ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 399 ข้าหาทางแก้ไขได้
“จิ่วเยี่ย พวกเจ้าอาศัยอยู่ที่นี่ เคยคิดบ้างหรือไม่ว่าหากจักรพรรดิ
ซุ่นอู่รู้ว่าพวกเรายังมีชีวิตอยู่ เขาจะท าอย่างไร?”
ไม่ใช่ว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้
เพียงแต่ช่วงนี้เขาก าลังวุ่นวายกับเรื่องในบ้าน อีกทั้งยังต้อง
ออกไปตามหาร่องรอยของบิดากับพี่ชาย และยังคิดหาวิธีรับมือที่ดี
ไม่ได้ จึงปล่อยเรื่องเหล่านี้ไป
อีกอย่าง เขาเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาว่ามีสายลับที่จักรพรรดิซุ่นอู่
หรือหนานเจียงส่งมาหรือไม่
เขาตั้งใจว่าหลังจากช่วยบิดากับพี่ชายกลับมา และจัดการเรื่อง
ในบ้านเรียบร้อยแล้วค่อยหาวิธีรับมือ
ตอนนี้เมื่อบิดาเอ่ยถาม โม่จิ่วเยี่ยจึงส่ายหน้าจนใจ “ข้ายังไม่มีวิธี
รับมือที่ดีในตอนนี้ขอรับ”
โม่ฉิงได้ยินโม่จิ่วเยี่ยพูดเช่นนั้นก็ถอนหายใจ
แม้ว่าในใจของเขาจะมีแผนการอยู่บ้าง แต่การท าเรื่องเช่นนี้
หากไม่มีเงินในมือก็คงเป็นไปไม่ได้
ส่วนเฮ่อจือหร่านที่เงียบมาตลอด ในใจนางก็คิดเอาไว้บางอย่าง
แล้ว ขณะเดียวกันก็มองความคิดบางอย่างของโม่ฉิงออกด้วย
“ท่านพ่อ เรื่องเงินทองไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ ข้าสามารถ
หาทางแก้ไขได้”
ก็แค่การแอบเลี้ยงทหารเอาไว้ไม่ใช่หรือ?
ยากตรงไหนกัน?
นางไม่เพียงมีพื้นที่มิติ มีเงินที่ใช้ไม่หมด แต่ยังมีอาวุธที่ทรงพลัง
อีกด้วย
การเลี้ยงดูทหารไม่จ าเป็นต้องมีทหารนับหมื่นนับแสนคน แค่มี
ทหารฝีมือดีสักหนึ่งพันแปดร้อยคนก็เพียงพอแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่การบุกรุกของคนจากชนเผ่าหมานอี๋ครั้ง
ก่อน นางก็มีความคิดบางอย่างในใจ
คือการรอให้โม่จิ่วเยี่ยกลับมาแล้วปรึกษาเรื่องการคิดค้นดินปืน
เมื่อคิดค้นดินปืนส าเร็จ พวกเขาก็จะสามารถสร้างอาวุธที่ทรง
พลังได้ แม้ว่าอาวุธเหล่านี้จะไม่สามารถเทียบกับสิ่งที่อยู่ในพื้นที่มิติ
ของนาง แต่ในยุคนี้มันจะเป็นสิ่งที่ไร้เทียมทานอย่างแน่นอน
อีกทั้งสกุลโม่มีบุรุษมากมายและล้วนเป็นคนยุติธรรม ขณะก าลัง
คิดค้นดินปืน พวกเขาสามารถมอบหมายให้คนของตนเองท าได้
เมื่อพิจารณาจากอุปนิสัยของบุรุษสกุลโม่แล้ว แม้จะต้องตาย
พวกเขาก็จะไม่เปิดเผยวิธีการออกไป
วันนี้ยังมีเถาหรานและคนอื่นอยู่ด้วย เฮ่อจือหร่านจึงไม่ได้
เปิดเผยความคิดนี้ออกมา
แม้จะเป็นเช่นนั้น นางก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการที่สกุลโม่
แอบเตรียมก าลังคนนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ซ ้าพวกเขายังซื้อพื้นที่ขนาดใหญ่บนภูเขาไว้ การสร้างค่ายในที่
ลับตาก็สามารถเตรียมก าลังคนได้อย่างเงียบเชียบโดยไม่มีใครรู้
ความจริงแล้ว ไม่ใช่แค่โม่ฉิงคนเดียวที่ตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ พี่
น้องสกุลโม่ต่างก็รู้สึกกังวลใจ
ยามนี้บิดาเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้นมา หมายความว่าเรื่องนี้
จ าเป็นต้องถูกน ามาปรึกษาหารือกันแล้ว
เพียงแต่พวกเขาทั้งหมดต่างรู้ดีถึงค่าใช้จ่ายในการเตรียม
ก าลังคน มันไม่ใช่เรื่องที่จะท าได้ด้วยเงินเล็กน้อย
แม้ว่าพวกเขาพี่น้องจะพยายามคิดหาวิธีหาเงินสุดความสามารถ
ก็คงไม่สามารถเลี้ยงคนทั้งกองทัพได้
สิ่งที่พวกเขาไม่มั่นใจจะพูด กลับถูกน้องสะใภ้เก้าพูดออกมา
อย่างง่ายดาย
ไม่ใช่แค่เท่านั้น น้องสะใภ้เก้ายังบอกว่าไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง
นางสามารถหาทางแก้ไขได้
น้องสะใภ้เก้าเก่งเรื่องหาเงินจริง ๆ แต่พวกเขาก็เห็นว่า แม้จะมี
รายได้เข้ามาในบ้านทุกวัน ผลก าไรส าหรับชาวบ้านทั่วไปอาจถือว่า
มั่งคั่ง แต่หากใช้เงินเหล่านั้นมาเลี้ยงดูทหาร เกรงว่าจะเป็นเงินเพียง
เศษเสี้ยว
ดูเหมือนว่าน้องสะใภ้เก้าจะยังไม่รู้ว่าการเลี้ยงก าลังคนสิ้นเปลือง
เงินทองมากแค่ไหน จึงได้เอ่ยเช่นนั้นออกมา
แต่เมื่อเทียบกับน้องสะใภ้เก้าแล้ว พวกเขากลับเหมือนจะไม่มี
ความมั่นใจมากกว่า หากพูดถึงเรื่องปากท้องในตอนนี้ ก็คงท าได้
เพียงใช้ชีวิตอย่างสามัญชนทั่วไปเท่านั้น เกรงว่าแม้แต่ความสามารถ
ในการหาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังไม่มี
แต่เรื่องนี้ก็ส าคัญมาก จ าเป็นต้องคิดอย่างถี่ถ้วน
ไร้ความสามารถ ไม่มีวิธีการรับมือที่ดี พี่น้องสกุลโม่จึงได้แต่ท า
หน้าเศร้า ไม่เอ่ยอะไร
พวกเขาอยากดูว่าบิดาที่เด็ดขาดเสมอมา จะวางแผนจัดการ
เรื่องนี้อย่างไร
บรรดาสะใภ้มีไหวพริบมากขึ้น พอเห็นว่าทุกคนก าลังจะพูดเรื่อง
ใหญ่เช่นนี้ก็กลัวว่าจะมีคนแอบฟัง จึงดึงโม่หานเยี่ยออกไปจากห้อง
ด้วยกัน แล้วกระจายตัวเฝ้าอยู่ข้างนอก
เหลือเพียงเฮ่อจือหร่านเท่านั้น พวกนางทุกคนรู้ดีว่าสติปัญญา
และความสามารถของน้องสะใภ้เก้าเหนือกว่าบรรดาบุรุษสกุลโม่นัก
นางจึงจ าเป็นต้องอยู่ร่วมหารือด้วย
ในห้องยามนี้ ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด
โม่ฉิงกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดลงที่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจื
อหร่าน
เมื่อครู่คนที่พูดด้วยความมั่นใจคือสะใภ้เก้า แต่ตอนนี้หากจะให้
เขาถามอีกครั้ง พ่อสามีอย่างเขาก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง ดังนั้นจึงได้
แต่ถามโม่จิ่วเยี่ย
อย่างไรพวกเขาก็เป็นสามีภรรยากัน ย่อมพูดคุยกันมากที่สุด
ความคิดของลูกสะใภ้ย่อมไม่อาจไม่แบ่งปันกับสามีของนาง
“จิ่วเยี่ย เจ้าคิดเห็นอย่างไร”
เรื่องที่เฮ่อจือหร่านต้องการคิดค้นดินปืนนั้นนางยังไม่ได้บอกโม่
จิ่วเยี่ย ดังนั้นตอนนี้ชายหนุ่มจึงยังคิดหาวิธีการที่รอบคอบไม่ได้
อย่างไรก็ตาม เขารู้ดีกว่าใครว่าภรรยาของเขามีเงินมากมายใน
พื้นที่มิติ ในเรื่องนี้ โม่จิ่วเยี่ยมั่นใจอยู่มาก
นอกจากนี้ เขาก็มีแผนการของตัวเองบ้างเหมือนกัน
“ท่านพ่อ ตอนที่ข้ากับหร่านหร่านเดินทางผ่านชายแดนหนาน
เจียง ข้าแอบได้ยินทหารที่เคยติดตามพวกเราซึ่งถูกกดขี่อยู่ในหนาน
เจียงคุยกันว่า พวกเขาคิดจะเข้าร่วมกับสกุลโม่ ดังนั้น ปัญหาเรื่อง
ก าลังคนจึงแก้ไขได้ง่าย ส่วนเรื่องเงินทองส าหรับเลี้ยงดูทหาร ข้าจะ
คิดหาวิธีจัดการเอง”
ส่วนเรื่องอื่น โม่จิ่วเยี่ยยังไม่ได้วางแผนรายละเอียด
ด้วยความฉลาดเฉลียวของเฮ่อจือหร่าน นางย่อมมองออกว่าการ
ที่พ่อสามีถามโม่จิ่วเยี่ยเป็นการถามนางทางอ้อม
เฮ่อจือหร่านรู้มาจากโม่จิ่วเยี่ยว่า ทหารที่ติดตามสกุลโม่ใน
หนานเจียงเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งพันนาย
ในความคิดของนาง กองก าลังที่มีไม่ถึงหนึ่งพันนายนับว่า
เพียงพอแล้ว
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย การเลี้ยงดูคนหนึ่งพันคนกับหนึ่งหมื่นคนนั้น
แตกต่างกันถึงสิบส่วน
นอกจากนี้ นางยังค านึงว่าหากต้องการคนมากขึ้น ก็จ าเป็นต้อง
ออกไปรับคนเพิ่มจากข้างนอก ซึ่งคนที่รับเข้ามาใหม่ไม่อาจรู้ถึงภูมิ
หลังของพวกเขาได้ หากมีคนคิดไม่ซื่อแฝงตัวเข้ามา อาจเป็นการ
สูญเสียมากกว่า
ได้ยินเฮ่อจือหร่านพูดเช่นนั้น สายตาของทุกคนก็จับจ้องนาง
พร้อมกัน รวมถึงโม่จิ่วเยี่ยด้วย ทุกคนต่างรู้สึกว่าค าพูดเสนอแนะของ
นางไม่สมจริงสักเท่าไหร่
พี่แปดอดรนทนไม่ไหว จึงถามออกมาว่า
“น้องสะใภ้เก้าลืมไปแล้วหรือ ไม่นานมานี้แค่ชาวบ้านเผ่าหมานอี๋
มาปล้นสะดม จ านวนคนของพวกเขาก็มีมากกว่าห้าร้อยคนแล้ว
หากกองทัพของชนเผ่าหมานอี๋ต้องการใช้ที่นี่เป็นจุดแข็งโจมตี ข้า
เกรงว่าคงไม่ใช่แค่ห้าร้อยคน พูดว่าหลายพันหลายหมื่นคนก็ยังน้อย
ไป หากเกิดสถานการณ์เช่นนั้นขึ้นอีก พวกเราที่มีคนไม่ถึงหนึ่งพัน
คน จะต่อสู้กับศัตรูได้อย่างไร?”
ความกังวลของโม่ชูหานฟังดูสมเหตุสมผลในความคิดของคน
สกุลโม่
อย่างไรเสียพวกเขาทั้งหมดก็มีพื้นฐานทางทหาร และระหว่าง
การต่อสู้ จ านวนทหารมักเป็นจุดอ่อน
ก่อนหน้านี้พี่เจ็ดก็มีส่วนร่วมในการต่อสู้กับชนเผ่าหมานอี๋ เขา
จึงรู้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ดี
เขาที่มักพูดน้อยก็ยังอดถามไม่ได้
“น้องสะใภ้เก้า พี่แปดของเจ้าพูดมีเหตุผล การเลี้ยงดูทหารไม่ใช่
เรื่องเล่น ๆ”
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าหากพูดเช่นนี้ออกไป ย่อมจะถูกทุกคนตั้งข้อ
สงสัยแน่นอน
นางจึงอธิบายด้วยความมั่นใจว่า “หากข้าสามารถสร้างอาวุธที่
หนึ่งคนต่อกรกับร้อยคนหรือแม้แต่หนึ่งคนสู้กับพันคนได้ พวกท่าน
จะยังคิดว่าจ านวนคนหนึ่งพันคนนั้น น้อยเกินไปอยู่หรือไม่?”
เพียงเฮ่อจือหร่านพูด โม่จิ่วเยี่ยก็นึกถึงระเบิดมือจากพื้นที่มิติ
ของนางเป็นอย่างแรก
พลังท าลายล้างของของสิ่งนั้น เขาพิสูจน์ด้วยตัวเองมาแล้ว ตอน
ที่พาศพของจักรพรรดิหนานเจียงออกจากชายแดน เขาโยนมัน
ออกไปหลายลูก ได้เห็นกับตาตัวเองว่าเพียงชั่วพริบตาทหารหนาน
เจียงก็ล้มตายเป็นจ านวนมาก
นั่นเป็นเพราะเขาก าลังพยายามหลบหนี และไม่ได้ตั้งใจสังหาร
ใคร
หากเพิ่มอีกสักสองสามลูก เกรงว่าค่ายทหารหนานเจียงคงไม่
เหลือซากแล้ว
หรือว่าหร่านหร่านก าลังวางแผนจะสร้างอาวุธเช่นนั้น?