ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 481 เสี่ยวไป๋บาดเจ็บ
ระเบิดถูกเก็บไว้บนภูเขาอยู่แล้วจึงสะดวกน ามาใช้งาน
ไม่นานมานี้ พี่น้องสกุลโม่ต่างเร่งสร้างอย่างหนัก แม้จะท าได้
หลายพันลูก แต่สิ่งนี้ในสายตาของพวกเขาถือว่ามีค่ามาก ทหาร
เหล่านั้นจึงไม่สามารถใช้มันได้อย่างอิสระเหมือนกับหน้าไม้ยิง
ต่อเนื่องระหว่างฝึกฝน
ถึงจะเป็นเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ตัดสินใจน าระเบิดออกมาห้าสิบลูก
เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้
วิธีการใช้ระเบิดนั้นง่ายกว่า เพียงแค่มองเป้าหมายให้ชัด
จุดชนวนแล้วโยนออกไปก็พอ
การปฏิบัติเช่นนี้เหล่าทหารทั้งหลายเห็นแล้วก็สามารถท าได้
ทันที่
เวลาฝึกฝนบนภูเขาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาหกวันก็
ผ่านพ้นไปแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยอธิบายสถานการณ์ที่แท้จริงให้เหล่าทหารฟังอย่าง
ละเอียด พวกเขาจ าเป็นต้องซุ่มซ่อนตัวอยู่ในต าแหน่งที่ชายหนุ่ม
เลือกไว้ล่วงหน้านอกเมืองอวิ่น
คืนนั้น โม่จิ่วเยี่ยจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง ให้ทหารหนึ่งร้อยคน
อยู่ที่บ้านโดยมีพี่สามเป็นผู้น า ทั้งหมดซ่อนตัวอยู่รอบ ๆ บ้านสกุลโม่
เพื่อเตรียมพร้อมส าหรับเหตุไม่คาดคิด
ส่วนพี่น้องคนอื่นต่างน าคนไปซ่อนตัวที่ชานเมืองอวิ่น
จุดซุ่มถูกเลือกโดยพี่น้องสกุลโม่ ที่นี่เป็นเส้นทางเดียวที่เชื่อม
ระหว่างเมืองหลวงไปยังเมืองอวิ่น ทั้งสองฝั่งของเส้นทางมีภูเขาสูงต ่า
สลับกัน เหมาะส าหรับการซ่อนตัวเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังสามารถ
มองเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจนอีกด้วย
บุรุษสกุลโม่แบ่งต าแหน่งออกเป็นหลายจุด น าคนซ่อนตัวอยู่ในที่
ลับ คาดว่าอย่างช้าที่สุดคนของจักรพรรดินีก็คงจะมาถึงที่นี่ในเวลา
สามวัน
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยออกมา เขาได้น ากล้องส่องทางไกลขนาดเล็กจาก
พื้นที่มิติของภรรยาติดตัวมา
นอกจากนี้เขายังพาเสี่ยวไป๋มาด้วย
เพราะเขาพบว่าเสี่ยวไป๋สามารถเข้าใจค าพูดของเขาได้จริง ๆ
ในเวลาเช่นนี้ เสี่ยวไป๋จะสามารถช่วยเหลือได้มาก
หลังจากซุ่มตัวเรียบร้อยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็เรียกเสี่ยวไป๋มา
“เสี่ยวไป๋ เจ้าจงบินไปทางเมืองหลวง แล้วบินวนอยู่ในรัศมีร้อยลี้
หากพบผู้ใดน่าสงสัย ให้รีบกลับมาแจ้งข้าโดยด่วน”
“พึ่บ ๆ ๆ …” เสี่ยวไป๋กระพือปีกสองสามที่ เป็นการบอกว่ามัน
เข้าใจแล้ว จากนั้นก็บินสูงขึ้น มุ่งหน้าไปทางเมืองหลวง
หลังซุ่มอยู่สามวันกลับยังไม่พบเห็นใครน่าสงสัยเลย เสี่ยวไป๋เอง
ก็ไม่มีข่าวอะไรกลับมาแจ้งเช่นกัน
พี่รองรู้สึกกระวนกระวายอยู่บ้าง เขาเรียกพี่น้องของตนมารวมตัว
กัน แล้วกล่าวเสียงทุ้มว่า “ตอนนี้เวลาที่พวกเราคาดการณ์เอาไว้ก็
ผ่านไปหนึ่งวันแล้ว รอคอยเช่นนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีเลย”
“แล้วเจ้าคิดจะท าอย่างไร?” พี่ใหญ่ถาม
“ข้าตั้งใจจะไปสืบข่าวทางเมืองหลวงเอง” พี่รองกล่าวพลางมอง
โม่จิ่วเยี่ย
“น้องเก้า ไม่ใช่ว่าพี่รองจะต าหนิเจ้า แต่เจ้าไว้ใจนกตัวหนึ่งมาก
เกินไปหรือไม่ แม้มันจะมีสติปัญญา จนส่งจดหมายได้ แต่การสืบข่าว
เป็นเรื่องใหญ่ เจ้าวางใจมันได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ หากเสี่ยวไป๋ไม่
เข้าใจเรื่องพวกนี้ แค่บินออกไปเที่ยวเล่นสองสามวัน พวกเราเฝ้ารอ
อยู่ที่นี่โดยไม่ได้รับข่าวของศัตรูล่วงหน้า หากคนพวกนั้นปรากฏตัว
ขึ้นมากะทันหัน เข่นฆ่าพวกเราที่ตั้งตัวไม่ทัน มันจะเป็นการสูญเสียที่
ไม่คุ้มค่านะ”
แม้ว่าปกติพี่รองจะหุนหันพลันแล่นไปบ้าง แต่บรรดาพี่น้องต่าง
รู้สึกว่าค าพูดของเขาในวันนี้มีเหตุผล
การมอบหมายภารกิจสืบข่าวให้กับนกตัวหนึ่ง ไม่ว่าจะคิด
อย่างไรก็ดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่
ยามนี้โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกไม่มั่นใจอยู่บ้าง เขารู้ดีว่าเสี่ยวไป๋ฉลาด
หลักแหลม แต่เจ้าตัวเล็กนี้จากไปสามวันแล้ว แต่กลับไม่มีข่าวคราว
อะไรเลย
หรือว่ามันจะเจอกับอันตรายบางอย่างระหว่างทางจนไม่สามารถ
ส่งข่าวกลับมาได้?
เขาไม่เคยไม่เชื่อใจเสี่ยวไป๋ แค่กังวลว่ามันอาจจะเกิดเรื่องขึ้น
เท่านั้น
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะไปสืบข่าวด้วยตัวเอง”
“ไม่ได้ ที่นี่ยังต้องการให้น้องเก้าอยู่ควบคุมสถานการณ์ ใน
บรรดาพวกเราพี่น้อง ข้ามีวิชาตัวเบาดีที่สุด เรื่องสืบข่าวปล่อยให้ข้า
จัดการเถอะ” โม่ชูหานยืดอกก้าวออกมา
โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้มีท่าทีฝืนใจ ในพี่น้องชายทั้งเก้าคน พี่แปดมี
วิชาตัวเบายอดเยี่ยมที่สุด จึงเหมาะส าหรับการสืบข่าวที่สุดเช่นกัน
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็ต้องรบกวนพี่แปดแล้ว แต่แค่ตรวจสอบ
สถานการณ์ภายในรัศมีร้อยลี้ก็พอ ไม่ว่าจะสืบข่าวได้หรือไม่ ก่อน
ฟ้ามืดท่านก็ต้องรีบกลับมา”
“ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
โม่ชูหานเพิ่งจะหันหลัง โม่จิ่วเยี่ยพลันรับรู้ได้ถึงเสียงอันคุ้นเคย
เขาเงยหน้ามองบนท้องฟ้า พบว่าเป็นเสี่ยวไป๋นั่นเอง
แต่ความเร็วในการบินของเสี่ยวไป๋กลับช้ากว่าปกติมาก ราวกับ
ว่ามันเสียพละก าลังไป
ขณะที่โม่จิ่วเยี่ยก าลังสงสัย เสี่ยวไป๋ก็เสียการทรงตัว ร่างเล็ก ๆ
ของมันเริ่มร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ
โม่จิ่วเยี่ยรีบเร่งใช้พลัง กระโดดขึ้นไปทันที่ รับเสี่ยวไป๋เอาไว้
อย่างมั่นคงก่อนมันจะตกถึงพื้น
“น้องเก้า เสี่ยวไป๋บาดเจ็บหรือ?” โม่ชูหานตอนนี้ก็ไม่เดินจากไป
แล้ว พี่น้องทั้งหลายต่างก็รีบเข้ามาดูสถานการณ์
โม่จิ่วเยี่ยประคองมือทั้งสองข้างอุ้มเสี่ยวไป๋ รู้สึกได้ถึงความชื้น
แฉะในฝ่ามือ
ยามนี้เสี่ยวไป๋ดูอ่อนแอมาก แต่สัตว์ตัวน้อยก็ยังพยายามส่งเสียง
ร้อง พร้อมกับหันหัวไปทางทิศของเมืองหลวงอย่างหนัก
โม่จิ่วเยี่ยย่อมสามารถเข้าใจความหมายที่สัตว์เลี้ยงของตน
ต้องการจะสื่อสาร
เสี่ยวไป๋ก าลังบอกว่ามันพบเบาะแสบางอย่างแล้ว
นั่นคือ บุคคลที่น่าสงสัยได้ปรากฏตัวขึ้น
“เสี่ยวไป๋พบเป้าหมายแล้ว และมันก็เชื่อฟังมาก ข้าบอกให้มันสืบ
หาในระยะร้อยลี้ มันก็จะไม่บินออกนอกขอบเขตนี้อย่างแน่นอน
ดังนั้นข้าจึงมั่นใจได้ว่าพวกมันต้องอยู่ห่างจากพวกเราไม่ถึงร้อยลี้”
โม่จิ่วเยี่ยรายงานข่าวที่เสี่ยวไป๋น ากลับมาให้พี่ชายฟัง พลาง
พลิกตัวมันเพื่อตรวจดู
เป็นไปตามคาด ที่ท้องของเสี่ยวไป๋ตรงต าแหน่งที่แนบกับฝ่ามือ
เขามีบาดแผลอยู่ เลือดที่ไหลออกมาย้อมขนสีขาวของมันให้แดง
ฉาน
เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนได้รับบาดเจ็บ เฮ่อจือหร่านจึงเตรียมยาไว้
มากมายให้พวกเขา
โม่จิ่วเยี่ยกดเบา ๆ ลงบนตัวของเสี่ยวไป๋ แต่เสี่ยวไป๋ไม่ได้แสดง
อาการเจ็บปวดแต่อย่างใด
ขณะนี้เขายืนยันได้แล้วว่าบนร่างของเสี่ยวไป๋น่าจะมีบาดแผลที่
บริเวณท้องเพียงแห่งเดียว
อีกทั้งดูจากลักษณะของบาดแผลแล้ว เหมือนเป็นรอยขีดข่วน
เขาจึงสามารถคาดเดาได้ว่าเสี่ยวไป๋คงพยายามหลบหลีกอันตราย
จนท าให้บินพลาดและไปชนกับวัตถุแข็งบางอย่าง
บาดแผลนี้ท าให้มันเสียเลือดมากเกินไปจึงท าให้อ่อนแรงลง
แม้ว่าเขาจะสร้างความผูกพันลึกซึ้งกับเสี่ยวไป๋แล้ว แต่ก็ไม่
สามารถสื่อสารกับเสี่ยวไป๋ได้เหมือนมนุษย์ด้วยกัน จึงไม่มีทาง
สอบถามรายละเอียดการบาดเจ็บจากมันได้
เขาหยิบส าลีไอโอดีนออกมา ฆ่าเชื้อบาดแผลของเสี่ยวไป๋
จากนั้นก็โรยผงยาฆ่าเชื้อแล้วพันแผลให้เรียบร้อย
ตอนนี้เสี่ยวไป๋ยังไม่ได้หมดสติ โม่จิ่วเยี่ยจึงป้อนน ้าและอาหารให้
มันกินเพิ่ม แล้วจึงกล่าวกับโม่ชูหานอย่างจริงจังว่า
“พี่แปด เสี่ยวไป๋ได้น าข่าวมาแล้ว พวกเราเองก็ต้องสืบหา
สถานการณ์ที่แน่ชัดด้วย ดังนั้นท่านคงต้องออกเดินทางสักหน่อย”
ขณะที่เอ่ย โม่จิ่วเยี่ยก็มองสภาพอากาศ
“ตอนนี้เป็นช่วงปลายยามอู้ หากข้าคาดไม่ผิด เวลานี้บนถนน
หลวงคงมีผู้คนสัญจรมากมาย พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่สะดุดตาเกินไป
คงต้องซ่อนตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่งรอให้ฟ้ามืดแล้วค่อยลงมือ ดังนั้นการ
ออกไปสืบหาข้อมูลครั้งนี้ ท่านแค่ท าตัวเป็นชาวบ้านที่ก าลังเดินทาง
ก็พอ วิธีนี้จึงจะไม่ท าให้ผู้อื่นสงสัย”
เมื่อพูดถึงตรงนี้โม่จิ่วเยี่ยก็หันไปหยิบหนวดปลอมออกมาจากห่อ
ยาที่เพิ่งช่วยเสี่ยวไป๋มา แล้วติดมันลงบนใบหน้าของโม่ชูหาน
จากนั้นเขาก็เลียนแบบวิธีที่เฮ่อจือหร่านเคยแต่งตัวให้ โดยวาด
คิ้วของพี่ชายให้หนาขึ้น
เมื่อแต่งตัวเช่นนี้เสร็จแล้ว หากไม่สังเกตอย่างละเอียด แม้แต่พี่
น้องในครอบครัวเองก็แทบจะจ าอีกฝ่ายไม่ได้