ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 39 ทุบตีพี่น้องตระกูลเหอ
ฝั่งพี่สะใภ้กำลังเตรียมวัตถุดิบ เฮ่อจือหร่านก็ไปยังลานด้านหลัง
ตำมคำบอกของเสี่ยวเอ้อร์เพื่อมองหาฟืน
บังเอิญผ่านหน้ำเพิงพักซึ่งตระกูลเหอและตระกูลหลี่อยู่พอดี
ถึงจะเรียกว่าเพิงพักมุงหญ้ำ แต่ในสายตำของเฮ่อจือหร่าน ที่นี่
ควรจะเป็นคอกสัตว์เลี้ยงมากกว่า
นางคำดว่าวันนี้โรงเตี๊ยมคงไม่มีแขกที่พำม้ำมาด้วย เพิงพักนี้จึง
ยังว่าง
เป็นเรื่องน่ำประหลาดใจที่บรรดำเจ้ำหน้ำที่คิดให้พวกเขำมาค้ำง
คืนตรงนี้
เพิงพักมุงหญ้ำมีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ เสาใหญ่หลายต้นค้ำยัน
และมุงหลังคำด้วยฟำงข้าว
ถ้ำมองผิวเผินก็ดีกว่าการต้องนอนกลางแจ้งเหมือนคืนก่อนมาก
แต่ถึงจะอยู่ห่ำง ๆ นางยังได้กลิ่นเหม็นอับจากเพิงพัก คนที่นอนที่
นั่นคงต้องอุดจมูกเอาไว้จึงหลับลงได้
ตอนนี้ ตระกูลหลี่และตระกูลเหอกำลังทะเลาะกันเพื่อแย่งพื้นที่
พวกเขำต่ำงอยากนอนด้านในสุด จนโต้เถียงกันหน้ำแดง
เฮ่อจือหร่านเลือกเมินเฉย เดินตรงไปที่ลานด้านหลังทันที่
แต่นางที่ไม่คิดหาเรื่อง แต่เรื่องกลับมาหาเสียเอง
พี่น้องชายตระกูลเหอลากเกวียนไม้มาทั้งวัน พอรู้จากหลี่โหรว
เอ๋อร์ว่าความคิดนี้เป็นของเฮ่อจือหร่าน พวกเขำก็แค้นใจนางอยู่แล้ว
ตอนนี้เมื่อเห็นนางเดินมาคนเดียว ก็เกิดความคิดอยากระบำย
อารมณ์ใส่ทันที่
หลังเห็นนางเดินจากไปไกลแล้ว ทั้งสองไม่สนใจทะเลาะกับ
ตระกูลหลี่ต่อ รีบวิ่งตำมเฮ่อจือหร่านไปด้วยน้ำเสียงเจ้ำชู้
“นังสารเลวตัวน้อย เป็นเพราะเจ้ำที่ทำให้พวกเราสองพี่น้องต้อง
เหนื่อยลากเกวียนทั้งวัน หากวันนี้ไม่ได้ลิ้มรสหวานจากตัวเจ้ำ พวก
เราคงนอนไม่หลับ”
เฮ่อจือหร่านเป็นคนระวังตัวอยู่เสมอ เมื่อสักครู่ที่เดินผ่านเพิงพัก
มุงหญ้ำ นางก็สังเกตเห็นแล้วว่าสองพี่น้องนี้มีท่ำทีไม่ชอบมาพำกล
จึงได้ระวังตัวไว้ก่อนแล้ว!
เมื่อได้ยินคำพูดหยาบโลนดังมาจากด้านหลัง นางก็หยุดฝีเท้ำ
แล้วหันกลับไป จ้องมองทั้งสองคนนิ่ง ๆ
เหอหมิงกับเหอเลี่ยงเคยทำเรื่องกลั่นแกล้งบุรุษและข่มเหงสตรีอยู่
บ่อย ๆ เมื่อตอนอยู่ในเมืองหลวง เรื่องที่คิดจะทำต่อไปนี้ถือว่าเป็น
เรื่องง่ำยดำยสาหรับพวกเขำ
หลังเห็นเฮ่อจือหร่านหยุดเดิน เหอหมิงก็ยิ้มเจ้ำเล่ห์เดินเข้ามา
พร้อมกับยื่นมือน่ำรังเกียจมาหา
“ให้พี่ชายจับเจ้ำหน่อยสิ”
เฮ่อจือหร่านหลบมือสกปรกของเหอหมิงพร้อมย่อตัวลง ก่อน
ต่อยหมัดเข้าที่ท้องน้อยของเขำอย่ำงแรง
ขณะเหอหมิงกำลังเจ็บปวด นางก็ลุกขึ้น แล้วเตะขำเขำ
เหอหมิงเสียหลักล้มไปข้างหน้ำ
เฮ่อจือหร่านฉวยโอกำสนี้ โจมตีเหอหมิงอีกครั้ง
กระบวนท่ำของนางเป็นไปอย่ำงต่อเนื่องราวกับลมโหมพัด ไม่
เปิดโอกำสให้เหอหมิงได้โต้กลับ
เหอเลี่ยงเห็นท่ำไม่ดีจึงวิ่งเข้ามาช่วย แต่เหอหมิงก็ถูกต่อยตีจน
ลุกไม่ขึ้นแล้ว
เมื่อเห็นว่าการโจมตีของเหอเลี่ยงกำลังมา เฮ่อจือหร่านก็ไม่ลังเล
ใช้ท่ำต่อสู้ง่ำย ๆ ไม่กี่ท่ำก็สามารถจัดการเขำได้
ถึงแม้จะต่อยตีจนสองพี่น้องลุกไม่ขึ้น แต่เฮ่อจือหร่านก็ยังมีสติ
อยู่
ถึงอย่ำงไรพรุ่งนี้พวกเขำสองคนก็ยังต้องลากเกวียนไม้ต่อ หาก
แขนขำหักขึ้นมาก็คงออกแรงไม่ได้แล้ว
“ครั้งนี้จะเป็นการเตือนพวกเจ้ำ ถ้ำกล้ำมายุ่งกับข้าอีก จะไม่ใช่
แค่ปล่อยให้พวกแกเจ็บตัวเล็กน้อยอย่ำงวันนี้แน่นอน”
เฮ่อจือหร่านพูดจบก็ไม่สนใจสายตำเคียดแค้นของสองพี่น้อง
ปัดฝุ่นบนตัวอย่ำงไม่แยแสแล้วเดินจากไปอย่ำงสง่ำผ่ำเผย…
ส่วนพวกเขำจะวิ่งไปฟ้องเจ้ำหน้ำที่หรือไม่ เฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้
สนใจเช่นกัน
เพราะอย่ำงไรก็ไม่มีใครเห็นนางลงมือ ผู้หญิงอ่อนแออย่ำงนางจะ
สามารถปราบบุรุษแข็งแรงสองคนลงได้อย่ำงไร ผู้ใดจะเชื่อกัน?
เฮ่อจือหร่านหอบฟืนกองหนึ่งกลับไปที่ห้องครัว
พี่สะใภ้ทั้งสองจัดการเตรียมวัตถุดิบเสร็จแล้ว กำลังรอให้นาง
กลับมาลงมือทำอาหาร
เฮ่อจือหร่านทำอาหารง่ำย ๆ สี่อย่ำง น้ำแกงหนึ่งอย่ำง และข้าว
หุงหม้อใหญ่
หมูตุ๋นถั่วฝักยาว ยาแตงกวา ผักกำดขำวผัดน้ำส้มสายชู ไข่ผัด
ต้นหอม และน้ำแกงปลาไนสีขำวนวล
ฝีมือการทำอาหารของเฮ่อจือหร่านเป็นแค่ระดับทั่วไป โชคดีที่
นางรู้จักสูตรอาหารหลากหลาย และมีเครื่องปรุงต่ำง ๆ คอยช่วยเหลือ
อาหารที่นางทำออกมาจึงเต็มไปด้วยรสชำติดึงดูดใจผู้คน
เจ้ำหน้ำที่หลายคนวิ่งมาเกำะหน้ำประตูครัวเพื่อแอบมอง เมื่อเห็น
ว่าอาหารทำและจัดใส่จำนเรียบร้อยหมดแล้ว ก็มีคนรีบวิ่งไปรายงำน
เผิงวั่งทันที่
ครั้งนี้เฮ่อจือหร่านไม่ได้ทำเหมือนตอนแบ่งปลาย่ำง นางให้
พี่สะใภ้ช่วยยกอาหารไปให้เจ้ำหน้ำที่ก่อน
ส่วนที่เหลือก็นาไปยังห้องของฮูหยินผู้เฒ่ำ ทุกคนมารวมตัวกัน
เพื่อทำนอาหาร
ส่วนตระกูลเซี่ยและตระกูลฟำง ไม่ควรให้ความช่วยเหลือมาก
เกินไป เพราะจะทำให้พวกเขำไม่รู้จักซำบซึ้งและพอใจ แม้พวกนาง
จะช่วยเหลือ แต่ก็ควรทำทีละขั้นตอน
ดังนั้น อาหารที่แบ่งให้ตระกูลฟำงกับตระกูลเซี่ยจึงมีจำนวนน้อย
กว่าเล็กน้อย โดยมีวัตถุประสงค์ว่าเป็นการดูแลผู้อาวุโสและเด็ก ๆ
แม้จะเป็นเช่นนั้น พวกเขำก็รู้สึกซึ้งใจต่อสกุลโม่เป็นอย่ำงมาก
แล้ว
ในช่วงเวลายากลาบำกเช่นนี้ การที่ใครสักคนแบ่งปันอาหารอัน
โอชะให้พวกเขำ ถือเป็นบุญคุณอันใหญ่หลวงแล้ว
ส่วนความแค้นต่อโม่จิ่วเยี่ยเหมือนจะถูกลืมเลือนไปหมด
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่ได้แกล้งหมดสติอีกต่อไป แต่เขำก็ยังต้องแสดง
ท่ำทำงอ่อนแอและเคลื่อนไหวลาบำกต่อหน้ำคนอื่น
เฮ่อจือหร่านจึงนาอาหารมาส่งยังห้องส่วนตัวของพวกเขำทั้งสอง
โดยเฉพำะ
เมื่อเห็นอาหารน่ำทำนและมีกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ บรรดำสตรี
ในสกุลโม่ต่ำงตื้นตันใจจนแทบจะร้องไห้
โม่หานเยี่ยกุมมือของเฮ่อจือหร่านแน่น
“พี่สะใภ้เก้ำ อาหารพวกนี้ท่านทำเองทั้งหมดเลยหรือ”
เฮ่อจือหร่านยังไม่ทันได้ตอบ พี่สะใภ้ใหญ่ก็พูดขึ้นอย่ำง
ภำคภูมิใจว่า “อาหารพวกนี้ล้วนมาจากฝีมือของพี่สะใภ้เก้ำเจ้ำทั้งนั้น
แค่มองน้ำลายก็หยดแล้วใช่หรือไม่”
โม่หานเยี่ยพยักหน้ำหงึกหงัก ดวงตากลมโตเป็นประกำยเปี่ยม
ไปด้วยความชื่นชม
“พี่สะใภ้เก้ำของข้าเก่งที่สุด ไม่เพียงรู้วิชำแพทย์ กระทั่ง
เผชิญหน้ำกับพวกเจ้ำหน้ำที่ก็ไม่หวั่นเกรง ฝีมือการทำอาหารยังยอด
เยี่ยมเช่นนี้อีก”
ระหว่างที่พูด โม่หานเยี่ยก็เอนศีรษะพิงไหล่เฮ่อจือหร่านแล้ว
“พี่สะใภ้เก้ำ ต่อไปนี้ข้าจะติดตำมท่านเพื่อเรียนรู้ทักษะเหล่านี้
ทั้งหมดให้ได้เลย”
เฮ่อจือหร่านมองน้องสาวตัวน้อยที่มีใบหน้ำไร้เดียงสา พลางลูบ
ศีรษะยุ่งเหยิงของนาง
“ได้ หากหานเยี่ยอยากเรียน พี่สะใภ้เก้ำจะสอนเจ้ำเอง”
โม่จิ่วเยี่ยทำนอาหารอยู่ในห้องของตัวเอง
ความรู้สึกแรกของเขำคืออาหารเหล่านี้ต้องเป็นฝีมือเฮ่อจือห
ร่านแน่นอน
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ในบ้ำนไม่มีทักษะเช่นนี้
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรู้สึกว่าตนกำลังโชคดีอยู่หรือไม่ มุมปำกโม่จิ่ว
เยี่ยพลันโค้งขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ฮูหยินผู้เฒ่ำสั่งให้ทุกคนหยิบตะเกียบ
พวกนางรู้สึกว่าอาหารในวันนี้อร่อยเป็นพิเศษ อาจเพราะไม่ได้
ทำนอะไรดี ๆ มาสองวันแล้ว
อาหารสี่จำนน้ำแกงหนึ่งอย่ำงตักจนเต็มภำชนะ ถูกพวกนางทำน
กันจนแทบไม่เหลือ
ฝ่ำยเจ้ำหน้ำที่ล้วนไม่ต่ำงกัน พวกเขำรู้สึกว่าอาหารที่เฮ่อจือห
ร่านทำนั้นอร่อยยิ่งกว่าร้ำนอาหารในเมืองหลวงเสียอีก
โดยเฉพำะหมูตุ๋นถั่วฝักยาว มีไขมันแต่ไม่เลี่ยน ทำให้คนกินรู้สึก
ติดใจ
ขณะเหล่ำเจ้ำหน้ำที่กำลังแย่งตักอาหารใส่ชำมของตัวเอง เหอห
มิงกับเหอเลี่ยงก็พยุงเดินเข้ามา
ผู้มาใหม่คุกเข่ำลงต่อหน้ำเจ้ำหน้ำที่ทันที่
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ ได้โปรดให้ความเป็นธรรมแก่พวกข้าพี่น้องด้วย
เถอะ!”
เผิงวั่งเห็นพวกเขำเข้ามา สีหน้ำก็มืดครึ้มทันที่
“เกิดอะไรขึ้น?”
เหอหมิงรีบเดินไปข้างหน้ำ “ท่านเจ้ำหน้ำที่ เฮ่อจือหร่านอาศัย
การที่ท่านปกป้องนาง ทำร้ำยพวกเราจนเป็นแบบนี้”
พูดพลางเขำก็เปิดเสื้อ เผยให้เห็นรอยช้ำเขียวม่วงบนหน้ำท้อง
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ ท่านดูสิ ตรงนี้คือสิ่งที่เฮ่อจือหร่านทุบตีพวกข้า
ยังมีตรงนี้ด้วย” เหอหมิงเลิกเสื้อด้านหลังต่อ
เหอเลี่ยงก็เดินเข้ามา ให้เจ้ำหน้ำที่ตรวจดูรอยช้ำเขียวบน
ร่างกายของตัวเอง
เหล่ำเจ้ำหน้ำที่มองหน้ำกัน แน่นอนว่าพวกเขำไม่เชื่อคำพูดของ
ทั้งสองคน
การควบคุมนักโทษถูกเนรเทศมีกฎระเบียบ ห้ำมนักโทษทะเลาะ
วิวาทกันเด็ดขำด
แน่นอนว่าจะห้ำมจริงหรือไม่ ก็ต้องดูอารมณ์ของพวกเจ้ำหน้ำที่
ด้วย