ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 54 ผลลัพธ์ของการยั่วโมโห
เจ้าหน้าที่เห็นโอกาสจึงพูดเสียงดังว่า
“วันนี้ที่เฮ่อจือหร่านช่วยชีวิตโจวเหล่าปาไว้ ไม่ได้เป็นอย่างที่หลี่
โหรวเอ๋อร์พูด นางใช้หลอดไม้ไผ่ช่วยเขาให้หายใจ เป็นหลี่โหรว
เอ๋อร์เองที่พูดจาเหลวไหลจนท าลายชื่อเสียงของนาง ถึงแม้เฮ่อจือห
ร่านจะไม่เอาเรื่องเจ้า แต่พวกเราจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ รีบไสหัวไป
เสีย! หากยังได้ยินเจ้าพูดเรื่องไร้สาระอีก ระวังจะถูกแส้พวกเราเล่น
งาน”
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปยังหลี่โหรวเอ๋อร์
พวกเขาเพิ่งบอกว่าเฮ่อจือหร่านจะช่วยชีวิตคนโดยไม่สนใจ
ชื่อเสียงของตัวเองได้อย่างไร ที่แท้ทั้งหมดนี้เป็นข่าวลือที่หลี่โหรวเอ๋
อร์ปล่อยออกมา
คิดถึงเรื่องนี้แล้ว แม้แต่คนในตระกูลเหอที่อยู่ฝ่ายเดียวกับ
ตระกูลหลี่ก็ไม่พอใจขึ้นมา พวกนางต่างพากันต าหนิหลี่โหรวเอ๋อร์
สะใภ้รองโมโหขึ้นมาอีกครั้ง นางพับแขนเสื้อก่อนเดินเข้าไป
กระชากเส้นผมของหลี่โหรวเอ๋อร์ และตบหน้าเสียงดังสองครั้ง
“ดีจริง ๆ หลี่โหรวเอ๋อร์ เจ้ากล้าดูถูกชื่อเสียงของน้องสะใภ้เก้า
ของข้าถึงเพียงนี้ มาดูกันว่าวันนี้ข้าจะตีเจ้าจนตายหรือไม่”
หลี่โหรวเอ๋อร์ถูกตบจนร้องโอดโอย นอกจากอนุจูแล้ว ก็ไม่มีใคร
ในตระกูลหลี่เข้ามาห้ามปราม
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ในสกุลโม่เห็นดังนั้นก็เข้ามารุมล้อม พร้อมทั้ง
ต าหนิและลงมือตบตีนางเพื่อแก้แค้นให้เฮ่อจือหร่านเช่นกัน
เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องทะเลาะจนกลายเป็นการฆ่ากันต่อหน้าผู้คน
เจ้าหน้าที่จึงออกปากห้ามปราม หลี่โหรวเอ๋อร์จึงรอดตายไปได้
หลังจากทุบตีนางไปหนึ่งยก ความโกรธในใจของเฮ่อจือหร่านก็
หายไป
นางเรียกพี่สะใภ้ทั้งหลายและสตรีจากสองตระกูลที่มาช่วยเหลือ
ให้กลับไป
เหล่าพี่สะใภ้เดินตามเฮ่อจือหร่านมา ในสายตาที่มองมานั้นเต็ม
ไปด้วยความรู้สึกผิด
สะใภ้ใหญ่เป็นคนแรกที่เอ่ยปากขึ้นมา “น้องสะใภ้เก้า เป็นเพราะ
พวกข้าที่ไม่ไว้ใจเจ้าให้มากพอ จึงได้เชื่อค าพูดของหลี่โหรว์เอ๋อร์
และเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าท าตัวไม่ดี”
สะใภ้ห้าเอ่ยต่อ “ใช่แล้ว ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของพวกเรา
ต่อไปนี้พวกเราจะไม่เชื่อค าพูดของพวกคนเลวอีกแล้ว”
เฮ่อจือหร่านส่งยิ้มให้พลางมองทุกคน “พี่สะใภ้ไม่ต้องต าหนิ
ตัวเองหรอก ความเข้าใจผิดถูกคลี่คลายไปแล้ว”
เมื่อเห็นว่าเฮ่อจือหร่านไม่ได้ผูกใจเจ็บพวกนาง บรรดาพี่สะใภ้
ต่างโล่งใจ พากันห้อมล้อมเดินตามนางกลับไป
โม่จิ่วเยี่ยซึ่งซ่อนตัวอยู่ในที่ลับตาก็แอบกลับห้องไปอย่างเงียบ ๆ
เช่นกัน
เมื่อครู่เขาได้ยินเสียงเฮ่อจือหร่านกับหลี่โหรว์เอ๋อร์ก าลังโต้เถียง
จากด้านนอก ทั้งยังเห็นหลี่โหรว์เอ๋อร์พาคนมาตั้งมากมาย
เขากลัวว่านางจะเสียเปรียบ จึงได้แอบออกมาจากห้องตอนที่ทุก
คนไม่ทันสังเกต
เรื่องหินก้อนหนึ่งที่ถูกปาใส่หลี่โหรว์เอ๋อร์จนฟันนางหลุดนั้นก็
เป็นฝีมือของเขา เพราะคิดว่าจะท าให้อีกฝ่ายเจ็บตัวจนยอมแพ้ไป
แต่หลี่โหรว์เอ๋อร์ยังคงไม่ยอมปล่อยมือ
โม่จิ่วเยี่ยเตรียมพร้อมจะลงมือต่อ แต่ไม่คิดว่าวิชาป้องกันตัวของ
เฮ่อจือหร่านจะคล่องแคล่วว่องไวถึงเพียงนี้
ถึงแม้เขาจะมองไม่ออกว่านางใช้วิชาอะไร แต่ก็พอสรุปได้ว่า
ท่วงท่าที่เฮ่อจือหร่านใช้นั้นต้องมีคนสอนนางแน่นอน
หลังจากสังเกตและค้นพบเรื่องราวต่าง ๆ ในไม่กี่วันที่ผ่านมานี้
ทุกอย่างเกี่ยวกับเฮ่อจือหร่านล้วนกลายเป็นปริศนามากมายในใจ
ของโม่จิ่วเยี่ย
เฮ่อจือหร่านไม่รู้เลยว่ามีโม่จิ่วเยี่ยแอบคอยช่วยเหลือนางอยู่ในที่
ลับตา เหล่าสตรีสกุลโม่ที่เป็นฝ่ายชนะจึงต่างรู้สึกปลาบปลื้มยินดี
เมื่อครั้งที่อยู่ในเมืองหลวงเองก็ไม่มีใครกล้ารังแกพวกนาง
เช่นกัน แต่ที่ไม่มีใครกล้ารังแกนั้นเป็นเพราะฐานะของพวกนาง
ตอนนี้สถานการณ์แตกต่างออกไปแล้ว พวกนางสามารถรวมตัว
กันและพึ่งพาอาศัยก าลังของตนเองท าให้ฝ่ายตรงข้ามร้องโอดโอยได้
ความรู้สึกเช่นนี้เป็นสิ่งที่พวกนางไม่เคยมีมาก่อน และรู้สึกว่ามัน
ช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก
สะใภ้รองกอดแขนของเฮ่อจือหร่านอย่างสนิทสนม “น้องสะใภ้
เก้า ต่อไปหากมีเรื่องแบบนี้อีก เจ้าอย่าลืมเรียกพวกเราทุกคนมา
ร่วมมือกันนะ”
เฮ่อจือหร่านมองออกว่า หากสตรีในสกุลโม่ได้ประสบเรื่องราว
เช่นนี้อีกสองสามครั้ง พวกนางจะต้องถูกฝึกฝนให้กลายเป็นนักรบที่
เก่งกาจอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม นางค่อนข้างชื่นชอบจิตวิญญาณแห่งความ
สามัคคีนี้
“ได้ หากมีใครกล้ามาหาเรื่องอีก ข้าจะไม่ลืมพี่สะใภ้รองแน่นอน”
“พี่สะใภ้เก้า ยังมีข้าอีกนะ ข้าก็ช่วยได้” โม่หานเยี่ยกลัวว่า
พี่สะใภ้เก้าจะลืมนางไป จึงรีบประกาศจุดยืนของตน
ต่อมา พี่สะใภ้คนอื่น ๆ และคนตระกูลเซี่ยกับตระกูลฟาง ต่างก็
แสดงความจ านงว่าจะต่อสู้เคียงข้างเฮ่อจือหร่าน
ตอนนี้ทุกคนก าลังอารมณ์ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฮ่อจือหร่านที่
กลับมาพร้อมกับสิ่งของจ านวนมากที่ซื้อมาเมื่อตอนกลางวัน พวก
นางจึงยิ่งท าอาหารเย็นได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
อาจเป็นเพราะคนตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยคิดว่าตระกูลของตน
จะสามารถพึ่งพาสกุลโม่ได้ งานทุกอย่างพวกนางจึงแย่งกันช่วยท า
สกุลโม่ ตระกูลฟาง และตระกูลเซี่ยก าลังสงบสุข แต่ในเพิงหญ้า
ที่ตระกูลหลี่และตระกูลเหอพักอยู่ กลับมีเสียงทะเลาะวิวาทดังขึ้นเป็น
ระยะ ๆ
ตั้งแต่เมื่อวานคนสองตระกูลก็ทะเลาะกันไปเพราะเรื่องการแย่งชิง
พื้นที่ในเพิงหญ้า วันนี้สตรีตระกูลเหอยังถูกหลี่โหรวเอ๋อร์ชักชวน
ออกไปเพื่อหาเรื่องเฮ่อจือหร่าน ผลสุดท้ายก็ถูกตบตีอย่างหนัก
คนตระกูลเหอจึงยิ่งรู้สึกไม่พอใจตระกูลหลี่มากขึ้น
หากไม่ใช่เพราะเหอหมิงและเหอเลี่ยงมีสภาพเช่นนี้ พวกเขาคง
ลงมือจัดการกับคนตระกูลหลี่ไปนานแล้ว
เมื่อนึกถึงต้นตอของผลลัพธ์ทั้งหมดนี้ หลี่อวี่เอ๋อร์และหลี่หรูเอ๋อร์
ก็ราวกับเป็นคนสติเลอะเลือน พวกนางเข้าไปเขย่าตัวของหลี่โหรว
เอ๋อร์อย่างแรง
“หลี่โหรว์เอ๋อร์ เจ้ามันโง่ ตอนอยู่เมืองหลวง ท่านพ่อหาครอบครัว
ดี ๆ ให้เจ้าตั้งหลายหลัง เจ้าก็ไม่ยอมแต่งงาน กลับไปหลงรักคนที่สูง
เกินเอื้อม เพราะอยากเป็นฮูหยินขุนนางใหญ่ แล้วเป็นอย่างไรเล่า
เจ้าดูตอนนี้สิ โม่จิ่วเยี่ยแต่งงานกับเฮ่อจือหร่าน พวกเขาหมั้นหมาย
กันตั้งแต่เด็กแล้ว คราวนี้เจ้าดูตัวเองสิ ไม่เพียงไม่ช่วยเหลืออะไรใน
ตระกูล แต่ยังจะสร้างปัญหาให้อีก แต่ถึงจะสร้างปัญหาก็ช่างเถอะ แต่
ท าไมต้องลากพวกเราคนทั้งตระกูลมาเกี่ยวข้องด้วย เจ้ามันตัว
เคราะห์ร้าย เป็นตัวถ่วงความรุ่งเรืองของตระกูลหลี่จริง ๆ !”
ฟังค าพูดเจ็บแสบของหลี่อวี่เอ๋อร์แล้ว หลี่โหรว์เอ๋อร์ก็ควบคุม
อารมณ์ไม่อยู่
แม้แขนข้างหนึ่งของนางเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่ถึงจะเจ็บปวด
ทรมาน ก็ไม่อยากฟังค าพูดแบบนี้อีกต่อไป
หลี่โหรว์เอ๋อร์ราวกับถูกปีศาจเข้าสิง พุ่งเข้าใส่หลี่อวี่เอ๋อร์ อ้า
ปากกัดหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรง
หลี่อวี่เอ๋อร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับใช้ทั้งมือและเท้า
ทุบตีหลี่โหรว์เอ๋อร์
หลี่หรูเอ๋อร์เห็นดังนั้นก็เข้ามาช่วยหลี่อวี่เอ๋อร์
หลี่โหรว์เอ๋อร์ที่บาดเจ็บอยู่แล้วจะสู้คนสองคนได้อย่างไร ไม่นาน
ก็ถูกน้องสาวทั้งสองกดลงกับพื้นและทุบตีอย่างหนัก
อนุจูซึ่งไม่มีอ านาจอะไรในตระกูลหลี่ เมื่อเห็นบุตรสาวถูกรังแกก็
ไม่กล้ายื่นมือเข้ามาช่วย ท่าทีเหิมเกริมเหมือนตอนที่จะจัดการ
กับเฮ่อจือหร่านไม่มีอีกแล้ว นางได้แต่ขอความช่วยเหลือจากหลี่เหลี
ยงเท่านั้น