ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 482 คนสกุลโม่ไม่ใช่คนที่จะก่อกวนได้ง่าย ๆ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 482 คนสกุลโม่ไม่ใช่คนที่จะก่อกวนได้ง่าย ๆ
หลังโม่ชูหานจากไปแล้ว ฝ่ายพี่น้องสกุลโม่ก็เริ่มเตรียมพร้อม รอ
ให้เขาน าข่าวกลับมา
ขณะที่ทุกคนก าลังรออย่างใจจดใจจ่อ โม่ชูหานก็รีบกลับมาตอน
ที่ท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มมืด
ดูจากการแต่งกายของเขา ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เห็นได้ชัด
ว่าเขาไม่ได้ต่อสู้กับใครมา
โม่ชูหานรีบเข้ามาหาเหล่าพี่น้องอย่างรวดเร็ว
“คนพวกนั้นอยู่ไม่ไกลจากพวกเราจริง ๆ พวกเขาซ่อนตัวอยู่ห่าง
จากที่นี่แปดสิบลี้ ข้ารอจนกระทั่งพวกเขาออกเดินทางถึงได้รีบ
กลับมาส่งข่าว คิดว่าไม่เกินสองชั่วยามก็จะมาถึงที่นี่ อีกอย่าง การ
แต่งกายของพวกเขาไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเราจินตนาการไว้ว่าจะ
สวมชุดด าปิดบังใบหน้า แต่พวกเขาปลอมตัวเป็นคนธรรมดาและแยก
ย้ายกันซ่อนตัวอยู่หลายแห่ง หากไม่ใช่เพราะข้าสังเกตว่าพวกเขามี
รูปร่างก าย า ไม่ได้ผอมแห้งเหมือนคนทั่วไป ข้าคงถูกพวกเขาหลอก
ได้แล้วจริง ๆ”
โม่จิ่วเยี่ยหันไปสั่งการเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา “ทุกคนเข้าประจ าที่
เตรียมพร้อมรับศัตรู!”
เมื่อค าพูดของเขาจบลง พี่น้องสกุลโม่ก็แยกย้ายกันน ากลุ่มคน
ไปซุ่มโจมตีตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้
โม่จิ่วเยี่ยยืนอยู่ ณ จุดสูงสุด ใช้กล้องส่องทางไกลมอง
สถานการณ์จากระยะไกล
สองชั่วยามต่อมา บนทางระบายน ้าก็ปรากฏกลุ่มคนขึ้นจริง ๆ
จากการประเมินด้วยสายตา จ านวนคนคงมีอย่างน้อยสองร้อยคน
คนที่จักรพรรดินีส่งมาล้วนเป็นยอดฝีมือ ย่อมเป็นผู้ที่มีวรยุทธ์สูง
ประสาทการรับรู้ย่อมไม่อ่อนด้อยไปกว่าใคร
พี่น้องสกุลโม่น าคนแยกย้ายกันซ่อนตัว โม่จิ่วเยี่ยไม่อาจส่งเสียง
ดังเตือนว่ามีคนมาได้ เขาจึงหยิบพลุสัญญาณที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
ออกมา รอกระทั่งคนเหล่านั้นอยู่ห่างจากพวกเขาประมาณสองลี้จึงยิง
มันออกไป
หลังจากยิงพลุสัญญาณ ลักษณ์ของมันช่างดูแปลกตามาก
ไม่ได้ส่งเสียง มีเพียงเส้นของแสงจาง ๆ ราวกับดาวตกพุ่งผ่านท้องฟ้า
ยามราตรีเท่านั้น
หากเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องก็คงจะเข้าใจว่านี่คือดาวตกจริง ๆ แม้ว่าจะ
เป็นยุคโบราณ แต่นี่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่พบเห็นได้ทั่วไป
และไม่ท าให้คนเหล่านั้นสงสัย
แน่นอนว่าหัวหน้าของพวกนักฆ่าเพียงกวาดตามองเส้นแสงที่
ก าลังจะหายไปเท่านั้น แล้วก็เรียกให้คนอื่นเดินต่อไป
“ทุกคนเร่งฝีเท้าหน่อย พวกเราต้องไปถึงหมู่บ้านซีหลิ่งก่อน
ยามจื่อ”
เมื่อเสียงพูดจบลง เขาก็ใช้วิชาตัวเบาเร่งความเร็วน าหน้า
ลูกน้องนักฆ่าก็ติดตามมาด้วยความเร็วนี้เช่นเดียวกัน
ไม่ช้า พวกนักฆ่าก็มาถึงวงล้อมที่พี่น้องสกุลโม่วางเอาไว้
พี่น้องชายสกุลโม่และบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาล้วนเป็นคนที่ผ่าน
การต่อสู้ดิ้นรนบนสนามรบ พวกเขามีประสบการณ์มากมายในการ
ซุ่มโจมตีศัตรู
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวในวันนี้คือศัตรูล้วนเป็นคนที่มี
ก าลังภายในและวรยุทธ์ ไม่เหมือนกับทหารบนสนามรบที่รู้แค่วิชา
ต่อสู้ซึ่งจัดการได้ง่ายกว่า
แต่ถึงจะมีก าลังภายในและวรยุทธ์แล้วอย่างไร?
พวกเขาจะท าให้พวกมันมาแล้วไม่ได้กลับไปเอง
พี่น้องสกุลโม่ต่างสั่งการให้เหล่าทหารที่ตนน ามาลงมือ ลูกศรนับ
ไม่ถ้วนพุ่งทะยานผ่านท้องฟ้ามืดมิด มุ่งไปยังเหล่านักฆ่าพวกนั้น
หัวหน้านักฆ่าตอบสนองอย่างรวดเร็ว เมื่อรู้สึกได้ถึงความไม่
ชอบมาพากลจึงรีบตะโกนเตือนทันที่ “มีการซุ่มโจมตี ระวัง!”
ทว่าค าพูดของเขาไม่อาจเร็วเท่ากับความเร็วของลูกศรที่ถูกยิง
ออกมาอย่างต่อเนื่อง เสียงของเขาเพิ่งจะดัง ก็ได้ยินเสียงคนล้มลงไป
ทีละคนแล้ว
การจะแจ้งเตือนอีกครั้งก็สายเกินไปแล้ว เพราะลูกศรรอบที่สอง
ได้พุ่งเข้าใส่ร่างกายของเขาทุกส่วนพร้อมกัน
เหล่านักฆ่ารีบชักดาบอ่อนที่ซ่อนไว้ตรงเอวออกมา ปัดป้อง
ลูกศรมากมายที่ยิงมา
ผู้น าของพวกนักฆ่ารู้สึกได้ทันทีว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีเลย
เขารู้ว่าการต้านทานต่อไปคงไม่ใช่แผนการที่ดี หากประมาทเมื่อไหร่
ร่างกายก็คงจะถูกลูกศรเสียบแทง
เช่นเดียวกับบรรดาลูกน้องที่อยู่เบื้องหลัง ตอนนี้ต่างพากันล้ม
ตายลงไปมากแล้ว
ในสถานการณ์เช่นนี้ วิธีที่ดีที่สุดคือการหาที่ซ่อนตัวของคนยิง
แล้วท าการโต้กลับ
แต่พี่น้องสกุลโม่จะให้เขามีโอกาสเช่นนั้นได้อย่างไร?
ลูกศรพุ่งใส่เหล่านักฆ่าให้ถึงแก่ความตายราวกับสายฝน ไม่มีที
ท่าว่าจะหยุด
เหล่านักฆ่าได้แต่ต่อสู้อย่างสุดก าลัง พวกเขาไม่มีโอกาสแม้แต่
จะมองหาต าแหน่งของคนที่ซ่อนตัวอยู่เลย
เพียงชั่วพริบตา นักฆ่าก็ถูกจัดการไปครึ่งหนึ่ง ส่งเสียงร้อง
โหยหวนดังไม่ขาดสาย
โชคดีที่สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกล รายล้อมด้วยเทือกเขา
สลับซับซ้อน ไม่มีหมู่บ้านหรือคนสัญจรผ่าน
ต่อให้พวกเขาร้องดังแค่ไหนก็ไม่มีทางดึงดูดความสนใจจากใคร
ได้
สกุลโม่เตรียมการซุ่มโจมตี อีกทั้งยังค านึงถึงจ านวนคนที่มาจาก
เมืองหลวงว่าคงมีไม่น้อย ก่อนออกเดินทางจึงเตรียมลูกศรมาให้
เพียงพอ
เหล่าอดีตทหารก็ไม่ได้สัมผัสความรู้สึกในการสังหารศัตรูเช่นนี้
มานานแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเห็นจ านวนนักฆ่าที่ล้มลงมากขึ้นเรื่อย ๆ
พวกเขาก็ยิ่งต่อสู้อย่างกล้าหาญมากขึ้น
ตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้พวกนักฆ่าแอบหนี
ไป โม่จิ่วเยี่ยจึงน าคนกลุ่มหนึ่งซึ่งซ่อนอยู่ในที่มืด รีบมาด้านหลังของ
เหล่านักฆ่าเพื่อล้อมจับ
ตอนนี้นักฆ่าถูกโจมตีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แม้แต่คนที่ขี้
ขลาดอยากจะฉวยโอกาสหนีไปก็ท าไม่ได้อย่างแน่นอน
ภายในเวลาหนึ่งเค่อ นักฆ่าทั้งหมดล้มลงไม่ลุกขึ้นอีก แม้แต่คน
ที่ยังมีชีวิตอยู่ ร่างกายก็ถูกลูกศรยิงจนเป็นรูพรุน
ส าหรับที่มาของคนเหล่านี้ พี่น้องสกุลโม่ย่อมรู้ดีอยู่แล้ว จึงไม่
จ าเป็นต้องสอบถามใด ๆ
โม่จิ่วเยี่ยตะโกนเสียงดัง “หยุด!”
เมื่อได้ยินค าสั่ง เหล่าทหารทั้งหมดก็หยุดเคลื่อนไหวทันที่ พวก
เขาเริ่มเข้ามาล้อมพวกนักฆ่าอย่างเป็นระเบียบจากทุกทิศทาง
ขณะเดียวกัน พี่ใหญ่ก็สั่งให้คนจุดคบเพลิง
เมื่อคบเพลิงถูกจุด บริเวณโดยรอบก็สว่างขึ้นทันที่
เมื่อมองพวกนักฆ่าที่ล้มอยู่บนพื้น ก็เป็นอย่างที่โม่ชูหานกล่าวไว้
จริง ๆ พวกเขาสวมเสื้อผ้าของชาวบ้านธรรมดา และทุกคนล้วนเป็น
ชายฉกรรจ์ที่ร่างกายแข็งแรง
โดยไม่ต้องรอค าสั่งจากคนสกุลโม่ เหล่าทหารก็เข้าไปตรวจสอบ
ว่าคนพวกนั้นยังมีลมหายใจอยู่หรือไม่ หากยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็จะ
ลงมือซ ้าอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครหนีรอดไป
หากเป็นเมื่อก่อน หลังจากพี่น้องสกุลโม่น าคนมาจัดการกับพวก
นักฆ่าเหล่านี้แล้ว พวกเขาคงจะจัดการกับศพอย่างเงียบเชียบ ท า
ความสะอาดสนามรบให้เรียบร้อย และท าให้ที่นี่เหมือนว่าไม่มีอะไร
เกิดขึ้น
แต่พอพิจารณาถึงการที่จักรพรรดินีกระท าเกินเหตุเช่นนี้ โม่จิ่ว
เยี่ยก็เป็นคนแรกที่ไม่อยากท าแบบนั้น
เขาจึงคิดจะปล่อยให้ศพของพวกนักฆ่าวางอยู่ที่นี่
แม้จะไม่จัดการกับศพ แต่โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้ประมาทถึงขนาด
ปล่อยให้ลูกศรที่ยิงออกมาจากหน้าไม้ยิงต่อเนื่องหลงเหลืออยู่
ที่ส าคัญที่สุดคือทรัพย์สินเงินทองและป้ายประจ าตัวต่าง ๆ บน
ร่างของพวกนักฆ่า พวกเขาต้องเก็บมันไปให้หมด
เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาก็เข้าใจเหตุผลนี้ดี จึงไม่ต้องรอค าสั่งจาก
พี่น้องสกุลโม่ หลังจากจัดการพวกนักฆ่าเสร็จ พวกเขาก็เก็บลูกศรที่
ยิงไปกลับคืนมา ไม่ตกหล่นแม้แต่ดอกเดียว
แม้ว่าที่นี่จะไม่ไกลจากเมืองอวิ่นมากนัก แต่ก็อยู่ในเขตปกครอง
ของมณฑล
เชื่อว่าวันพรุ่งนี้เช้า ท่านเจ้าเมืองคงจะได้รับรายงานว่ามีศพกว่า
สองร้อยศพอยู่ที่นี่
ในหมู่นักฆ่าไม่มีใครรอดชีวิตเหลืออยู่แล้ว หากท่านเจ้าเมือง
อยากสืบสวนก็ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ได้แต่รายงานเรื่องนี้ไปยัง
ราชส านักเท่านั้น
เมื่อถึงตอนนั้น คนที่อยู่เบื้องหลังย่อมรู้ดีแก่ใจว่าเหล่านักฆ่านี้
เป็นอย่างไร
นักฆ่ามากมายถูกก าจัดในชั่วข้ามคืนอย่างไร้ร่องรอย หากพวก
เขาจะคิดลงมือท าร้ายสกุลโม่อีก ก็ต้องชั่งน ้าหนักความสามารถของ
ตนเองให้ดีเสียก่อน
แน่นอนว่าเรื่องนี้คนบงการย่อมเชื่อว่าเป็นฝีมือของคนสกุลโม่
แต่ก็ไม่อาจท าอะไรอย่างเปิดเผยได้ เพราะพวกเขาไม่มีหลักฐานที่จะ
ชี้ว่าคนสกุลโม่เป็นคนท า
สรุปแล้ว การกระท าเช่นนี้ของโม่จิ่วเยี่ยก็คือการย ้าเตือนสติของ
พรรคพวกขององค์จักรพรรดินีนั่นเอง