ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 53 ผู้อยู่ในเหตุการณ์มักมองไม่เห็น ส่วนผู้ที่อยู่ด้านนอก
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 53 ผู้อยู่ในเหตุการณ์มักมองไม่เห็น ส่วนผู้ที่อยู่ด้านนอก
มักมองเห็นชัด
โจวเหล่าปาเห็นเฮ่อจือหร่านโมโหขึ้นมา ทันใดนั้นเขารู้สึกผิด
ในตอนนี้ เขาไม่มีความน่าเกรงขามที่เจ้าหน้าที่ควรมีต่อนักโทษ
อีกแล้ว
“ไม่ ไม่ใช่ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นท่านหมายความว่าอย่างไร ข้าพูดชัดเจนขนาดนี้
แล้ว ท่านยังต้องการอะไรอีก” ตอนนี้เฮ่อจือหร่านโกรธมากจริงๆ
ความคิดของ ‘ฟอสซิลโบราณ’ พวกนี้ช่างดื้อด้านเสียจริง หาก
นางไม่แสดงท่าทีบ้าง คงต้องถูกพวกเขาท าให้หงุดหงิดตายแน่
เสียงตะโกนดังของเฮ่อจือหร่าน ท าให้โจวเหล่าปาเงียบลง
ในทันที่
โจวเหล่าปามองเผิงวั่งด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ หวังให้
หัวหน้าจะช่วยเขาตอนนี้
แต่เผิงวั่งก็ไม่ได้ช่วยเขาเลย
ค าพูดที่ว่าผู้อยู่ในเหตุการณ์มักมองไม่เห็น ส่วนผู้ที่อยู่ด้านนอก
มักมองเห็นชัด คงเป็นเช่นนี้
เฮ่อจือหร่านอธิบายชัดเจนมาก ส่วนโจวเหล่าปาเป็นฝ่ายที่ก าลัง
เพ้อฝัน
“เหล่าปา เฮ่อจือหร่านเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเจ้า หากเจ้ามีใจ
ตอบแทนบุญคุณ ก็จงบอกความจริงกับผู้คนเหล่านั้นให้ชัดเจนว่า
ตอนที่เฮ่อจือหร่านช่วยชีวิตเจ้า นางไม่เคยสัมผัสร่างกายกับเจ้าเลย”
โจวเหล่าปาไม่ได้คัดค้านเรื่องนี้ และเขาก็คิดว่านี่เป็นสิ่งที่เขา
ควรท า
แต่ในฐานะบุรุษ เขายังกังวลว่าโม่จิ่วเยี่ยจะดูหมิ่นนางด้วยเรื่องนี้
หากเป็นเช่นนั้นจริง ตัวเขาเองก็จะกลายเป็นคนบาปหรือไม่
คิดได้ดังนั้น โจวเหล่าปาจึงพูดกับเฮ่อจือหร่านอย่างจริงจังว่า
“ข้าจะหาเวลาไปอธิบายเรื่องเข้าใจผิดให้ทุกคนฟัง หากโม่จิ่ว
เยี่ยยังรังเกียจเจ้าเพราะเรื่องนี้ ข้าสามารถรับผิดชอบ…”
“พอแล้ว ขอแค่ท่านออกมาชี้แจงเรื่องนี้ให้กระจ่าง เรื่องอื่นก็ไม่
ต้องให้คุณจัดการ”
ไม่ต้องคิดนางก็รู้ว่าโจวเหล่าปาต้องการจะเอ่ยสิ่งใด
เฮ่อจือหร่านไม่อยากฟังเรื่องรับผิดชอบหรือไม่รับผิดชอบอะไร
ทั้งนั้น นางแค่ช่วยชีวิตคน และนางก็พูดอย่างชัดเจนแล้วว่า ระหว่าง
พวกเขาก็ไม่ได้สัมผัสกันเลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้โจวเหล่าปาจะกล่าวเช่นนั้นด้วยความหวังดี แต่เฮ่อจือห
ร่านก็ไม่อยากฟังอยู่ดี
โจวเหล่าปายกมือขึ้นยอมแพ้โดยสัญชาตญาณ
“ได้ ๆ ข้าจะไม่พูดแล้ว รับรองว่าต่อไปจะไม่พูดอีก…”
สตรีนางนี้ต้องเป็นแม่เสือกลับชาติมาเกิดแน่ เขาไม่กล้ายุ่งกับ
นางจริง ๆ
“ไม่พูดอย่างเดียวยังไม่พอ ต่อไปท่านห้ามแม้แต่จะคิดถึงเรื่องนี้
ด้วย” เฮ่อจือหร่านเตือนเขาอย่างเผด็จการ
ตอนนี้นางลืมไปแล้วว่าตนเองยังเป็นนักโทษเนรเทศอยู่
เผิงวั่งเห็นว่าถึงเวลาเหมาะสมแล้ว จึงรีบเป็นคนกลางเอ่ยขึ้นมา
“พอแล้ว ๆ เรื่องนี้ข้าเป็นพยาน พวกเราถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น และ
วิธีช่วยชีวิตคนของเฮ่อจือหร่านก็ไม่เลว หากเป็นไปได้ เจ้าก็ช่วย
สอนพวกเราบ้าง เผื่อระหว่างทางเจออันตรายอะไร พวกเราจะได้
ช่วยเหลือตนเอง”
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เจ้าหน้าที่เผิงอยากเรียนวิธีผายปอดเมื่อไหร่
ก็มาหาข้าได้ตลอด”
หลังเรื่องราวได้รับการแก้ไข เฮ่อจือหร่านไม่อยากอยู่ที่นี่ต่ออีก
แม้แต่ชั่วขณะ นางบอกลาเผิงวั่งแล้วหันหลังจากไปทันที่
ทว่านางเพิ่งเปิดประตูห้อง เจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งก็ล้มคะม าเข้ามา
ด้านใน
ถ้าไม่ใช่เมื่อครู่เฮ่อจือหร่านก าลังโมโหจัด นางไม่มีทางไม่รู้ตัวว่า
มีคนแอบฟังอยู่หน้าประตูห้อง
สีหน้าเจ้าหน้าที่เหล้านั้นฉายความเจ้าเล่ห์ เฮ่อจือหร่านโมโหจัด
เหยียบร่างพวกเขาเดินออกไป
เผิงวั่งเห็นสภาพอันน่าสังเวชของลูกน้องก็รู้สึกละอายใจ เขารีบ
โบกมือ
“พวกเจ้ารีบไปน าหมั่นโถวขาวไปให้สกุลโม่เสีย”
พวกเจ้าหน้าที่ต่างมองหน้ากัน
เห็นได้ชัดว่าหัวหน้าก าลังเอาใจเฮ่อจือหร่าน
หรือว่าเป็นเพราะเขาอยากเรียนรู้วิธีส่งผายปอดช่วยชีวิตคน?
นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่จะยอมเอาใจนักโทษเนรเทศ…
เผิงวั่งเห็นทุกคนยังยืนงงอยู่ จึงกล่าวอย่างไม่พอใจ “ยังยืนอยู่
ท าไม รีบไปสิ!”
เหล่าเจ้าหน้าที่ก าลังจะไป โจวเหล่าปากลับร้องเรียกพวกเขาไว้
“อีกอย่าง เฮ่อจือหร่านเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้า ชื่อเสียงของนาง
ต้องไม่ถูกท าลายเช่นนี้ พวกเจ้าต้องอธิบายกับคนพวกนั้นให้เข้าใจ
ชัดเจนว่า เฮ่อจือหร่านไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับข้า”
ได้ยินดังนั้น เผิงวั่งก็พูดเสริม “ข้าได้ยินมาว่าเรื่องนี้เป็นหลี่โหรว
เอ่อร์ที่ปล่อยข่าว อย่าลืมไปสั่งสอนนางสักหน่อย”
“ขอรับ ๆ พวกเราจะไปจัดการเดี๋ยวนี้” เจ้าหน้าที่สองสามคนตบ
ฝุ่นบนตัว แล้ววิ่งหายไป
ในห้องเหลือเพียงเผิงวั่งกับโจวเหล่าปา
โจวเหล่าปามีสีหน้างุนงง
“หัวหน้า ท่านบอกข้าที่ สิ่งที่ข้าพูดไปเมื่อครู่ มีอะไรผิดหรือไม่”
เผิงวั่งรู้สึกเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ
โจวเหล่าปาคนนี้ ปกติแล้วเฉลียวฉลาดและมีไหวพริบ ท าไม
วันนี้ถึงได้เข้าไปติดอยู่ในทางตันแล้วออกมาไม่ได้เล่า
“เมื่อครู่พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ ต่อไปจะไม่พูดถึงเรื่องนี้
อีก”
ถึงแม้โจวเหล่าปาจะรู้สึกไม่ค่อยพอใจ แต่เมื่อเห็นเผิงวั่งเริ่ม
ต าหนิตนเพราะเรื่องนี้ เขาก็ได้แต่หุบปากลงอย่างเสียไม่ได้
เฮ่อจือหร่านเดินกลับไปอย่างหงุดหงิด ก่อนเจอกับหลี่โหรวเอ๋อร์
ซึ่งพาสตรีตระกูลหลี่และตระกูลเหอสวนทางพอดี
แววตาของหลี่โหรวเอ๋อร์เต็มไปด้วยความเยาะเย้ยอย่างเห็นได้
ชัด
นางกอดอกยืนขวางทางเฮ่อจือหร่าน
“เฮ่อจือหร่าน วันนี้เจ้าท าเรื่องต ่าช้าขนาดนั้น ยังกล้าโผล่หน้า
มาอีก ถ้าเป็นหญิงที่มีศักดิ์ศรีสักหน่อย ป่านนี้คงวิ่งชนก าแพงชดใช้
ความผิดจนตายไปแล้ว”
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านก าลังอารมณ์ไม่ดี จึงไม่อยากต่อปากต่อค า
กับหลี่โหรวเอ๋อร์
นางจึงยกมือขึ้นตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรงไปหลายที่ ก่อนมองนาง
ด้วยสายตาดูถูก
“หลี่โหรวเอ๋อร์ วันนี้ข้าจะสอนเจ้าแทนบิดามารดาเจ้าเองว่าควร
ใช้ชีวิตอย่างไร ต่อไปหากยังพูดจาไร้สาระอีก ก็จงระวังลิ้นของเจ้าให้
ดี”
หลี่โหรวเอ๋อร์โดนคนตบหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อตั้งสติได้ก็เห็น
เฮ่อจือหร่านเดินจากไปไกลแล้ว
นางตะโกนสาปแช่งเฮ่อจือหร่านอย่างหนัก
“เฮ่อจือหร่าน เจ้าก็แค่ผู้หญิงไร้ค่า ขายตัวเพื่อผลประโยชน์เล็ก
ๆ น้อย ๆ แม้แต่เจ้าหน้าที่ที่ก าลังจะตายเจ้าก็ยังไม่เว้น…อ๊ะ…”
นางยังด่าไม่ทันจบประโยคก็กรีดร้องโหยหวนออกมา จากนั้นก็
ใช้มือปิดปากตัวเอง
อนุจูเห็นบุตรสาวโดนรังแก จึงรีบเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
“โหรวเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป”
หลี่โหรวเอ๋อร์ค่อย ๆ ปล่อยมือออก บนฝ่ามือปรากฏฟันซี่หนึ่ง
ติดคราบเลือด
อนุจูมักขี้ขลาดเวลาเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อเป็นเฮ่อจือห
ร่านกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน
“เฮ่อจือหร่าน! เจ้าช่างกล้านัก ถึงกับลงมือท าร้ายคนต่อหน้า
ผู้คนมากมายเช่นนี้!?”
ความจริงแล้ว เฮ่อจือหร่านที่ถูกใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรมเดิน
ออกไปไกลขนาดนั้น จะยังกลับมาทุบตีหลี่โหรวเอ๋อร์ได้อย่างไร
แต่ตอนนี้นางก าลังฉุดเฉียวมากที่ถูกคนตระกูลหลี่ยั่วโมโห
เฮ่อจือหร่านก้าวกลับมาด้านหน้าของหลี่โหรวเอ๋อร์
นางขี้เกียจใช้มือ จึงยกขาเตะส่งหลี่โหรวเอ๋อร์จนตัวปลิวออกไป
“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นนกน้อยที่ดีงามหรือ? อย่าคิดว่าข้าไม่รู้เรื่อง
ที่เจ้ากับหลี่หู่ท าลับหลังคนอื่น แต่ข้าสงสัยจริง ๆ ว่าหลี่หู่ที่ถูกส่งไป
ที่ว่าการแล้ว ผู้ใดจะให้เจ้ากล้ามาอวดดีอยู่ที่นี่”
“เฮ่อจือหร่าน หุบปากนะ!” อนุจูได้ยินว่าบุตรสาวถูกใส่ร้าย ก็พุ่ง
เข้ามาจะตบตีกับนาง
เฮ่อจือหร่านจะปล่อยให้หญิงที่ไม่มีแรงมากพอจะจับไก่ท าร้ายได้
อย่างไร
นางไม่ได้หลบเลี่ยง แต่ยกเท้าเตะท้องน้อยของอนุจู
อนุจูรู้สึกเจ็บ กุมท้องนั่งลงกับพื้นพลางร้องไห้คร ่าครวญ
“เจ้าหน้าที่ทั้งหลาย…รีบมาเร็วเข้า…เฮ่อจือหร่านท าร้ายคน…”
สตรีสกุลโม่ ตระกูลฟาง และตระกูลเซี่ย ก าลังท าอาหารเย็นใน
ลานด้านหลังด้วยของที่เฮ่อจือหร่านซื้อมาในวันนี้ เมื่อได้ยินเสียงด่า
ทอก็รีบวางมือจากงานที่ท าอยู่ วิ่งมาอย่างรวดเร็ว
“น้องสะใภ้เก้า ใครกล้าต าหนิเจ้า พี่สะใภ้รองจะจัดการให้”
สะใภ้รองพูดพลางชูทัพพีในมือขึ้นมา
พี่สะใภ้คนอื่นก็เช่นกัน ต่างจ้องมองหญิงสาวไม่กี่คนที่อยู่ตรง
ข้ามเฮ่อจือหร่านอย่างมาดร้าย
โม่หานเยี่ยรีบวิ่งมาหานาง
“พี่สะใภ้เก้า หานเยี่ยจะช่วยท่านสู้คนเอง”
แม้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ได้กล่าวอะไร แต่มีดท าครัวที่อยู่ในมือก็
บ่งบอกทุกอย่างแล้ว
คนตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางก็ไม่ต่างกัน ล้วนจดจ้องกลุ่มคนที่ห
ลี่โหรวเอ๋อร์พามา รอเพียงสัญญาณจากคนสกุลโม่ พวกนางก็พร้อม
ลงมือ…
เฮ่อจือหร่านที่เมื่อครู่ยังรู้สึกโกรธแค้นพลันรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมา
“ข้าไม่เป็นไร” เฮ่อจือหร่านบอกตามความจริงเพื่อไม่ให้ทุกคน
เป็นห่วง
ในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับค าสั่งให้น าหมั่นโถวขาวมาให้สกุลโม่
ก็มาถึงแล้ว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไม่ว่าเรื่องนี้ผู้ใดจะถูกหรือผิด ย่อมต้องเป็น
ความผิดของคนตระกูลหลี่และตระกูลเหอแน่นอน
อีกทั้งหัวหน้ายังให้พวกเขาสั่งสอนหลี่โหรวเอ๋อร์ ก็ถือว่าจัดการ
เรื่องทั้งหมดในคราวเดียวแล้ว
เฮ่อจือหร่านเป็นคนที่หัวหน้าใส่ใจเป็นพิเศษ สตรีพวกนี้กล้าดี
อย่างไรถึงท าให้นางโกรธเคือง
เจ้าหน้าที่ทั้งสองไม่พูดพร ่า ยกแส้ขึ้นมาก็ฟาดทันที่ จนบรรดา
สตรีตระกูลหลี่และตระกูลเหอร้องขอความเมตตา