ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 483 แน่นอนว่าจะต้องรายงานต่อราชส านัก
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 483 แน่นอนว่าจะต้องรายงานต่อราชส านัก
บิดาของจักรพรรดินีท่านเสนาบดีเซวียย่อมมองเห็นความ
ร้ายแรงของสถานการณ์ และตระหนักได้ว่าสกุลโม่ในขณะนี้ไม่ได้ไร้
หนทางสู้กับเขา เขาคงไม่กล้าลงมือกับสกุลโม่โดยบุ่มบ่ามหากไม่มี
ความมั่นใจ
หลังจากทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากมายในการฝึกฝนนักฆ่า
หากต้องสูญเสียพวกเขาไปทั้งหมดที่นี่ ในอนาคตอาจต้องเผชิญกับ
วิกฤตการณ์ที่ไม่มีคนให้ใช้งาน
ด้วยเหตุนี้ สกุลโม่จึงสามารถผ่อนคลายได้ชั่วคราว
การถูกโจมตีอย่างเดียวไม่ใช่นิสัยของคนสกุลโม่ พวกเขาจะหา
โอกาสที่เหมาะสมเดินทางไปเมืองหลวง เพื่อพลิกสถานการณ์จาก
ฝ่ายรับเป็นฝ่ายรุก!
หลังจากยืนยันว่าพวกนักฆ่าไม่เหลือรอดชีวิตกลับไปแม้แต่คน
เดียว โม่จิ่วเยี่ยจึงออกค าสั่ง ให้กองก าลังทั้งหมดทยอยกลับหมู่บ้านซี
หลิ่ง
ระหว่างทาง ทหารต่างก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
พวกเขาเพิ่งได้รับชัยชนะอย่างง่ายดายเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อศัตรูล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวรยุทธ์ แต่กลับไม่มีทางสู้
ภายใต้การโจมตีของธนูยิงต่อเนื่องของพวกเขา
น่าเสียดายที่จิ่วเยี่ยได้สั่งไว้ล่วงหน้าว่าห้ามใช้ระเบิดเว้นแต่จะ
จ าเป็นจริง ๆ มิฉะนั้นพวกนักฆ่าเหล่านั้นคงไม่เหลือแม้แต่ศพที่
สมบูรณ์…
แม้เมิ่งไห่หนิงจะไม่ได้มีส่วนร่วมตลอดการปฏิบัติการครั้งนี้ของ
สกุลโม่ แต่เมื่อพี่น้องสกุลโม่วางแผนกัน พวกเขาก็ไม่ได้ปิดบังเขา
ดังนั้น เขาจึงเข้าใจกระบวนการซุ่มโจมตีทั้งหมดของสกุลโม่เป็น
อย่างดี
เขาเป็นบัณฑิต มีจิตใจละเอียดอ่อนกว่าคนทั่วไป โม่จิ่วเยี่ยพา
ผู้คนออกไปนานเกินกว่าที่คาดไว้ ไม่เพียงแต่ท าให้คนสกุลโม่ที่อยู่
เฝ้าหมู่บ้านซีหลิ่ง เป็นกังวล ตัวเขาเองก็รู้สึกกระสับกระส่ายไม่สบาย
ใจ
แม้จะเป็นยามดึก แต่เมิ่งไห่หนิงก็ไม่อาจหลับตาลงได้
หลังจากปลอบภรรยาที่กังวลอยู่ตลอดให้หลับไป เขาจึงแต่งตัว
เรียบร้อยแล้วเดินไปทางทางเข้าเชิงเขา
เมิ่งไห่หนิงไม่ได้บุ่มบ่ามไปตรวจสอบสถานการณ์การซุ่มโจมตี
ของโม่จิ่วเยี่ยและคนอื่น ๆ เพียงแค่ต้องการรอที่นี่เพื่อจะได้รู้ข่าวการ
กลับมาของพวกเขาเป็นคนแรก
เมิ่งไห่หนิงยืนอยู่ใต้แสงจันทร์ ฟังเสียงกบร้องที่ดังมาจากรอบๆ
ยืนนิ่งเช่นนั้นเป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วยาม
ในที่สุดเมื่อเขาเตรียมตัวจะกลับ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังมา
จากทิศทางของหมู่บ้าน
ทหารเหล่านั้นเดินทางกลับขึ้นไปบนภูเขาเพื่อพักผ่อน โดยใช้
เส้นทางเดิมที่พวกเขามาตอนแรก ตอนนี้ผู้ที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขามี
เพียงพี่น้องสกุลโม่และเหลียงห่าว เป็นต้น
เมิ่งไห่หนิงไม่กล้าถามเสียงดัง แต่เดินไปต้อนรับในทิศทางของ
โม่จิ่วเยี่ย และคนอื่น ๆ “พี่เก้า เรื่องราวราบรื่นดีหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “อืม นอกจากพวกเขามาถึงช้ากว่าก าหนด
เล็กน้อย ส่วนอื่น ๆ ก็ราบรื่นดี อีกอย่างหนึ่ง ร่างของพวกนักฆ่า
เหล่านั้น ข้าตั้งใจไม่แตะต้อง รอให้เจ้าหน้าที่จากในเมืองมาจัดการใน
เช้าวันพรุ่งนี้”
เมิ่งไห่หนิงเป็นคนฉลาด ย่อมเข้าใจเจตนาของโม่จิ่วเยี่ยที่ทิ้งศพ
นักฆ่าไว้เป็นอย่างดี
“พรุ่งนี้เช้า เมื่อท่านเจ้าเมืองพบว่ามีศพมากมายในเขตปกครอง
แน่นอนว่าจะต้องเรียกนายอ าเภอจากบริเวณใกล้เคียงมาช่วย ตอน
นั้นข้าก็จะอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย หากมีความเคลื่อนไหวใด ๆ ข้าจะรีบ
ส่งข่าวกลับมาทันที”
“อืม เมื่อเกิดคดีใหญ่เช่นนี้ เชื่อว่าเจ้าเมืองผู้นั้นคงไม่กล้าปิดบัง
จะต้องรายงานให้ราชส านักทราบแน่นอน” โม่จิ่วเยี่ยพูดจบก็เดิน
กลับไปทางบ้าน
เพราะว่าเสี่ยวไป๋ที่อุ้มอยู่ในอ้อมแขนตอนนี้ร่างกายร้อนผ่าว และ
ดูอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ เขาเกรงว่าเสี่ยวไป๋จะเป็นอันตราย จึงอยากรีบ
กลับไปให้ภรรยามารักษา
เมิ่งไห่หนิงรู้ว่าพี่ชายทั้งหลายซุ่มดักอยู่หลายวันติดต่อกัน คงจะ
เหนื่อยมาก เขาก็ไม่คิดจะรบกวนมาก เพียงแค่เห็นพวกเขากลับมา
อย่างปลอดภัยก็พอแล้ว
แม้เฮ่อจือหร่านจะไม่สงสัยในความสามารถในการต่อสู้กับศัตรู
ของพี่น้องสกุลโม่ แต่โม่จิ่วเยี่ยจากไปหลายวันแล้ว ถึงแม้นางจะไว้ใจ
เพียงใด ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
เพื่อป้องกันไม่ให้โม่จิ่วเยี่ยกลับมาโดยที่นางไม่รู้ สองวันนี้เฮ่อจื
อหร่านจึงไม่ได้พาลูกทั้งสองไปพักผ่อนในพื้นที่มิติ อีกทั้งนางยังเคย
ชินกับการนอนไม่ค่อยหลับ เพียงแค่มีเสียงเคลื่อนไหวเล็กน้อยจาก
ภายนอกก็สามารถได้ยิน
ตอนนี้นางเพิ่งป้อนนมลูกน้อยทั้งสองเสร็จ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจาก
นอกประตู ไม่นานประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าภรรยามีนิสัยนอนไม่ค่อยหลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เมื่อเขาไม่อยู่บ้าน
เพื่อไม่ให้ภรรยาตกใจกลัว เขาเพิ่งผลักประตูเข้ามาก็กล่าวเสียง
เบาว่า “หร่านหร่าน ข้ากลับมาแล้ว”
เฮ่อจือหร่านรีบลุกขึ้นนั่งทันที่
“ท่านพี่ เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้าง?”
โม่จิ่วเยี่ยก้าวยาว ๆ มาถึงข้างกายนาง “หร่านหร่าน ทุกอย่าง
เรียบร้อยดี ข้าจะเล่ารายละเอียดให้เจ้าฟังในภายหลัง เจ้าดูเสี่ยวไป๋
ก่อน มันได้รับบาดเจ็บ”
“เสี่ยวไป๋บาดเจ็บหรือ? รีบให้ข้าดูเร็ว”
ทันทีที่เฮ่อจือหร่านพูดจบ ครอบครัวทั้งสี่คนรวมถึงเสี่ยวไป๋ก็
ปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่มิติ
เด็กน้อยทั้งสองยังคงหลับสนิทในเปลของตน ข้าวปั้นน้อยรัก
พวกเขามาก โดยไม่ต้องรอให้คุณเจ้าของสั่ง มันก็เฝ้าดูแลพวกเขา
อย่างกระตือรือร้น ซึ่งช่วยให้เฮ่อจือหร่านประหยัดเวลาไปได้มาก
แม้ว่านางจะเดินออกไปไกล หากเด็กน้อยทั้งสองตื่นขึ้นมา ข้าว
ปั้นน้อยก็จะรีบวิ่งไปแจ้งนางทันที่
นางกับโม่จิ่วเยี่ยพาเสี่ยวไป๋มาที่ห้องพยาบาล หลังจากตรวจสอบ
แล้ว เฮ่อจือหร่านรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง
นางให้เสี่ยวไป๋ดื่มกลูโคสก่อน เพื่อให้มันฟื้นฟูพละก าลังโดยเร็ว
จากนั้นนางก็ท าแผลให้มันใหม่อีกครั้ง พร้อมกับอธิบายให้โม่จิ่ว
เยี่ยฟัง
“เสี่ยวไป๋ติดเชื้อที่แผล ท าให้มีไข้ และความอ่อนแอของมัน
ตอนนี้น่าจะเกิดจากการเสียเลือดมากเกินไปที่บริเวณแผล เดี๋ยวข้า
จะทายาให้มัน ดูแลสักสองสามวันก็น่าจะไม่เป็นไรแล้ว”
ส าหรับโม่จิ่วเยี่ยและภรรยาแล้ว เสี่ยวไป๋เป็นผู้มีบุญคุณอย่างยิ่ง
เมื่อเร็ว ๆ นี้มันได้ช่วยเหลือพวกเขาไว้มากมาย
ยิ่งไปกว่านั้น ความจงรักภักดีของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ นี้ก็เป็นสิ่งที่ทั้ง
คู่นี้ชื่นชมอย่างมาก ไม่มีใครอยากให้มันเป็นอะไรไป
โชคดีที่หลังจากเฮ่อจือหร่านช่วยให้ยาเสี่ยวไป๋แล้ว อุณหภูมิ
ร่างกายของเสี่ยวไป๋ก็กลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ยัง
อ่อนแอเล็กน้อยเท่านั้น
สัตว์มีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองอยู่แล้ว เชื่อว่ามันจะฟื้น
ตัวได้อย่างรวดเร็ว
…
สกุลโม่ได้คลี่คลายวิกฤตครั้งนี้อย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีใครรู้ ท าให้
ทั้งครอบครัวได้พักผ่อนอย่างสงบชั่วคราว
เจ้าเมืองกลับถูกท าให้ตกใจจนขาอ่อน
ผู้คนในสมัยโบราณไม่มีชีวิตยามค ่าคืนมากนัก โดยทั่วไปพวก
เขามีนิสัยเข้านอนเร็วและตื่นเช้า
ชาวบ้านจ านวนมากจะตื่นนอนก่อนฟ้าสาง โดยเฉพาะใน
ฤดูกาลนี้ ผักในสวนที่พวกเขาปลูกเองส่วนใหญ่สุกงอมแล้ว เพื่อ
แลกเงินเล็กน้อย ชาวนาจะแบกผักเข้าเมืองไปขายแต่เช้าตรู่
ถนนหลวงที่สกุลโม่เข่นฆ่าองครักษ์ของจักรพรรดินีเมื่อคืนนี้ ก็
เป็นเส้นทางที่ชาวบ้านจ านวนมากต้องผ่านเพื่อเข้าเมือง
ด้วยเหตุนี้ ท่านเจ้าเมืองจึงถูกปลุกให้ตื่นตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง
ชาวบ้านนับไม่ถ้วนทยอยมาแจ้งความว่าพบศพนับร้อยบนถนนหลวง
ที่มุ่งหน้าไปทางเมืองอวิ่น
ท่านเจ้าเมืองในตอนนั้นก าลังหลับ ๆ ตื่น ๆ รู้สึกว่านี่เป็นเรื่อง
ตลกขบขันอย่างมาก
ใครจะรู้ว่าผู้คนที่มาแจ้งความมีจ านวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาไม่
อยากเชื่อก็ไม่ได้
ท่านเจ้าเมืองน าผู้คนรีบร้อนไปยังที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น
ทันใดนั้นก็ถึงกับตะลึงงัน
ที่นี่ไม่ใช่แค่คนตายร้อยกว่าคน อย่างน้อยต้องมีสองร้อยกว่า
คน…
เขาเป็นเพียงเจ้าเมืองตัวเล็ก ๆ ไหนเลยจะเคยเห็นคดีใหญ่ขนาด
นี้มาก่อน?
เจ้าเมืองรีบส่งคนไปแจ้งนายอ าเภอในเขตศาลากลางโดยรอบให้
มาช่วยสืบสวน
เมิ่งไห่หนิงเนื่องจากรู้เรื่องนี้ล่วงหน้า จึงได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว
หลังจากแยกจากพี่เขยแล้ว ก็รีบไปยังที่ว่าการเพื่อรอเจ้าเมืองส่ง
คนมาแจ้งข่าว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเป็นนายอ าเภอคนแรกที่มาถึงที่เกิด
เหตุ เหตุผลก็ไม่มีอะไรอื่น เพียงเพื่อไม่ให้พลาดรายละเอียดข่าวสาร
ใด ๆ