ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 458 หมอต าแยผู้เลื่องชื่อ
เขาก้าวเข้ามาอย่างกระตือรือร้นและประสานมือค านับ “พี่ใหญ่
เดินทางมาไกล ตามข้าเข้าบ้านก่อนเถิด พวกเราค่อย ๆ พูดคุยกัน”
เฮ่อซื่อหมิงไม่รู้สึกแปลกหน้ากับโม่จิ่วเยี่ยเช่นกัน อีกฝ่ายเป็นแม่
ทัพผู้สร้างคุณูปการให้แก่ราชวงศ์ต้าซุ่น ไม่เพียงเคยพบกันในวัน
แต่งงานของน้องสาว แม้แต่ตอนที่โม่จิ่วเยี่ยกลับมาอย่างมีชัยและแห่
ไปตามท้องถนน เขาก็เคยพบเห็นมาหลายครั้ง
“น้องเขย ตอนนี้หร่านหร่านเป็นอย่างไรบ้าง”
สิ่งที่เฮ่อซื่อหมิงกังวลมากที่สุดในตอนนี้คือสภาพร่างกายของ
น้องสาว เขากลัวว่าตนเองจะมาช้าเกินไปและน้องสาวจะเป็นอะไรไป
เมื่อได้ยินพี่ภรรยาถามถึงอาการของภรรยา โม่จิ่วเยี่ยก็มองไปที่
รถม้าโดยไม่รู้ตัว
แม้ว่าเขาจะเรียนรู้วิธีผ่าคลอดแล้ว แต่ก็ยังคิดว่าหากไม่ต้องลง
มีดกับภรรยาก็จะดีกว่า ขาหวังเพียงว่าพี่ชายภรรยาจะพาหมอต าแย
มาด้วย ภรรยาของเขาจะไม่เพียงได้คลอดโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ยัง
เพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นด้วย
แต่เขากลับพบว่าในรถม้าไม่มีใครอยู่เลย อาจกล่าวได้ว่าข้างใน
ว่างเปล่า
เพื่อไม่ให้ความหวังเล็ก ๆ ในใจแตกสลาย โม่จิ่วเยี่ยจึงมองไป
ด้านหลังรถม้า หวังว่าเมื่อครู่เขาอาจจะไม่ทันสังเกต อาจมีรถม้าคันที่
สองมาพร้อมกัน และหมอต าแยอาจนั่งมา
แต่ผลลัพธ์กลับท าให้เขาผิดหวัง
“พี่ใหญ่ไม่ได้พาหมอต าแยมาด้วยหรือ?”
เมื่อเห็นเขาถามเช่นนั้น เฮ่อซื่อหมิงก็ยกมือขึ้นปิดปาก หัวเราะ
เบา ๆ
“หากข้าบอกว่าข้าคือหมอต าแยผู้เลื่องชื่อที่ทุกคนพูดถึง
น้องเขยจะเชื่อหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยชะงักไป
ตอนที่อยู่ในเมืองหลวง แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้มีปฏิสัมพันธ์กับ
พี่ชายภรรยาคนนี้ แต่ก็เคยได้ยินมาว่าเฮ่อซื่อหมิงเป็นคนชื่นชอบ
การอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก และแทบจะไม่ค่อยออกไปข้างนอก
โดยเฉพาะเมื่อไม่นานมานี้ ตอนเขากลับไปเมืองหลวง ก็ได้ยิน
มาว่าเฮ่อซื่อหมิงสอบขุนนางได้ดี ยิ่งเป็นการยืนยันถึงความรักในการ
อ่านหนังสือต าราของเขา
พอเฮ่อซื่อหมิงกล่าวถึงความรู้ของตนเอง โม่จิ่วเยี่ยย่อมไม่มีข้อ
โต้แย้งใด ๆ แต่เมื่อครู่นี้เขากลับพูดอะไรออกมา?
เขาบอกว่าตัวเองคือหมอต าแย?
นี่…นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?
จางซานเห็นโม่จิ่วเยี่ยยืนงงงวยอยู่ตรงนั้น จึงเดินเข้าไปช่วย
อธิบายว่า
“ไม่ปิดบังท่านเขย นายท่านกับฮูหยินของพวกเราไม่รู้เลยว่า
คุณชายใหญ่คือหมอต าแยที่เก่งกาจมาก ข้าส่งจดหมายกลับไปให้
นายท่าน บอกว่าฮูหยินต้องการให้ท่านหาหมอต าแยที่เก่งกาจมาที่ซี
เป่ยไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ผู้คนในเมืองหลวงต่างรู้กันดีว่าหมอ
ต าแยคนนั้นเคลื่อนไหวที่ไม่แน่นอน หากต้องการพบเขา ก็ต้องไปที่
ประตูทิศใต้ของเมืองหลวง แล้วแขวนป้ายไว้ที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง”
“หมอต าแยจะส่งคนมาเก็บป้ายเป็นระยะ จากนั้นจะเลือกไปตรวจ
อาการให้กับครอบครัวที่มีคนป่วยหนักเพียงไม่กี่ราย สิ่งส าคัญที่สุด
คือหมอต าแยไปมาไร้ร่องรอย เมื่อปรากฏตัวก็มักสวมชุดขาวและ
สวมหมวกคลุมอยู่เสมอ ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา หลังนาย
ท่านได้ยินว่าคุณหนูใหญ่ตั้งครรภ์แฝดและต้องการให้หมอต าแยคนนี้
มาช่วย พวกข้าก็ได้แต่ลองแขวนป้ายไว้บนต้นไม้ หวังว่าจะได้ผล
เพื่อให้หมอต าแยสังเกตเห็นค าร้องขอของพวกข้า ข้ากับนายท่านจึง
ไปแขวนป้ายมากมายที่ต้นไม้ใหญ่ทุกวัน”
“นายท่านกังวลเรื่องนี้มาก กลัวว่าหมอต าแยจะไม่เห็นค าร้องขอ
ของพวกเรา และยังกังวลว่าเขาอาจไม่ได้มาดูป้ายในเร็ววัน ถึงแม้จะ
หาคนเจอ ก็อาจจะไม่ทันเวลาที่คุณหนูจะคลอด คุณชายใหญ่เห็นข้า
กับนายท่านวิ่งไปที่ประตูเมืองทุกวัน หลังจากสอบถามสาเหตุจึงรู้ว่า
พวกเราต้องการหาหมอต าแยคนนั้นไปช่วยคุณหนูที่ซีเป่ย…”
ตอนที่เสนาบดีเฮ่อได้ยินว่าบุตรชายของตนคือหมอต าแยที่มี
ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองหลวงก็ตกตะลึงไป
สุดท้ายแล้ว บุตรชายคนนี้ก็ได้รับการสั่งสอนจากเขาโดยตรง
ตั้งแต่เด็ก ปกติแล้วนอกจากอ่านหนังสือก็มีแต่อ่านหนังสือ แล้ว
เมื่อไหร่กันที่เขากลายเป็นหมอต าแยไปได้?
ผู้อื่นย่อมไม่รู้ แท้จริงแล้วเฮ่อซื่อหมิงเรียนวิชาแพทย์ก็เพราะ
เฮ่อจือหร่าน
ในปีที่เขาอายุแปดขวบ เขาสังเกตเห็นว่ามารดามักจะปวดท้อง
ทุก ๆ หนึ่งเดือน
ตอนนั้นเฮ่อจือหร่านอายุห้าขวบ นางติดมารดาตลอดทั้งวัน
เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยต้องการให้มารดาอุ้ม มารดาก็จะบอกว่า
วันนี้ร่างกายนางไม่สบาย พรุ่งนี้ค่อยจะอุ้ม
เด็กหญิงตัวน้อยที่ไม่ได้สมหวังดังใจ จึงพูดด้วยความสงสารว่า
“ท่านแม่ป่วย หร่านหร่านจะต้องเรียนวิชาแพทย์มาช่วยรักษาท่าน
แม่”
เฮ่อซื่อหมิงได้ยินประโยคนี้พอดีหลังเลิกเรียน เขาคิดว่าน้องสาว
เป็นเพียงเด็กผู้หญิงจะรักษาท่านแม่ได้อย่างไร?
เขาเป็นพี่ชาย ย่อมต้องก้าวหน้ากว่าน้องสาว
เพียงแต่ปกติบิดาจะเข้มงวดกับเขามาก คงไม่มีทางปล่อยให้เขา
ไปเรียนวิชาแพทย์ได้
ดังนั้น เขาจึงท าได้เพียงแอบซื้อหนังสือมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง
หลังจากเรียนรู้มาระยะหนึ่ง เฮ่อซื่อหมิงสามารถยืนยันได้แล้วว่า
โรคที่ท่านแม่เป็นนั้นคือโรคสตรี และโรคชนิดนี้รักษาให้หายได้ยาก
มาก
หากไม่เป็นเช่นนั้น เหตุใดจึงมีหมอมาตรวจที่จวนเกือบทุกเดือน
แต่อาการของท่านแม่เขากลับไม่ดีขึ้นเลย
เฮ่อซื่อหมิงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า ต่อไปนี้เขาจะมุ่งมั่นศึกษา
วิชาแพทย์ของสตรีอย่างจริงจัง จะต้องรักษาร่างกายของท่านแม่ให้
หายดีให้ได้
เขาแอบศึกษาวิชาแพทย์สตรีอย่างหนักโดยไม่ให้กระทบกับการ
เรียนยามปกติ
ครั้งหนึ่งขณะออกเดินทางท่องเที่ยว เขาก าลังขี่ม้าและถูกกลุ่ม
คนที่ยืนล้อมวงอยู่ข้างหน้าขวางทางไว้
เมื่อเขาลงจากหลังม้าเพื่อจะดูให้แน่ใจ จึงรู้ว่าเป็นสตรีตั้งครรภ์
คนหนึ่งที่ออกเดินทางแล้วเกิดอาการปวดท้องคลอด ท าให้ไม่
สามารถนั่งรถม้าเดินทางต่อได้
นางนั่งร้องไห้เจ็บปวดอยู่บนพื้น สาวใช้ของนางคอยร้องขอ
ความช่วยเหลือจากคนที่ผ่านไปมา วิงวอนให้พวกเขาช่วยไปตาม
หมอมาช่วย
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เฮ่อซื่อหมิงที่ศึกษาวิชาแพทย์
สตรีมาหลายปีย่อมรู้ดีว่าสตรีมีครรภ์ควรคลอดบุตรทันที่ เพื่อป้องกัน
เหตุอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
แต่ในฐานะบุรุษ เขาไม่สะดวกจะช่วยท าคลอดให้สตรีคนนั้น
โดยตรง จึงได้แต่สั่งให้สาวใช้หาสิ่งของมาบังตา
สาวใช้รีบไปหยิบผ้าคลุมจากรถม้ามาบังร่างของสตรีคนนั้น
เฮ่อซื่อหมิงตรวจชีพจรของสตรีผ่านม่านบัง จากนั้นจึงคล าท้อง
นาง แล้วจึงสั่งให้สาวใช้ปฏิบัติตามค าแนะน าของเขา
ภายใต้การชี้น าของเฮ่อซื่อหมิง สตรีคนนั้นก็คลอดบุตรชายได้
อย่างปลอดภัยบนถนนหลวง การกระท าของเฮ่อซื่อหมิงถูกชายชรา
ผู้หนึ่งที่เดินผ่านมาจับตามองเช่นกัน
ขณะที่สตรีนางนั้นคลอดบุตรได้อย่างราบรื่นและเฮ่อซื่อหมิง
ก าลังจะขึ้นม้าจากไป ชายชราก็ขวางทางเขาไว้
ชายชราเพียงกล่าวว่าเฮ่อซื่อหมิงมีพรสวรรค์ในการรักษา
โดยเฉพาะวิธีการที่เขาสั่งการให้สาวใช้ท าคลอดให้กับเจ้านายของ
นางเอง แสดงให้เห็นว่าเขามีความรู้ความเข้าใจในวิชาแพทย์สตรีที่
ไม่ธรรมดา
ชายชราหยิบหนังสือเก่าสีเหลืองออกมาจากอกเสื้อแล้วยัดใส่มือ
ของเฮ่อซื่อหมิง
บอกเขาว่า ตนเองจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นาน นี่คือแก่นสารที่ข้า
รวบรวมมาตลอดชีวิตของการเป็นหมอ หวังว่าเขาจะสามารถสืบทอด
สิ่งที่ตนได้เรียนรู้มาตลอดชีวิตต่อไป
พอกล่าวจบ ชายชราก็จากไปโดยไม่รอให้เฮ่อซื่อหมิงได้
ตอบสนอง
ตอนแรกเฮ่อซื่อหมิงไม่ได้ใส่ใจหนังสือของชายชรามากนัก แต่
เมื่อเปิดอ่านมันในยามว่างตอนกลางคืน มันกลับท าให้เขาตกตะลึง
ที่แท้ชายชราผู้นั้นก็คือหมอต าแยผู้เลื่องชื่อแห่งต้าซุ่น ผู้ซึ่ง
ปรากฏตัวราวกับมังกร เห็นแต่หัวไม่เห็นหาง
ยิ่งไปกว่านั้น คนผู้นี้ยังมีนิสัยแปลกประหลาด รักษาผู้คนโดย
ไม่ได้ค านึงถึงความร ่ารวยหรืออ านาจ แต่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของ
ตนเองทั้งสิ้น
เหตุผลที่เฮ่อซื่อหมิงรู้จักหมอต าแยผู้นี้ก็เพราะอาการป่วยของ
ท่านแม่ของเขา
ข้ารู้มาตั้งแต่เด็กว่ามารดาป่วยเป็นโรคสตรี ทุกครั้งที่มีระดูมาก็
จะปวดท้องทรมานจนแทบทนไม่ไหว
บิดาส่งคนออกไปตามหาหมอคนนี้มารักษามารดานับครั้งไม่ ถ้วน แต่กลับไมเคยสาเร็จลักที