ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 71 จักรพรรดิซุ่นอู่จ่ายเงิน
เฮ่อจือหร่านแกล้งท าเป็นเข้าไปพยุงเฟ่ยหนานอวี่ขึ้นมา พร้อม
กับเอ่ยปากถามว่า “ท่านนั่งรถเข็นของพวกเราไปที่ว่าการอ าเภอกัน
เถอะ”
เฟ่ยหนานอวี่จ้องมองบัณฑิตเหล่านั้นอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะพยัก
หน้า “ตกลง รบกวนแม่นางด้วย”
พอเห็นว่าพวกเขาพูดจริงท าจริง ก็มีบัณฑิตคนหนึ่งก้าวออกมา
อย่างยอมแพ้
“ไม่เห็นต้องท าเป็นเรื่องใหญ่โต เงินคนละยี่สิบต าลึงพวกเราก็
ยอมจ่ายให้ เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ไม่เห็นต้องไปรบกวนท่านนายอ าเภอ
เลย”
เห็นดังนั้น เฮ่อจือหร่านก็ยื่นมือไปหาพวกเขา
“ในเมื่อไม่อยากไปที่ว่าการอ าเภอ ก็จ่ายเงินมาสิ!”
พวกบัณฑิตมองหน้ากันเลิกลั่ก ก่อนจะรีบหันหลังไปรวบรวมเงิน
กัน
ไม่นานนักเงินหนึ่งร้อยต าลึงก็ถูกส่งมาตรงหน้าเฮ่อจือหร่านและ
คนอื่น ๆ
เผิงวั่งโบกมือไล่ คนพวกนั้นจึงรีบหนีไปทันที่
บัณฑิตทั้งห้าวิ่งแจ้นออกไปอย่างรวดเร็ว
เฮ่อจือหร่านยื่นเงินร้อยต าลึงนั้นให้เฟ่ยหนานอวี่
“ท่านเก็บไว้เถอะ!”
แม้เฟ่ยหนานอวี่จะได้รับบาดเจ็บ แต่แววตากล้าแข็งไม่ยอมสยบ
ของเขาก็ยังคงไม่จางหาย
“เจ้าช่วยข้าท าไม ไม่กลัวคนพวกนั้นจะขุ่นเคืองหรือ”
เฮ่อจือหร่านยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ข้าเพียงเห็นคนถูกรังแกก็
เท่านั้น ท่านอย่าคิดมากเลย”
เพื่อไม่ให้เฟ่ยหนานอวี่สงสัย เฮ่อจือหร่านจึงหันหน้าหนีไปไม่
สบตาเขา
“ท่านเดินไหวหรือไม่”
“ไหว”
เฟ่ยหนานอวี่พูดพลางพยายามพยุงตัวลุกขึ้น เขาค านับให้พวก
นางอย่างนอบน้อม
“ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือ หากมีโอกาสพบกันอีก ข้าจะตอบ
แทนพวกท่านอย่างสุดก าลัง”
กล่าวจบเขาก็หันหลังเดินกะเผลกจากไป
จนกระทั่งเงาร่างของเฟ่ยหนานอวี้ลับตาไป เฮ่อจือหร่านจึงเอ่ย
ปากชวนเผิงวั่งและเจ้าหน้าที่ไปหาข้าวกินต่อ
เฮ่อจือหร่านไม่อาจยืนยันได้ว่าการช่วยเหลือเฟ่ยหนานอวี้ใน
วันนี้ จะได้รับผลตอบแทนในภายภาคหน้าหรือไม่
ทว่านางเชื่อมั่นว่าแม้พวกเขาจะไม่ได้กลายเป็นมิตรต่อกันในวัน
หน้า แต่การกระท าในวันนี้คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างน้อยอนาคตก็
คงไม่กลายเป็นศัตรูกัน
ขณะที่เฮ่อจือหร่านก าลังครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่นั้น เผิงวั่งก็อดรนทน
ไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากถาม
“น้องสะใภ้ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนประเภทชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน แล้ว
เหตุใดถึงได้ช่วยเขา”
เรื่องแบบนี้ล้วนมาจากความรู้สึกส่วนตัว เฮ่อจือหร่านจึงไม่คิดจะ
พูดความจริง
“ข้าทนเห็นคนถูกรังแกไม่ได้ จึงทนไม่ไหวจนต้องเข้าไปช่วย”
ค าพูดนี้เผิงวั่งย่อมไม่เชื่อ แต่เมื่อนางไม่ต้องการบอก เขาก็ไม่
อาจเซ้าซี้ถามต่อ
เดินมาได้ไม่นานนัก เผิงวั่งก็ชี้นิ้วไปที่ร้านแผงลอยข้างทางที่ดู
ธรรมดาร้านหนึ่งแล้วเอ่ยว่า
“ร้านนั้นเกี๊ยวอร่อยมาก ทั้งยังมีเนื้อตุ๋นสูตรเฉพาะของร้านด้วย
เจ้าอยากลองชิมดูหรือไม่”
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านหิวจนตาลายแล้ว นางไม่ต้องการอะไรมาก
ขอแค่มีอะไรใส่ลงท้องก็พอ
ยิ่งได้ฟังสิ่งที่เผิงวั่งพูด เหมือนกับว่าเขาเคยมากินที่ร้านนี้มาก่อน
สิ่งที่เคยกินมาแล้วยังอยากจะกินอีก นางจึงคิดว่ารสชาติคงจะไม่เลว
นัก
“ข้าไม่มีปัญหา พี่เผิงสั่งได้เลย”
เจ้าหน้าที่ก็เสริมว่า “หัวหน้าบอกให้กินอะไรข้าก็จะกินสิ่งนั้น”
ครั้นเห็นว่าทั้งคู่ไม่มีปัญหา เผิงวั่งจึงเดินน าไปที่ร้านเกี๊ยวก่อน
ใคร
เขาสั่งเกี๊ยวสามชามกับเนื้อตุ๋นอีกหนึ่งจานใหญ่
เฮ่อจือหร่านตักกินค าหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเกี๊ยวหรือเนื้อตุ๋น ล้วน
รสชาติไม่เลวจริง ๆ
แต่เทียบกับอาหารอร่อย ๆ ที่เคยลิ้มลองในชาติก่อนแล้ว รู้สึก
รสชาตินี้มันยังขาดอะไรไปอีกหน่อย
ถึงอย่างนั้น ส าหรับยุคโบราณที่ขาดแคลนอาหาร การท าอาหาร
ให้ออกมาให้มีรสชาติแบบนี้ได้ ก็นับว่าดีมากแล้ว
สภาพอากาศก าลังร้อนอยู่แล้ว เมื่อกินเกี๊ยวน ้าร้อน ๆ จนหมด
ชาม คนทั้งสามก็มีเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผาก
เจ้าหน้าที่เห็นว่าแสงแดดข้างนอกแรงก็อิดออดขึ้นมาทันที่
“หัวหน้า แดดแรงขนาดนี้ พวกเราน่าจะหาที่พักก่อนแล้วค่อยไป
ต่อกันดีหรือไม่”
เผิงวั่งเองก็คิดแบบนั้น เมื่อก่อนตอนที่พวกเขาคุมตัวนักโทษ
เดินทาง เวลาใกล้เที่ยงวันแดดจะแรงมาก พวกเขาก็มักจะหาที่ร่มนั่ง
พัก แล้วค่อยเดินทางต่อในตอนบ่าย
“ตรงนั้นมีร้านน ้าชาอยู่ ไปดื่มน ้าชาเย็น ๆ พักหายเหนื่อยกัน
ก่อนเถอะ”
เฮ่อจือหร่านเองก็อยากดื่มชาเย็น ๆ เช่นกัน ทว่าในใจกลับรู้ดีว่า
นี่เป็นโอกาสเดียวที่นางจะได้ท าอะไรตามล าพัง นางต้องไม่พลาด
โอกาสนี้เป็นอันขาด
“พี่เผิง ข้าไม่กลัวแดดร้อน ข้ายังอยากซื้อข้าวของอีกนิดหน่อย
พวกท่านไปพักผ่อนก่อนเถอะ หากข้าซื้อเสร็จแล้วจะกลับมาหาที่
ร้านน ้าชาเอง”
จากเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ ท าให้เผิงวั่งไม่
คิดว่าเฮ่อจือหร่านเป็นนักโทษอีกต่อไปแล้ว เขาเชื่อมั่นในตัวนาง
เผิงวั่งเองก็ไม่ได้ขัดข้องกับค าขอนี้ เขาไม่อยากออกไปตากแดด
ร่วมกับเฮ่อจือหร่าน ในวันที่อากาศร้อนเช่นนี้
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ พวกเราไปพักกันเถอะ ปล่อยให้เจ้าไปซื้อ
ของเอง”
จากนั้นเฮ่อจือหร่านก็แยกตัวจากคนทั้งสอง นางตรงไปยังแถว
ร้านขายผ้า
นางคิดว่าทุกคนในสกุลโม่ไม่มีเสื้อผ้าไว้เปลี่ยนใส่ อีกอย่าง
อากาศก าลังร้อน เหงื่อไหลทั้งวันจนตัวได้กลิ่น ถ้ามีโอกาสก็ต้องรีบ
จัดการเรื่องนี้ก่อน
ดังนั้น ก่อนออกมา นางจึงตั้งใจจะซื้อผ้ากลับไปด้วย เผื่อว่าช่วง
นี้ที่ไม่ต้องเดินทาง จะได้ให้พวกพี่สะใภ้ช่วยกันตัดเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่
เดินมาไม่ไกลนัก นางก็พบร้านขายผ้าอยู่ร้านหนึ่ง
เฮ่อจือหร่านไม่ลืมสถานภาพของตัวเองในตอนนี้ จึงไม่อยากท า
ตัวโด่ดเด่นมากนัก
นางเลือกซื้อผ้าเนื้อบางสีสันเรียบง่ายแต่ดูดีในปริมาณที่มากพอ
เจ้าของร้านเห็นนางซื้อผ้ามากมายขนาดนั้นก็ใจดีแถมเศษผ้า
ให้นางอีกเล็กน้อย
เดิมทีเฮ่อจือหร่านกับเจ้าของร่างเดิมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องงาน
เย็บปัก จึงไม่รู้ว่าเศษผ้าพวกนี้เอาไปใช้ท าอะไรได้ แต่เห็นท่าทางดีใจ
ราวกับได้ของวิเศษมาของเถ้าแก่ตอนยื่นเศษผ้าให้นางแล้ว คิดว่าถ้า
อยู่ในมือคนที่ช านาญคงต้องสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ออกมาได้แน่
หลังจากกล่าวขอบคุณเจ้าของร้าน เฮ่อจือหร่านก็เข็นรถไม้
ต่อไป
นางคิดจะหาที่ลับตาคนเพื่อน าแป้งและข้าวสารที่เหลือจากพื้นที่
มิติออกมาบางส่วน พร้อมกับเปิดเถาเป่าดูว่ามีของกินอะไรอร่อย ๆ
บ้าง จะได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปด้วย
ไม่นานนางก็เลี้ยวรถเข็นเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ อันเงียบสงัดแห่ง
หนึ่ง
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใคร เฮ่อจือหร่านก็เข้าไปในพื้นที่มิตินี้ หยิบ
ข้าวสารและแป้งออกมาอย่างละสองถุง
จากนั้นก็ใช้งานโทรศัพท์ กดเข้าไปที่แอปเถาเป่าเพื่อสั่งไก่ย่าง
กับเป็ดย่างอย่างละยี่สิบตัว จัดการห่อกระดาษน ้ามันอย่างดี วางไว้บน
รถเข็นไม้
นอกจากนี้ นางยังอยากซื้อเนื้อหมูกับผักสดอีกด้วย
แต่ดูจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวแบบนี้ เฮ่อจือหร่านก็ไม่อยาก
เดินตลาดต่อแล้ว นางตัดสินใจสั่งทุกอย่างจากเถาเป่าคราวเดียว
หลังมองดูข้าวของมากมายบนรถเข็นไม้ เฮ่อจือหร่านก็ไม่รู้สึก
กังวลแม้แต่น้อย
อย่างไรเสีย จักรพรรดิซุ่นอู่ก็เป็นคนจ่ายเงินให้เอง…
เพราะเงินสี่ล้านที่เฮ่อจือหร่านหามาได้ ล้วนมาจากการขาย
สิ่งของในท้องพระคลังของจักรพรรดิซุ่นอู่ทั้งนั้น หากจะถือว่าเขาเป็น
ฝ่ายจ่ายเงินให้ก็ไม่ผิด!
เมื่อดูเวลาแล้ว นางเพิ่งแยกกับเผิงวั่งได้เพียงสองเค่อ หากไปหา
พวกเขาที่ร้านน ้าชาตอนนี้ พวกเขาอาจรู้สึกแปลกใจที่เห็นว่านางซื้อ
ของได้มากมายภายในเวลาอันสั้นก็ได้
ดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงไม่ได้รีบร้อน นางเข็นรถเข็นไม้ไปยังที่ร่ม
แล้วหาที่ว่างบนรถเข็นไม้นั่งพัก
จากนั้นก็ซื้อเครื่องดื่มเย็น ๆ ในเถาเป่ามาดื่มคลายร้อนสักหน่อย
นับตั้งแต่ทะลุมิติมาที่นี่ เฮ่อจือหร่านไม่เคยรู้สึกสบายใจเช่นนี้มา
ก่อน
นางนั่งอยู่บนรถเข็นไม้ จิบเครื่องดื่มเย็นพลางขาแกว่งไปมา
อย่างสบายอารมณ์…
ขณะที่ก าลังเพลิดเพลินอยู่นั้น ก็รู้สึกว่ามีเสียงฝีเท้าดังมาจาก
ปากทางเข้าตรอก
เฮ่อจือหร่านรีบเก็บเครื่องดื่มที่เหลือเก็บเข้าไปในพื้นที่มิติ แล้ว
มองไปยังต้นเสียง