ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 400 คราวนี้ข้าจะไปเอง
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกสนใจเรื่องระเบิดมือมาก
หลังจากที่ได้เห็นพลังของมันด้วยตนเอง เขาก็เคยพยายาม
ศึกษามัน
เพียงแต่ภายหลังมีเรื่องมากมายเกิดขึ้น จึงท าให้เขาหลงลืมมัน
ไปชั่วคราว
บัดนี้ทุกคนที่อยู่ในห้องล้วนเป็นคนที่ไว้วางใจได้ โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่
มีความกังวล และถามออกมา “หร่านหร่าน เจ้าหมายถึงอาวุธแบบ
ไหนกัน”
เขาไม่ได้เอ่ยชื่ออาวุธออกมา แต่กลับท าท่าทางเหมือนโยน
ระเบิดมือแทน
เพราะในใจเขารู้ดีว่าระเบิดมือเป็นของที่มีเฉพาะในพื้นที่มิติของ
ภรรยาเท่านั้น หากนางไม่ได้พูดถึงสิ่งนี้ แล้วเขาพูดออกไปเสียเอง จะ
ไม่เท่ากับเป็นการเปิดเผยความลับนี้หรอกหรือ
ตอนนี้การค้นคว้าดินปืนก็เป็นเพียงแผนการเบื้องต้นของเฮ่อจื
อหร่านเท่านั้น ก่อนที่จะท าส าเร็จ นางยังไม่อยากพูดถึงมันเร็วเกินไป
ดังนั้น นางจึงตอบด้วยความระมัดระวัง “ข้าเพียงมีความคิด แต่
จะส าเร็จหรือไม่นั้นต้องลองดูก่อนถึงจะรู้”
อย่างไรก็ตาม นางค านวณเอาไว้ในใจแล้ว สิ่งที่ใช้สร้างดินปืน
นั้นหามาได้ไม่ยาก แค่ควบคุมปริมาณให้ดีก็พอ
ถึงแม้จะฟังดูง่าย แต่คาดว่ามันจะต้องผ่านอุปสรรคมากมายกว่า
จะสร้างออกมาได้ ท้ายที่สุดแล้วดินปืนก็ไม่ใช่ของเล่น หากไม่ระวัง
คนที่สร้างก็อาจถูกระเบิดเอง
นางต้องกลับไปศึกษาอย่างละเอียดอีกครั้ง พยายามท าให้มัน
ปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ชั่วขณะนั้นโม่จิ่วเยี่ยไม่เข้าใจว่าภรรยาก าลังคิดอะไรอยู่ แต่เขา
ก็เชื่อใจนางโดยไม่มีข้อแม้
โม่ฉิงเห็นสะใภ้เก้าพูดจาลึกลับ แม้จะอยากรู้รายละเอียด แต่ก็ไม่
เหมาะจะถามต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้
“สะใภ้เฮ่อ อาวุธที่เจ้าพูดถึงจะใช้เวลาสร้างนานแค่ไหน พลังของ
มันจะเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้ เวลาไม่คอยท่า เหตุผลที่ข้าอยากมีกอง
ก าลังเป็นของตัวเอง ก็เพราะไม่รู้ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะลงมือกับพวก
เราเมื่อไหร่”
เขาเข้าใจจักรพรรดิซุ่นอู่ดีที่สุด ในเมื่อหวาดระแวงสกุลโม่ถึงขั้น
ริบทรัพย์และเนรเทศแล้ว หากอีกฝ่ายรู้ว่าบุรุษสกุลโม่ยังมีชีวิตอยู่
เกรงว่าเขาคงนอนไม่หลับหากไม่ก าจัดหนามในใจ
เฮ่อจือหร่านคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “เรื่องการเลี้ยงดูทหาร ข้า
เห็นด้วยกับความเห็นของสามีข้า ไปหนานเจียงพาทหารที่เคยร่วม
เป็นร่วมตายกับสกุลโม่กลับมา ด้วยวิธีการนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความ
จงรักภักดีแล้วเจ้าค่ะ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาที่พวกเขาถูกกดขี่อยู่ที่
นั่นด้วย”
“ข้าค านวณเวลาไว้แล้ว หากเร่งรีบเดินทางด้วยม้าเร็ว การไป
กลับครั้งนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน เวลาหนึ่งเดือนนี้ ข้าคิดว่า
เพียงพอส าหรับการค้นคว้าอาวุธแล้วเจ้าค่ะ หลังจากทหารเหล่านั้น
มาถึงซีเป่ย หากไม่มีอะไรผิดพลาด ทุกคนก็จะสามารถใช้อาวุธนี้ได้”
เฮ่อจือหร่านวางแผนไว้แล้ว เพราะนางเป็นคนเสนอให้เตรียม
กองก าลังไม่เกินพันคน ต่อให้จะไม่สามารถผลิตดินปืนได้ส าเร็จ นาง
ก็จะแจกจ่ายระเบิดมือให้กับทุกคน
เพียงแจกให้คนละลูก ก็เพียงพอจะปกป้องบ้านของพวกเขาได้
แล้ว
ดังนั้น นางยังมีเวลาเพียงพอที่จะศึกษาเรื่องดินปืนต่อไป ไม่ช้าก็
เร็วนางจะต้องท าส าเร็จแน่นอน
ส่วนเรื่องขุนพลน าทัพไม่จ าเป็นต้องกังวล เหล่าโอสถมนุษย์ที่
กลับบ้านไปก็ทยอยกลับมากันแล้ว ยามนี้ในห้องมีอยู่ยี่สิบกว่าคน
มีกองก าลังและอาวุธล ้าสมัยแบบนี้ พวกเขาต้องท าส าเร็จแน่
แน่นอนว่านางก็ไม่ได้มีความทะเยอทะยานคิดจะแย่งชิงอ านาจ
เป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือขอแค่ให้ทุกคนในครอบครัวอยู่กันอย่าง
สงบสุขก็พอ
กล่าวคือ นางไม่เลือกจะยั่วยุคนอื่นก่อน แต่หากมีใครมารังแกถึง
ที่ นางก็จะไม่ปรานีเช่นกัน
เมื่อเห็นน้องสะใภ้เก้าพูดอย่างมีเหตุผล บรรดาบุรุษสกุลโม่ก็
เชื่อมั่นในตัวนางโดยปริยาย
พี่สามรีบลุกขึ้นทันที่ “หากเป็นเช่นนั้น ข้ายินดีไปยังหนานเจียง
น าทหารเหล่านั้นกลับมา”
“พี่สาม ตั้งแต่ท่านกลับมา ท่านก็ออกไปสืบข่าวข้างนอกตลอด
คราวนี้ข้าจะไปเอง” พี่ห้าไม่ยอมน้อยหน้า
พี่น้องคนอื่นก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน ต่างแย่งกันจะไปยังหนานเจียง
โม่ฉิงเห็นแบบนี้ก็เข้าใจ
เขาเพิ่งพูดไปว่าให้ลูกเก้ากับลูกสะใภ้เก้าเป็นหัวหน้าครอบครัว
แท้จริงแล้วมันคือค าพูดไร้สาระ
แม้ว่าเขาจะไม่พูด ครอบครัวนี้ก็จะท าแบบนั้นอยู่แล้ว
สะใภ้เก้าเพิ่งพูดไปค าเดียว ทุกคนก็เชื่อฟังโดยไม่ถามเหตุผล
ดูเหมือนว่าเขาจะยังมีสายตาที่ดีอยู่ มองออกทันทีว่าสะใภ้เก้าคน
นี้ไม่ธรรมดา แม้แต่พวกลูกชายหยิ่งผยองของเขาก็ยอมเชื่อฟังอย่าง
ไม่มีข้อโต้แย้ง
เมื่อคิดถึงสิ่งเหล่านี้แล้ว โม่ฉิงจึงตัดสินใจไม่เอ่ยปาก
อย่างน้อย เขาก็ได้แสดงความเห็น อีกทั้งตอนนี้ก็เป็นเพียงคน
พิการ จึงไม่อยากสร้างความวุ่นวายเพิ่ม
การเดินทางไปหนานเจียงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่อาจ
ล่าช้า หลังจากเหล่าพี่น้องหารือกัน ในที่สุดก็ตัดสินใจให้พี่เจ็ดเป็น
คนเดินทางไป
ส่วนเรื่องการท าดินปืน ย่อมต้องให้คนในบ้านเป็นคนท า
เฮ่อจือหร่านมองว่าคนที่เหมาะสมที่สุดคือพี่ห้า
พี่ห้ามีความกล้าหาญและละเอียดรอบคอบ เขาเหมาะสมที่สุด
แล้ว
พี่น้องคนอื่นก็สามารถเข้าร่วมได้ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ
ของพวกเขาเอง
เมื่อทุกอย่างตกลงกันเรียบร้อย พี่เจ็ดก็จะออกเดินทางไปหนาน
เจียงในวันพรุ่งนี้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทานอาหารค ่าร่วมกัน
ของคนสกุลโม่
เพราะมีเฮ่อจือหร่านอยู่ ท าให้ที่บ้านไม่เคยขาดวัตถุดิบชั้นดี
พี่แปดอุตส่าห์วิ่งไปที่หมู่บ้านชาวประมง เพื่อซื้อของทะเลจ านวน
มากกลับมา แม้มันเป็นสิ่งที่คนที่นี่ไม่ชอบ แต่คนสกุลโม่สามารถท า
ให้อร่อยได้
ฝีมือการท าอาหารของพี่สะใภ้ทั้งหลายฝึกฝนจนช านาญแล้ว
อย่างไรก็ตาม สกุลโม่ตอนนี้นอกจากเฮ่อจือหร่านแล้ว คนที่มีฝีมือ
ท าอาหารดีที่สุดคืออวี่เอ๋อร์
หญิงสาวผู้นี้ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมในใจ ตั้งใจท างานอย่างสุด
ความสามารถ นางรู้ว่าฮูหยินเก้ามีฝีมือการท าอาหารที่ยอดเยี่ยม
เพื่อให้ตนมีฝีมือที่โอ้อวดคนอื่นได้ ทุกครั้งที่เฮ่อจือหร่านเข้าครัว นาง
จะมาช่วยและถือโอกาสเรียนรู้ไปด้วย
งานเลี้ยงของสกุลโม่ในคืนนี้ อวี่เอ๋อร์รับหน้าที่เป็นแม่ครัวหลัก
ส่วนพวกพี่สะใภ้ก็คอยช่วยเป็นลูกมือ
บรรดาสตรีในบ้านต่างยุ่งวุ่นวายกันทั้งบ่าย ในที่สุดก็เตรียม
อาหารค ่าอันโอชะเสร็จก่อนฟ้ามืด
เช่นเคย งานเลี้ยงจัดขึ้นในห้องโถงที่สองสามีภรรยาสูงวัยพักอยู่
โม่ฉิงกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี ประกอบกับการดูแลของเฮ่อจือห
ร่านในช่วงหลายวันนี้ ท าให้เขาดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาถูกลูกชายอุ้มไปนั่งที่เก้าอี้หลัก โดยมีภรรยานั่งอยู่เคียงข้าง
ส่วนบรรดาลูกหลานต่างก็หาที่นั่งของตนเอง
วันดี ๆ เช่นนี้ อีกทั้งยังมีอาหารอร่อยมากมาย ย่อมต้องเชิญ
ฟางฉวนโจว เซี่ยเทียนไห่ และหูชงมาร่วมด้วย
รวมถึงเหลียงห่าว เถาหราน และกลุ่มชายฉกรรจ์อีกหลายคน
ด้วยเหตุนี้ ห้องโถงจึงจัดที่นั่งให้เพียงพอไม่ได้ ต้องจัดโต๊ะเพิ่มใน
ลานบ้านอีกหลายโต๊ะ
เซี่ยเทียนไห่ ฟางฉวนโจว และโม่ฉิง ล้วนเป็นคนรู้จักเก่า ตอน
อยู่เมืองหลวงความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดีมาก
หูชงกับโม่ฉิงอายุห่างกันอยู่บ้าง แม้จะไม่ค่อยได้พูดคุยกัน แต่ทั้ง
คู่ก็มีความประทับใจที่ดีต่อกัน
โม่ฉิงได้ยินเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับการเดินทางเนรเทศของ
พวกเขา ท าให้รู้สึกสนิทสนมกับฟางฉวนโจวและเซี่ยเทียนไห่มาก
กว่าเดิม
ส่วนหูชงก็เป็นคนที่มีชะตากรรมเดียวกันกับสกุลโม่ โม่ฉิงจึงรู้สึก
เห็นอกเห็นใจเขานัก
เขาเชิญสหายเก่าทั้งสองและหูชงมาร่วมโต๊ะ ขณะที่ทุกคนก าลัง
เตรียมตัวจะทานอาหาร เสียงฝีเท้าพลันดังมาจากนอกประตู
เสียงของหนานรุ่ยดังตามมา
“วันนี้คึกคักเสียจริง มีเรื่องน่ายินดีอะไรหรือ?”
ทุกคนหันไปยังต้นเสียง หนานรุ่ยพยุงเต๋อเฟยไว้ ก าลังยิ้มแย้ม
พลางเดินเข้ามาในห้อง