ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 412 ขอบคุณสวรรค์
เฮ่อจือหร่านสืบทอดความทรงจ าและความรู้สึกทั้งหมดของ
เจ้าของร่างเดิม นางเข้าใจเฮ่อฮูหยินดีว่านางไม่ค่อยเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ
มากนัก
อย่างไรก็ตาม แตงโมนี้เป็นของชั้นเลิศ หากมารดาไม่ได้ลองชิม
ถือว่าพลาดอย่างมหันต์
“ท่านแม่ ท่านแม่สามีกับพี่สะใภ้รองพูดถูกต้องแล้ว แตงโมทั้ง
หวานทั้งฉ ่า ซ ้ายังช่วยดับกระหายได้เป็นอย่างดี ท่านรีบลองชิมเถิด
เจ้าคะ”
เฮ่อฮูหยินส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้บุตรสาว
ในใจพึมพ าว่านางยังเป็นลูกแท้ ๆ ของตนเองอยู่หรือไม่
ถ้าเมื่อก่อนเจอสถานการณ์เช่นนี้ บุตรสาวมักจะออกหน้าช่วย
นางแก้สถานการณ์ แต่ตอนนี้มาอยู่ที่บ้านสามี ไม่เพียงแต่ไม่ช่วย
กลับยังโน้มน้าวให้นางลองชิมอีก
เฮ่อฮูหยินไม่อยากเสียมารยาทเพราะความดื้อรั้นเล็ก ๆ น้อย ๆ
ของตัวเอง จึงฝืนใจกัดแตงโมค าเล็กภายใต้สายตาของทุกคน
เฮ่อจือหร่านเห็นนางกลืนแตงโมลงไปแล้ว จึงถามด้วยรอยยิ้มว่า
“ท่านแม่ อร่อยใช่หรือไม่?”
“อร่อย เป็นอย่างที่พวกเจ้าว่าจริง ๆ ทั้งหวานและฉ ่าน ้า” เฮ่อฮูห
ยินชมจากใจจริง
โชคดีที่นางยอมลองชิม ไม่เช่นนั้นก็คงพลาดผลไม้แสนอร่อย
แบบนี้แล้ว
สะใภ้รองเห็นว่านางชอบ จึงหยิบแตงโมให้อีกสองสามชิ้น
“ท่านป้าเฮ่อ หากชอบก็ทานให้มาก ๆ นะเจ้าคะ”
ในขณะเดียวกันเฮ่อจือหร่านก็หยิบแตงโมชิ้นหนึ่งยื่นให้ป้าหลี่
เฮ่อฮูหยินพบว่าแตงโมอร่อยจริง ๆ เมื่อพี่สะใภ้คนอื่นส่งผลไม้อื่น
ให้ นางก็ไม่มีท่าทีปฏิเสธอีกต่อไป
ผลไม้เหล่านี้ นอกจากแตงโมและแตงหอมที่สกุลโม่ปลูกเองแล้ว
ที่เหลือทั้งหมดล้วนเป็นผลไม้ที่เฮ่อจือหร่านเอาออกมาจากพื้นที่มิติ
จากนั้นโม่จิ่วเยี่ยก็เข้าเมืองน าพวกมันกลับมา แล้วแบ่งให้ทุกบ้าน
พี่สะใภ้ทุกคนต่างก็ทะนุถนอมผลไม้แสนอร่อยเหล่านี้ หากไม่ใช่
เพราะพวกนางต้องปฏิบัติต่อเฮ่อฮูหยินราวกับแขก คงไม่ยอมน าพวก
มันออกมาเด็ดขาด
เฮ่อฮูหยินทานผลไม้พลางสนทนากับทุกคน ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตของ
บุตรสาวนั้นดีมาก
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้ว่าแม่สะใภ้เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง หลังจาก
พูดคุยกับนางสักครู่ก็พาลูกสะใภ้ทั้งหลายออกไป เพื่อให้อีกฝ่ายได้
พักผ่อน
หลังจากทุกคนออกไป เฮ่อจือหร่านก็พามารดาและป้าหลี่ไปที่
ห้องพัก
เมื่อเฮ่อฮูหยินเห็นห้องนอนในบ้านของบุตรสาว ความเข้าใจเดิม
ของนางก็ถูกเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
ในห้องนอนปูพื้นด้วยกระเบื้องสวยงามเหมือนในห้องนั่งเล่น
แม้ว่าการตกแต่งจะดูเรียบง่าย แต่ก็ดูหรูหรา
เฮ่อฮูหยินชอบที่นี่มาก โดยเฉพาะเตียงนุ่ม ๆ ที่หากนอนแล้วคง
สบายมากแน่
และยังมีสิ่งที่เรียกว่าห้องน ้า ส าหรับเฮ่อฮูหยินแล้ว ทั้งหมดเป็น
เหมือนเรื่องเพ้อฝันที่กลายเป็นจริง
เมื่อนางอยู่ในเมืองหลวง มีบ่าวรับใช้คอยดูแล แม้ไม่ต้องออกไป
ข้างนอกเวลาขับถ่าย แต่กลิ่นของกระโถนก็ท าให้คนรู้สึกคลื่นไส้
ห้องน ้าของบ้านบุตรสาวกลับแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้อย่าง
สมบูรณ์ เพียงแค่ดึงเชือกด้านบน น ้าก็จะชะล้างสิ่งปฏิกูลไปเอง
นี่ช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกิน
เฮ่อฮูหยินในตอนนี้เหมือนกับหลิวเหล่าเหล่าที่เข้าไปในสวนต้า
กวนหยวน มองอะไรก็รู้สึกแปลกใหม่ไปหมด นางถามเฮ่อจือหร่านไม่
หยุด
เฮ่อจือหร่านก็อดทนอธิบายให้นางฟัง
ป้าหลี่มองฮูหยินกับคุณหนูใหญ่ของตนด้วยความอิจฉา อิจฉาที่
พวกนางได้ใช้ของดี ๆ เช่นนี้
ขณะเดียวกัน นางก็เลือกที่นอนของตัวเองแล้ว นั่นคือที่นอนนุ่ม
ๆ ตรงข้างหน้าต่าง
ความจริงแล้วนั่นคือเสื่อทาทามิที่เฮ่อจือหร่านให้หูชงท าขึ้นมา
เป็นพิเศษ ตรงกลางมีโต๊ะแบบยกขึ้นลง คนสองคนสามารถนั่งดื่มชา
ด้วยกันได้
ป้าหลี่คิดว่านางนอนตรงนั้นก็เพียงพอแล้ว ทั้งยังดูแลฮูหยินได้
สะดวกอีกด้วย
นางไม่คิดว่า คุณหนูใหญ่จะจัดห้องนอนแบบนั้นให้นางด้วย
ส าหรับป้าหลี่แล้ว นี่เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม นางก็สังเกตเห็นว่าในเรือนที่คุณหนูใหญ่อยู่มีห้อง
มากมาย เหมือนว่าจะมีเพียงนางกับท่านเขยเท่านั้นที่อาศัยอยู่ เมื่อมี
ห้องว่าง นางจึงถือโอกาสเพลิดเพลินกับมันสักหน่อย
เฮ่อจือหร่านคิดว่ามารดากับป้าหลี่คงเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
จึงจัดห้องพักให้พวกนางเรียบร้อยแล้ว หลังทั้งสองคนพักผ่อนสักครู่
ก่อน
ใครจะรู้ว่า ทั้งสองคนยังมีท่าทางกระปรี้กระเปร่าอยู่
พอดีตอนนี้ไม่มีใครอยู่ เฮ่อจือหร่านจึงถือโอกาสสอบถามเรื่องที่
บ้านเดิม
“ท่านแม่ ท่านพ่อกับพี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”
พอพูดถึงเรื่องนี้ เฮ่อฮูหยินยังคงรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง
“โชคดีที่จิ่วเยี่ยไปเมืองหลวงและจัดการกับท่านหญิงอวี้ได้
ไม่เช่นนั้น ครอบครัวของพวกเราคงไม่มีวันจะได้อยู่อย่างสงบสุข
แล้ว”
สิ่งที่มารดาพูด เป็นเรื่องที่เฮ่อจือหร่านก าลังเป็นห่วงจริง ๆ
หากไม่ใช่เพราะกังวลว่าเรื่องการเนรเทศสกุลโม่จะส่งผลกระทบ
ต่อครอบครัวเดิมของนาง นางคงเขียนจดหมายถามไปตั้งนานแล้ว
ตอนนี้เมื่อได้พบกับมารดา เฮ่อจือหร่านจึงมีค าถามมากมาย
“ท่านแม่ ตอนนี้จวนอ๋องเก้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
เมื่อได้ยินค าว่าจวนอ๋องเก้า สีหน้าของเฮ่อฮูหยินก็ดูไม่ค่อยดีนัก
“ข้าได้แต่พูดว่า เป็นเพราะการปรากฏตัวของจิ่วเยี่ย ถึงท าให้
ท่านพ่อเจ้ารอดพ้นจากหายนะได้”
เมื่อเห็นสีหน้าของมารดา เฮ่อจือหร่านก็รู้ว่าเรื่องนี้คงร้ายแรง
มาก
“ท่านแม่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ขุนพลอาวุโสจิน ขุนนางผู้ใหญ่ในราชส านัก และอัครมหา
เสนาบดีฝ่ายซ้าย ล้วนตรวจพบว่าถูกกู่หุ่นเชิด”
“ข้าได้ยินท่านพ่อเจ้าเล่าว่า แม้คนเหล่านั้นจะถูกพิษกู่หุ่นเชิด
แต่ก็ไม่ได้ท าสิ่งใดที่ขัดต่อราชส านัก เพียงแต่พวกเขาไม่สามารถ
ควบคุมร่างกายของตัวเองได้ แม้แต่การกินอาหารก็ยังล าบาก”
สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจส าหรับเฮ่อจือหร่าน
ไม่มีใครรู้ดีไปกว่านางว่าผู้ที่ถูกกู่หุ่นเชิดจะไม่มีสติสัมปชัญญะเป็น
ของตัวเอง ต้องอาศัยการควบคุมจากผู้ใช้กู่เท่านั้นจึงจะสามารถกิน
อาหารได้
กู่หุ่นเชิดที่อยู่ในร่างของคนเหล่านี้เป็นฝีมือของอ๋องเก้า และผู้ที่
จัดหากู่หุ่นเชิดให้กับอ๋องเก้าคือปรมาจารย์ซือเหมิง นั่นหมายความ
ว่ากู่แม่ของกู่หุ่นเชิดน่าจะอยู่ในมือของปรมาจารย์ซือเหมิง หรือก็คือ
อยู่ในพื้นที่มิติของนางตอนนี้
ตอนที่ช่วยบิดาและพี่ชายวสามีถอนพิษกู่ พวกนางก็พบว่ามีกู่แม่
อยู่หลายตัว เพียงแต่ไม่รู้ว่ากู่ลูกอยู่ที่ใด
ดูเหมือนว่ากู่แม่เหล่านั้นในพื้นที่มิติของนางอาจเป็นตัวควบคุม
ขุนนางทั้งหลายในเมืองหลวง
ไม่ต้องพูดถึงท่านเสนาบดีกับท่านอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย
เฮ่อจือหร่านไม่รู้จักสองคนนี้ แต่นางมีความประทับใจต่อขุนพล
อาวุโสจินมาก ยิ่งไปกว่านั้น โม่จิ่วเยี่ยก็มักจะพูดถึงบ่อย ๆ ว่าขุนพล
อาวุโสจินเป็นคนซื่อตรง และยังมีบุญคุณต่อสกุลโม่ในระหว่างการ
เนรเทศอีก
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว การที่นางกับโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้สังหารกู่แม่ทันที
นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง หากกู่แม่เหล่านี้เป็นตัวควบคุมขุน
นางระดับสูงหลายคนในเมืองหลวงจริง การที่พวกเขาสังหารกู่แม่ไปก็
เท่ากับเป็นการสังหารคนเหล่านั้นทางอ้อม
เฮ่อฮูหยินไม่รู้ว่าบุตรสาวก าลังคิดเรื่องนี้อยู่ นางคิดว่าบุตรสาว
ตกใจกับสิ่งที่ตนเองพูดไป
“หร่านหร่าน ท่านพ่อของเจ้าบอกว่าองค์จักรพรรดิได้ส่งคน
ออกไปตามหาปรมาจารย์ที่ถอนพิษได้แล้ว แม้ว่าตอนนี้ในเมืองหลวง
จะไม่มีใครสามารถช่วยถอนพิษให้พวกเขาได้ แต่ก็ได้ส่งหมอหลวง
ไปหาวิธีแก้ไข ชีวิตของพวกเขาจึงยังรักษาเอาไว้ได้ชั่วคราว”
ขณะที่พูดเฮ่อฮูหยินประนมมือ ปากก็พึมพ าว่า “อามิตตาพุทธ
ขอบคุณสวรรค์ โชคดีที่จิ่วเยี่ยไปเมืองหลวง จึงท าให้พ่อของเจ้ารอด
พ้นจากอันตราย”
เฮ่อฮูหยินนึกถึงเรื่องนี้แล้วยังรู้สึกหวาดผวา นางได้ยินเฮ่อเยวียน
หมิงเล่าว่า คนที่ถูกพิษเหล่านั้นนอนอยู่บนเตียงทั้งวันราวกับเป็นศพ
เฮ่อจือหร่านเห็นความกังวลของมารดา จึงจับมือนางพลางกล่าว
“ท่านแม่ ตราบใดที่ท่านพ่อไม่เป็นไร ท่านก็วางใจได้เจ้าค่ะ”