ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 470 ชื่อเล่น
ตอนนี้พวกพี่น้องชายก็เห็นลักษณะของหลานสาวได้ชัดเจน
ยิ่งขึ้น
แก้มป่องน้อย ๆ นั้นดูอวบอิ่มน่ารักมาก
“ท่านแม่ หลานสาวของพวกข้าหนักเท่าไรขอรับ?”
พอถูกลูกชายถาม ฮูหยินผู้เฒ่าก็นึกขึ้นได้ว่านางมัวแต่อุ้มเด็ก
น้อยด้วยความเอ็นดูจนลืมชั่งน ้าหนักไปเสียสนิท
โม่เจียเฉิงเห็นท่าทางของมารดาก็รู้ทันทีว่านางคงลืมชั่งน ้าหนัก
หลานสาวแน่ ๆ
“ท่านแม่ ในเรือนของข้ามีตาชั่งอยู่ ข้าจะไปเอามาเดี๋ยวนี้”
หลังจากชั่งน ้าหนักเสร็จ ทุกคนก็หัวเราะขึ้นมา
“ข้าว่าแล้ว หลานสาวของข้าอุ้มนาน ๆ ก็ท าให้ย่ารู้สึกเหนื่อย ที่
แท้ก็อ้วนขนาดนี้ หนักถึงห้าชั่งเก้าเลี่ยงเชียวนะ”
ห้าชั่งเก้าเลี่ยงในยุคปัจจุบันถือว่าผอม
แต่ที่นี่คือยุคโบราณ ดินแดนที่ขาดแคลนทรัพยากร ตระกูลใหญ่
ยังพอมีฐานะ สตรีที่ตั้งครรภ์จะได้รับเงินทองมาบ ารุงร่างกายในช่วง
ตั้งครรภ์
ส่วนครอบครัวยากจนไหนเลยจะมีเรื่องแบบนั้น ได้แต่กินตามที่
คนอื่นกิน แค่ไม่ต้องหิวโหยก็นับว่าเป็นพรจากสวรรค์แล้ว
ยังมีเหตุผลอีกประการหนึ่งคือมีการแพทย์ที่ไม่ดีนัก หากทารก
ในครรภ์ตัวใหญ่เกินไปก็จะท าให้มารดาคลอดยาก ดังนั้น แม้แต่คนที่
ตั้งครรภ์แล้วก็ยังต้องควบคุมอย่างเหมาะสม ไม่กล้าปล่อยให้เด็กใน
ท้องเติบโตเกินไป
กระทั่งในยุคนี้ก็แทบไม่มีใครสามารถคลอดเด็กที่มีน ้าหนักเกิน
ห้าหกชั่งได้
ยิ่งกว่านั้น เด็กแฝดมักจะมีขนาดเล็กกว่าเด็กคนเดียวมาก
บางครั้งน ้าหนักของฝาแฝดรวมกันถึงจะเท่ากับน ้าหนักของเด็กทารก
คนหนึ่ง
แต่หลานฝาแฝดของพวกเขากลับมีน ้าหนักมากเช่นนี้ ท าให้ฮู
หยินผู้เฒ่ารู้สึกดีใจพร้อมกับเป็นห่วงเฮ่อจือหร่านด้วย
บอกได้แค่ว่าลูกสะใภ้เก้าของนางโชคดี คลอดลูกแฝดที่อ้วน
ท้วนสมบูรณ์เช่นนี้ได้อย่างปลอดภัย
หลานทั้งสองของนางยังเกิดมาพร้อมกับโชค ปู่ของพวกเขาที่
เคลื่อนไหวล าบากสามารถใช้ไม้ค ้าเดินได้ในวันนี้อีก
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ่งมองหลานสาวก็ยิ่งรู้สึกชอบ
“ท่านพี่ สกุลโม่ของพวกเราแต่ไหนแต่ไรมามีลูกชายมากกว่าลูก
สาว หลานสาวตัวน้อยคนนี้ต่อไปก็จะเป็นไข่มุกบนฝ่ามือของพวกเรา
สกุลโม่ จ าเป็นต้องตั้งชื่อที่ไพเราะให้นางสักหน่อย”
ในต้าซุ่น เด็กที่เกิดมาจะได้รับการตั้งชื่อจากผู้อาวุโสสูงสุดใน
ครอบครัว ฮูหยินผู้เฒ่าพูดเช่นนี้ก็เพื่อเตือนโม่ฉิงว่าถึงเวลาที่ต้องตั้ง
ชื่อให้เด็กน้อยทั้งสองแล้ว
โม่ฉิงตอนนี้ได้ปล่อยวางทุกอย่างแล้ว สภาพของเขาในยามนี้
หากไม่มีครอบครัวคอยดูแล แม้ว่าจะได้รับการช่วยชีวิตกลับมา ก็ไม่
อาจมีชีวิตรอดได้
วันแรกที่เขากลับมาหมู่บ้านซีหลิ่ง เขาได้แสดงจุดยืนของตน
แล้วว่าต่อไปจะมอบสกุลโม่ให้สามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ยเป็นคนดูแล
อีกทั้งจากการสังเกตในช่วงเวลาที่ผ่านมา ลูกสะใภ้เก้าของบ้าน
นั้นไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป นางมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เรื่องการตั้งชื่อ
ให้หลาน ๆ เขาจึงไม่อยากอาศัยความเป็นผู้อาวุโสมาท าเรื่องนี้อีก
เขาเชื่อว่าชื่อที่ลูกสะใภ้เก้าตั้งให้พวกเด็ก ๆ จะต้องดีกว่าชื่อที่
เขาตั้งแน่นอน
แม้จะมีความคิดเช่นนี้ แต่ก็ยังต้องท าตามธรรมเนียมอยู่บ้าง
“ชื่อจริงของเด็กให้บิดามารดาของพวกเขาเป็นคนตั้งเถอะ ข้าจะ
คิดชื่อเล่นสักสองสามชื่อ พวกเราเรียกกันแค่นั้นก็พอแล้ว”
ทุกคนต่างไม่มีข้อคัดค้านใด ๆ
“หร่านหร่านต้องทุ่มเทพยายามมากเพื่อสืบทอดสกุลโม่ของเรา
เรื่องการตั้งชื่อก็ให้เป็นหน้าที่ของนางในฐานะมารดาเถอะ”
หลังหยุดไปครู่หนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าก็ถามว่า “ท่านคิดจะตั้งชื่อเล่น
อะไรให้หลานหรือ?”
โม่ฉิงมองหลานสาวตัวน้อยที่ก าลังหลับสนิทอยู่ข้างกาย แล้ว
กล่าวด้วยความรักและเอ็นดูว่า “เมื่อครู่เจ้าได้พูดไปแล้ว นางคือ
ไข่มุกล ้าค่าของพวกเราสกุลโม่ ชื่อเล่นของนางก็ควรเรียกว่าหมิงจู
เถอะ”
“หมิงจู ชื่อนี้ดีนัก มีค่า แข็งแกร่งและอดทน บุตรสาวของสกุลโม่
ควรเป็นเช่นนี้” โม่จงหยวนเห็นด้วย
ด้วยความเห็นชอบของทุกคน ทารกหญิงจึงได้รับชื่อเล่นว่า หมิง
จู
แม้ว่าโม่ฉิงจะยังไม่ได้เห็นหลานชายด้วยตาตนเอง แต่เมื่อครู่
ภรรยาของเขาก็บรรยายลักษณะของเด็กให้ฟังคร่าว ๆ แล้ว
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ชื่อเล่นของหลานชายพวก
เราก็เรียกว่าจู้เอ้อร์เถอะ”
“จู้เอ้อร์?” ฮูหยินผู้เฒ่าแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน
แม้นางจะไม่ได้อุ้มหลานชายกลับมาที่เรือนของตนด้วย แต่นั่น
ไม่ได้หมายความว่านางจะล าเอียงชอบแค่หลานสาว นางรัก
หลานชายเท่า ๆ กัน
แล้วเหตุใดชื่อเล่นของหลานสาวถึงได้ไพเราะนัก แต่หลานชาย
กลับสมควรเรียกแค่จู้เอ้อร์เล่า?
โม่ฉิงรู้ว่าภรรยาเข้าใจผิดจึงรีบอธิบายว่า
“ข้าก็รักหลานชายเท่ากัน แต่เขาเป็นหลานชายคนโตของสกุล
โม่ ข้าตั้งชื่อเล่นเช่นนี้ให้เขา ก็เพราะหวังว่าเขาจะเป็นเสาหลักของ
คนสกุลโม่รุ่นต่อไป”
เสาหลักเป็นสิ่งที่ดี แต่ชื่อเล่นว่าจู้เอ้อร์นั้นฟังดูธรรมดาเกินไป
คล้ายกับชื่อพวกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านซีหลิ่ง
นี่คือความคิดในใจของทุกคน พวกเขาล้วนคิดว่าหลานชายคน
โตของสกุลโม่ แม้แต่ชื่อเล่นก็ควรจะดูยิ่งใหญ่กว่านี้
แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะรู้สึกว่าชื่อเล่นของหลานชายไม่ค่อยเพราะนัก
แต่ก็ไม่อยากคัดค้านความตั้งใจของสามี อย่างไรก็ตาม หลังจากที่
เขากลับมา นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นเขามีความสุขเช่นนี้ และนางก็
มองออกว่าสามีตั้งชื่อเล่นให้หลานชายด้วยความคิดจริงจัง
“ชื่อเล่นของเด็กก็แค่ให้คนในครอบครัวเรียกได้สะดวกปาก คน
นอกไม่ได้เรียกแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นจู้เอ้อร์ของพวกเรายังจะมีชื่อจริง
พอโตขึ้นหากไปเรียนหนังสือก็จะมีชื่อรองอีก”
เมื่อเห็นว่าท่านแม่เห็นด้วยกับความคิดของท่านพ่อ พี่น้องชาย
สกุลโม่ก็คิดได้เรื่องหนึ่งแล้ว หลานชายคนโตก็เหมือนกับพวกเขา
นับตั้งแต่มีน้องสาวหานเยี่ยมา บิดามารดาก็มักล าเอียงอย่างชัดเจน
สิ่งที่ดีที่สุดในบ้านจะต้องยกให้น้องสาวทั้งหมด
ดูเหมือนสามีภรรยาผู้เฒ่าคู่นี้จะแตกต่างจากคนอื่นจริง ๆ ปกติ
คนมักให้ความส าคัญกับเด็กผู้ชาย แต่สกุลโม่กลับตรงกันข้าม…
สามีภรรยาผู้เฒ่าแห่งสกุลโม่ไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขาถูกเหล่า
บุตรชายตัดสินว่าพวกเขาให้ความส าคัญกับลูกสาวมากกว่าลูกชาย
ทั้งคู่มองหมิงจูที่น่ารักด้วยความปลาบปลื้ม
พี่น้องหลายคนยิ่งนึกถึงหลานชายตัวน้อยก็ยิ่งรู้สึกเห็นใจ พวก
เขาสบตากันแวบหนึ่งและตัดสินใจไปเยี่ยมหลานชายตัวน้อย พวก
เขาที่เป็นลุงไม่อาจปล่อยให้หลานชายที่เกิดในสกุลโม่รู้สึกว่าตนเอง
ถูกละเลยได้
พวกเขาวิ่งกรูกันไปที่เรือนของโม่จิ่วเยี่ย แต่เพราะไม่รู้ว่า
หลานชายตัวน้อยอยู่ในห้องไหน และยังกังวลว่าจะรบกวนน้องสะใภ้
เก้าที่เพิ่งคลอด เหล่าพี่น้องจึงยืนจ้องตากันอยู่ในลาน
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปที่ภรรยา แต่ในฐานะ
คนที่เคยชินกับการระแวดระวัง จึงยังคงได้ยินเสียงฝีเท้าในลานบ้าน
เขาค่อย ๆ วางมือของเฮ่อจือหร่าน แล้วช่วยห่มผ้าให้นาง ก่อน
จะย่องออกไปด้วยความระมัดระวัง
เมื่อได้ยินเสียงประตูห้องเปิด สายตาของพี่น้องทั้งหลายก็พร้อม
ใจกันมองมาทางนั้น
“น้องเก้า หลานชายตัวน้อยของพวกข้าอยู่ไหนเล่า?” พี่รองถาม
ด้วยแววตาเต็มไปด้วยความสงสาร
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้นอนมาทั้งคืน อีกทั้งก าลังเผชิญหน้ากับพี่น้อง
ของตนจึงไม่ได้สังเกตสีหน้าท่าทางของพวกเขา
“เขาเพิ่งถูกท่านแม่ยายอุ้มไปที่ห้องด้านข้าง”
“พวกเราไปดูหลานชายกันเถอะ” เมื่อรู้ต าแหน่งของหลานชาย
พี่ใหญ่ก็เดินน าหน้า ตราบใดที่ไม่ได้อยู่ในห้องของน้องชายน้องสาว
พวกเขาก็สะดวกจะไปดู
พวกพี่น้องชายคนอื่นเดินตามของพี่ใหญ่ไปที่ห้องด้านข้าง
พร้อมกัน
ตอนนี้เฮ่อซื่อหมิงก าลังอุ้มหลานชายคนโต สายตาเขาอ่อนโยน
มาก
เมื่อเห็นคนมากมายพรวดพราดเข้ามา เขาก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
รีบกอดหลานชายแน่นขึ้นอีก