ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 479 ข้าต้องไปเมืองหลวงให้ได้
โม่ชูหานก็ติดตามขบวนเนรเทศมาระยะหนึ่ง ตอนนั้นเพราะ
ร่างกายของเขาบาดเจ็บ จึงไม่ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่เหล่านั้นบ่อย
เหมือนอย่างโม่จิ่วเยี่ย
แม้จะเป็นเช่นนั้น เขาก็รู้ดีว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้นดูแลครอบครัว
ของเขาเป็นอย่างดี
ก็เพราะการดูแลของพวกเขา ตลอดทางครอบครัวของพวกเขา
จึงไม่ได้รับความทุกข์ทรมานมากนัก
บัดนี้เมื่อได้ยินว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มนั้นเสียชีวิตหมดแล้ว ในใจย่อม
รู้สึกเศร้าโศกเสียใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“น้องเก้า ข้าจะพาลูกน้องฝีมือดีไปยังเมืองหลวง เพื่อจัดการกับ
พวกที่คิดวางแผนท าร้ายตระกูลของพวกเรา”
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งเกิดความคิดเช่นเดียวกันนี้ ดังนั้น เขาจึงไม่ได้
คัดค้านค าพูดของพี่แปด
การแก้ปัญหาอย่างถาวรนั้นดีกว่าการรับมือไปทีละเรื่อง
“พี่แปด เรื่องนี้พวกเราต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งตอนนี้ พวกเรายังไม่สามารถออกจากซีเป่ยได้”
โม่ชูหานไม่ชอบใช้ความคิดมาแต่ไหนแต่ไร จึงถามต่อ “เพราะ
เหตุใด?”
“เพิ่งได้รับข่าวจากทางเมืองหลวง และตอนนี้ก็มีโจวเหล่าปามา
รายงานข่าวด้วย หากข้าคาดการณ์ไม่ผิด คนที่จักรพรรดินีส่งมาคง
อยู่ระหว่างทางแล้ว แม้ว่าพวกเราจะไปเมืองหลวง แต่ก็ต้องขจัดวิกฤต
ที่บ้านให้หมดไปเสียก่อนจึงจะได้”
พี่ใหญ่ก็ก้าวเข้ามาตบไหล่โม่ชูหาน
“น้องแปด น้องเก้าพูดถูก พวกเราต้องจัดการวิกฤตเฉพาะหน้า
ก่อน อีกอย่าง จักรพรรดินีและตระกูลเซวียสามารถเลี้ยงดูนักฆ่าได้
มากมายเช่นนั้น การรักษาความปลอดภัยของพวกเขาก็ต้องเข้มงวด
มากแน่นอน แม้จะไปเมืองหลวง ก็ต้องมีแผนการที่รอบคอบ ต้อง
มั่นใจว่าลงมือแล้วต้องส าเร็จเท่านั้น”
โม่ชูหานก็รู้ว่าค าพูดของพี่ใหญ่และน้องเก้ามีเหตุผล แต่เขาก็ยัง
ระงับความโกรธในใจไม่อยู่
“นี่จะต้องรอถึงเมื่อไหร่กัน ข้าอยากจะเอาชีวิตคนพวกนั้นตอนนี้
เลย”
เฮ่อซื่อหมิงแม้จะไม่ใช่คนสกุลโม่ แต่นี่คือตระกูลของสามี
น้องสาวเขา เขาก็เข้าใจสถานการณ์ในราชส านักเช่นกัน และรู้สึก
เห็นอกเห็นใจต่อชะตากรรมของสกุลโม่อย่างลึกซึ้ง
แต่เรื่องเช่นนี้ พี่น้องสกุลโม่มาพูดคุยกันต่อหน้าคนนอกอย่าง
เขาก็ดูไม่เหมาะสมนัก
เขาจึงกระแอมเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “พี่ชายที่มาจากเมืองหลวงผู้นี้
ร่างกายยังอ่อนแอมาก ข้าจะออกไปสั่งให้คนจัดหาอาหารที่เหมาะสม
ส าหรับเขา”
โม่ชูหานจึงตระหนักได้ว่าตนเองเสียกิริยาต่อหน้าคนนอกเสีย
แล้ว เขามองดูเงาร่างที่ก าลังจากไปของเฮ่อซื่อหมิงอย่างกระอัก
กระอ่วน แล้วถอนหายใจลึก ๆ
“อย่างไรก็ตาม เมื่อแก้ไขวิกฤตที่อยู่ตรงหน้านี้แล้ว ข้าจะต้องไป
เมืองหลวงให้ได้”
ทันทีที่ค าพูดของเขาเพิ่งจบลง โม่จิ่วเยี่ยก็ก้าวเท้าใหญ่มุ่งหน้า
ออกไปนอกประตู
เพราะว่าเขาได้ยินเสียงเรียกของเสี่ยวไป๋
การเดินทางไปเมืองหลวงครั้งนี้ของเสี่ยวไป๋ใช้เวลาไม่น้อยเลย
นานถึงครึ่งเดือนเต็ม ๆ
เมื่อวานนี้เขายังพูดคุยกับเฮ่อจือหร่านว่า เสี่ยวไป๋ยังไม่ส่งข่าว
คราวกลับมา วันนี้เจ้าสัตว์ตัวน้อยก็กลับมาแล้ว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีมากมาย โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่ได้แกล้งเสี่ยวไป๋
เหมือนเช่นทุกครั้งก่อนที่จะอ่านจดหมาย คราวนี้เขาหยิบกระดาษ
แผ่นเล็กออกจากขาของเสี่ยวไป๋โดยตรง
กระดาษแผ่นเล็กยังคงเป็นลายมือของเฟ่ยหนานอวี่เขียนด้วย
ตนเอง
เนื้อหาสามารถกล่าวได้ว่าเป็นการขยายความจากข่าวที่เมิ่งไห่ห
นิงน ามา
สามวันก่อน เขาพบว่าตระกูลเซวียส่งยอดฝีมือระดับสูงหลาย
ร้อยคนออกจากเมืองหลวง หลังจากที่เขาส่งคนแอบติดตามก็พบว่า
คนเหล่านั้นมุ่งหน้าไปทางซีเป่ย
หลังจากยืนยันความถูกต้องของข่าวสารแล้ว เขาจึงให้เสี่ยวไป๋
น าจดหมายกลับมา เพื่อแจ้งให้โม่จิ่วเยี่ยเตรียมการป้องกันล่วงหน้า
ในขณะเดียวกัน เฟ่ยหนานอวี่ยังวิเคราะห์เวลาโดยประมาณที่
พวกมือสังหารจะมาถึงซีเป่ยอีกด้วย
เขากล่าวว่าสามวันก่อนหน้านี้ คือก่อนที่จะเขียนจดหมาย คน
ของเขาได้ติดตามกลับมาอีกสามวัน เสี่ยวไป๋ต้องใช้เวลาสองวันใน
การบินกลับซีเป่ย
นั่นหมายความว่า เวลาที่พวกมือสังหารจะมาถึง น่าจะเหลืออีก
ประมาณเจ็ดวัน
ซึ่งไม่แตกต่างจากเวลาที่โม่จิ่วเยี่ยและครอบครัวเพิ่งค านวณไว้
เมื่อครู่
เฟ่ยหนานอวี่ยังกล่าวถึงหนานรุ่ยอีกด้วย ต้องบอกว่าเขาเป็นคน
ที่ท าเรื่องใหญ่ได้จริง ๆ
โม่จิ่วเยี่ยแจ้งในจดหมายว่าหนานรุ่ยเดินทางไปเมืองหลวง เพื่อ
ช่วยคลี่คลายวิกฤตให้กับสกุลโม่ และอธิบายว่าหนานรุ่ยได้ทิ้งญาติที่
ส าคัญที่สุดของเขาคือเต๋อเฟยเหนียงเหนียงไว้ที่นี่
ด้วยจุดนี้ก็สามารถบอกได้ว่าหนานรุ่ยเป็นคนที่ไว้ใจได้
หากเปลี่ยนเป็นคนทั่วไป เช่น จักรพรรดิซุ่นอู่ผู้เป็นจอมกษัตริย์
ที่ขี้สงสัยและไร้ความสามารถ แม้ว่าหนานรุ่ยจะมีจุดประสงค์ที่บริสุทธิ์
ก็อาจจะหาเหตุผลมากมายมาสงสัยเขา
แต่เฟ่ยหนานอวี่ไม่ได้ท าเช่นนั้น เพราะเขารู้ดีถึงความส าคัญ
ของเต๋อเฟยเหนียงเหนียงในใจของหนานรุ่ย เพื่อตอบแทนบุญคุณ
สกุลโม่และไม่อยากให้ผู้คนจากสกุลโม่สงสัย จึงทิ้งมารดาของตนเอง
ไว้ที่ซีเป่ย
จากจุดนี้สามารถอธิบายได้ว่าหนานรุ่ยไม่ได้มีความคิดอื่นใด
หากคนเช่นนี้ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ แล้วเขาจะไปเชื่อใจใคร
ได้อีก
ค ากล่าวที่ว่าใช้คนต้องไม่สงสัย สงสัยคนก็อย่าใช้ข้อนี้ เฟ่ยหนา
นอวี่น ามาใช้ได้เป็นอย่างดี
ด้วยเหตุนี้ ในบันทึกประวัติศาสตร์จึงกล่าวว่าในสมัยที่เฟ่ยหนา
นอวี่ครองราชย์ ได้สร้างขุนนางผู้มีความสามารถมากมาย จึงสร้าง
ยุคทองแห่งยุคสมัยที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์
แน่นอน เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องในภายหลัง ในจดหมายเฟ่ยหนา
นอวี่เพียงแค่บอกว่าหนานรุ่ยกับเขาได้ติดต่อกันอย่างลับ ๆ แล้ว
แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดอย่างละเอียด แต่โม่จิ่วเยี่ยก็สามารถยืนยัน
ได้ว่าตอนนี้เขากับหนานรุ่ยได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันแล้ว ส่วน
รายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น เขาก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะท้ายที่สุด
แล้วก็เป็นเรื่องของราชวงศ์
ตอนนี้เขาเพียงแค่ต้องการให้ครอบครัวเล็ก ๆ ของตนผ่านพ้น
วิกฤตที่เผชิญอยู่ไปได้อย่างราบรื่น
โม่จิ่วเยี่ยอ่านจดหมายแล้ว แต่ไม่ได้น าเนื้อหาไปหารือกับพี่ชาย
ทั้งหลายในทันที่
เขาให้เหลียงห่าวอยู่ที่นี่ชั่วคราวเพื่อดูแลโจวเหล่าปา แล้วเรียก
พี่ชายทั้งหลายกลับไปยังเรือนหลักอีกครั้ง
แม้ว่าข่าวสารของเฟ่ยหนานอวี่จะแม่นย ากว่าที่เมิ่งไห่หนิงน ามา
แต่แผนรับมือกับศัตรูก็ไม่จ าเป็นต้องเปลี่ยนแปลงมากนัก
โม่จิ่วเยี่ยเรียกทุกคนมารวมตัวกันก็เพียงเพื่อต้องการประกาศ
เนื้อหาในจดหมายเท่านั้น เพื่อให้พวกเขาเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น
จนกระทั่งดึกดื่น โม่จิ่วเยี่ยจึงพาเสี่ยวไป๋กลับไป
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยไม่อยู่ เฮ่อฮูหยินกังวลว่าบุตรสาวจะเหนื่อยเกินไป
ในการดูแลเด็กน้อยทั้งสอง จึงพาป้าหลี่มาอยู่ในห้องของนางด้วย
จนกระทั่งลูกเขยกลับมาพวกนางจึงจากไป
เฮ่อจือหร่านพักผ่อนอยู่ในห้องทุกวัน พี่สะใภ้ทั้งหลายผลัดกันมา
ช่วยดูแลเด็กน้อยทั้งสอง
ยามกลางวันนางไม่มีอะไรท า จึงมักจะนอนหลับไปสักพัก
ด้วยเหตุนี้ เมื่อถึงเวลานี้นางจึงไม่มีอาการง่วงนอนแต่อย่างใด
นางรู้ว่าวันนี้พี่เจ็ดสามารถน าพาอดีตผู้ใต้บังคับบัญชากลับมา
ได้อย่างราบรื่น โม่จิ่วเยี่ยกลับมาช้าคงเป็นเพราะเหตุผลนี้แน่นอน
ใครจะรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยกลับน าข่าวที่นางคาดไม่ถึงมาด้วย
“ท่านพี่ ท่านหมายความว่าพี่เผิงและคนอื่น ๆ ถูกฆ่าหมดแล้ว
หรือ?”
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เฮ่อจือหร่านไม่เคยคาดคิดมาก่อน เมื่อนึกย้อนกลับ
ไปถึงตอนที่อยู่บนเส้นทางเนรเทศ แม้ว่าในตอนแรกเจ้าหน้าที่
เหล่านั้นจะดูดุร้ายน่ากลัว แต่ภายหลังพวกเขากลับดูแลสกุลโม่เป็น
อย่างดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเผิงวั่ง แม้ว่าในตอนแรกจะมีความขัดแย้งกัน
บ้าง แต่ต่อมาพวกเขาก็อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมเกลียว
และหลังจากที่ได้รู้จักกันมาหลายเดือน พวกเขาก็เข้าใจว่าเผิงวั่ง
เป็นคนดี
เมื่อนึกถึงการตายของเขา เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกเศร้าใจ
เจ้าหน้าที่ที่คุมตัวพวกเขาไปซีเป่ย มีสิบกว่าคน ต้องมาตายอ
ย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ คนของจักรพรรดินีช่างโหดเหี้ยมเพื่อให้บรรลุ
เป้าหมายจริง ๆ
โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกหนักใจเช่นกัน เขาสามารถเข้าใจความรู้สึกของ
ภรรยาได้
เพียงแต่ว่าเรื่องราวได้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่พวกเขาท าได้ก็คือหา
โอกาสแก้แค้น