ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 460 ข้าจะตรวจดูอาการเจ้าก่อน
โม่จิ่วเยี่ยเดินน าหน้า ก่อนจะชี้ไปยังห้องที่มีแสงสว่างที่สุดพลาง
กล่าวว่า
“นางอยู่ในนี้”
ตามทิศทางที่โม่จิ่วเยี่ยชี้ไป เฮ่อซื่อหมิงรีบก้าวผ่านเขาไปอย่าง
รวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าเขาก าลังร้อนใจมากเพียงใดในตอนนี้
เฮ่อจือหร่านเห็นคนที่ประตู ชะงักงันไปชั่วขณะ
“พี่ใหญ่ เหตุใดท่านจึงมาที่นี่?”
พี่น้องคู่นี้สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเฮ่อจือหร่านเห็นเฮ่อซื่อหมิง
นางก็รู้สึกถึงความสนิทสนมขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ในความทรงจ า
ของเจ้าของร่างเดิม พี่ชายคนโตมักจะยิ้มอย่างอบอุ่นทันทีที่เห็นนาง
แล้วเรียกชื่อเล่นของนาง
ทว่าวันนี้เฮ่อซื่อหมิงกลับแตกต่างจากในความทรงจ าโดยสิ้นเชิง
สีหน้าของเขาเคร่งเครียด เมื่อมาถึงข้างเตียงก็คว้าข้อมือของนาง
ทันที่
“ข้าจะตรวจดูอาการเจ้าก่อน”
“พี่ใหญ่…” เฮ่อจือหร่านอยากจะถามว่าพี่ใหญ่ก าลังท าอะไรอยู่
แต่ยังพูดไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงโม่จิ่วเยี่ยพูดขึ้น
“หร่านหร่าน อย่าเพิ่งรีบร้อน รอให้พี่ใหญ่ตรวจอาการเจ้าเสร็จ
ก่อน แล้วข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังอย่างละเอียด”
เฮ่อจือหร่านแม้ว่ายังคงงุนงงอยู่ แต่เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของพี่
ใหญ่ที่ก าลังช่วยจับชีพจรให้ตนเอง นางก็ยอมปิดปากเงียบอย่างว่า
ง่าย
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เฮ่อซื่อหมิงก็ปล่อยนิ้วออกจากข้อมือ
ของเฮ่อจือ
หร่าน
“หร่านหร่าน เจ้านอนราบลงเถอะ พี่จะดูต าแหน่งทารกในครรภ์
ของเจ้า”
เฮ่อจือหร่านมีแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ยังคงท าตาม
ค าพูดอย่างว่าง่าย
เห็นได้ชัดว่าคิ้วของเฮ่อซื่อหมิงขมวดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง
เขาเผลอใช้แรงมากเกินไป
จนกระทั่งเฮ่อจือหร่านส่งเสียง “อ๊ะ…” เขาจึงได้สติกลับคืนมา
“พี่ใหญ่ ต าแหน่งของเด็กไม่ถูกต้องใช่หรือไม่?”
เฮ่อซื่อหมิงตั้งใจจะปิดบังนางไว้ แต่กลับถูกถามเช่นนี้อย่างไม่
ทันตั้งตัว ท าให้เขาไม่สามารถตอบสนองได้ทันที่
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
เฮ่อจือหร่านเผยรอยยิ้มซุกซนออกมา “พี่ใหญ่ลืมแล้วหรือ? ข้า
อ่านต าราแพทย์มาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งเด็ก ๆ อยู่ในท้องของข้า ข้าลูบ
คล าพวกเขาทุกวัน ย่อมรู้เป็นธรรมดา”
ในประเด็นนี้ เฮ่อซื่อหมิงไม่มีทางโต้แย้งได้ เพราะเขาก็ไม่รู้ว่า
น้องสาวเรียนรู้วิชาแพทย์จากการอ่านต าราแพทย์ไปถึงระดับใดกัน
แน่
อย่างเช่นตัวเขาเอง ก่อนที่จะได้พบกับอาจารย์หมอเทวดาก็
สามารถช่วยให้สตรีที่คลอดก่อนก าหนดคลอดลูกได้อย่างราบรื่น
ด้วยการเรียนรู้ด้วยตนเอง
เขายอมรับว่าตนเองมีพรสวรรค์ในการเรียนแพทย์ เขามี
พรสวรรค์จึงเรียนได้ดี คนอื่นก็อาจมีพรสวรรค์แบบนี้ได้เช่นกัน
ตอนนี้สถานการณ์ของน้องสาวเป็นเรื่องเร่งด่วน เฮ่อซื่อหมิงไม่มี
เวลามาคิดเรื่องไร้สาระพวกนี้ เขาได้ช่วยตรวจสอบน้องสาวเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อไม่ให้น้องสาวรู้สึกกดดันก่อนคลอด เขาจึงตั้งใจ
พูดด้วยน ้าเสียงที่ผ่อนคลาย
“มันไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่เจ้าคิดหรอก เจ้าอาจจะยังไม่รู้ แต่พี่
ใหญ่ของเจ้าคนนี้มีคุณสมบัติพิเศษที่ท าให้เด็กเล็ก ๆ พวกนี้เกรง
กลัวมาแต่ก าเนิด พวกเขารู้สึกได้ว่าข้าอยู่ที่นี่ ก็จะรีบเปลี่ยนต าแหน่ง
อย่างว่าง่ายทันที”
ค าพูดนี้ท าให้เฮ่อจือหร่านหัวเราะออกมาทันที่
“พี่ใหญ่ ท าไมข้าถึงไม่เคยเห็นมาก่อนว่าท่านมีความสามารถใน
การพูดโกหกด้วยล่ะ?”
เฮ่อฮูหยินยังคงงุนงงอยู่ตลอด ลูกชายมาที่นี่เพื่อช่วยตรวจ
อาการลูกสาว
เมื่อครู่ก็ได้ยินหร่านหร่านถามว่าทารกในครรภ์อยู่ในต าแหน่งที่
ไม่ถูกต้องหรือไม่ ข่าวนี้เป็นเสมือนสายฟ้าฟาดส าหรับนาง
เมื่อครู่หมอที่ตรวจร่างกายบุตรสาวของนางบอกว่านางและเด็ก ๆ
ทุกคนแข็งแรงดี ในตอนนั้นเฮ่อฮูหยินยังคงมีความหวังเล็ก ๆ ว่าหาก
ทั้งผู้ใหญ่และเด็กไม่มีปัญหาใด บุตรสาวของนางก็จะไม่มีอันตรายใน
การคลอด
แต่เมื่อได้ยินบทสนทนาของบุตรทั้งสองเมื่อครู่ นางยิ่งรู้สึกว่ามี
บางอย่างไม่ชอบมาพากล
ในเมื่อเป็นลูกที่นางเลี้ยงดูมากับมือ ไม่มีใครจะรู้นิสัยของพี่น้อง
ทั้งสองดีไปกว่านางผู้เป็นแม่อีกแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฮ่อซื่อหมิง เขาถูกบิดาพาติดตัวไปสั่งสอน
ตั้งแต่เด็ก ไม่เคยพูดจาหรือท าอะไรหุนหันพลันแล่นเช่นนี้มาก่อนเลย
เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น เฮ่อฮูหยินที่ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่
ชอบมาพากล ค่อย ๆ เดินมาหยุดตรงหน้าเฮ่อซื่อหมิง
“ซื่อหมิง เจ้ากับท่านพ่อของเจ้าไม่ได้ตามหมอต าแยมาหรือ?”
เมื่อเห็นว่าบนหน้าผากของแม่ยายเริ่มมีเหงื่อผุดออกมาแล้ว โม่
จิ่วเยี่ยจึงรีบเข้าไปอธิบาย
“ท่านแม่ หมอต าแยผู้เลื่องชื่อก็คือพี่ใหญ่นี่เอง”
เฮ่อฮูหยินท าเหมือนไม่ได้ยินค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย ยังคงจ้องมอง
เฮ่อซื่อหมิง อยู่เช่นเดิม หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ นางจึงหันมามองโม่
จิ่วเยี่ย
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ? เจ้าบอกว่าเขาคือหมอต าแยผู้เลื่องชื่อผู้นั้น
หรือ?”
“จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าเลี้ยงดูเด็กคนนี้มาด้วยตัวเอง เขาไม่เคย
เรียนวิชาแพทย์อะไรเลย จะเป็นหมอต าแยผู้เลื่องชื่อได้อย่างไร? พวก
เจ้าอย่าได้แต่งเรื่องเช่นนี้เพื่อปลอบใจข้าและหร่านหร่าน หากไม่
สามารถเชิญหมอมาได้ พวกเรายังมีเวลาคิดหาวิธีอื่นอยู่”
เฮ่อฮูหยินที่เมื่อครู่ไม่ได้ตอบสนองต่อค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย ก็
เพราะนางไม่เชื่อเลยสักนิด
ในขณะเดียวกัน นางก็พยายามเตือนตัวเองให้รักษาสติ ควบคุม
อารมณ์ของตนเองไว้ นางจึงได้พูดออกมามากมายเช่นนั้น
เฮ่อซื่อหมิงรู้ดีว่าท่านแม่ไม่เชื่อเลยว่าเขาคือหมอต าแยผู้เลื่องชื่อ
“ท่านแม่ ข้าเป็นหมอต าแยผู้เลื่องชื่อที่ทุกคนเล่าลือกันจริง ๆ
หากไม่เชื่อ ท่านเรียกจางซานมาถามดูก็ได้”
ในตอนนี้เฮ่อซื่อหมิงมีท่าทีจริงจังและกลับไปเป็นแบบที่เฮ่อฮูหยิน
ที่คุ้นเคยอีกครั้ง แต่นางไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่า บุตรชายของนาง
กลายเป็นหมอต าแยได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
จางซานยืนรออยู่นอกประตูตลอด เขาสามารถได้ยินบทสนทนา
ภายในห้องได้ เพื่อไม่ให้ฮูหยินเกิดอาการตื่นตระหนก เขาจึงกล่าว
เสียงดังว่า “ฮูหยิน คุณชายใหญ่เป็นหมอต าแยจริง ๆ”
เมื่อได้ยินจางซานกล่าวเช่นนั้น เฮ่อฮูหยินจึงก้าวเดินออกมา
“จางซาน เจ้าจงอธิบายให้ชัดเจน เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
กัน?”
ตอนที่เฮ่อซื่อหมิงยอมรับต่อหน้าท่านพ่อว่าตนเองคือหมอต าแย
ผู้เลื่องชื่อ โดยเล่ารายละเอียดถึงกระบวนการเรียนรู้วิชาแพทย์และ
โอกาสที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากหมอเทวดาอย่างละเอียด
ในตอนนั้น เขาไม่ตั้งใจจะปิดบังตัวตนที่แท้จริงว่าเป็นหมอต าแย
ผู้เลื่องชื่อจากครอบครัวอีกต่อไป อีกทั้งเขายังรู้ดีว่าการที่ตนเองรีบ
เดินทางไปซีเป่ยเพื่อช่วยน้องสาวคลอดบุตรนั้น จ าเป็นต้องให้จาง
ซานน าทาง
ดังนั้นตัวตนของเขาก็ไม่อาจปิดบังได้อีกแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเขาเล่าเรื่องตัวตนที่แท้จริงให้ท่านพ่อฟัง จึงไม่ได้
ปิดบังจางซานแต่อย่างใด จางซานจึงรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
“ฮูหยิน คุณชายใหญ่เป็นหมอต าแยผู้เลื่องชื่อจริง ๆ ขอรับ ตอน
ที่ข้ากลับไปเมืองหลวง ได้ออกเดินทางตามหาคนพร้อมกับนาย
ท่าน…”
จางซานรับหน้าที่อธิบายแทนคุณชายใหญ่ โดยเล่าเรื่องราวต่อ
หน้าเฮ่อฮูหยิน เขารู้ว่าคุณหนูใหญ่ต้องสงสัยเรื่องนี้เช่นกัน จึงตั้งใจ
เปล่งเสียงให้ดังขึ้นอีกระดับ
จางซานเล่าเรื่องราวของคุณชายใหญ่อย่างละเอียดทุกแง่มุม ใช้
เวลาประมาณครึ่งก้านธูป
หลังจากที่เฮ่อจือหร่านและเฮ่อฮูหยินได้ฟัง แม้จะรู้สึกว่าเป็นเรื่อง
เหลือเชื่อ แต่ทั้งแม่และลูกสาวก็ไม่มีความสงสัยใด ๆ
เฮ่อฮูหยินไม่มีเวลาที่จะท าความเข้าใจกับข้อมูลที่ได้รับอย่าง
กะทันหัน นางจึงดึงเฮ่อซื่อหมิงออกไปข้างนอก
แม่ลูกทั้งสองออกจากเรือนไป เฮ่อฮูหยินมองดูต าแหน่งที่ตนเอง
อยู่ ซึ่งห่างจากห้องของเฮ่อจือหร่านไปพอสมควรแล้วนางจึงหยุด
ฝีเท้าลง
“ซื่อหมิง อาการของน้องสาวเจ้าเป็นอย่างไรกันแน่?”
เฮ่อซื่อหมิงรู้ว่าท่านแม่เป็นห่วงน้องสาวมากที่สุด จึงได้แต่พูด
เลี่ยง ๆ ไปบ้าง
“ท่านแม่ ขอเพียงมีข้าอยู่ ข้ารับรองว่าหร่านหร่านและหลานชาย
สองคนของท่านจะปลอดภัย”
เฮ่อฮูหยินรอคอยประโยคนี้อยู่พอดี “ถ้าอย่างนั้น แม่ก็วางใจได้
แล้ว”
ในยามนี้เฮ่อฮูหยินรู้สึกภาคภูมิใจในตัวบุตรชายมาก
บุตรชายของนางเป็นถึงหมอต าแยผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง…