ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 40 สตรีนางนี้ช่ำงเจ้ำเล่ห์จริง ๆ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 40 สตรีนางนี้ช่ำงเจ้ำเล่ห์จริง ๆ
แม้ว่าเจ้ำหน้ำที่ส่วนใหญ่จะไม่เชื่อว่า เฮ่อจือหร่านจะกล้ำลงมือ
ทำร้ำยคนจนได้รับบาดเจ็บถึงขนาดนี้ แต่เผิงวั่งกลับเชื่อพวกเขำ
เขำรู้สึกว่าสตรีนางนี้ยังมีความสามารถอีกมากที่ยังไม่ถูก
เปิดเผย เมื่อได้เห็นสภำพอันน่ำสังเวชของพี่น้องตระกูลเหอ เผิงวั่งจึง
เพิ่ม ‘มีทักษะการต่อสู้’ เข้าไปในความสามารถของนางด้วยอีกข้อ…
ในใจเผิงวั่ง นางไม่ควรถูกยั่วยุให้โมโห ถึงแม้จะอยู่ใต้อานาจของ
เขำ แต่ก็ไม่ควรไปทำให้นางโกรธ
โดยเฉพำะตอนนี้พวกเขำกำลังกินอาหารแสนอร่อยที่นางส่งมา
ให้ ต่อไปก็คงได้รับการปฏิบัติเช่นนี้อีก
คนที่สามารถนาความสะดวกสบำยมาให้เขำได้มากขนาดนี้
เผิงวั่งย่อมต้องเอาใจใส่บ้ำง
เผิงวั่งมองพี่น้องตระกูลเหออย่ำงนึกดูถูก
“พวกเจ้ำบอกว่าถูกเฮ่อจือหร่านทำร้ำยมาหรือ”
“เป็นเรื่องจริงขอรับ เฮ่อจือหร่านเป็นคนทำร้ำยพวกเรา” พี่น้อง
ตระกูลเหอรู้สึกน้อยใจมาก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวกเขำใช้อานาจรังแกผู้คนในเมือง
หลวง นับเป็นครั้งแรกที่ถูกผู้หญิงคนหนึ่งทำร้ำย ตอนนี้ทั้งสองคิด
อยากสังหารให้เฮ่อจือหร่านตำยไปเสีย
“ข้าว่าพวกเจ้ำคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ถึงได้กล้ำมาหลอกลวง
พวกเรา” จำงชิงยิ่งฟังก็ยิ่งโมโห เขำทุบตะเกียบลงบนโต๊ะอย่ำงแรง
พลางตะโกนใส่สองพี่น้อง
พี่น้องตระกูลเหอตกใจจนตัวสั่น
อย่ำงไรก็ตำม สิ่งที่พวกเขำพูดเป็นความจริง ครั้งนี้ที่มาก็เพื่อ
ร้องทุกข์ให้ตนเอง จึงต้องกัดฟันพูดต่อไป
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ พวกเราไม่ได้โกหกจริง ๆ”
เผิงวั่งเห็นจำงชิงกำลังโมโหอีกรอบ เกรงว่าเขำอาจทำให้เสีย
บรรยากำศกินข้าว จึงรีบพูดขึ้นว่า
“ในเมื่อพวกเจ้ำบอกว่าถูกเฮ่อจือหร่านทำร้ำย เช่นนั้นมีพยาน
หรือไม่”
พี่น้องตระกูลเหอชี้ไปยังญำติสองสามคนที่ช่วยพยุงพวกเขำมา
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ ญำติของข้าล้วนเป็นพยานได้ทั้งนั้น”
เผิงวั่งกวาดตำมองคนตระกูลเหอซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ
“มันไม่อาจนับได้ หากญำติของเฮ่อจือหร่านออกมาเป็นพยาน
ว่าพวกเจ้ำทำร้ำยนาง พวกเจ้ำจะยอมรับหรือ?”
“เรื่องนั้น…” พี่น้องตระกูลเหอเงียบไปทันที่ ไม่รู้ว่าควรทำอย่ำงไร
เผิงวั่งโบกมือไล่ “วันนี้ข้ายังอารมณ์ดี จะไม่เอาเรื่องพวกเจ้ำใส่
ความคน รีบไสหัวไป!”
ขณะพี่น้องตระกูลเหอกำลังหมดหนทำง และเตรียมให้คนพยุง
กลับไป กลับมีเสียงหญิงสาวดังมาจากนอกประตู
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ ข้าเป็นพยานได้ ข้าเห็นกับตำว่าเฮ่อจือหร่านทำ
ร้ำยคน”
เผิงวั่งมองไปทำงประตู เป็นหลี่โหรวเอ๋อร์ที่มา
เขำสบถด่ำในใจ ไม่รู้ว่าเฮ่อจือหร่านไปทำอะไรให้หลี่โหรวเอ๋อร์
ขัดใจนัก ไม่ว่าที่ไหนก็มีนางโผล่มาสร้ำงปัญหา
หลี่โหรวเอ๋อร์เอ่ยต่อพลางเดินเข้ามาอย่ำงสง่ำงำม
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ เฮ่อจือหร่านทำร้ำยคน ข้าเห็นกับตำ เรื่องนี้เป็น
ความจริง”
ต่อหน้ำผู้คนมากมายขนาดนี้ แม้เผิงวั่งอยากจะช่วยเฮ่อจือหร่าน
แต่ก็ทำอย่ำงโจ่งแจ้งไม่ได้
“ถ้ำอย่ำงนั้น ก็เรียกนางให้มาสอบสวนกันเลย”
ขณะส่งคนไปเรียกเฮ่อจือหร่านมา เผิงวั่งก็ให้คนพำคนตระกูลเห
อออกไป แล้วสอบถำมหลี่โหรวเอ๋อร์เป็นการส่วนตัว
“เจ้ำบอกว่าเห็นนางทำร้ำยคน ช่วยเล่ำเหตุการณ์ให้ข้าฟัง
หน่อย!”
การที่เผิงวั่งทำหน้ำที่ควบคุมนักโทษ ช่ำงเป็นการใช้
ความสามารถอย่ำงไม่คุ้มค่ำจริง ๆ วิธีการสอบสวนของเขำในตอนนี้
ไม่ได้เลวร้ำยไปกว่าเหล่ำขุนนางเลย
หลี่โหรวเอ๋อร์ไม่ได้เห็นเฮ่อจือหร่านลงมือทำจริง ๆ นางเพียงไม่
อยากให้อีกฝ่ำยอยู่อย่ำงสงบเท่านั้น
ในเมื่อนางทำให้อีกฝ่ำยเสียหน้ำไม่ได้ ก็ต้องใช้พวกเจ้ำหน้ำที่
เหล่านี้แทน
เพื่อให้คำพูดของตนฟังดูน่ำเชื่อถือมากขึ้น หลี่โหรวเอ๋อร์แสดง
ท่ำทำงออกมาอย่ำงสมจริงสมจัง
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ ข้าเห็นกับตำว่าเฮ่อจือหร่านถือไม้ท่อนใหญ่อยู่
ในมือ ก่อนจะตีเหอหมิงจนล้มลง จากนั้นก็ใช้วิธีเดียวกันตีเหอเลี่ยง
จนกระทั่งทั้งสองคนไม่มีแรงโต้ตอบนางจึงหยุดมือ”
เผิงวั่งพยักหน้ำอย่ำงไร้สีหน้ำ “อืม เจ้ำไปยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อน!”
ตอนนั้นเองเฮ่อจือหร่านถูกเรียกตัวมาแล้ว
นางเพิ่งคิดอยู่เลยว่า อาหารมื้อนี้คงยังทำนไม่เสร็จก็ต้องถูกเรียก
ตัวไป ผู้ใดจะรู้ว่าพี่น้องตระกูลเหอจะมาร้องเรียนช้ำขนาดนี้
จนกระทั่งนางกินอิ่มท้องแล้ว เจ้ำหน้ำที่ถึงได้มาตำมตัว
พี่น้องตระกูลเหอก็ถูกเจ้ำหน้ำที่พำกลับมา และยืนข้างเฮ่อจือห
ร่านต่อหน้ำเผิงวั่ง
“เฮ่อจือหร่าน พี่น้องตระกูลเหอกล่าวหาว่าเจ้ำลงมือทำร้ำยพวก
เขำ เรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านมองกลับด้วยสายตำไม่อยากเชื่อ
นางขยับเข้าไปใกล้พี่น้องตระกูลเหอมากขึ้น จงใจแสดงให้เห็น
ว่าตนตัวเล็กแค่ไหนเมื่ออยู่ต่อหน้ำพวกเขำ
“เจ้ำหน้ำที่เผิง ท่านเชื่อเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ”
เผิ่งหวังหัวเราะกับคำพูดของนาง
สตรีนางนี้ช่ำงเจ้ำเล่ห์จริง ๆ …
“อืม…ปัญหาไม่ใช่ว่าข้าเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ตระกูลเหอมีพยานรู้
เห็น”
เฮ่อจือหร่านเหลือบมองหลี่โหรว์เอ๋อร์
“เจ้ำหน้ำที่เผิง พยานที่ท่านพูดถึงคงไม่ใช่นางใช่หรือไม่”
“เป็นข้าแล้วทำไม เฮ่อจือหร่าน ข้าเห็นกับตำว่าเจ้ำลงมือกับพี่
น้องตระกูลเหออย่ำงไร นี่เป็นความจริง เจ้ำไม่ต้องมาแก้ตัวแล้ว” หลี่
โหรว์เอ๋อร์กล่าวด้วยสีหน้ำเหิมเกริม
นางอยากดูนักว่าเฮ่อจือหร่านจะมีความสามารถมากพอพลิก
สถำนการณ์กลับได้หรือไม่
เฮ่อจือหร่านหัวเราะเย็นชำ “หลี่โหรว์เอ๋อร์ ไม่ต้องพูดถึงว่าเรา
เคยเป็นสหายสนิทกัน ถึงแม้ระหว่างนี้จะมีเรื่องอะไรให้เข้าใจผิดกัน
เจ้ำก็ไม่ควรมาหาเรื่องเล่นงำนข้าขนาดนี้”
พูดแล้วเฮ่อจือหร่านก็ชี้ไปยังพี่น้องตระกูลเหอ
“เจ้ำดูร่างกายของพวกเขำสิ ข้าจะไปทุบตีพวกเขำได้หรือ”
เหล่ำเจ้ำหน้ำที่เพิ่งฟังหลี่โหรว์เอ๋อร์เล่ำไปอย่ำงคล่องแคล่วเมื่อ
ครู่ก็หลงเชื่อไปบ้ำงแล้วว่าเฮ่อจือหร่านทำร้ำยคน
แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นความแตกต่ำงระหว่างทั้งสองฝ่ำย ไม่ว่า
อย่ำงไรพวกเขำก็ไม่เชื่อว่านางจะลงมือกับคนที่มีรูปร่ำงใหญ่โตเช่นนี้
ได้
เมื่อคิดเรื่องนี้แล้ว สายตำของเหล่ำเจ้ำหน้ำที่ก็จ้องมองหลี่โหรว
เอ๋อร์พร้อมกัน
มีเพียงคนเดียวที่แตกต่ำงไปจากคนอื่น ๆ
เขำมองหลี่โหรวเอ๋อร์และส่งสัญญำณด้วยสายตำอย่ำงต่อเนื่อง
ราวกับกำลังเตือนนางไม่ให้พูดอะไรอีก
สิ่งเหล่านี้ไม่รอดพ้นสายตำของเฮ่อจือหร่าน
นางลอบสังเกตเจ้ำหน้ำที่ที่ส่งสัญญำณให้หลี่โหรวเอ๋อร์อย่ำง
รวดเร็ว ในใจคำดเดำได้ทันที…
เมื่อเห็นว่าเรื่องราวกำลังจะบำนปลายมากขึ้นเรื่อย ๆ เผิงวั่ง
อยากจะแก้ปัญหาให้เสร็จสิ้นโดยเร็วเพื่อจะกินข้าวต่อ
“พอได้แล้ว ให้พี่น้องตระกูลเหอพูดมาว่าเจ้ำทำร้ำยพวกเขำ
อย่ำงไร”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่โหรวเอ๋อร์ก็เริ่มกังวลขึ้นมาทันที่ นางส่ง
สัญญำณให้พี่น้องตระกูลเหอ
น่ำเสียดำย ในยามนี้สายตำของพี่น้องตระกูลเหอต่ำงจดจ้องไป
ยังเฮ่อจือหร่านด้วยความแค้นเคือง พวกเขำจึงไม่เห็นสัญญำณของ
นางเลย
เหอเลี่ยงก้ำวไปข้างหน้ำหนึ่งก้ำว กล่าวว่า “ท่านเจ้ำหน้ำที่ นาง
ใช้หมัดชกท้องน้อยของข้าก่อน จากนั้นก็ทำให้ข้าล้มลง ซ้ำยังตีหลัง
ข้าอีก…”
คราวนี้หลี่โหรวเอ๋อร์ตำเบิกค้ำง
นางวางแผนไว้อย่ำงดีแล้ว เพียงช่วยเป็นพยานให้พี่น้องตระกูล
เหอ ถึงแม้พวกเขำจะไม่ถูกเฮ่อจือหร่านทำร้ำย แต่อีกฝ่ำยก็ไม่อาจ
หลุดพ้นข้อหาไปได้
แต่เผิงวั่งกลับเจ้ำเล่ห์ถึงเพียงนี้ สามารถพลิกสถำนการณ์ได้
อย่ำงรวดเร็ว
เผิงวั่งทุบโต๊ะอย่ำงแรง ตะเกียบที่อยู่ตรงหน้ำร่วงลงพื้น
“ลากตัวหลี่โหรวเอ๋อร์ออกไป เฆี่ยนให้หนักสิบไม้”
“ท่านเจ้ำหน้ำที่ ข้าเห็นเฮ่อจือหร่านทำร้ำยพี่น้องตระกูลเหอจริง
ๆ ข้าพูดความจริงทั้งหมด”
หลี่โหรวเอ๋อร์ได้แต่ยืนกรานคำเดิม หวังจะเปลี่ยนสถำนการณ์ได้
ทว่าพวกเจ้ำหน้ำที่กลับไม่ให้โอกำสนางแก้ตัวต่อ เดินเข้ามา
หมายจะลากตัวนางออกไปทันที่
เพราะพวกเขำรู้ดีว่า หลี่โหรวเอ๋อร์กำลังให้การเท็จ และพี่น้อง
ตระกูลเหอก็ไม่ได้ถูกเฮ่อจือหร่านทำร้ำยแน่นอน
เจ้ำหน้ำที่ซึ่งมองหลี่โหรวเอ๋อร์ด้วยสายตำแปลก ๆ เมื่อครู่ รีบ
ตำมเข้าไปทันที่
“จำงชิง เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ปล่อยให้ข้าจัดการเถอะ! เจ้ำกลับไป
กินข้าวกับหัวหน้ำต่อเถอะ”