ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 70 ศัตรูของศัตรูคือมิตร
หลังจากออกจากร้านขายหนังสัตว์ เผิงวั่งก็ชูนิ้วโป้งให้เฮ่อจือห
ร่านอีกครั้ง
“น้องสะใภ้ ข้านับถือเจ้าจริง ๆ หมาป่าห้าสิบตัวนี้ถ้าไม่มีเจ้า ข้า
คงขายพวกมันได้แค่ห้าสิบต าลึง แต่นี่ตอนนี้กลับขายได้ราคา
เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว”
ความจริงแล้วเฮ่อจือหร่านไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการค้าขาย นาง
เพียงมีประสบการณ์จากการใช้ชีวิตในชาติก่อน และรู้หลักการ
ต่อรองราคาบ้างเท่านั้น
พอถูกเผิงวั่งยกย่องราวกับเป็นไอดอล นางก็รู้สึกเขินอาย
เล็กน้อย
“พี่เผิงอย่าชมข้านักเลย ข้าแค่โชคดีเท่านั้นเอง”
“น้องสะใภ้ เจ้าอย่าถ่อมตัวเลย ข้าไม่ได้เป็นคนชมใครง่าย ๆ นะ”
ระหว่างที่พูดคุยกัน เผิงวั่งก็เงยหน้ามองท้องฟ้า
“พวกเรารีบเดินทางมาไกลคงหิวกันแล้ว หาที่กินข้าวก่อนดีกว่า
แล้วข้าจะไปช่วยเจ้าไปเลือกซื้อของ”
ทั้งสามคนเดินไปเรื่อย ๆ เพื่อหาข้าวกิน
ทันใดนั้นเอง ก็มีร่างของบุรุษผู้หนึ่งลอยละลิ่วออกมาจากร้าน
หนังสือเบื้องหน้า ร่างของเขากระแทกพื้นอย่างรุนแรง
ต่อมาไม่นานนัก ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดบัณฑิตเดินออกมา
จากร้านหนังสือ
“เฟ่ยหนานอวี่ เจ้าเป็นแค่ขอทานกระจอกงอกง่อย ยังมีหน้ามา
เรียกตัวเองว่าเป็นบัณฑิตอีกหรือ?”
“คราวหน้าถ้าข้าเห็นเจ้ามาที่ร้านแห่งนี้อีก เจอหน้าเมื่อไหร่ ข้า
จะตีเจ้าเมื่อนั้น”
เฟ่ยหนานอวี่?
พอได้ยินชื่อนี้ เฮ่อจือหร่านก็พลันนึกถึงบุรุษผู้หนึ่งขึ้นมาได้ทันที่
ในบันทึกประวัติศาสตร์ได้เขียนไว้ว่า หลังจากที่หนานฉี
สิ้นพระชนม์ ก็มีบุรุษนามว่าเฟ่ยหนานอวี่ผู้นี้ที่คอยกุมอ านาจทาง
การเมืองเอาไว้ยาวนานถึงหกปี ก่อนที่จะก่อกบฏแล้วสถาปนา
ราชวงศ์ใหม่ขึ้นมา
สกุลเฟ่ยนั้นนับว่าหาได้ยากยิ่ง ยิ่งเป็นการตั้งชื่อโดยใช้แซ่
เดียวกับราชวงศ์ แม้จะออกเสียงเหมือนกันแต่ตัวอักษรต่างกัน เห็นที
ว่าคนทั่วไปคงไม่มีใครกล้าท าเช่นนี้
ดังนั้น นางจึงมั่นใจได้ว่าชายผู้นี้คือจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ใน
ประวัติศาสตร์ ผู้ซึ่งสถาปนาราชวงศ์ต้าซิง เฟ่ยหนานอวี่
ส าหรับเรื่องราวในอดีตของเฟ่ยหนานอวี่นั้น เฮ่อจือหร่านไม่เคย
ได้ศึกษาอย่างละเอียดมาก่อน
แม้กระทั่งเรื่องราวชีวิตของเขาก่อนจะขึ้นครองราชย์ นางก็ไม่
ค่อยรู้เท่าไหร่นัก
เมื่อเห็นว่าที่องค์จักรพรรดิผู้ก่อตั้งประเทศในอนาคต ต้องเผชิญ
ชะตากรรมอันน่าเศร้าเช่นนี้ เฮ่อจือหร่านจึงเกิดความคิดขึ้นมา
ในทันทีว่า ต่อไปนี้แม้ไม่สามารถเป็นมิตรกับเฟ่ยหนานอวี่ได้ ก็ห้าม
เป็นศัตรูกับเขาเด็ดขาด
หากบันทึกในประวัติศาสตร์ไม่ผิดพลาด โม่จิ่วเยี่ยที่เสียชีวิต
หลังจากถูกเนรเทศได้สามวัน สาเหตุการตายแท้จริงนั้นยังคงเป็น
ปริศนามาโดยตลอด
บัดนี้ นางทะลุมิติเข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว วันแรกนางก็ได้เปลี่ยนแปลง
โชคชะตาที่โม่จิ่วเยี่ยถูกจักรพรรดิซุ่นอู่สั่งโบยร้อยไม้ไป และตอนนี้
เวลาก็ผ่านไปมากกว่าสามวันนับตั้งแต่ถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวง
โม่จิ่วเยี่ยก็ยังคงมีชีวิตอยู่อย่างแข็งแรง
นี่แสดงให้เห็นว่านางได้เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเขาถึงสอง
ครั้ง
ศัตรูของสกุลโม่คือราชวงศ์ หากต้องการแก้แค้น พวกเขาต้อง
เป็นศัตรูกับราชวงศ์อย่างแน่นอน
ในอนาคต เฟ่ยหนานอวี่จะกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของราชวงศ์
ต้าซุ่น
ดังสุภาษิตที่กล่าวไว้ว่า ศัตรูของศัตรูคือมิตร
ดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงเห็นคุณค่าของโอกาสในการผูกมิตร
กับเฟ่ยหนานอวี่ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
ตอนนี้เฟ่ยหนานอวี่ก าลังอยู่ในสภาพที่น่าเวทนา จมูกเขาถูกชก
จนเลือดไหลไม่หยุด เสื้อผ้าตัวเก่าที่เขาสวมอยู่ก็เปื้อนเลือดเป็นทาง
เขาพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้น ใช้แขนเสื้อเช็ดเลือดบนใบหน้า
อย่างลวก ๆ
ขณะนั้นเองบัณฑิตสองคนนั้นก็เดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางดู
ถูกเหยียดหยาม ท าท่าเหมือนเตรียมจะเข้ามาท าร้ายเขาต่อ
ทันใดนั้น เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องมองมาจากที่
หนึ่ง
นางหันกลับไปมองโดยไม่รู้ตัว เห็นว่าด้านหลังเป็นโรงน ้าชา
ถ้านางจับความรู้สึกไม่ผิด สายตานั้นมาจากชั้นสอง
เฮ่อจือหร่านจึงมองขึ้นไปยังชั้นสองนั้น เห็นว่าหน้าต่างเปิดอยู่
แต่กลับไม่มีใครอยู่ข้างใน
แต่ตอนนี้นางไม่สนใจอะไรแล้ว เพราะเห็นว่าเฟ่ยหนานอวี่ก าลัง
ตกอยู่ในอันตราย เฮ่อจือหร่านจึงรีบพุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าเขาไว้
ทันที่
“ข้าขอเตือนพวกเจ้าว่าพอเถอะ”
ทันทีที่เอ่ยจบ ด้วยความรู้สึกว่องไวของเฮ่อจือหร่าน นางก็สัมผัส
ถึงสายตานั้นอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เวลาที่นางจะไปตามสืบสาวราวเรื่อง เฮ่อจื
อหร่านจึงตั้งใจจ้องมองสบตากับบัณฑิตทั้งสองอย่างไม่ยอมหลบ
สายตา
บัณฑิตทั้งสองมองหญิงสาวที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้า เสื้อผ้าของ
นางปะชุนกันเป็นชั้น ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยฝุ่นละออง
บัณฑิตร่างสูงกล่าวอย่างเหยียดหยามว่า “ขอทานที่ไหนกัน มา
ยุ่งเรื่องชาวบ้าน ไปให้พ้นเสีย”
เฮ่อจือหร่านยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง นางเพียงกอดอกมองพวกเขา
“ถ้าข้าจะยุ่งเล่า”
“รนหาที่ตาย” บัณฑิตที่ร่างเตี้ยกว่าพูดพลางท าท่าจะตบหน้า
เฮ่อจือหร่าน
ในเมื่อเฮ่อจือหร่านเลือกที่จะยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้แล้ว นางก็
เตรียมพร้อมจะลงมือแล้วเช่นกัน
ขณะนางก าลังจะตอบโต้ เผิงวั่งก็ก้าวขึ้นมาข้างหน้าและเตะเข้า
ท้องน้อยของบัณฑิตตัวเตี้ย
เวลาเดียวกันนั้น เจ้าหน้าที่อีกคนก็ต่อยเข้าที่ใบหน้าของบัณฑิต
ตัวสูง
เผิงวั่งไม่รู้ว่าท าไมเฮ่อจือหร่านถึงเข้ามายุ่งเรื่องนี้ แต่จากที่เขา
รู้จักนางดี นางไม่ใช่คนบุ่มบ่าม นางต้องมีเหตุผลที่ท าแบบนี้
ดังนั้นเผิงวั่งจึงเลือกสนับสนุนโดยไม่มีข้อแม้
เมื่อเห็นหัวหน้าลงมือ พวกเจ้าหน้าที่ก็ไม่ลังเลด้วยเช่นกัน
บัณฑิตสองคนถูกทุบตี พวกเขากุมบริเวณที่เจ็บปวดและจ้อง
มองอีกฝ่ายอย่างโกรธแค้น
บัณฑิตอีกหลายคนด้านหลังกรูเข้ามา จ้องมองคนกลุ่มนี้เดือด
ดาล แต่ก็ไม่มีใครกล้าลงมืออีก
“พวกเจ้าเป็นแค่ขอทาน กล้าดีอย่างไรมาท าร้ายร่างกายคนอื่น
กลางท้องถนนแบบนี้!”
เฮ่อจือหร่านไม่โกรธแต่กลับฉีกยิ้ม นางชี้ไปที่เฟ่ยหนานอวี่ซึ่งอยู่
ด้านหลังแล้วพูดว่า “แล้วพวกเจ้าไม่ได้ท าร้ายร่างกายคนอื่นกลาง
ถนนอย่างนั้นหรือ นี่เรียกว่าตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกัน เข้าใจหรือไม่”
ดูจากการแต่งกายของบัณฑิตทั้งหลายแล้ว พวกเขาน่าจะเป็น
ลูกหลานจากครอบครัวที่ร ่ารวย และมักจะท าอะไรตามใจตัวเองจน
เคยตัว
แม้ว่าสิ่งที่เฮ่อจือหร่านพูดจะเป็นความจริง พวกเขาก็ไม่ยอมรับ
อยู่ดี
“ใครเห็นพวกเราท าร้ายคนอื่นบ้าง กลับเป็นเจ้าต่างหากที่ท าร้าย
บัณฑิตอย่างพวกเราต่อหน้าคนมากมาย ทั้งยังมาใส่ร้ายพวกเราอีก”
เผิงวั่งเป็นคนใจร้อน เขากลัวว่าเฮ่อจือหร่านเป็นหญิงคนเดียวจะ
ไปโต้เถียงกับพวกบัณฑิตแล้วจะเสียเปรียบ จึงก้าวเข้าไปเอ่ยว่า
“พวกเราสามคนเห็นกับตา พวกเจ้าเป็นบัณฑิตกลับมาท าร้าย
ร่างกายคนกลางถนนแบบนี้ หากไม่พอใจ พวกเราก็ไปหานายอ าเภอ
กันได้ ขอให้ท่านนายอ าเภอตัดสินกันไปเลย”
เผิงวั่งคิดไว้แล้วว่าตัวเองก็มียศขั้นแปดอยู่ อย่างมากก็แค่ไปที่ว่า
การอ าเภอและแสดงตัวตนออกมา ยังจะต้องเกรงกลัวพวกบัณฑิตไร้
ฝีมือพวกนี้ได้อย่างไร
เมื่อได้ยินว่าจะไปหานายอ าเภอ เหล่าบรรดาบัณฑิตก็ใจสั่น
ขึ้นมาทันที่
หากท่านนายอ าเภอให้ความเป็นธรรมกับเฟ่ยหนานอวี่จริง ๆ
พวกเขาที่สอบผ่านจนเป็นบัณฑิตมาอย่างยากล าบาก อาจต้องถูก
ปลดก็ได้
“พวกเราไม่ได้ท าร้ายเขา แล้วท าไมต้องไปพบท่านนายอ าเภอ
กับเจ้าด้วย”
“ไม่อยากไปพบท่านนายอ าเภอก็ได้ แต่ที่พวกเจ้าท าร้ายเขาเมื่อ
ครู่ ต้องจ่ายค่าเสียหายให้” นี่คือจุดประสงค์หลักของเฮ่อจือหร่าน
ตอนนี้
นางมองจากการแต่งตัวของเฟ่ยหนานอวี่ ก็พอจะเดาออกว่า
ตอนนี้เขาสิ้นเนื้อประดาตัวนัก สิ่งที่จ าเป็นที่สุดในยามนี้คงเป็นเงิน
ซึ่งนางสามารถหามาให้เขาได้ แต่ต้องหาข้ออ้างที่สมเหตุสมผล
ไม่เช่นนั้น ด้วยความเฉลียวฉลาดของเฟ่ยหนานอวี่ เขาต้องคิดว่า
นางมีแผนการอะไรแน่ ๆ
หลังรู้ว่าใช้เงินแก้ไขปัญหานี้ได้ บรรดาบัณฑิตจึงจ าใจยอมตก
ลง เพื่อไม่ให้เรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้
“ว่าอย่างไร จะจ่ายค่าเสียหายเท่าไหร่?”
“พวกเจ้ามีกันห้าคน คนละยี่สิบต าลึงก็พอ” เฮ่อจือหร่านกล่าวไม่
ช้าไม่เร็ว
“อะไรนะ! คนละยี่สิบต าลึง? เขา เฟ่ยหนานหวี่ ไม่คู่ควรหรอก!”
บัณฑิตเตี้ยเอ่ยประท้วงเป็นคนแรก
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ไปที่ว่าการอ าเภอ ขอให้ท่านนายอ าเภอ
ตัดสินว่าเขาคู่ควรหรือไม่!”