง
ยังมาปรากฏตัวที่นี่
อย่างไรก็ตาม สิ่งแรกที่พี่สะใภ้สามคิดคือต้องไม่ให้น้องสะใภ้เก้า
ตกอยู่ในอันตราย
ฮูหยินผู้เฒ่าก็เช่นกัน นางเห็นสะใภ้เก้าที่ไม่ยอมเชื่อฟังคนนี้แล้ว
ในใจของนางรู้ดีกว่าใครว่าสะใภ้เก้าเป็นคนที่มีความคิดเป็นของ
ตัวเอง เมื่อนางมาปรากฏตัวที่นี่ตอนนี้ ก็เกรงว่าจะไม่ฟังค าพูดของ
ใครทั้งนั้น
ดังนั้น นางจึงสะกดค าต าหนิที่อยากจะพูดเอาไว้
เฮ่อจือหร่านไม่มีเวลาอธิบายอะไรมากมาย ขณะเข้าไปใกล้พี่
เจ็ด นางก็รีบยัดห่อยาสลบหลายห่อใส่มือของเขา “พี่เจ็ด ท่านต้อง
ใช้มันนะเจ้าคะ”
พี่เจ็ดบีบสิ่งที่อยู่ในมือเบา ๆ ทันใดนั้นเขาก็รู้ว่ามันคืออะไร
ตอนที่พี่ห้า พี่หกและน้องเก้าไปเมืองหลวง น้องสะใภ้เก้าก็เตรียม
ห่อกระดาษเล็ก ๆ แบบนี้ให้พวกเขา ได้ยินว่าของข้างในเป็นยาสลบ
ชนิดหนึ่ง เตรียมไว้ให้พวกเขาใช้ในยามฉุกเฉิน
พี่เจ็ดพยักหน้าให้เฮ่อจือหร่าน เพื่อไม่ให้คนชนเผ่าหมานอี๋ท า
ร้ายนาง เขาจึงตั้งใจปล่อยท่าไม้ตายออกมาสองสามกระบวนท่า เพื่อ
โจมตีคนหมานอี๋ที่เข้ามาหาตัวเองให้กลับไป
เฮ่อจือหร่านกลับไปที่ก้อนหินใหญ่อีกครั้ง ปล่อยข้าวปั้นน้อยที่
ก าลังหลับสนิทอยู่ในพื้นที่มิติออกมา
“ข้าวปั้นน้อย ถึงเวลาที่เจ้าต้องออกแรงแล้ว”
สถานการณ์เร่งด่วน นางไม่ได้มีความอดทนเหมือนเช่นที่ผ่าน
มา พูดเข้าประเด็นทันที่
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….