ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 362 ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี
สตรีทั้งหมดต่างถือปืนยาสลบไว้ในมือ พร้อมจะเข้าร่วมการต่อสู้
เพื่อปกป้องบ้านเกิด
เฮ่อจือหร่านถูกพี่สะใภ้แปดพยุงออกมานอกประตูใหญ่อย่างจน
ใจ
สิ่งแรกที่เห็น คือชาวบ้านทั้งหมดถือจอบและสิ่งของต่าง ๆ วิ่งไป
ทางเชิงเขา
ดูจากสิ่งนี้แล้วก็บอกได้ว่า พี่ชายสามีทั้งสองคนและฝูงสุนัข
ก าลังเฝ้าดูอยู่ที่นั่น พวกชนเผ่าหมานอี๋ที่บุกรุกเข้ามายังไม่สามารถ
บุกเข้าหมู่บ้านได้
ในขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกว่าเสียงเห่าของสุนัขเหล่านั้นน้อยลง
เรื่อย ๆ แต่เสียงตะโกนฆ่าฟันกลับดังไม่ขาดหู
เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านหยุดฝีเท้า พี่สะใภ้แปดก็เร่งเร้าว่า “น้องสะใภ้
เก้า พวกเราต้องรีบไปแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปส่งในเมืองให้ปลอดภัยก่อน
แล้วข้าก็จะกลับมาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทุกคน”
“พี่สะใภ้แปด ท่านเคยคิดหรือไม่ว่า ถ้าพวกเราไปหลบในเมือง
แบบนี้ พอกลับมาอีกที่ ก็อาจไม่ได้ร่วมต่อสู้แล้ว?”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าปกติแล้วพี่สะใภ้แปดไม่ได้เป็นคนมีความคิด
อ่านมากมายขนาดนั้น นางจึงตั้งใจค่อย ๆ พูดชี้แนะสักหน่อย
แล้วก็เป็นไปตามคาด เมื่อพี่สะใภ้แปดได้ฟังค าพูดของนางก็ยิ่ง
ไม่อยากจากไป แต่เพราะค าพูดของแม่สามี นางจ าเป็นต้องเชื่อฟัง
“ข้าจะพาเจ้าไปส่งในเมืองอย่างปลอดภัย แล้วข้าก็จะวิ่งกลับมา”
“ร่างกายข้าทั้งหนักทั้งเดินช้า ซ ้าพวกเราไม่รู้วิธีขับรถม้า พี่สะใภ้
แปดกลับไปกลับมาเช่นนี้ ข้าเกรงว่าจะใช้เวลาทั้งวัน”
เฮ่อจือหร่านรู้วิธีขับรถม้า แต่นางเดาว่าพี่สะใภ้แปดคงไม่รู้เรื่องนี้
จึงตั้งใจใช้มันมาท าให้อีกฝ่ายล าบากใจ
“แล้วพวกเราจะท าอย่างไรดีเล่า?” พี่สะใภ้แปดรู้สึกล าบากใจจริง
ๆ นางคงไม่สามารถปล่อยให้น้องสะใภ้เก้าที่ท้องโตเข้าไปเมืองคน
เดียวได้
เฮ่อจือหร่านเห็นว่าพี่สะใภ้แปดเริ่มเข้าใจแล้ว จึงกล่าวอย่าง
จริงจัง “ข้ารู้ว่าท่านเองก็คิดถึงพี่แปด ท่านดูสิ ถึงท้องข้าจะใหญ่ขึ้น
บ้างแล้ว แต่ก็ยังเคลื่อนไหวคล่องแคล่วมาก หากข้าไปที่เมืองคนเดียว
คงไม่มีปัญหาหรอกเจ้าค่ะ”
พี่สะใภ้แปดลังเลใจ
นางต้องการจะอยู่ต่อสู้กับชนเผ่าหมานอี๋ร่วมกับสามี ไม่ว่าเป็น
ตายอย่างไร ชาตินี้ก็ไม่อยากแยกจากสามีอีกแล้ว แม้จะตายแต่พวก
นางสามีภรรยาก็จะตายไปด้วยกัน คอยดูแลกันระหว่างทางไปปรโลก
พี่สะใภ้แปดลูบปืนยาสลบในอ้อมอกโดยไม่รู้ตัว นางไม่ได้พูด
อะไรออกมา แต่เฮ่อจือหร่านก็รู้ความคิดของนางหมดแล้ว
“พี่สะใภ้แปด ท่านฟังข้าเถอะ เรื่องตอนนี้เร่งด่วนมาก คนมากก็มี
ก าลังมาก ยิ่งในมือของท่านยังมีอาวุธร้ายกาจขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ใช้มัน
ก็น่าเสียดายนัก”
พี่สะใภ้แปดหวั่นไหวแล้ว แต่นางยังไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาด
นางหยิบปืนยาสลบออกมาจากอกเสื้อแล้วส่งให้เฮ่อจือหร่าน
“น้องสะใภ้เก้า เจ้าถือสิ่งนี้ไว้ ใช้ป้องกันตัวระหว่างทาง ส่วนข้าใช้
จอบเหมือนชาวบ้านคนอื่นก็พอแล้ว”
พี่สะใภ้แปดไม่รู้ว่าเฮ่อจือหร่านมีอาวุธนี้ติดตัวอยู่หรือไม่ เมื่อครู่
ตอนเรียกนางออกมา น้องสะใภ้เก้าเหมือนเพิ่งจะตื่น คิดว่านางคง
ไม่ได้น าอาวุธติดตัวออกมาทัน
การปล่อยให้นางเดินทางเข้าเมืองคนเดียวก็เป็นการขัดค าสั่ง
ของแม่สามีอยู่แล้ว หากปล่อยให้หญิงท้องออกเดินทางคนเดียวโดย
ไม่มีอะไรติดตัวไว้ป้องกันเลย นางคงจะรู้สึกไม่สบายใจยิ่งกว่าเดิม
แต่ในพื้นที่มิติของเฮ่อจือหร่านมีปืนยาสลบกี่กระบอกกันเล่า?
นางตั้งใจจะปฏิเสธ แต่ก็กังวลว่าหากปฏิเสธไป พี่สะใภ้แปดอาจ
เปลี่ยนใจ ซึ่งจะท าให้นางเสียโอกาส
ดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงยื่นมือออกไปรับปืนยาสลบมา
“พี่สะใภ้แปดวางใจได้ ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี”
เมื่อพี่สะใภ้แปดเห็นนางรับอาวุธแล้ว ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง
“น้องสะใภ้เก้า เสียงตะโกนใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้ว ไม่ควรรอช้าอีก
เจ้ารีบไปหาใต้เท้าเมิ่งเถอะ”
“ได้ พี่สะใภ้แปด ท่านระวังตัวด้วยนะ”
เฮ่อจือหร่านหันหลัง แกล้งท าเป็นเดินมุ่งหน้าไปที่เมือง
พอหันกลับมาอีกครั้ง ก็เห็นว่าพี่สะใภ้แปดวิ่งหายไปแล้ว
ชาวบ้านที่เข้าร่วมต่อสู้ก็วิ่งไปทางเชิงเขากันหมด
เฮ่อจือหร่านตัดสินใจเด็ดขาด เดินกลับไปทางเดิม
อย่างไรก็ตาม นางเลือกที่จะหลบซ่อนตัว หากถูกคนในบ้านพบ
เจอเข้า คงก็จะน าความยุ่งยากมาให้อีก
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะก าลังตั้งครรภ์ แต่ด้วยนิสัยไม่ชอบงอมืองอ
เท้า จึงมักออกก าลังกายเป็นประจ าตอนโม่จิ่วเยี่ยไม่อยู่ ดังนั้น แม้ว่า
นางจะท้องโต แต่การเคลื่อนไหวก็ไม่ได้ดูเชื่องช้าแต่อย่างใด
นางตั้งใจไม่เดินบนถนนในหมู่บ้าน แต่เลือกจะเดินตามเสียงไป
ตามบริเวณริมทุ่งนาที่แทบไม่มีผู้คน
เสียงตะโกนและเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
รวมถึงเสียงอาวุธที่กระทบกัน
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าตนเองอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ต่อสู้แล้ว นางไม่
บุ่มบ่ามกระโดดเข้าไป แต่ฟังเสียงเหล่านั้นอย่างละเอียด และใช้มัน
ตัดสินว่าสถานการณ์การต่อสู้เป็นอย่างไรบ้าง
โม่จิ่วเยี่ยเคยกล่าวไว้ว่า การพูดของชนเผ่าหมานอี๋นั้นมีส าเนียง
คล้ายกับชาวบ้านซีเป่ย แต่ก็มีความแตกต่างชัดเจนอยู่อย่างหนึ่ง
ชนเผ่าหมานอี๋จะใช้ค าว่า ‘ข้า(อั่น)’ เป็นสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ เฮ่อจือหร่านจึงสามารถใช้ค าพูดนี้เพื่อยืนยันได้ว่า
เป็นคนฝ่ายไหนก าลังพูด
นางลองส ารวจและเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ เสียงที่ดังมาก็
ดังใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
“บุกเข้าไป! ฆ่าพวกไม่กลัวตายพวกนี้ให้หมด ถึงเวลานั้น ทุก
อย่างในหมู่บ้านนี้ก็จะกลายเป็นของพวกเรา”
“พวกเจ้าอย่าฝันเลย!” เป็นเสียงพี่แปด
เฮ่อจือหร่านสามารถได้ยินว่าเสียงของพี่แปดแหบพร่าเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าความรู้สึกเขาไม่ได้สงบนิ่งเท่าไหร่
และฟังจากเสียงตะโกน เฮ่อจือหร่านยันได้ว่าจ านวนคนทั้งหมด
คงมีอย่างน้อยห้าร้อยกว่าคนขึ้นไป
ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านซีหลิ่งรวมกันก็มีมากกว่าร้อยคน เห็นได้
ชัดว่าชนเผ่าหมานอี๋ลงมือจริง ๆ แล้ว
เพียงแต่ตอนนี้นางมองไม่เห็นลักษณะของชนเผ่าหมานอี๋ จึงไม่รู้
ว่าพวกเขาเป็นกลุ่มชาวบ้านธรรมดาที่รวมตัวกันหรือเป็นคนจาก
กองทัพของทางการ
ต่อมา นางได้ยินเสียงของพี่สะใภ้รองพูดว่า
“ท่านแม่ อาวุธของพวกเราร้ายกาจขนาดนี้ ไม่สู้เอาออกมาใช้
เลยหรือเจ้าคะ?”
เสียงของพี่สะใภ้รองดังมาก เฮ่อจือหร่านได้ยินชัดเจน
ส่วนฮูหยินผู้เฒ่านั้นสงบและสุขุม เวลาพูดจึงไม่เคยเสียงดัง แต่
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ยินว่านางตอบสนองอย่างไร
อย่างไรก็ตาม เสียงปืนยาสลบก็ยังไม่ได้ดังขึ้น นางจึงสรุปได้ว่า
แม่สามีคงจะห้ามพี่สะใภ้รองเอาไว้
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์การต่อสู้คงไม่ได้รุนแรงนัก
ไม่อย่างนั้นฮูหยินผู้เฒ่าคงไม่ห้ามทุกคนใช้ปืนยาสลบ
การที่ฮูหยินผู้เฒ่าท าเช่นนี้ก็เพราะค านึงถึงทุกอย่างอย่าง
รอบคอบแล้ว อย่างไรปืนยาสลบก็เป็นอาวุธที่ร้ายแรงเกินไป หาก
ไม่ใช่กรณีที่ชีวิตตกอยู่ในอันตราย นางก็คงไม่อยากน าความยุ่งยาก
มาสู่ครอบครัว
ในเมื่อสถานการณ์การต่อสู้ไม่ได้ตึงเครียดอย่างที่คิด เฮ่อจือห
ร่านจึงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีก นางตั้งใจจะแอบสังเกตการณ์
ขอเพียงไม่ถูกคนในบ้านพบเห็นก็พอ
นางเดินเข้าไปอีกระยะหนึ่ง แล้วซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่
บริเวณนี้ดีมาก สามารถมองเห็นการต่อสู้ข้างหน้าได้อย่าง
ชัดเจน
พี่แปดกล้าหาญที่สุด เขาฟาดฟันดาบใหญ่ของหัวหน้า
เจ้าหน้าที่ อาจกล่าวได้ว่าเขาไล่ฟันไปทีละคน
พี่เจ็ดก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน เขาเห็นสตรีในบ้านวิ่งมาแล้ว เพื่อ
ไม่ให้พวกนางต้องแปดเปื้อนเลือด จึงต่อสู้สุดก าลัง ท่าทางของเขา
ไม่ได้ด้อยไปกว่าโม่ชูหานเลย
แม้ว่าสตรีสกุลโม่จะไม่ได้ออกไปต่อสู้กับศัตรูเหมือนพี่ชายสามี
ทั้งสองคน แต่ทุกคนก็พร้อมรับมือภายใต้การน าของฮูหยินผู้เฒ่า ปืน
ยาสลบที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อพร้อมโจมตีทุกเมื่อ
เมื่อครู่เฮ่อจือหร่านยังไม่ได้เห็นสถานที่ต่อสู้ แต่นางก็ประเมิน
จ านวนคนของชนเผ่าหมานอี๋ไว้แล้ว
ในความคิดของนาง กองก าลังที่มีจ านวนเท่านี้ไม่น่าจะเป็น
ชาวบ้านธรรมดา
แต่สิ่งที่นางได้เห็นกับตาตัวเอง กลับเป็นภาพอีกอย่าง
พวกชนเผ่าหมานอี๋เหล่านี้ไมได้แต่งกายเป็นแบบเดียวกัน และดู ไมต่างอะไรกับชาวบ้านทั่วไป