ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 86 ฟังค าของน้องชายท่านเถอะ
“น้องชาย เราลองสังเกตการณ์ดูต่ออีกสักหน่อยดีหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นเผิงวั่งยืนกรานเช่นเดิม จึงได้แต่เตือนอย่างจนใจ
“ข้าหวังว่าพี่ชายเผิงจะตัดสินใจได้ก่อนฟ้ามืด ไม่เช่นนั้นพวกเรา
จะขึ้นเขาได้ยากแล้ว”
เผิงวั่งพยักหน้า “อืม หากผ่านไปครึ่งชั่วยาม แล้วฝนยังไม่หยุดก็
ท าตามที่เจ้าบอก”
โม่จิ่วเยี่ยกลับไปบอกการตัดสินใจของเผิงวั่งให้เฮ่อจือหร่านฟัง
แล้วกลับมาที่ห้องพักของเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
ที่นี่ไม่เพียงสะดวกต่อการสังเกตสภาพดินฟ้าอากาศ สิ่งส าคัญ
ที่สุดคือเขาสามารถโน้มน้าวเผิงวั่งให้น าทุกคนขึ้นเขาต่อได้
ครึ่งชั่วยามที่เผิงวั่งพูดผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะ
ซาลง ทว่ากลับยิ่งตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนนี้น ้าฝนไหลทะลักเข้ามาในบ้านจนหมดแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยฉวยโอกาสรีบพูด “พี่เผิง เพื่อความปลอดภัยของทุก
คน พวกเราต้องขึ้นเขาทันทีแล้ว”
เผิงวั่งกัดฟันแน่นกล่าวว่า “ตกลง ข้าจะเชื่อเจ้าก็ได้”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันไปสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปตามคนในห้องพัก
อีกฝั่ง เก็บของและเตรียมตัวออกเดินทางทันที่
เฮ่อจือหร่านรู้สึกถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ นางจึงรีบวิ่ง
ไปหาเผิงวั่ง
“พี่เผิง ท่านช่วยไปเกลี้ยกล่อมผู้ใหญ่บ้านให้ประกาศพา
ชาวบ้านขึ้นเขาเถอะ หรือไม่หาที่สูง ๆ หลบก็ยังดี อย่าอยู่ที่นี่ต่ออีก
เลย”
ค าพูดของเฮ่อจือหร่านมีผลกับเผิงวั่งอยู่บ้าง ขณะที่ทุกคนก าลัง
เก็บข้าวเก็บของด้วยความมึนงง เขาจึงตัดสินใจไปเคาะประตูห้อง
ของผู้ใหญ่บ้านอีกครั้ง
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าเผิงวั่งพูดจาเกลี้ยกล่อมอย่างไร รู้เพียงแต่ว่า
ตอนที่เขาเดินออกมาจากห้อง สีหน้าของเขากลับดูสิ้นหวังอยู่บ้าง
เขาท าทุกอย่างเต็มที่แล้ว เผิงวั่งจึงไม่รู้สึกผิดในใจอีก เขาออก
ค าสั่งให้กลุ่มนักโทษที่ยังสับสนอยู่ขึ้นไปบนเขา
พี่สะใภ้ทั้งหลายเดินออกมาจากห้องพัก มือของพวกนางก าผ้า
ห่มและข้าวของแน่น
เฮ่อจือหร่านเอ่ยปากว่า “พี่สะใภ้ ผ้าห่มพวกนี้เปียกหมดแล้ว
ท่านทิ้งไปเถอะ”
“น้องสะใภ้เก้า ผ้าห่มพวกนี้หายากนัก ข้าไม่ล าบากหรอก แค่
เอาไปตากให้แห้งก็ใช้ได้เหมือนเดิมแล้ว” สะใภ้รองตอบ
“ใช่แล้วน้องสะใภ้เก้า พี่สะใภ้ห้าก็สามารถพามันไปได้ ไม่กลัว
ความล าบากสักนิด”
“พี่สะใภ้เจ็ดก็ท าได้”
“…”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าพวกพี่สะใภ้เคยเป็นชนชั้นสูงในเมืองหลวง
ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยธรรมชาติจึงมีไม่มากนัก
ด้วยความจนใจ นางจึงต้องอธิบายด้วยเหตุผลอย่างอดทน
“พวกท่านก็ได้สัมผัสกับการเดินทางเมื่อครู่นี้ไปแล้ว ถนนที่เป็น
โคลนตมนั้นยากล าบากแค่ไหนเมื่อพวกเราต้องแบกของหนักไปด้วย
ยิ่งเป็นเส้นทางบนภูเขาด้วยแล้ว แค่ก้าวพลาดไปเล็กน้อยก็อาจลื่น
ไถลลงมาได้ การแบกสัมภาระที่หนักและไม่จ าเป็นต้องใช้ในตอนนี้
จึงไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดเลย”
แม้เหล่าพี่สะใภ้จะรู้ว่าสิ่งที่เฮ่อจือหร่านพูดมานั้นมีเหตุผล แต่
พวกนางก็ยังอาลัยอาวรณ์ไม่อยากทิ้งมันไป
เมื่อเห็นสีหน้าล าบากใจของพวกนาง ฮูหยินผู้เฒ่าจึงเอ่ยเสียง
เข้ม “พวกเจ้าฟังสิ่งที่สะใภ้เฮ่อบอกเถอะ”
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยปากเช่นนั้น บรรดาพี่สะใภ้จึงได้แต่น า
สัมภาระไปเก็บไว้ในห้องพักด้านข้างด้วยความไม่เต็มใจ
ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยขึ้นชื่อเรื่องความฉลาด แม้จะไม่รู้
จุดประสงค์ที่เฮ่อจือหร่านให้ทุกคนทิ้งสัมภาระ แต่พวกเขาก็ท าตาม
ทันที่
เมื่อทุกคนน าสัมภาระไปเก็บไว้ในห้องพักด้านข้างแล้ว พวกเขา
ก็ฟังค าพูดของเฮ่อจือหร่านที่ให้น าเพียงกระโจมออกมา
เผิงวั่งเห็นว่าคนมาครบแล้ว จึงออกค าสั่งให้ออกเดินทางฝ่าสาย
ฝนไป
ทุกคนเดินทางอย่างล าบากบนถนนที่เต็มไปด้วยโคลนของ
หมู่บ้าน ไม่มีใครเข้าใจการกระท าของเผิงวั่งได้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูด
อะไรออกมา ได้แต่เก็บความไม่พอใจไว้ เดินฝ่าสายฝนตามหลังเขา
ไป
เฮ่อจือหร่านอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสนใจ สั่งซื้อถ่านสองถุงใน
เถาเป่า จากนั้นจึงน ามาห่อด้วยผ้าน ้ามันท าเป็นห่อใหญ่ ก่อนจะน า
ออกมาจากพื้นที่มิติ
คนทั้งกลุ่มมีเพียงเฮ่อจือหร่านที่หอบห่อผ้าน ้ามัน ส่วนคนอื่น ๆ
ก็แค่ช่วยกันกางกระโจมบังฝนเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยเป็นคนช่างสังเกต เขาเหลือบเห็นห่อผ้าน ้ามันของเฮ่อจื
อหร่าน จึงรีบเข้าไปรับมาแบกไว้บนหลังของตน
ไม่นานนัก ทุกคนก็มาถึงเชิงเขา และพบทางเดินเล็กที่ทอดขึ้น
เขาไป โม่จิ่วเยี่ยอาสาเดินน าหน้าเพื่อเปิดทางให้ทุกคน
ส่วนคนอื่น ๆ ต่างพยุงกันและกันเดินตามหลังมา
สิ่งที่ยากที่สุดคือคนตระกูลเหอ พวกเขาต้องพาเหอหมิงที่
เคลื่อนไหวล าบากขึ้นเขาไปด้วย ความยากล าบากนี้มากเกินไป
เพื่อไม่ให้ปัญหาของคนตระกูลเหอส่งผลกระทบต่อความเร็วใน
การเดินทาง เฮ่อจือหร่านจึงบอกวิธีหนึ่งกับพวกเขาด้วยความเต็มใจ
นั่นคือการถอดแผ่นไม้ของเกวียนออกมา แล้วมัดเหอหมิงไว้บน
นั้นแล้วใช้เชือกดึงลากไป
เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถละเลยทุกอย่างในตอนนี้ได้ จึงหยิบยื่น
เชือกป่านให้ด้วยเช่นกัน
แม้จะเป็นเช่นนั้น คนตระกูลเหอก็ยังคงอยู่รั้งท้ายขบวน
โชคดีที่เมื่อทุกคนเดินมาถึงกลางเขา ก็พบว่าข้างหน้าไม่ไกลนั้น
มีช่องเขาแห่งหนึ่ง
จากความรู้เกี่ยวกับเรื่องอันตรายของเฮ่อจือหร่าน จุดนั้นเหมาะ
ส าหรับให้ทุกคนหลบภัยได้ชั่วคราว
แม้จะไม่มีที่ก าบังลมและฝน แต่ข้อดีคือไม่มีต้นไม้ ดังนั้นแม้ว่าจะ
มีฟ้าร้องหรือฟ้าผ่าก็จะไม่เกิดเรื่องร้าย
นอกจากนี้ นางยังค านึงถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดดินถล่มบน
ภูเขาในสภาพอากาศเช่นนี้ด้วย
ดังนั้น ช่องเขาตรงนั้นจึงเป็นต าแหน่งที่ดีที่สุดในการหลบเลี่ยง
น ้าท่วม
นางจึงเสนอกับเผิงวั่งว่าให้ไปที่นั่น
ครั้งแรกเผิงวั่งไม่ค่อยเต็มใจนัก ตามความคิดเห็นของเขา เขา
ตั้งใจจะหาถ ้าที่อย่างน้อยก็สามารถใช้หลบฝนได้
เฮ่อจือหร่านจึงต้องอธิบายเหตุผลให้เขาฟัง
ถึงแม้เผิงวั่งจะรู้สึกว่าเฮ่อจือหร่านพูดเกินจริงไปสักหน่อย แต่
สุดท้ายเมื่อนึกถึงความสามารถของนาง เขาจึงยอมตกลง
สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ หลังจากที่ทุกคนมาถึงช่องเขานั้นแล้ว กลับ
ได้พบกับเรื่องน่ายินดี นั่นคือมีถ ้าขนาดต่าง ๆ กันถึงสามถ ้า
เผิงวั่งดีใจมาก หลังจากตรวจดูแล้วเขาก็จัดแจงแบ่งถ ้าส าหรับ
หลบฝนชั่วคราวตามจ านวนคน
อย่างไรก็ตาม เขายังคงล าเอียงกับสกุลโม่อยู่บ้าง โดยให้พวก
เขาไปอยู่ในถ ้าที่เล็กที่สุดเพียงล าพัง
แม้ว่าถ ้าจะเล็กไปบ้าง แต่ทุกคนในสกุลโม่ต่างก็พอใจ เพราะ
อย่างน้อยพวกเขาก็ได้อยู่ด้วยกันเอง
ส่วนถ ้าที่ใหญ่ที่สุดนั้น แบ่งให้กับคนจากอีกสามตระกูล
ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ พวกเขาเลือกจะพักหลบฝนในถ ้าขนาด
กลางเช่นกัน
เมื่อทุกคนต่างได้ที่หลบฝน ปัญหาใหญ่ก็มาเยือน
เสื้อผ้าที่พวกเขาสวมอยู่เปียกชุ่ม หากไม่รีบเปลี่ยนหรือท าให้
แห้งโดยเร็ว พวกเขาอาจป่วยไข้ได้ง่าย
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พวกเขาไม่มีทั้งอาหารและน ้า ท้องที่ว่างมา
ทั้งคืนจึงเป็นเรื่องทรมานส าหรับพวกเขาไม่น้อย
แต่ส าหรับเรื่องทั้งหมดนี้ เฮ่อจือหร่านได้เตรียมการรับมือไว้
ล่วงหน้าแล้ว
นางเปิดห่อผ้าน ้ามันออก เผยให้เห็นถ่านไม้ที่อยู่ภายใน
ทันทีที่เห็นถ่านไม้ ดวงตาของสตรีสกุลโม่ก็เบิกกว้างด้วยความ
ตกใจ
“น้องสะใภ้เก้า นี่เจ้า…”
เฮ่อจือหร่านซึ่งเตรียมค าอธิบายไว้แล้วจึงเอ่ยบอก
“ข้าเห็นว่าที่บ้านผู้ใหญ่บ้านมีถ่านนี้อยู่ คิดว่าพวกเราอาจต้อง
ใช้เมื่อมาถึงบนเขา จึงได้วางเงินไว้ให้หนึ่งต าลึงและน าถ่านพวกนี้
มา”
โม่หานเยี่ยมองนางด้วยสายตาชื่นชม “พี่สะใภ้เก้า ท่านช่างเก่ง
เหลือเกิน เรื่องแบบนี้ท่านก็ยังนึกออกด้วย”
“ใช่แล้ว น้องสะใภ้เก้า พี่สะใภ้รองอย่างข้านับถือเจ้าที่สุดเลย”
เฮ่อจือหร่านยิ้มให้ทุกคน นางหยิบไม้ขีดไฟที่ห่อด้วยผ้าน ้ามัน
ออกมาจากอกเสื้อ แล้วจุดถ่านกับโม่จิ่วเยี่ย
พร้อมกันนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ชื่นชมในความละเอียดรอบคอบของ
เฮ่อจือหร่าน
ฟืนบนเขาเปียกฝน แม้จะหาเจอแต่คงจุดไฟไม่ติด แต่ถ้ามีถ่าน
ไม้อยู่ก็แตกต่างไป ไม่เพียงแต่จุดไฟให้ติดง่าย แต่ยังเผาไหม้และ
ใช้ได้นานกว่าด้วย
ถ่านที่เฮ่อจือหร่านซื้อมาเป็นแบบที่ติดไฟเร็ว ไม่เปลืองแรง และ
จุดติดได้อย่างง่ายดาย