ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 459 จะต้องให้แม่โดนมีดกรีดสักกี่ครั้งถึงจะยอมออกมา
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 459 จะต้องให้แม่โดนมีดกรีดสักกี่ครั้งถึงจะยอมออกมา
หรือ?
ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะได้พบกับหมอเทวดาผู้นี้โดยบังเอิญ
ไม่เพียงเท่านั้น เฮ่อซื่อหมิงมั่นใจว่าตนเองได้รับการถ่ายทอด
วิชาแพทย์จากหมอเทวดาผู้นี้
แม้ว่าเขาจะเรียนด้านหมอโรคสตรีมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่พบ
วิธีรักษาร่างกายของท่านแม่ให้หายดีได้
ครั้งหนึ่ง เฮ่อซื่อหมิงเคยคิดว่าโรคของท่านแม่อาจจะไม่มีทาง
รักษาให้หายได้
แต่หลังจากที่ได้อ่านต าราที่หมอเทวดามอบให้ จิตใจของเขาก็
สว่างขึ้นมาทันที่
ที่แท้อาการป่วยของท่านแม่ก็ไม่ได้หมดหนทางรักษา…
เฮ่อซื่อหมิงอ่านต าราของหมอเทวดาจนลืมตัว เป็นเวลาเกือบ
สามวันที่เขาพักอยู่ในโรงเตี๊ยม นอกจากกินข้าวและนอนหลับแล้ว
เวลาที่เหลือล้วนใช้ไปกับการศึกษา
ในเวลาห้าวัน เขาไม่เพียงแต่สามารถท่องจ าเนื้อหาในต าราได้
อย่างคล่องแคล่ว แต่ยังเข้าใจวิธีการต่าง ๆ อย่างถ่องแท้
ด้วยเหตุนี้ ในใจของเขาจึงถือว่าหมอเทวดาผู้นี้เป็นอาจารย์ของ
ตน
อาจารย์บอกว่าชีวิตของท่านเหลือไม่นานแล้ว ดังนั้นเขาในฐานะ
ศิษย์จึงต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเผยแพร่ความรู้ที่อาจารย์สั่งสอน
มาตลอดชีวิต
อีกทั้งตามความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับหมอเทวดา คือท่านไม่
เคยเผยโฉมแท้จริงในยามรักษาผู้คน ทุกคนรู้เพียงว่าเมื่อท่านปรากฏ
ตัว มักสวมเสื้อคลุมยาวสีเทาและสวมหมวกคลุมศีรษะเสมอ
อาจเป็นเพราะวันนั้นหมอเทวดาไม่ได้ออกมาช่วยชีวิตผู้คน
ขณะสนทนากับเฮ่อซื่อหมิงจึงไม่ได้สวมหมวกคลุม แต่ยังคงสวมเสื้อ
คลุมยาวสีเทาอยู่
เมื่อเขาได้ยินหมอเทวดากล่าวว่าตนเองมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เขา
จึงสังเกตสีหน้าของท่านอย่างตั้งใจ และพบว่าแท้จริงแล้วมีร่องรอย
ของการเจ็บป่วยหนักอยู่จริง ๆ
เขาคาดเดาว่าหากท่านไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังจริง ๆ
ท่านคงไม่หมอต าราแพทย์ที่รวบรวมไว้มาให้ชายหนุ่มที่เพิ่งพบกัน
ครั้งแรกอย่างใจกว้างเช่นนี้
บังเอิญว่าวันนั้น เฮ่อซื่อหมิงก็สวมหมวกคลุมขณะช่วยเหลือสตรี
ผู้หนึ่งคลอดก่อนก าหนดอยู่บนถนนหลวง จึงไม่มีใครเห็นโฉมหน้าที่
แท้จริงของเขา เพื่อสืบทอดวิชาหมอต าแยอย่างถ่องแท้ เฮ่อซื่อหมิ
งจึงเลียนแบบท่าทางของอาจารย์ และช่วยรักษาผู้คนโดยไม่เปิดเผย
ใบหน้าที่แท้จริง
นอกจากนี้ การกระท าเช่นนี้ของเขาก็มีความเห็นแก่ตัวอยู่บ้าง
ท่านพ่อของเขาเข้มงวดในการอบรมสั่งสอน และไม่รู้ว่าเขาแอบ
รักษาคนไข้ ดังนั้น เฮ่อซื่อหมิงจึงท าเช่นนี้เพื่อไม่ให้ตัวตนของตนถูก
เปิดเผยและถูกบิดาค้นพบ
เขาปรากฏตัวด้วยใบหน้าเช่นนี้เป็นครั้งแรกเพื่อรักษาอาการ
ปวดประจ าเดือนของมารดา และยังรักษาโรคของสตรีอีกมากมายใน
เมืองหลวง
นานวันเข้า ผู้คนในเมืองหลวงก็เล่าลือกันว่า มีหมอเทวดาอีกคน
ปรากฏตัวขึ้นในราชวงศ์ต้าซุ่น ฝีมือการรักษาไม่ด้อยไปกว่าหมอ
เทวดาผู้นั้นเลย…
เฮ่อซื่อหมิงเป็นหมอต าแย ไม่ว่าเขาจะรักษาผู้ป่วยตามอารมณ์
หรือไม่ แต่เมื่อน้องสาวแท้ ๆ ของตนเองตกอยู่ในอันตราย เขาย่อมไม่
อาจนิ่งดูดายได้
แน่นอนว่า เมื่อบุตรชายของตนเองจู่ ๆ ก็มีต าแหน่งเป็นหมอ
ต าแย เสนาบดีเฮ่อย่อมต้องซักถามอย่างละเอียด
เฮ่อซื่อหมิงเพื่อความปลอดภัยของน้องสาว จ าต้องอธิบายตัวตน
ที่แท้จริงของตนเองให้บิดาฟังอย่างชัดเจน
หลังจากที่เสนาบดีเฮ่อได้ฟัง ก็รู้สึกทั้งโกรธและปลาบปลื้มใจ
โกรธที่ลูกชายคนนี้แอบเรียนวิชาแพทย์อันน่าทึ่งโดยไม่บอกให้
เขารู้เลยและปลาบปลื้มใจที่หมอต าแยนั้นเป็นคนในครอบครัว ชีวิต
ของบุตรสาวจึงมีความหวังที่จะรอด
ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป เมื่อเสนาบดีเฮ่อรู้ว่าบุตรชายของตน
คือหมอต าแย เขาจึงสั่งให้จางซานพาเขาเดินทางไปยังซีเป่ยอย่าง
เร่งด่วนที่สุด
เมื่อนึกถึงบุตรสาวที่ก าลังทนทุกข์ทรมานอยู่ในซีเป่ย และยัง
ตั้งครรภ์แฝดอีก ไม่รู้ว่าชาตินี้พ่อลูกจะได้พบหน้ากันอีกหรือไม่
เสนาบดีเฮ่ออยากจะไม่สนใจสิ่งใดและติดตามบุตรชายไปยังซี
เป่ยด้วย
แต่สติกลับเตือนเขาอยู่ตลอดเวลาว่า หากเขาออกจากเมือง
หลวงไปยังซีเป่ย และจักรพรรดิทรงทราบเรื่อง ฝ่าบาทอาจจะต้องกริ้ว
และลงโทษทั้งตระกูลอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ เสนาบดีเฮ่อจึงต้องล้มเลิกความคิดนี้และอยู่ในเมือง
หลวงอย่างสงบเสงี่ยม
เขาไม่สามารถออกจากเมืองหลวงได้ แต่เฮ่อซื่อหมิงนั้นไม่มี
ข้อจ ากัดเหล่านี้
เมื่อไม่นานมานี้ได้เกิดเหตุการณ์ท่านอ๋องเก้าคิดกบฏขึ้น
จักรพรรดิซุ่นอู่เกิดความระแวง จึงออกค าสั่งให้ผู้ที่มีความเกี่ยวข้อง
กับจวนอ๋องทั้งหมดต้องถูกสั่งพักงานและสอบสวน
แม้ว่าเฮ่อซื่อหมิงจะถูกบังคับให้หมั้นหมายกับท่านหญิงอวี้ แต่ก็
ยังอยู่ในรายชื่อของผู้ที่เกี่ยวข้องกับจวนอ๋อง
ตราบใดที่พรรคพวกของอ๋องเก้ายังไม่ถูกจับกุมได้ทั้งหมด เขาก็
ไม่มีคุณสมบัติที่จะกลับเข้ารับต าแหน่งได้
โชคดีที่ผู้สืบสวนคดีกบฏของจวนอ๋องรู้ดีว่าเขาถูกบังคับให้หมั้น
หมายกับท่านหญิงอวี้ แม้จะมีชื่ออยู่ในรายชื่อ แต่ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
กับคดีนี้แม้แต่น้อย
ด้วยเหตุนี้ เฮ่อซื่อหมิงจึงถูกพักงานเพียงในนาม แต่การ
เคลื่อนไหวของเขาไม่ได้ถูกจ ากัด
เมื่อไม่มีต าแหน่งหน้าที่ติดตัว การที่เขาออกจากเมืองหลวง
สามารถอ้างได้ว่าเป็นเพียงการออกไปท่องเที่ยว ด้วยวิธีนี้ จึงไม่มีใคร
มีข้ออ้างที่จะขัดขวางได้
…
โม่จิ่วเยี่ยฟังค าอธิบายของจางซานแล้วก็เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าพี่เขย
ของตนเป็นหมอต าแยอย่างแท้จริง
เขารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ภรรยาของเขาเป็นน้องสาวแท้ ๆ
ของเฮ่อซื่อหมิง จากท่าทีของคนตระกูลเฮ่อ ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้ง
ครอบครัวล้วนรัก เฮ่อจือหร่านมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่เขยคนโต
มาถึงซีเป่ยเร็วกว่าที่เขาคาดไว้ตั้งหลายวัน เห็นได้ชัดว่าเขาคงไม่ได้
หยุดพักระหว่างทางเลย
เมื่อเห็นเฮ่อซื่อหมิงในสภาพเหนื่อยล้าจากการเดินทาง โม่จิ่วเยี่ย
รีบเชิญเขากลับบ้านทันที่
ในเวลานั้น พี่น้องคนอื่น ๆ ในสกุลโม่ก็ทยอยออกมาดู
เมื่อได้ยินว่าเขาคือหมอต าแยที่เฮ่อฮูหยินส่งคนไปเชิญมา ทุก
คนต่างประหลาดใจชั่วขณะ
อย่างไรก็ตาม คนในสกุลโม่ไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขารู้ดีว่าหมอต าแยไม่เคยเปิดเผยใบหน้าจริง
ในขณะรักษา และยิ่งไม่ต้องการให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป
หลังจากที่ทุกคนพูดคุยทักทายกับเฮ่อซื่อหมิงแล้ว พวกเขาก็
มองเขาเดินกลับไปกับโม่จิ่วเยี่ย
เฮ่อฮูหยินก าลังชะเง้อมองอยู่ที่ประตู เห็นกลุ่มคนเดินมาแต่ไกล
จึงเอ่ยถามเสียงดัง
“จิ่วเยี่ย มีแขกมาหรือ?”
“ท่านแม่ ข้าเองขอรับ ข้าคือซื่อหมิง” เฮ่อซื่อหมิงตอบค าถาม
มารดาโดยไม่รอให้โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยปาก
บุตรชายของตน แม้ฟ้ามืดจนมองไม่เห็นใบหน้า แต่เสียงนั้นไม่มี
ทางฟังผิดแน่นอน
เฮ่อฮูหยินตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะเดินไปทางฝูงชน
“ซื่อหมิง เจ้ามาได้อย่างไร? เจ้าได้เชิญหมอต าแยผู้เชี่ยวชาญ
ท่านนั้นมาแล้วหรือไม่?”
แม้นางจะคิดถึงบุตรชาย แต่ตอนนี้หมอต าแยนั้นส าคัญกว่า
“ท่านแม่ ข้าจะไปดูน้องสาวก่อน พวกเราค่อยคุยกันทีหลัง”
ระหว่างทางมาที่เรือน โม่จิ่วเยี่ยได้เล่าสถานการณ์คร่าว ๆ ของ
เฮ่อจือหร่านให้เขาฟังแล้ว เฮ่อซื่อหมิงเพียงต้องการช่วยตรวจสอบ
สถานการณ์ของน้องสาวให้เร็วขึ้น เพื่อให้รู้สึกมั่นใจ
ในขณะที่โม่จิ่วเยี่ยออกไปตรวจสอบผู้มาเยือน เฮ่อจือหร่านก็
รู้สึกถึงความรู้สึกหนักถ่วงที่ท้องน้อยรุนแรงขึ้นอีก
พอดีตอนนั้นในห้องไม่มีใคร นางจึงรีบเข้าไปในพื้นที่มิติเพื่อ
ตรวจสอบ
ผลลัพธ์ท าให้นางรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย
ทั้ง ๆ ที่เมื่อสิบวันก่อนนางตรวจสอบต าแหน่งทารกในครรภ์ยังดี
อยู่ เหตุใดวันนี้เมื่อดูอีกครั้งผลจึงเปลี่ยนไป?
ทารกทั้งสองนั้นแข็งแรงดีก็จริง แต่กลับอยู่ในท่าศีรษะตั้งขึ้น
ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงการตั้งครรภ์แฝดเลย แม้แต่
ทารกคนเดียวก็ต้องผ่าตัดคลอดจึงจะปลอดภัยกว่า
เฮ่อจือหร่านยิ้มอย่างจนใจ ยื่นมือลูบท้องกลมโตของตน แล้วพูด
เสียงอ่อนโยนว่า
“พวกเจ้าสองตัวซนจริง ๆ ชอบทรมานแม่เหลือเกิน จะต้องให้แม่
โดนมีดกรีดสักกี่ครั้งถึงจะยอมออกมาหรือ?”
นางเพิ่งพูดจบ โม่จิ่วเยี่ยก็พาเฮ่อซื่อหมิงเดินเข้ามาในลานบ้าน
แล้ว
เฮ่อซื่อหมิงรีบร้อนอยากจะตรวจสอบสภาพของน้องสาว จึงถาม
โม่จิ่วเยี่ยว่า “หร่านหร่านอยู่ห้องไหน?”