ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 540 ข่าวนี้เชื่อถือได้แน่นอน
วันนี้โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งเตรียมอาหารเย็นเสร็จและก าลังจะออกไปเรียก
คนมาทานข้าว เสี่ยวไป๋ก็กลับมาพร้อมกับจดหมายที่เขียนด้วย
ลายมือของโม่ฉิง
โม่จิ่วเยี่ยเปิดจดหมายอ่าน และไม่สนใจจะไปเรียกคนมาทาน
อาหารเย็นอีก
เขาพาเฮ่อจือหร่านไปยังห้องหนังสือของเสนาบดีเฮ่อ
“ท่านพ่อตา จดหมายจากท่านพ่อของข้าแจ้งว่าชนเผ่าหมานอี๋
ได้รวบรวมก าลังทหารจ านวนมากและก าลังโจมตีชายแดนตะวันตก
ของเราอยู่”
ตอนนั้นเสนาบดีเฮ่อก าลังตรวจสอบหนังสือราชการบนโต๊ะ
เพราะทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่จักรพรรดิซุ่นอู่มอบหมายให้เขา
หนังสือลาออกที่เขายื่นไปได้รับการอนุมัติแล้ว เพียงแต่ก่อนจะ
จากไป ต้องจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้เรียบร้อยเสียก่อน
เมื่อได้ยินค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย เสนาบดีเฮ่อก็วางพู่กันในมือลง
แล้วลุกพรวด
“เจ้าว่าอะไรนะ? ชนเผ่าหมานอี๋บุกโจมตีต้าซุ่นของพวกเราแล้ว
หรือ? เหตุใดราชส านักถึงยังไม่ได้รับข่าวนี้เลย?”
“ท่านพ่อตา ไม่กี่วันก่อนข้าให้เสี่ยวไป๋น าจดหมายส่งกลับบ้าน
เพื่อให้ทุกคนปลอดภัย เสี่ยวไป๋เพิ่งกลับมาพร้อมกับข่าวนี้ การที่ราช
ส านักยังไม่รู้ก็เพราะคนส่งข่าวจากชายแดนตะวันตกนั้นไม่มีรวดเร็ว
เท่าเสี่ยวไป๋”
“ท่านพ่อข้าเขียนจดหมายเมื่อสี่วันก่อน ตอนนั้นชนเผ่าหมานอี๋
ได้เริ่มบุกโจมตีชายแดนตะวันตกแล้วสองวัน”
“หมายความว่าชายแดนตะวันตกถูกรุกรานมาแล้วหกวันใช่
หรือไม่?” ในสายตาของเสนาบดีเฮ่อ ข่าวนี้ร้ายแรงมาก
แม้ว่าราชวงศ์ต้าซุ่นจะส่งทหารไปประจ าการที่ชายแดนตะวันตก
แต่หากชนเผ่าหมานอี๋จ านวนมากบุกเข้ามา คนเหล่านั้นก็ไม่อาจ
ต้านทานได้
“จิ่วเยี่ย เจ้าว่าเรื่องนี้ควรท าอย่างไรดี?”
โม่จิ่วเยี่ยมาที่นี่เพียงเพื่อแจ้งข่าวให้พ่อตาทราบ ไม่ได้มีเจตนา
ให้อีกฝ่ายต้องกังวล แม้ว่าพ่อตาจะไม่คิดลาออกจากต าแหน่ง แต่เขา
ก็เป็นเพียงขุนนางฝ่ายบุ๋น จะแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างไร?
“ท่านพ่อตา ข้าจะไปหาองค์ชายสามสักหน่อย แจ้งข่าวนี้ให้เขา
รู้”
“ถูกต้อง ๆ เรื่องนี้ย่อมต้องบอกองค์ชายสาม ถึงอย่างไรข่าวที่
พวกเราได้รับมาก็ที่มาค่อนข้างพิเศษ ไม่อาจพูดออกไปได้อย่าง
เปิดเผย”
เฮ่อจือหร่านอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนบิดา ส่วนโม่จิ่วเยี่ยใช้วิชาตัวเบามุ่ง
หน้าไปยังจวนของหนานอวี่
ยามนี้หนานอวี่ยังคงอาศัยอยู่ในจวนตระกูลเฟ่ย ร่างกายขององค์
จักรพรรดิก็หายดีอย่างสมบูรณ์แล้ว กลับมาว่าราชกิจในราชส านัก
ตามเดิม ทั้งยังได้ประกาศสถานะของหนานอวี่อย่างเป็นทางการต่อ
หน้าขุนนางทั้งหลาย
ขณะเดียวกันก็มอบจวนฉีหวังที่หนานฉีเคยอยู่ให้เขาได้พ านัก
เพียงแต่ช่วงนี้มีเรื่องราวในราชส านักค่อนข้างมาก หนานอวี่จึงยังไม่
มีเวลาย้ายจวน
จวนขององค์จักรพรรดิที่มอบให้โอรสแท้ ๆ อาศัยนั้นไม่มีอะไรให้
ต าหนิ แต่สิ่งที่ท าให้ขุนนางทั้งหลายพบเรื่องน่าสนใจคือองค์
จักรพรรดิมอบจวนให้องค์ชายสาม แต่กลับไม่ได้ตั้งชื่อจวน
นี่หมายความว่าอะไร?
หมายความว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าในอนาคตจวนนี้จะมีชื่อว่า
จวนรัชทายาท
หนานอวี่ก าลังตรวจสอบหนังสือราชการอยู่ในห้องหนังสือ โม่จิ่ว
เยี่ยมาถึงแล้วแต่ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแจ้งข่าวที่ได้รับมากกับเขา
“คุณชายเก้า ข่าวนี้แน่นอนหรือไม่?”
หนานอวี่ไม่ได้ถามโม่จิ่วเยี่ยว่าอีกฝ่ายได้รับข่าวการบุกโจมตี
ครั้งใหญ่ของชนเผ่าหมานอี๋มาอย่างไร เพราะเขารู้ดีว่าโม่จิ่วเยี่ยมี
นกพิราบส่งสารที่ฉลาดมากอยู่ตัวหนึ่ง การที่เขาถามเช่นนี้เพราะ
รู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างน่าเหลือเชื่อนัก
ตามความเข้าใจของหนานอวี่ ในอดีตชนเผ่าหมานอี๋มักจะบุก
โจมตีต้าซุ่นช่วงฤดูหนาว
ฤดูหนาวเป็นช่วงที่พวกเขาขาดแคลนอาหาร หากการโจมตี
ประสบความส าเร็จ พวกเขาก็จะสามารถเก็บเกี่ยวเสบียงส าหรับผ่าน
ฤดูหนาวจากต้าซุ่นไปได้
การยกทัพมาในฤดูกาลนี้จึงท าให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจนัก
“ข่าวนี้เชื่อถือได้แน่นอน คาดว่าอีกประมาณสิบวัน คนส่งข่าว
จากชายแดนตะวันตกคงจะมาถึง”
จากซีเป่ยมาถึงเมืองหลวง การเดินทางด้วยม้าเร็วต้องใช้เวลา
ประมาณครึ่งเดือน แต่เสี่ยวไป๋ใช้เวลาเพียงสี่วัน ดังนั้นคนส่งข่าวจาก
ชายแดนตะวันตกจะใช้เวลาอย่างน้อยแปดถึงสิบวันกว่าจะมาถึง
หนานอวี่ลุกขึ้นยืน
“ขอบคุณคุณชายเก้าที่แจ้งให้ทราบ ข้าจะรีบเข้าวังไปพบเสด็จ
พ่อเพื่อปรึกษาหาทางรับมือทันที”
คนอื่นยังไม่รู้ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่พอใจในความสามารถของหนา
นอวี่มากแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับบุตรชายทั้งสามคน
ก่อนหน้านี้ของตนเอง ยิ่งท าให้จักรพรรดิซุ่นอู่มองหนานอวี่ด้วย
สายตาที่แตกต่างออกไป
จักรพรรดิซุ่นอู่ได้เปิดเผยความคิดที่จะสละราชสมบัติเพื่อไป
พักผ่อนในบั้นปลายชีวิตให้หนานอวี่รู้เป็นการส่วนตัวแล้ว เพียงแต่มี
เรื่องของฝ่ายจักรพรรดินี สถานการณ์ในราชส านักก็ยังไม่มั่นคง
หากรีบร้อนสละราชสมบัติให้หนานอวี่ยามนี้ เกรงว่าจะเกิดความผัน
ผวนได้ง่าย
เรื่องนี้หนานอวี่ย่อมเข้าใจดี บัดนี้ชายแดนตะวันตกมีชนเผ่า
หมานอี๋บุกรุกเข้ามา ส าหรับหนานอวี่แล้วเท่ากับก าลังแย่งชิงแผ่นดิน
ของเขา
เรื่องแบบนี้เขาจะปล่อยให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
จ าเป็นต้องให้ความส าคัญอย่างยิ่ง
หนานอวี่เข้าวัง ไม่รู้ว่าเขาอธิบายที่มาของข่าวนี้อย่างไร
วันรุ่งขึ้นท่ามกลางการประชุมตอนเช้า จักรพรรดิซุ่นอู่ก็กล่าวถึงเรื่อง
นี้ในท้องพระโรงทันที่
เมื่อก่อนต้าซุ่นก็เคยมีศัตรูจากภายนอกรุกรานครั้งใหญ่มาแล้ว
ตอนนั้นมีคนจากสกุลโม่อยู่ จักรพรรดิซุ่นอู่เพียงประกาศราชโองการ
บุรุษสกุลโม่ก็จะน าทัพออกเดินทางทันที่
ตอนนี้ในท้องพระโรงอันใหญ่โตกลับไม่มีขุนพลที่ไว้ใจให้ใช้งาน
ได้
ขุนพลอาวุโสจินอายุมากแล้ว โดยเฉพาะไม่นานมานี้เขายังตก
หลุมพรางของอ๋องเก้า ถูกกู่หุ่นเชิดเล่นงานจนเกือบเสียชีวิตไป
ตอนนี้เขายังคงพักรักษาอยู่ในจวน ถึงขนาดที่ฝ่ายจักรพรรดินี
ก่อเรื่องใหญ่ เขาก็ยังไม่ได้ออกมามีส่วนร่วมด้วย
ตอนนี้ไม่มีสกุลโม่อยู่แล้ว ขุนพลอาวุโสจินก็ยังไม่หายดี
จักรพรรดิซุ่นอู่ยิ่งรู้สึกปวดหัว
ราชวงศ์ต้าซุ่นที่ยิ่งใหญ่ กลับไม่มีแม้แต่ขุนพลที่ไว้ใจได้สักคน
มาถึงตอนนี้ สิ่งแรกที่เขานึกถึงคือสกุลโม่และนึกถึงความจริง
บางอย่างที่ตระกูลเซวียสารภาพเกี่ยวกับการใส่ร้ายสกุลโม่
แท้จริงแล้วเป็นเขาที่ใส่ร้ายสกุลโม่อย่างไม่เป็นธรรม เป็นเพราะ
เขาที่ระแวงมากเกินไป กลัวว่าคนสกุลโม่จะอ านาจสูงกลบนายจึงได้
ท าเรื่องโง่เขลาเช่นนั้น
หากตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยยังอยู่ เขาก็คงไม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์
อันน่าอึดอัดที่ไม่มีใครให้ใช้งานได้แบบนี้
ไม่ใช่ว่าไม่มีใครให้ใช้งานได้เลยเสียทีเดียว อย่างน้อยในราช
ส านักก็ยังมีขุนพลยืนเรียงแถวอยู่
แต่จักรพรรดิซุ่นอู่มองคนนี้ทีคนนั้นที่ ก็ยังรู้สึกว่าพวกเขาไม่ใช่
คนที่มีความสามารถพอจะเป็นแม่ทัพเลย
“เจ้าคิดว่าเรื่องนี้ควรจัดการอย่างไร?”
หนานอวี่ก็ปวดหัวเหมือนกัน เขาเพิ่งรับช่วงต่องานของราช
ส านัก ช่วงนี้จึงก าลังยุ่งอยู่กับการก าจัดเนื้อร้ายบางส่วนในราชส านัก
จึงไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องของขุนพล
อย่างไรก็ตาม ตอนที่เขาเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับหนานฉี เขาได้
สืบข้อมูลมามากแล้ว จึงเข้าใจสถานการณ์ของขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋น
และบู๊ในราชส านักเป็นอย่างดี
ความคิดของเขาในตอนนี้เหมือนกับจักรพรรดิซุ่นอู่ ว่าไม่มีใคร
ให้ใช้งานได้แล้ว
ขุนพลเหล่านั้นก็รู้ตัวดีว่าความสามารถของตนมีจ ากัด แต่ก่อน
พวกเขาส่วนใหญ่มักจะออกรบพร้อมกับสกุลโม่หรือขุนพลอาวุโสจิน
เมื่อมีแม่ทัพคอยชี้น า พวกเขาก็เพียงท าตามค าสั่งเท่านั้น
ตอนนี้สิ่งที่องค์จักรพรรดิและองค์ชายสามต้องการคือแม่ทัพที่มี
ความสามารถบัญชาการกองทัพทั้งสาม แม้พวกเขาจะอยากรับ
ต าแหน่งนี้ไปก็ไม่กล้ารับมาโดยไม่คิดให้ดี
การบัญชาการที่ผิดพลาด ความตายยังเป็นเรื่องรอง เพราะหาก
พ่ายแพ้ศึกสงครามก็จะต้องรับผิดชอบ
เรื่องที่ลงแรงไปแต่ไม่ได้ผลตอบแทนเช่นนี้มีใครบ้างอยากจะออก
หน้ารับท า
เห็นหนานอวี่ยังไม่เอ่ยอะไร จักรพรรดิซุ่นอู่จึงมองไปยังขุนพล
ทั้งหลายที่ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบในท้องพระโรงด้วยสีหน้าไม่
พอใจ
“ในหมู่พวกเจ้า มีใครเต็มใจจะน าทัพออกรบที่ชายแดนตะวันตก
บ้าง?”
องค์จักรพรรดิถามทุกคนแล้ว หากไม่แสดงความจริงใจออกมา
บ้าง ไม่ใช่หรือว่าเงินเดือนที่ได้รับมาหลายปีนี้ไร้ค่าหรือ
มีขุนพลคนหนึ่งฝืนใจก้าวออกมาจากแถว
“ทูลองค์จักรพรรดิ กระหม่อมยินดีเป็นกองหน้าปราบปรามชน
เผ่าหมานอี๋ พร้อมรับค าสั่งจากท่านแม่ทัพใหญ่พ่ะย่ะค่ะ”