ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 49 เฮ่อจือหร่านช่วยชีวิตโจวเหล่ำปำ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 49 เฮ่อจือหร่านช่วยชีวิตโจวเหล่ำปำ
นางเลิกปั๊มหัวใจเขำแล้วบีบจมูกโจวเหล่ำปำ ก่อนเริ่มผำยปอด
การกระทำเช่นนี้สาหรับคนสมัยโบราณถือเป็นเรื่องที่ผิดจำรีต
ประเพณีอย่ำงมาก
เสียงฮือฮำดังขึ้นอีกครั้งจากรอบ ๆ
แม้แต่เผิงวั่งที่เชื่อใจนางก็ยังตกใจ
“เฮ่อจือหร่าน เจ้ำเสียสติไปแล้วหรือ”
จำงชิงก้ำวยาว ๆ เดินไปหา ตั้งใจจะดึงตัวนางออกมา
ถึงแม้โจวเหล่ำปำจะตำยไปแล้ว แต่อีกฝ่ำยก็เป็นสหายสนิทของ
เขำ เขำไม่ยอมให้สหายสนิทที่ตำยไปแล้วถูกนักโทษหญิงล่วงเกินได้
ขณะเฮ่อจือหร่านกำลังผำยปอดให้โจวเหล่ำปำ นางรู้สึกได้ถึง
ลมหายใจอ่อน ๆ ของเขำ
หากไม่มีอะไรผิดปกติอีก โจวเหล่ำปำน่ำจะสาลักน้ำออกมาสอง
สามอึก
เพื่อเปิดพื้นที่ให้เขำ เฮ่อจือหร่านจึงลุกขึ้นยืน พร้อมกับลอบ
หยิบถุงช่วยหายใจออกมาจากพื้นที่มิติ
ประจวบกับมือของจำงชิงกำลังจะแตะคอเสื้อของเฮ่อจือหร่าน
กลับเห็นโจวเหล่ำปำไอแรง ๆ หนหนึ่ง ก่อนจะสาลักน้ำออกมา
มือที่ยื่นออกไปของจำงชิงชะงักค้ำง จ้องมองโจวเหล่ำปำอย่ำง
ตกตะลึง
นานพอสมควร เขำจึงหันไปมองเผิงวั่ง
“หัวหน้ำ ดูเหมือนโจวเหล่ำปำ…จะฟื้นแล้ว”
ในตอนนั้นเผิงวั่งร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ พลางพยักหน้ำแรง ๆ
“อืม โจวเหล่ำปำไม่ได้ตำย เขำยังมีชีวิตอยู่ เฮ่อจือหร่านเป็นคน
ช่วยชีวิตเขำกลับมาจากประตูนรก”
เมื่อได้ยินดังนั้น สายตำของเหล่ำเจ้ำหน้ำที่ก็มองไปยังเฮ่อจือห
ร่านพร้อมกัน
เฮ่อจือหร่านปลุกโจวเหล่ำปำให้ฟื้นจากความตำยด้วยการ
จุมพิต…
หลังจากนั้น เหล่ำเจ้ำหน้ำที่นาโดยเผิงวั่งก็ห้อมล้อมโจวเหล่ำปำ
ทุกคนต่ำงพำกันเรียกชื่อของเขำ บำงคนถึงกับยื่นมือไปสัมผัส
ร่างกายของเขำด้วย
เมื่อเห็นเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านจึงรีบเข้าไปห้ำมการกระทำของ
พวกเขำ
“ทุกคนถอยออกไปก่อน ตอนนี้เขำต้องการอากำศถ่ำยเทให้
หายใจสะดวก”
แม้เหล่ำเจ้ำหน้ำที่จะไม่รู้ว่าอากำศถ่ำยเทคืออะไร แต่ตอนนี้พวก
เขำเชื่อคำพูดของนางอย่ำงสนิทใจแล้ว
ดังนั้น ทันทีที่เฮ่อจือหร่านบอก เหล่ำเจ้ำหน้ำที่ต่ำงแยกย้ำยกัน
ออกไปทันที่
หลังจากสาลักน้ำออกมาเป็นครั้งที่หก ในที่สุดโจวเหล่ำปำก็ลืม
ตำขึ้น
เมื่อเห็นเช่นนั้น จำงชิงก็คว้ำแขนของเผิงวั่งไว้ ร้องด้วยสีหน้ำ
ตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด
“หัวหน้ำ ดูสิ โจวเหล่ำปำลืมตำแล้ว”
เผิงวั่งเองก็ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้ำขึ้นลง แววตำ
เต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม
แต่เขำยังมีสติมากกว่าคนอื่น ๆ อยู่มาก
เขำรีบถำมเฮ่อจือหร่านว่า “เฮ่อจือหร่าน หากพวกเราแบกโจว
เหล่ำปำกลับไปที่โรงเตี๊ยมตอนนี้ คงไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่”
“ไม่มีปัญหา เจ้ำหน้ำที่โจวเพียงอ่อนแรงบ้ำงเท่านั้น แต่เขำพ้น
ขีดอันตรายแล้ว”
เมื่อได้รับคำยืนยันจากเฮ่อจือหร่าน เผิงวั่งจึงสั่งให้คนแบกโจว
เหล่ำปำกลับไปที่โรงเตี๊ยม
เผิงวั่งหยิบเงินจากถุงของตนเองจ่ำยค่ำห้องพักชั้นบนให้โจว
เหล่ำปำ แล้วสั่งคนช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้ำที่เปียกชื้นให้เขำ
เฮ่อจือหร่านทำภำรกิจเสร็จสิ้น นางจึงเดินทำงกลับมาหาคน
สกุลโม่ทันที่
ตอนนี้ข้าวของที่นางซื้อจากร้ำนขำยของและร้ำนขำยผ้ำส่ง
มาถึงแล้ว
ข้าวของมีมากเกินไป โดยเฉพำะผ้ำห่มสามสิบกว่าผืน เมื่อวาง
รวมกันแล้วก็เหมือนภูเขำเล็ก ๆ
เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านกลับมา แววตำของคนสกุลโม่ก็ดูซับซ้อน
เมื่อครู่บ่ำวในโรงเตี๊ยมวิ่งไปดูเหตุการณ์ที่ริมแม่น้ำ พอกลับมาก็
เล่ำให้เถ้ำแก่ฟังว่า มีนักโทษหญิงคนหนึ่ง ‘จุมพิตช่วยชีวิต’ เจ้ำหน้ำที่
ได้อย่ำงไร
ตอนที่พวกเขำกำลังคุยกันอยู่นั้น บังเอิญว่าหลี่โหรวเอ๋อร์ได้ยิน
เข้า
หากพูดถึงนักโทษหญิงที่ไปช่วยชีวิตคนที่ริมแม่น้ำพร้อมกับ
เจ้ำหน้ำที่ ก็มีเพียงเฮ่อจือหร่านเท่านั้น
หลี่โหรวเอ๋อร์คว้ำจับความผิดพลาดครั้งใหญ่ของเฮ่อจือหร่านได้
จึงรีบป่ำวประกำศให้ทุกคนรู้โดยทันที่
เฮ่อจือหร่านสังเกตเห็นความผิดปกติของแม่สามี พี่สะใภ้ และ
น้องสามีได้ตั้งแต่แรก
“ท่านแม่ เกิดอะไรขึ้นหรือ”
สายตำของฮูหยินผู้เฒ่ำมีท่ำทีหลบเลี่ยงเล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรถำม
เรื่องนี้กับเฮ่อจือหร่านอย่ำงไร
พี่สะใภ้ทั้งหลายก็เช่นกัน พวกนางต่ำงไม่กล้ำสบตำนาง
ทว่าโม่หานเยี่ยกลับถำมตำมตรง
“พี่สะใภ้เก้ำ ทุกคนต่ำงพูดกันว่า เป็นท่านที่ช่วยเจ้ำหน้ำที่โจวให้
ฟื้นขึ้นมา”
เมื่อได้ยินคำถำมของโม่หานเยี่ย เฮ่อจือหร่านจึงเข้าใจงกระจ่ำง
เรื่องดีไม่ออกนอกประตู แต่เรื่องร้ำยกลับเผยแพร่ไปไกลนับพันลี้
เป็นเพราะนางประมาทเกินไป จึงละเลยความนึกคิดของคน
สมัยก่อน
เฮ่อจือหร่านมีอาการย้ำคิดย้ำทำเล็กน้อย เพื่อไม่ให้สัมผัส
กับโจวเหล่ำปำ นางจึงหยิบถุงช่วยหายใจขนาดเล็กออกจากพื้นที่มิติ
มา
แต่เพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงสิ่งแปลกประหลาดนั้น เฮ่อจือหร่านจึงกำ
ถุงช่วยหายใจไว้ในมือตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้มันถูกพบเห็น
นั่นหมายความว่า นางไม่ได้สัมผัสกับริมฝีปำกของโจวเหล่ำปำ
เลย เมื่อครู่ระหว่างพวกนางมีเพียงถุงช่วยหายใจเล็ก ๆ นั่นเป็น
ตัวเชื่อมเท่านั้น
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะรู้ดีแก่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางกลับลืมไปว่า
ที่นี่คือยุคโบราณ
ไม่ต้องกล่าวถึงความคิดของผู้คนว่าจะอนุรักษ์นิยมขนาดไหน
หากสตรีที่แต่งงำนแล้วกล้ำทำเรื่องเช่นนี้กับบุรุษคนอื่น ก็มีโอกำสที่
จะถูกนาตัวไปถ่วงน้ำได้
ยิ่งไปกว่านั้น วิธีการช่วยชีวิตของนางเมื่อครู่ ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่อง
เห็นว่านางกำลังจูบโจวเหล่ำปำแทน…
ดูเหมือนนางจำเป็นจะต้องอธิบำยเรื่องนี้ให้ชัดเจน
“เจ้ำหน้ำที่โจวไม่ได้ฟื้นขึ้นมาเพราะข้าจุมพิตเขำ มันเป็นเพียง
วิธีหนึ่งที่ข้าช่วยเขำหายใจเท่านั้น”
“พวกท่านไม่ได้อยู่เห็นสถำนการณ์ตอนนั้น เจ้ำหน้ำที่โจวกำลัง
ตกอยู่ในอันตราย หากข้าไม่ทำเช่นนั้น ชีวิตคนผู้หนึ่งก็จะหายไป”
“พวกเรารู้ว่าน้องสะใภ้เก้ำทำไปด้วยเจตนาดีที่จะช่วยชีวิตคน แต่
ว่า วิธีนั้นมันช่ำง…” ช่ำงเป็นเรื่องผิดศีลธรรมจริง ๆ
คำพูดของสะใภ้รองไม่ได้เอ่ยออกมาจนจบ เพราะนางรู้สึกว่า
หากพูดไปคงจะเป็นการทำร้ำยจิตใจอีกฝ่ำยมากเกินไป
ถึงแม้คนอื่น ๆ จะไม่ได้กล่าวเหมือนอย่ำงสะใภ้รอง แต่เมื่อดูจาก
สีหน้ำของพวกนาง เฮ่อจือหร่านก็รู้ว่าพวกนางก็คงมีความคิด
เช่นเดียวกัน
ในเมื่อพวกนางไม่ยอมรับ ต่อให้นางอธิบำยไปมากเพียงใดก็ไร้
ประโยชน์
เฮ่อจือหร่านสีหน้ำบึ้งตึงขึ้นทันที่
“ในเมื่อทุกคนมองว่าการกระทำของข้าเป็นเรื่องผิดศีลธรรม
เช่นนั้นหากไปถึงซีเป่ยแล้ว ก็ให้สามีเขียนหนังสือหย่ำกับข้าเถอะ”
“แต่ก่อนหน้ำนั้น ข้าหวังว่าพวกเราจะยังคงสนิทสนมกันได้
เหมือนอย่ำงเก่ำ เพื่อไม่ให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะ”
เฮ่อจือหร่านไม่ใช่คนที่จัดการกับอารมณ์ได้มากนัก ถ้ำเป็นเรื่อง
การต่อสู้ด้วยสติปัญญำและความกล้ำหาญ นางสามารถทำได้ แต่
เพราะในชำติก่อน นางไม่เคยมีคนรักเลยสักคน เรื่องของการรักษำ
ความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวสามี นางจึงไร้ประสบการณ์จริง ๆ
ในเมื่อนางเองก็ถูกคนอื่นรังเกียจไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเอาใจ
พวกนางอีกต่อไป
ตำมมุมมองของนางคือการเลือกเดินบนเส้นทำงของตัวเอง ไม่ว่า
ผู้อื่นจะพูดอย่ำงไรก็ไม่สนใจ
เฮ่อจือหร่านกล่าวเพียงเท่านี้ และไม่ว่าคนเหล่านี้จะยังคงยึดติด
เรื่องนี้หรือไม่ นางก็ทำได้แค่ทำเป็นมองไม่เห็นเท่านั้น
การได้ปกป้องโม่จิ่วเยี่ยให้ปลอดภัยจนไปถึงซีเป่ย นางก็ถือว่า
ตนคู่ควรกับวีรบุรุษในดวงใจนางแล้ว
ส่วนเรื่องอื่น ๆ ค่อยว่ากันไปทีละเรื่อง ปล่อยให้ทุกอย่ำงเป็นไป
ตำมธรรมชำติดีกว่า
เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านเปลี่ยนสีหน้ำไป สตรีสกุลโม่ต่ำงรู้สึกปวดใจ
อย่ำงน่ำประหลาด
พวกนางชอบเฮ่อจือหร่านผู้ยิ้มแย้มแจ่มใสในยามปกติ และชอบ
เฮ่อจือหร่านผู้ที่คอยนึกถึงพวกนางไม่ว่าเรื่องใดมากกว่า
แต่เฮ่อจือหร่านที่เป็นเช่นนี้กลับเหมือนถูกพวกนางทำให้หายไป
เฮ่อจือหร่านหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ถึงแม้จะถูกทุกคน
รังเกียจ แต่วันเวลาในอนาคตยังต้องดำเนินต่อไป
เรื่องที่เกิดขึ้นของโจวเหล่ำปำ คำดว่าวันนี้คงเดินทำงต่อไม่ได้
เฮ่อจือหร่านตั้งใจจะใช้โอกำสนี้ขอให้คนทำกระโจมพักแรม
ระหว่างทำงที่ถูกเนรเทศ ไม่อาจพักโรงเตี๊ยมได้ทุกวัน หาก
เผชิญกับวันที่ต้องหลับนอนกลางแจ้งอีก กระโจมเหล่านี้จะมี
ประโยชน์มาก
โม่หานเยี่ยเห็นพี่สะใภ้เก้ำหมุนตัวจากไป ในใจเต็มไปด้วยความ
ตึงเครียด และรีบตำมอีกฝ่ำยไปทันที่
“พี่สะใภ้เก้ำ พวกพี่สะใภ้จะคิดอย่ำงไรข้าไม่สนใจ ข้าเชื่อว่าท่าน
ทำไปเพื่อช่วยชีวิตคน”
เฮ่อจือหร่านไม่คิดว่าในบรรดำสตรีสกุลโม่ คนเดียวที่เชื่อใจนาง
กลับเป็นเด็กสาวอายุสิบสามสิบสี่
นางพยายามฝืนยิ้ม ลูบศีรษะโม่หานเยี่ย
“ขอบคุณที่หานเยี่ยไว้ใจข้า”