ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 413 ข้าก าลังเป็นห่วงขุนพลอาวุโสจิน
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 413 ข้าก าลังเป็นห่วงขุนพลอาวุโสจิน
ถึงแม้เรื่องราวในราชส านักจะไม่เกี่ยวข้องกับนาง แต่เฮ่อจือห
ร่านก็ยังอยากรู้สถานการณ์ที่แน่ชัด
“ท่านแม่ ในเมื่อองค์จักรพรรดิส่งคนไปตามหาปรมาจารย์มา
ถอนพิษแล้ว หมายความว่าเรื่องของท่านอ๋องเก้าถูกเปิดโปงแล้วใช่
หรือไม่” เฮ่อจือหร่านถาม
เฮ่อฮูหยินเห็นว่าบุตรสาวสนใจ จึงเล่าสิ่งที่นางรู้ให้ฟัง
“วันนั้นหลังจากที่จิ่วเยี่ยช่วยท่านพ่อของเจ้าแล้ว เขาก็ไม่ได้รีบ
เข้าวังไปเปิดโปงเรื่องนี้ทันที่ แต่กลับจวนมาปรึกษากับพี่ใหญ่ของเจ้า
ก่อน”
เฮ่อจือหร่านไม่สามารถปฏิเสธเรื่องนี้ได้ ในความทรงจ าของร่าง
เดิม พี่ใหญ่ของนางมีความสามารถโดดเด่น และวิเคราะห์เรื่องราวได้
ลึกซึ้งกว่าเฮ่อเยวียนหมิงเสียอีก ดังนั้นการที่บิดาจะกลับไปปรึกษา
กับพี่ใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องแปลก
เฮ่อฮูหยินกล่าวต่อ
“ความหมายของพี่ใหญ่ของเจ้าคือเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
หากอ๋องเก้าสามารถท าเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ได้ แน่นอนว่าต้องวางแผน
หลบหนีไว้ล่วงหน้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่พ่อเจ้ากลับมาจากจวน
ท่านอ๋องเก้า ก็ไม่มีหลักฐานบอกว่าท่านอ๋องเก้าก่อกบฏด้วย”
“ดังนั้น พี่ใหญ่ของเจ้าจึงแนะน าให้บิดาเจ้าเฝ้าดูสถานการณ์”
“แน่นอนว่า การเฝ้าดูนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องหลบอยู่ในจวน
ไม่ออกไปไหน แต่ยังต้องรับรู้ความเคลื่อนไหวของสถานการณ์อย่าง
ทันท่วงที่ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น”
“เวลาเดียวกัน บิดาเจ้าก็คิดหาทางออกของตัวเองด้วย เขา
กลับมาจากจวนอ๋องเก้าแต่ไม่ถูกพิษ อ๋องเก้าก็คงจะแค้นใจแน่ หาก
เขาก่อกบฏส าเร็จ ก็จะต้องจัดการกับพ่อเจ้าเป็นคนแรก”
“พวกเราเตรียมตัวที่จะออกจากเมืองหลวงแล้วด้วยซ ้า”
เฮ่อจือหร่านยิ่งฟังยิ่งรู้สึกสนใจ จึงถามต่อว่า “ท่านแม่ แล้ว
หลังจากนั้นเล่า? อ๋องเก้าถูกจับได้อย่างไร?”
“เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้องค์ชายหนานฉี หลังจากที่
พ่อเจ้ากลับมาไม่นาน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าจากด้านนอก ที่แท้ก็คือ
องค์ชายหนานฉีที่น าทหารมาปิดล้อมจวนอ๋องเก้าก่อนที่จะรายงาน
เรื่องนี้กับองค์จักรพรรดิ”
“ไม่รู้ว่าใครให้ค าแนะน ากับเขา แต่เพราะกลัวว่าอ๋องเก้าจะ
หลบหนีไป องค์ชายหนานฉีจึงน าคนบุกเข้าจวนและจับตัวเขา”
“ว่ากันว่า ตอนที่องค์ชายหนานฉีบุกเข้าจวนอ๋องเก้า ขุนพล
อาวุโสจิน ขุนนางผู้ใหญ่ และอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายสูญเสียสติไป
แล้ว พวกเขานั่งอยู่บนเก้าอี้ ไม่ตอบสนองต่อการกระท าใด ๆ”
“พ่อเจ้าบอกว่าจิ่วเยี่ยเป็นคนบอกเรื่องนี้ให้คุณชายเฟ่ยรู้ ดังนั้น
องค์ชายหนานฉีจึงรู้ว่าคนเหล่านี้ถูกพิษหนอนกู่ ละพวกเขาก็
กลายเป็นหลักฐานส าคัญที่บ่งชี้ว่าอ๋องเก้าก่อกบฏ”
“เมื่อมีหลักฐาน องค์ชายหนานฉีจึงไปรายงานเรื่องนี้กับองค์
จักรพรรดิในราชส านักทันที่ องค์จักรพรรดิมีราชโองการให้จับกุม
คนทั้งหมดที่อยู่ในจวนอ๋องเก้า และมอบหมายให้องค์ชายหนานฉีเป็น
คนจัดการเรื่องนี้”
“องค์ชายหนานฉีจะพลาดโอกาสท าคุณงามความดีแบบนี้ได้
อย่างไร?”
“ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่อ๋องเก้าท าเป็นภัยคุกคามส าหรับเขามาก เขา
จะปล่อยคนพวกนั้นไปง่าย ๆ หรือ”
“หลังจากการสอบสวนอย่างหนัก จึงรู้ว่าอ๋องเก้าได้ซุ่มวางแผน
มาหลายปีแล้ว รอแค่ลงมือในโอกาสที่เหมาะสม ใครจะรู้ว่าเรื่องนี้ถูก
จิ่วเยี่ยแทรกแซงแก้ไขแล้ว”
เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ เฮ่อฮูหยินยิ่งรู้สึกว่าลูกเขยของตนเองนั้น
ยอดเยี่ยมมาก หากไม่มีเขา อย่าว่าแต่ราชวงศ์ต้าซุ่นจะเกิดการ
เปลี่ยนแปลงเลย แม้แต่ตระกูลเฮ่อของพวกเขาก็คงหนีไม่พ้นพินาศ
ที่จริงแล้วเฮ่อจือหร่านยังไม่รู้ว่า หลังจากที่เฟ่ยหนานอวี่รายงาน
เรื่องนี้ต่อองค์ชายหนานฉี เขาก็ได้รับความไว้วางใจจากองค์ชาย
หนานฉีมากขึ้น บัดนี้ใกล้ถึงวันที่เขาจะได้แสดงฝีมือมากขึ้นเรื่อย ๆ
แล้ว
นางถามต่อ “แล้วจักรพรรดิซุ่นอู่จัดการกับท่านอ๋องเก้าอย่างไร
หรือ?”
“หลังจากความจริงปรากฏ องค์จักรพรรดิก็ทรงมีรับสั่งให้
ประหารคนทั้งจวนอ๋องเก้าทันที”
ส่วนการลงโทษเก้าชั่วโคตรนั้นย่อมท าไม่ได้ เพราะว่าจักรพรรดิ
ซุ่นอู่ก็อยู่ในเครือญาติของอ๋องเก้าด้วยเช่นกัน
หลังจากพูดเรื่องการกบฏของอ๋องเก้าแล้ว สองแม่ลูกก็คุยกัน
เรื่องอื่นอีกสักพัก เฮ่อจือหร่านเห็นมารดามีท่าทางง่วงงุน ก็รู้ว่าเป็น
เพราะการเดินทางที่เหน็ดเหนื่อยท าให้นางพักผ่อนไม่เพียงพอ
ดังนั้น นางจึงให้มารดาพักผ่อนก่อน ส่วนตัวเองก็ไปหาโม่จิ่วเยี่ย
เพื่อเล่าเรื่องที่ได้รู้มาให้เขาฟัง
หลังจากฟังจบ โม่จิ่วเยี่ยกลับไม่ได้ดูสบายใจเหมือนเฮ่อจือหร่าน
เฮ่อจือหร่านรู้จักนิสัยของเขาเป็นอย่างดี จึงถามว่า “ท่านพี่ ท่าน
รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องจริง ๆ แต่ไม่ใช่เพราะ
สถานการณ์ในราชส านัก แต่เป็นเพราะขุนพลอาวุโสจิน
ขุนพลอาวุโสจินมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสกุลโม่มาโดยตลอด ใน
อดีตก็เคยร่วมเป็นร่วมตายกับบิดาของเขาหลายครั้ง หากบิดารู้เรื่อง
ที่ขุนพลอาวุโสจินถูกกู่ควบคุม เขาคงไม่นิ่งดูดายแน่
“ข้าก าลังเป็นห่วงขุนพลอาวุโสจิน เขาเป็นสหายที่ดีของท่าน
พ่อ”
เรื่องนี้เฮ่อจือหร่านก็เพิ่งนึกได้เช่นกัน นางไม่รู้เรื่องมิตรภาพ
ระหว่างขุนพลอาวุโสจินกับโม่ฉิง นางรู้เพียงว่าระหว่างทางถูกเนรเทศ
ขุนพลอาวุโสจินช่วยเหลือพวกเขามาก ทั้งยังมอบเงินทองจ านวน
มากให้อีกด้วย
เฮ่อจือหร่านเป็นคนรู้จักส านึกบุญคุณคน แค่เหตุผลนี้ นางก็ไม่
อยากให้ขุนพลอาวุโสจินเป็นอันตราย
“ท่านพี่ ท่านไปเมืองหลวงด้วยตัวเองดีหรือไม่?”
เมื่อได้ยินค าพูดของเฮ่อจือหร่าน โม่จิ่วเยี่ยก็มองท้องที่ใหญ่ของ
นางโดยไม่รู้ตัว
“ไม่ได้ อีกเดือนกว่า ๆ เจ้าก็จะคลอดแล้ว ข้าไปตอนนี้ไม่ได้”
แม้ว่าภรรยาของเขาจะเหลือเวลาอีกเดือนกว่า ๆ กว่าจะคลอด
แต่ถ้าเขาขี่ม้าเร็วไปเมืองหลวง ก็สามารถกลับมาได้ภายในหนึ่งเดือน
แต่ภรรยาของเขาก าลังตั้งครรภ์แฝด ตอนที่เขาศึกษาเรื่องการ
ผ่าตัดคลอด ในหนังสือบอกว่าแฝดมักจะคลอดก่อนก าหนด
ถ้าภรรยาของเขาคลอดก่อนก าหนดแล้วตนเองไม่อยู่ข้าง ๆ หาก
เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา เขาคงไม่มีวันให้อภัยตัวเองไปชั่วชีวิต
เฮ่อจือหร่านก็รู้สถานการณ์ของตัวเองเช่นกัน การปล่อยให้โม่
จิ่วเยี่ยจากไปตอนนี้ไม่ใช่การตัดสินใจที่ชาญฉลาดเลย
วิธีก าจัดพิษกู่นอกจากการใช้การแพทย์ที่สมัยใหม่ผ่าตัดแล้ว ก็
เหลือเพียงวิธีเดียว
นั่นคือการใช้กู่แม่ดึงกู่ลูกออกมา
แน่นอนว่าวิธีนี้ต้องอาศัยคนที่เชี่ยวชาญเรื่องกู่เท่านั้นถึงจะท าได้
คนทั่วไปไม่อาจท าได้
เมื่อสองสามีภรรยาพูดคุยเรื่องส่วนตัว พวกเขามักจะคุยในพื้นที่
มิติ
ในตอนนั้นข้าวปั้นน้อยก าลังวิ่งไล่จับเสี่ยวไป๋บนลานโล่งพอดี
“ท่านพี่ ท่านส่งเสี่ยวไป๋ไปส่งข่าวให้เฟ่ยหนานอวี่ที่เมืองหลวงได้
หรือไม่ ขอให้เขาช่วยสังเกตสถานการณ์ของขุนพลอาวุโส
จินหน่อย”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ค่อยเข้าใจความหมายของภรรยา
“การให้เสี่ยวไป๋ส่งจดหมายนั้นไม่มีปัญหา แต่มันก็การช่วย
ขุนพลอาวุโสจินถอนพิษไม่ไดีนะ”
เห็นสีหน้าที่งุนงงของโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านก็อดข าไม่ได้
“ส่งเสี่ยวไป๋ไปเมืองหลวง เขียนจดหมายให้ชัดเจนว่าหากขุนพล
อาวุโสจินยังมีชีวิตอยู่ ให้เจ้าขาวพักอยู่ที่เมืองหลวงชั่วคราว จนกว่า
จักรพรรดิซุ่นอู่จะเชิญคนที่สามารถถอนพิษมาได้”
เหตุผลที่นางให้เสี่ยวส่งจดหมายไปให้เฟ่ยหนานอวี่แทนที่จะ
ส่งไปให้บิดาหรือพี่ชายนางก็มีสาเหตุ
เฮ่อเยวียนหมิงรับราชการมาหลายปี ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราว
ในราชส านัก ดังนั้นตอนที่ทรัพย์สินของสกุลโม่ถูกยึดและเนรเทศ ใน
ฐานะญาติฝ่ายภรรยาของสกุลโม่ เฮ่อเยวียนหมิงจึงไม่ได้รับ
ผลกระทบ
หากส่งจดหมายไปให้บิดานาง เขาก็จ าเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ
เรื่องเหล่านี้ และอาจถูกจักรพรรดิซุ่นอู่สงสัยว่าสมรู้ร่วมคิดกับหนาน
เจียงอีกด้วย
ถึงตอนนั้น เวลาที่จะถอนหนอนกู่ให้คนเหล่านั้น โม่จิ่วเยี่ยก็จะ
ให้เสี่ยวไป๋น ากู่แม่ส่งไป
เฮ่อเยวียนหมิงถือกู่สามตัวไว้ในมือ หากจักรพรรดิซุ่นอู่เกิด
ความสงสัยขึ้นมาไม่สามารถล้างมลทินนี้ได้แม้จะกระโดดลงแม่น ้าฮ
วงโหก็ตาม
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………